ณ ตำหนักเย็น ในวังหลวง
หูมัวมัว *[1] ผู้ชราและนางกำนัลฟางเสีย ทั้งสองเคยชินกับความเกียจคร้าน ขณะนี้กำลังนั่งกินเมล็ดแตงและคุยซุบซิบกันอยู่ที่ระเบียงทางเดิน
"ซวยจริง ๆ ในวังมีเ้านายตั้งมากมาย แต่พวกเรากลับต้องมาดูแลนังเด็กชั้นต่ำคนนี้ในตำหนักเย็น"
"ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้แม่ของนาง หยวนซื่อ ทำตัวเย่อหยิ่งเพราะได้รับความโปรดปราน เป็กุ้ยเหรินดี ๆ ไม่ชอบ กลับไปล่วงเกินพระชายากุ้ยเฟยจนถูกสั่งขังในตำหนักเย็น ตายตอนคลอดลูกก็นับว่าจบเื่ได้อย่างรวดเร็ว"
หูมัวมัวพยักหน้า "นั่นสิ หยวนซื่อมีวาสนาอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่วาสนาบางเบาเกินไป มาพบว่าตั้งครรภ์ตอนอยู่ในตำหนักเย็น แต่กลับไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าฮ่องเต้เลย หากตอนนั้นเกิดมาเป็องค์ชายตัวน้อย บางทีอาจจะมีหวังมากกว่านี้"
องค์ชายและองค์หญิงของฮ่องเต้นั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ผู้คนทั่วหล้าต่างรู้ดีว่า บัดนี้จักรพรรดิคังซีมีองค์ชายสิบสามพระองค์ และองค์หญิงเก้าพระองค์ นอกจากองค์ชายรอง อวิ๋นเหริน ซึ่งเป็โอรสสายตรงของอดีตฮองเฮา เป็ผู้สืบทอดสายหลักของวังกลาง และถูกแต่งตั้งเป็รัชทายาทั้แ่ประสูติแล้ว ในปัจจุบันผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลังคือเวินซีกุ้ยเฟย ซึ่งมีองค์ชายสิบอย่างอวิ๋นเอ๋อ ผู้เป็หลานนอกแท้ ๆ ของเสนาบดีผู้ช่วยบริหารราชการ เอ้อปี้หลง
ผู้นำในบรรดาสี่พระชายาคือพระชายาฮุ่ย ซึ่งมาจากตระกูลเดียวกับเสนาบดีผู้ทรงอำนาจ น่าหลันิจู และเป็ลูกพี่ลูกน้องของอัครเสนาบดีิ มีโอรสคือองค์ชายใหญ่ อวิ๋นถี
อี๋เฟยมีตำแหน่งเป็อันดับสองในบรรดาสี่พระชายาและได้รับความโปรดปรานไม่เสื่อมคลาย มีโอรสคือองค์ชายห้านามว่าอวิ๋นฉี ส่วนองค์ชายเก้าคืออวิ๋นถัง และองค์ชายสิบเอ็ด อวิ๋นซือ
ส่วนผู้ที่ให้กำเนิดบุตรมากที่สุดคือเต๋อเฟย แม้จะมีพื้นเพเป็บ่าวรับใช้ แต่มีโอรสที่โดดเด่นคือองค์ชายสี่ อวิ๋นเจิน และองค์ชายสิบสี่ อวิ๋นเจิน รวมถึงองค์หญิงห้าและองค์หญิงเจ็ด
แม้หลงเฟยจะเป็อันดับสุดท้ายในบรรดาสี่พระชายา แต่ใน่ต้นรัชสมัยของจักรพรรดิคังซี นางได้รับความโปรดปรานอย่างมาก ในตอนนั้นนางให้กำเนิดบุตรชายห้าคนและบุตรสาวหนึ่งคนรวมถึงองค์ชายใหญ่ด้วย ทว่าปัจจุบันเหลือเพียงองค์ชายสาม อวิ๋นจื่อ และองค์หญิงรอง
นอกจากนี้ยังมีองค์ชายสิบสาม อวิ๋นเสียง และองค์หญิงแปดกับองค์หญิงสิบสี่ ซึ่งเป็บุตรของจางเจียผิน
ปัจจุบันองค์ชายส่วนใหญ่เป็บุตรของพระชายาหรือนางสนมที่มีตำแหน่งสูง นอกจากนี้ยังมีองค์ชายเจ็ด อวิ๋นโย่ว ผู้มีปัญหาที่ขาซึ่งเป็บุตรพระชายาจากตระกูลไต้เจีย
องค์ชายแปด อวิ๋นซื่อ ซึ่งเป็บุตรของเว่ยปิน
และองค์ชายสิบสอง อวิ๋นตู้ ซึ่งเป็บุตรของพระชายาจากตระกูลว่านหลิวฮา
องค์หญิงใหญ่ องค์หญิงรอง และองค์หญิงสามที่กล่าวมานั้นออกเรือนไปหมดแล้ว ส่วนคนที่พวกนางรับใช้อยู่ในตำหนักเย็นคนนี้ หากนับตามลำดับาุโ ควรจะเป็บุตรสาวคนที่สิบสี่ของจักรพรรดิคังซี หรือองค์หญิงคนที่เก้าที่ยังมีชีวิตอยู่ในวัง ทว่านางกลับเป็เพียงนังเด็กชั้นต่ำที่แม้แต่จักรพรรดิคังซีก็ยังไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่
ดังนั้นจึงเป็ที่รู้กันดีว่า องค์หญิงสิบสี่ คือน้องสาวร่วมมารดากับองค์ชายสิบสาม อวิ๋นเสียง
"แง แง"
ทันใดนั้น ภายในตำหนักก็มีเสียงเด็กร้องไห้ดังขึ้น ทำให้สีหน้าของหูมัวมัวและฟางเสียบิดเบี้ยวขึ้ยมาทันที
"นังเด็กชั้นต่ำนี่เป็อะไรอีก!"
"วัน ๆ จะไม่สงบปากสงบคำเลยหรือไง!"
หูมัวมัวะโลุกขึ้นจากระเบียง โดยไม่มีท่าทางเชื่องช้าของคนแก่เลยแม้แต่น้อย นางพุ่งตรงเข้าไปในตำหนักทันที
ครู่ต่อมา ก็เห็นหูมัวมัวบิดหูเด็กตัวน้อยคนหนึ่ง เดินออกมาด้วยท่าทางดุร้าย
"นังเด็กชั้นต่ำ เ้ากล้าฉี่รดที่นอนงั้นรึ ฮึ!? บอกมา! เ้าตั้งใจใช่ไหม อยากให้มัวมัวต้องทำงาน ซักนั่นซักนี่ให้เ้า อยากให้มัวมัวเหนื่อยจนตายใช่ไหม หืม?"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัวมัวใจร้ายเช่นนี้ เด็กตัวน้อยกอดตุ๊กตาผ้าเสือน้อยในอ้อมอกไว้แน่น ถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสองก้าว
"ถังเป่า... ถังเป่าไม่ได้... ไม่ได้ตั้งใจฉี่รดที่นอนเ้าค่ะ"
นางเป็เด็กโตแล้ว จะไม่ทำเื่ไม่ดีแบบนั้นเด็ดขาด
เด็กน้อยที่ชื่อถังเป่ามีสีหน้าซีดเหลือง ร่างกายผอมแห้งมาก จึงทำให้ดวงตากลมโตคู่นั้นดูเหมือนจะกินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งของใบหน้า ดวงตาที่ควรจะไร้เดียงสาและน่ารักราวกับลูกกวางกลับมีหยาดน้ำตาคลออยู่
"ไม่ได้ตั้งใจงั้นรึ?" หูมัวมัวแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันสีเหลือง พร้อมกับยื่นนิ้วผอมแห้งออกไปบีบแก้มของถังเป่า
ทั้งที่ถังเป่าผอมจนแทบไม่มีเนื้อหนัง แต่นิ้วที่ราวกับกรงเล็บเหยี่ยวของนางกลับบีบเนื้อชิ้นเล็ก ๆ บนใบหน้าของถังเป่าอย่างแรง
ฮือ เจ็บจังเลย แต่ว่าห้าม... ห้ามร้องไห้นะ...!
ถังเป่าพยายามเขย่งปลายเท้า อดทนต่อความเ็ปบนใบหน้า พร้อมกับให้กำลังใจตัวเองในใจ
ถังเป่าเป็นางฟ้าตัวน้อยที่ลงมาจาก์ คุณอาเทพเซียนเคยบอกไว้ว่า ท่านพ่อและพวกพี่ชายลงมาเผชิญเคราะห์กรรมบนโลกมนุษย์ แต่กลับพบปัญหาใหญ่ ดังนั้นจึงต้องให้ถังเป่ามาช่วยท่านพ่อและพวกพี่ชาย!
ตอนนี้ถังเป่ายังหาพวกเขาไม่เจอ ยังไม่ได้ช่วยท่านพ่อและพวกพี่ชายเลย ดังนั้นถังเป่าต้อง ไม่... ไม่... ไม่ร้องไห้เด็ดขาด!
ถังเป่าคือนางฟ้าตัวน้อยที่กล้าหาญ!
หลังจากให้กำลังใจตัวเองเสร็จ ถังเป่าผู้เข้มแข็งก็รวบรวมความกล้า มองไปที่หูมัวมัวแล้วะโออกไปเสียงดังว่า
"ถังเป่าไม่ได้ทำเ้าค่ะ!"
ถังเป่าเป็เด็กดี เื่ที่ไม่ได้ทำ ก็คือไม่ได้ทำ!
ท่าทางเช่นนี้ทำให้หูมัวมัวโกรธจัด
"ชิ"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากด้านข้าง ฟางเสียเห็นดังนั้นจึงพูดจาถากถางหูมัวมัว "หูมัวมัว ดูท่าท่านจะแก่แล้วจริง ๆ นะเ้าคะ จัดการกับนังเด็กชั้นต่ำคนเดียวถึงกับต้องลำบากขนาดนี้เชียวหรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หูมัวมัวที่มีใบหน้าดุร้ายก็ปล่อยมือลง แล้วผลักถังเป่าลงบนพื้นหินสีเขียวอย่างแรง
"ฟางเสีย เ้าพูดน่ะมันง่าย วัน ๆ เอาแต่ี้เีและประจบประแจง ที่แท้การสั่งสอนนังเด็กชั้นต่ำนี่ไม่ใช่หน้าที่ของเ้าสินะ"
เนื่องจากหูมัวมัวและฟางเสียต่างี้เีและไม่ชอบทำงาน บนพื้นหินสีเขียวจึงเต็มไปด้วยกรวดหยาบ ๆ และสิ่งสกปรก ถังเป่าที่ถูกผลักล้มลงรู้สึกถึงความเ็ปที่เสียดแทง ร่างกายซีกหนึ่งที่กระแทกพื้นเจ็บจนชา แม้แต่จะพลิกตัวก็ทำไม่ได้
ถังเป่ากัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมหลั่งน้ำตาต่อหน้าคนใจร้ายสองคนที่รังแกนาง
นางนอนนิ่งอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ
ตอนนั้นเองที่นางพบว่า เพราะเมื่อครู่กอดตุ๊กตาผ้าเสือน้อยไว้แน่น แขนซ้ายและหลังมือทั้งสองข้างจึงถูกกรวดบาดจนเป็แผลถลอกเป็วงกว้าง เืสีแดงสดค่อย ๆ ซึมออกมาจากิัที่ลอกออก และยังมีกรวดจำนวนมากฝังอยู่ในาแ
ฟางเสียทิ้งเมล็ดแตง ปัดมือแล้วลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เรียกได้ว่าหมดจดปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน "ดูหูมัวมัวสิ ลำบากใจเชียว วันนี้ข้าจะสอนวิธีง่าย ๆ ให้ท่านเอง"
นางย่อตัวลงตรงหน้าถังเป่า บีบแขนข้างที่าเ็ของถังเป่า เล็บที่ยาวและแหลมคมจิกลึกลงไปในแผลของถังเป่า จนเืไหลออกมาเป็สาย
"ท่านอาฟางเสีย เจ็บเ้าค่ะ!" ถังเป่าทนความเ็ปไม่ไหว เบะปากร้องไห้โฮ "ถังเป่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำ! พวกท่านเป็คนใจร้าย!"
"ดูสิ" ฟางเสียมีสีหน้ามีความสุข พร้อมกับแสดงฝีมือให้หูมัวมัวดู "บีบไปบีบมาแบบที่ท่านทำ นังเด็กชั้นต่ำนี่จะจำอะไรได้ล่ะ? การสอนเด็ก ต้องทำให้เจ็บไปถึงกระดูกในครั้งเดียว ถึงจะจำฝังใจ"
หูมัวมัวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตบมือหัวเราะร่า "ดี ๆ ฟางเสีย เ้าพูดมีเหตุผล! ควรต้องสอนนังเด็กชั้นต่ำแบบนี้แหละ!"
หลังจากทั้งสองรุมทรมานถังเป่าผู้ผอมแห้งอยู่พักใหญ่ จึงรู้สึกหายแค้น นางถ่มน้ำลายใส่ถังเป่าที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น
"เ้าฉี่รดที่นอนใช่ไหม งั้นคืนนี้ก็ไม่มีผ้าปูที่นอนกับผ้าห่ม ใครใช้ให้ที่นี่เป็ตำหนักเย็นที่ไม่มีอะไรเลยล่ะ องค์หญิงน้อย ท่านต้องอดทนหน่อยนะ!"
หูมัวมัวเก็บผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดของถังเป่าออกมาจากห้อง แล้วโยนลงไปในสระดอกบัวในลานด้านในทันที
จะว่าไปก็น่าแปลก สถานที่รกร้างอย่างตำหนักเย็น แต่ในสระดอกบัวกลับมีน้ำไหลเวียน และดอกบัวก็เบ่งบานทุกปี
หูมัวมัวแค่นเสียงเหอะ พลางปัดฝุ่นที่มือ แล้วพูดกับถังเป่าด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "องค์หญิงน้อย บ่าวซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนให้ท่านนะเ้าคะ เพียงแต่ร่างกายของบ่าวชราคนนี้ไม่ค่อยดีนัก จึงทำงานช้าไปบ้าง เชื่อว่าองค์หญิงน้อยคงจะเห็นใจบ่าวชราคนนี้ ใช่ไหมเ้าคะ"
พูดจบ หูมัวมัวก็ถีบเข้าที่ท้องของถังเป่าอย่างแรง มองดูเด็กตัวน้อยขดตัวเป็กุ้ง จึงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"่ก่อนไทเฮาทรงประชวร จนถึงตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นเลย ข้าได้ยินพวกเพื่อนเก่าบอกว่า เื่นี้เกรงว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ พวกเราไปหาดื่มน้ำชาสมุนไพรสักถ้วย แล้วฟังข่าวล่าสุดกันดีกว่า"
ฟางเสียขานรับทันที
ทั้งสองเดินจากตำหนักเย็นไปอย่างผ่าเผย ทิ้งให้ถังเป่าที่เต็มไปด้วยาแนอนอยู่บนพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเบา ๆ ด้วยความเ็ป
คุณอาเทพเซียนบน์ ท่านเคยบอกว่า ถังเป่ามีท่านพ่อที่รักถังเป่าที่สุด และยังมีพี่ชายอีกหลาย ๆ คน พวกเขารักถังเป่าที่สุด จะอยู่เล่นเป็เพื่อน และจะปกป้องถังเป่าด้วย...
แต่ท่านพ่อและพวกพี่ชายที่ดีกับถังเป่าขนาดนั้น ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนกันนะ?
ทั้งที่ถังเป่าถูกคนใจร้ายรังแก ร่างกายก็เจ็บมากขนาดนี้ ทำไมท่านพ่อและพวกพี่ชายยังไม่มาช่วยถังเป่าอีกเล่า?
หรือว่า... หรือว่าท่านพ่อและพวกพี่ชายไม่้าถังเป่าแล้ว...
แต่ถังเป่าเป็เด็กดีจริง ๆ นะ ถังเป่าไม่ใช่เด็กดื้อเสียหน่อย...
ถังเป่ากอดตุ๊กตาผ้าเสือน้อยที่ท่านแม่ทำให้ก่อนตายไว้แน่น ดูเหมือนว่ามีเพียงสิ่งนี้เท่านั้น ที่จะช่วยให้ได้รับความอบอุ่นเพียงเล็กน้อย
ทว่าเหนือท้องฟ้าของตำหนักเย็น ท้องฟ้าที่เดิมทีแจ่มใสกลับเริ่มแปรปรวนอย่างน่าประหลาด ทะเลเมฆผืนใหญ่พุ่งทะยานเข้ามา บดบังแสงอาทิตย์ ม้วนตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับเทพเ้าทรงกริ้ว ลมพัดโหมกระหน่ำ
ถังเป่าที่กำลังจะหลับตาลง ได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อนาง เสียงนั้นดูเบาและห่างไกล
"ถังเป่า... ถังเป่า..."
นางพยายามลืมตาขึ้น แต่ดวงตากลับหม่นแสง "...ใครกันนะ ที่เรียกถังเป่า?"
ไม่มีใครตอบคำถามของถังเป่า แต่ทว่านางค่อย ๆ รู้สึกว่า ความเ็ปในร่างกายดูเหมือนจะค่อย ๆ หายไปทีละนิด และมีความอบอุ่นเล็กน้อย... ถังเป่าอดไม่ได้ที่จะหลับตาลง
...
ในเวลาเดียวกัน จักรพรรดิคังซีซึ่งประทับอยู่ที่ตำหนักเฉียนชิงอันห่างไกล พลันรู้สึกใจสั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งดึงดูดจิตใจของพระองค์
น้ำหมึกสีแดงหยดลงบนฎีกา คังซีวางพู่กันแล้วเงยหน้าขึ้นมอง แต่รอบกายกลับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
*[1] มัวมัว ใช้เรียก ข้ารับใช้หญิงาุโ หรือแม่นมผู้ทำหน้าที่ดูแลเชื้อพระวงศ์