ลั่วลั่วสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวมองปลายกระบี่ที่ชี้มาที่ตนเหงื่อเย็นไหลไม่หยุดก่อนเขาจะเป็ลมไป มุมปากของไป๋เสี่ยวหรงกระตุกอย่างใทว่าเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็หายไป
"ขวัญอ่อน"นางพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน ปรายหางตามองเผยหนามจื่ออย่างเฉยเมย
"จะ..เ้าทำอะไรคนของข้า"ใบหน้าหล่อเหลาของเผยหนามจื่อซีดลงจนจะกลายเป็สีกระดาษชี้นิ้วที่สั่นเทาไปอย่างลั่วลั่วคนรับใช้ของเขา
"ถ้าเ้ายังไม่อยากตายก็หลีกทางไปซะ"ครั้งนี้ได้ผล เผยหนามจื่อหลีกทางให้อย่างเชื่อฟังไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองไป๋เสี่ยวหรงอีกใบหน้าที่เคยเ้าเล่ห์เปลี่ยนเป็หวาดกลัว
ไป๋เสี่ยวหรงขึ้นชั้นสองเก็บข้าวของด้วยท่าทีสบายๆและลงมาอีกครั้งบุรุษที่นางข่มขู่ยังยืนตัวสั่นอยู่กับที่ราวกับยังไม่หายจากอาการหวาดกลัว นางระบายลมหายใจออกมาแล้วเดินลงบันไดมาอย่างชั้นล่าง และเดินผ่านเผยหนามจื่อไปราวกับไม่เห็นเขา
ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรสติของเขาจึงค่อยๆกลับมาเป็ปกติ ก้มลงมองร่างของลั่วลั่วที่หมดสติบนพื้นโรงเตี๊ยมที่ตอบย้ำว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็เื่จริงไม่ใช่ความฝัน
"จะยืนดูอะไรกัน!รีบมาเก็บร่างไร้ประโยชน์นี่ไป!"เผยหนามจื่อะโใส่ลูกน้องของเขาที่มุมดูอยู่รอบๆด้วยความไม่พอใจ ั์ตาสองข้างมองตรงไปอย่างประตูโรงเตี๊ยมพร้อมขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดว่าเื่ที่เขาคาดเดาจะผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงหากว่านางโกรธมากกว่าครั้งนี้เขาคงต้องตามไปแล้ว
…..
ตำหนักบูรพาที่ใครๆต่างอยากจะได้เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งกับเ้าของตำหนัก ในสวนที่งดงามเต็มด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ร่างสูงของชินอ๋องนั่งอยู่ท่ามกลางดอกบุปผาสีขาวตัดกับ อาภรณ์สีดำที่ชินอ๋องสวมใส่ไม่เข้ากันนักราวกับปีศาจท่ามกลางบุปผางาม
ชินอ๋องนั่งอย่างสงบทว่าแววตาที่ฉายออกมาของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความเ็ปเมื่อมองมาอย่างหมู่ดอกไม้สีขาวที่เป็หนึ่งในสิ่งที่คนที่เขารักมากที่สุดชื่นชอบ มือที่ใหญ่แลดูอบอุ่นของเขาจับกลีบดอกอย่างอ่อนโยนก่อนที่ร่างของบุรุษที่เป็องครักษ์จะปรากฏขึ้นทางด้านหลัง
"คาราวะท่านอ๋อง"จิวหลิน/เย่เหม่ยคุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่งเป็การทำความเคารพ
"พูดมา"ชินอ๋องพูดเสียงเย็นไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นหันกลับมามองสององครักษ์
"ทูลท่านอ๋อง มั่วซุนหลี่หนีออกจากแคว้นหยางไปแล้วขอรับขนาดนี้ข้าน้อยยังไม่อาจตรวจสอบที่อยู่ใหม่ของมั่วซุนหลี่ได้ แต่กระหม่อมเก็บได้ป้ายหยกครึ่งหนึ่งที่เหมือนกับของท่านอ๋องตกอยู่ในโรงเตี๊ยมหมู่บ้านใกล้เขาพะย่ะค่ะ"เย่เหม่ยด้วยใบหน้านิ่งขรึม
ชินอ๋องยืนขึ้นเต็มความสุขก่อนจะเดินมาหาสององครักษ์ ั์ตาเยือกเย็นมองลงแผ่นหยกในมือองครักษ์ เย่เหม่ยรีบส่งให้ทันทีอย่างรู้หน้าที่
"ไม่ได้เห็นมาตั้งนาน"เขายิ้มมุมปากขึ้นแววตาดำขลับทอประกายความเย้ยหยันก่อนกำแผ่นหยกแน่นจนแตกละเอียดกลายเป็ฝุ่นละออง
"ออกคำสั่งไปให้คนที่เฝ้าอยู่ในแคว้นต่างๆจับตาดูหาพบตัวเขา"ชินอ๋องพูดด้วยรอยยิ้มสยอง คนที่เขาพูดถึงก็คือองครักษ์เงาที่ชินอ๋องเป็คนคัดสรรด้วยตนเองและส่งไปดูในแคว้นต่างๆเพื่อเป็หูเป็ตาในการจับหาคนคิดไม่ซื่อต่อแคว้นต่างๆ
"กระหม่อมน้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ!"สององครักษ์ขันรับพร้อมกันก่อนจะละถอยออกไป
"มาดูกันว่าเ้าจะหนีไปได้ไกลเพียงใด"ชินอ๋องแสยะยิ้มมุมปากขึ้น กลีบดอกไม้สีขาวลอยล่องบนอากาศผ่านใบหน้าหล่อเหลาที่สวมใส่หน้ากากปกปิดของชินอ๋องไปราวกับเตือนภัยกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
"คาราวะท่านอ๋อง"กงกงเข้ามาคำนับชินอ๋องพร้อมกับขุนนางทางด้านหลังอีกสามสี่คน"เรียนท่านอ๋องฝ่าามีรับสั่งให้ท่านอ๋องเข้าพบพะย่ะค่ะ และให้กระหม่อมนำของพระราชทาน หยกเก้านภามามอบให้ท่านอ๋องและ ปิ่นมุกมรกตเก้าเม็ดพะย่ะค่ะ"
คิ้วเรียวขมวดก่อนพยักหน้ารับและเอ่ยเสียงเรียบให้ทหารเข้ามารับของพระราชทานจากองค์จักรพรรดิ และเดินออกจากสวนไปมุ่มตรงมาอย่างห้องพระอักษรขององค์จักรพรรดิทันที
"ชินอ๋องคาราวะฝ่าาพะย่ะค่ะ"ชินอ๋องประสานมือทำความเคารพผู้มียกศักดิ์สูงกว่าอย่างนอบน้อม
"มาแล้วหรือ"องค์จักรพรรดิวางกีฎาลงลุกขึ้นเดินมาเชิญให้พระอนุชาของพระองค์เข้ามานั่งอีกด้านหนึ่งของห้อง และเริ่มบทสนทนาต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข"ใกล้เดือนล่าสัตว์เข้าไปทุกทีหากว่าเราจะเลื่อนไปอีกสักหน่อยเ้าคิดว่าจะดีหรือไม่ จักรพรรดินีพึ่งตรวจพบการตั้งครรภ์ยังอยู่ใน่ไม่แข็งแรงพอเรารู้สึกเป็ห่วงอาการของนาง"องค์จักรพรรดิแสดงสีหน้าเคร่งเครียดมองมาอย่างชิงอ๋องเพื่อหาลือความเห็น
"เหตุใดฝ่าาไม่ลองถามความเห็นจากท่านราชครูหรือพะย่ะค่ะ"ชินอ๋องถามอย่างสงสัย
"เราก็คิดจะถามท่านราชครูอยู่แต่เห็นท่านราชครูรายงานเข้ามาว่าหลานสาวที่จากกันนานพึ่งมาพบกันจะยังไม่เข้าวังสักพัก เราจึงกลุ้มใจมากจึงถามความเห็นจากเ้า"
"ท่านราชครูมีหลานสาวด้วยหรือพะย่ะค่ะ"
"เราก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสกุลไป๋มากหรอ ท่านราชครูมีบุตรชายคนเดียวแต่บุตรชายของเขาเสียไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วพร้อมกับภรรยาของเขาทั้งสองคนได้ทิ้งเพียงลูกสาวคนเดียวและเชื้อสายที่เป็ของทั้งสองคนไว้ให้ท่านราชครูแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางถึงหายตัวไปเกือบสิบปีและกลับมาอีกครั้งในวันครบรอบสิบปีนี้"
"เช่นนั้นเองหรือพะย่ะค่ะ"ชินอ๋องพยักหน้าอย่างเข้าใจ"เื่ล่าสัตว์ที่พระองค์พูดเมื่อครู่ กระหม่อมเห็นด้วยพะย่ะค่ะ หากองค์จักรพรรดินีทรงตั้งพระครรภ์พระองค์ทรงอยู่ใกล้ๆเป็เื่ดี"
"ถ้าหากว่าเราจะให้เ้าดูแลในเื่ล่าสัตว์ แต่เราไม่เลื่อนเ้าจะว่าอย่างไร"องค์จักรพรรดิถามความคิดเห็นอีกครั้ง
"กระหม่อมน้อมรับคำบัญชาทุกประการพะย่ะค่ะ"ชินอ๋องพูดอย่างหนักและพูดขึ้นอีกครั้ง"แล้วฝ่าาจะทรงจัดงานเลี้ยงเื่องค์จักรพรรดินีทรงพระครรภ์หรือไม่พะย่ะค่ะ"
"เราวางแผนเื่งานเลี้ยงแล้วล่ะ เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะอีกสามวันงานเลี้ยงถึงจะจัดขึ้น"
"ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ"ชิงอ๋องคำนับและเดินออกจากห้องไป ระหว่างทางกลับพระตำหนักชิงอ๋องคิดเื่ต่างๆนาๆจนคิ้วขมวดกันปม"จิวหลินไปรางฝึกหลังสวนตำหนัก"ชินอ๋องพูดจบเดินไปในทางที่พูดทันที
จิวหลินมองแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นายเหนือหัวด้วยอาการอ้าปากค้าง ขากรรไกรสั่นและใบหน้าซีดเผือด"ท่านอ๋องท่านจะเอาจริงหรือ กระหม่อมยังไม่อยากตายพะย่ะค่ะ"เขาพูดเสียงเศร้าเดินตามหลังของชินอ๋องไปอย่างหดหู่ราวกับร่างไร้ิญญา วรยุทธของข้าไม่ได้เก่งกาจถึงกับเป็คู่มือของท่านอ๋องนะพะย่ะค่ะ
จนมาถึงรางฝึกหลังสวนตำหนักบูรพาร่างสง่างามของชินอ๋องยืนอยู่กลางรางฝึกพร้อมกับกระบี่ที่ส่องแสงวับวาวเมื่อต้องกับแสงแดดยามเย็น จิวหลินกลืนน้ำลายลงคออย่างหมดหนทางไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินเข้าไปในรางฝึก จนอีกคนที่ยืนรอขมวดคิ้วมองมาที่เขาที่ตัวสั่นราวลูกนกด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบกระตุ้นความจริงที่ไม่ใช่ฟันภายในใจของจิวหลิน
"เหตุใดเ้าจึงยังไม่รีบมา"
"ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ"จิวหลินพูดด้วยใบหน้าไร้น้ำตาก้าวเดินไปหาชินอ๋องด้วยท่าทีน่าเกรงขามทว่าหากมองดูให้ดีอาจจะรู้ว่าเขานั้นกำลังสั่นกลัวเพียงใด