เสื้อนอนของนับนทีถูกโยนทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ใยดีเช่นเดียวกับเสื้อคลุมก่อนหน้าโดยฝีมือของอัศดินทร์ที่ยังบดจูบอยู่ที่ริมฝีปากของนับนที ลิ้นร้อนๆถูกแทรกเข้ามาในโพรงปากกวาดเอาความหวานไปลิ้มชิมรสนับครั้งไม่ถ้วนหากแต่ดูเหมือนจะไม่มีวันพอสำหรับอัศดินทร์ นับนทีเหมือนเด็กที่เพิ่งริมีความรักครั้งแรกทั้งอ่อนหัดและไม่ประสา ถูกอัศดินทร์ไล่ต้อนเอาจนหอบเหนื่อย การจู่โจมอย่างร้อนแรงของอัศดินทร์บอกนับนทีว่าทุกซอกทุกมุมในตัวของนับนทีจะต้องถูกสำรวจเท่าความ้าอัศดินทร์อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีอะไรทั้งนั้นที่จะหยุดอัศดินทร์ได้ในชั่วโมงแห่งความ้าที่กำลังปะทุนี้
นับนทีโกยอากาศเข้าปอดเมื่ออัศดินทร์ยอมผละริมฝีปากออกและยกมือขึ้นกอดตัวเองอัตโนมัติเมื่อเพิ่งประจักษ์ว่าท่อนบนเหลือเพียงความเปลือยเปล่าและซากของเสื้อนอนไม่รู้ว่าถูกอัศดินทร์โยนไปทิ้งไว้ที่ไหน ความลนลานของนับนทีทำให้อัศดินทร์ยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจและนับนทีเองก็ทันเห็นตอนที่ช้อนดวงตาสบกับดวงตาคมดุที่สะท้อนเข้ากับแสงไฟบนโคมไฟหัวเตียงที่ถูกดึงเปิดก่อนจะต้องเบือนหน้าหนีทั้งแก้มร้อนเมื่ออัศดินทร์แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนหมดแถวและโยนทิ้งอย่างไม่ใยดีไปเช่นกัน ภาพตรงหน้าคือกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบจนทำให้นับนทีตะลึงงันไปชั่วครู่เมื่อเผลอหันไปมอง ไหนจะท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็ง เด็กหนุ่มที่ผอมแห้งเมื่อสี่ปีก่อนไม่มีอีกแล้ว มีเพียงชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบไปทั้งร่างกายในตอนนี้
ท่ามกลางความตะลึงงันของนับนทีอัศดินทร์โน้มใบหน้าลงมาอีกครั้งเพื่อไล่จูบลงบนท่อนแขนนับนทีที่ยกขึ้นมาปิดบังความเปลือยเปล่าของตัวเอง นับนทีขนลุกชันไปทั้งร่างทั้งใจเต้นไม่เป็ส่ำขณะฟังเสียงจูบที่ไล่ขึ้นมาทีละนิดก่อนจะหลุดเสียงครางออกมาเมื่ออัศดินทร์ประทับจูบลงบนเรียวนิ้วงามไล่ไปทีละข้างจนครบแล้วแขนก็ถูกมือใหญ่รวบขึ้นไปไว้ตรึงไว้เหนือหัวทั้งสองข้าง อัศดินทร์โน้มหน้าลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากนับนทีอีกครั้งก่อนจะพาริมฝีปากไล่เรื่อยลงมาบนลำคอระหง นับนทีรู้สึกราวกับว่าผิวเนื้อกำลังถูกไฟลามเลียทุกที่ที่อัศดินทร์พาริมฝีปากลากผ่านซึ่งทำได้เพียงเปล่งเสียงครางอย่างน่าอายออกมาโดยไม่สามารถปิดบังเนื้อตัวที่กำลังถูกสำรวจทุกตารางนิ้วอย่างละเอียดได้
“อะ…อัศห้ามดูดนะ” นับนทีร้องขอขณะที่ร่างกำลังสั่นเทิ้มรับััจากอัศดินทร์ที่กำลังสำรวจไปทั่ว
อัศดินทร์ทำราวกับไม่รับรู้คำขอของนับนที จงใจประทับจูบลงบนลำคอระหงแล้วดูดดึงจนผิวเนื้อขาวบางขึ้นรอยสีแดงและยังไม่หยุดอยู่ที่รอยเดียวด้วยการพาริมฝีปากที่ร้อนราวกับไฟฝากรอยดูดแต่งแต้มไว้บนลำคอของนับนทีอีกหลายจุด ก่อนจะไล่ริมฝีปากไปขบที่ติ่งหูเบาๆ
“อ๊ะ” นับนทีหลุดเสียงคราง ย่นคอหนีััแสนวาบหวิวหากแต่อัศดินทร์ก็ตามไปงับอีกราวกับ้าจะแกล้ง นับนทีหลุดเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจห้าม นึกค้อนอยู่ในใจว่าอัศดินทร์ช่างรู้จุดอ่อนในการทรมานไปเสียหมดเพราะเมื่อเล่นงานที่จุดอ่อนไหวอย่างติ่งหูเสร็จก็ยังไล่จูบไปบนเครื่องหน้าของนับนทีั้แ่เปลือกตาทั้งสองข้าง ย้ายไปที่ปลายจมูกรั้นของนับนทีแล้วเลื่อนลงไปที่ริมฝีปาก ก่อนจะวกกลับมาที่คิ้วและหน้าผากที่ล้วนถูกริมฝีปากของอัศดินทร์ประทับตราไว้จนหมด เมื่อไล่จูบจนครบทั้งหมดอัศดินทร์ก็ถอนใบหน้าขึ้นมาสบตานับนทีที่พยายามหลบหากแต่ก็ไม่พ้นสายตาคมกริบคู่นั้นไปได้
“ห้ามอีกสิ” อัศดินทร์ท้า
“มะ…ไม่หรอก” นับนทีปฏิเสธเสียงสั่นเพราะรู้ว่าห้ามไปอัศดินทร์ก็ไม่ฟังอยู่ดี นอกจากนี้การห้ามกลับเหมือนจะเป็การยุอัศดินทร์ด้วยซ้ำ
“หึ” อัศดินทร์ยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นใบหน้าขึ้นสีร้อนของนับนทีขณะที่ผิวขาวบางก็ขึ้นสีชมพูไปทั้งเนื้อทั้งตัวเช่นกัน ร่างที่ทั้งหอมหวานและเซ็กซี่ด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งของคุณแม่ลูกหนึ่งดึงให้อัศดินทร์ฝังใบหน้าลงบนผิวเนื้อนุ่มอีกครั้งอย่างลุ่มหลง ไล่ริมฝีปากไปบนลำคอที่เขาฝากรอยริมฝีปากไว้หลายจุดเพื่อขบเม้มเพียงเบาๆให้นับนทีหลุดครางอีกครั้งแล้วลากไล้ริมฝีปากร้อนลงมาที่กลางอกเริ่มการสำรวจที่ยังไม่เสร็จสิ้น
“อื้อ…อื้ม” นับนทีสะดุ้งพร้อมเม้มริมฝีปากกลั้นไม่ให้เสียงครางน่าอายหลุดออกมาเมื่ออัศดินทร์จูบลงบนกลางอก หากแต่อัศดินทร์คือคนที่ชอบเอาชนะมากที่สุดเท่าที่นับนทีเคยรู้จักมา ริมฝีปากร้อนชื้นไล่ไปยังตุ่มไตไวต่อััก่อนจะไล้ลิ้นลากวนรอบฐานจงใจไม่ยอมแตะจุดนั้นในทันทีใช้ลิ้นไล้วนปั่นป่วนให้นับนทีที่บิดกายดิ้นเร่าด้วยความทรมานเพราะอยากให้อัศดินทร์ครอบปากลงไปดูดดึงเสียที
“อัศ ยะ…อย่าแกล้ง” นับนทีอ้อนวอนขอเสียงสั่น
อัศดินทร์เปล่งเสียงหัวเราะพอใจอีกครั้งและยอมจบความทรมานลงตามคำขอของนับนทีด้วยการครอบริมฝีปากลงบนตุ่มไตที่แข็งตึงสู้ปากเต็มที่ ใช้ลิ้นดุนดันให้นับนทีบิดเร่าทรมานก่อนจะครอบริมฝีปากลงมาดูดดึงอีกครั้งและอีกครั้งราวกับพอใจนักหนาที่ได้ยินเสียงครางหวานของนับนทีนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อปั่นป่วนข้างหนึ่งสำเร็จศีรษะที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีดำสนิทก็ย้ายไปยังอีกข้าง ไล้ลิ้นวนรอบฐานแกล้งให้นับนทีทรมานก่อนจะครอบริมฝีปากลงไปบนความแข็งตึงที่กำลังชูชันสู้ปากแล้วดูดดื่มราวกับทารกหิวโหยน้ำนมจากมารดา นับนทีสั่นสะท้านเพราะความซ่านไปทั้งร่างราวกับใจจะขาด
การถูกอัศดินทร์สำรวจทุกซอกทุกมุมเป็การปลุกเร้าให้ร่างกายนับนทีที่ไม่มีใครแตะต้องมานานถึงสี่ปีตื่นขึ้นทุกรูขุมขน อัศดินทร์รู้จุดอ่อนของนับนทีจนทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าแตะตรงไหนนับนทีจะสั่นสะท้านไปทั้งร่างและแตะตรงไหนที่จะทำให้นับนทีร้องขอให้หยุดทรมานเสียที เพียงริมฝีปากของอัศดินทร์ก็สามารถทรมานนับนทีจนร่างอ่อนปวกเปียกแทบหลอมละลายได้แล้ว
อารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าทำให้เหงื่อผุดพรายไปทั่วร่างอาบไล้บนผิวกายขาวจนชุ่มหากยิ่งทำให้กลิ่นหอมบนตัวของนับนทีชัดขึ้นและนั่นยิ่งดึงดูดความ้าของอัศดินทร์ให้มากยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงหอบหายใจเหนื่อยและจังหวะหัวใจที่กำลังรัวกระหน่ำของนับนที อัศดินทร์ได้ขโมยกางเกงนอนออกจากร่างของนับนทีโดยที่นับนทีไม่ทันรู้ตัวสักนิด จนเมื่อร่างกายท่อนล่างัักับอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศนับนทีจึงประจักษ์ชัดว่าบนเนื้อตัวเหลือเพียงชั้นในตัวจิ๋วสีขาวปิดบังท่อนล่างไว้เท่านั้น ราวกับอัศดินทร์ยังเมตตานับนทีอยู่เมื่อในที่สุดก็ยอมปล่อยมือที่ตรึงมือของนับนทีทั้งสองข้างยึดไว้เหนือหัว และนับนทีก็รีบใช้โอกาสนี้ยื่นมือทั้งสองข้างลงไปปิดบังท่อนล่างที่เหลือเพียงชั้นในตัวจิ๋วทันที ก่อนจะรู้ว่าตัวเองคิดผิดว่าอัศดินทร์มีเมตตาไม่ให้รู้สึกอับอายมากนักกับความเปลือยเปล่าจึงปล่อยมือให้เอามาปิดท่อนล่างได้เพราะแท้ที่จริงอัศดินทร์ปล่อยมือนับนทีเพื่อถอดเข็มขัดออกจากกางเกงตัวเองต่างหาก
หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วของนับนทีทวีความรุนแรงมากขึ้น มันตูมตามแทบแล่นออกมานอกอกเมื่ออัศดินทร์กำลังรูดเข็มขัดออกจากเอวและในที่สุดทั้งเข็มขัดและกางเกงของอัศดินทร์ก็ถูกโยนทิ้งเบื้องล่างซึ่งมันคงไปรวมกับชิ้นส่วนเสื้อผ้าของนับนทีที่ถูกโยนทิ้งอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็แน่นับนทีคาดการณ์อย่างสับสนปั่นป่วนไปหมดในช่องอก
อัศดินทร์ไม่ปล่อยให้นับนทีคิดฟุ้งซ่านนานก้มลงมาปิดริมฝีปากที่แห้งผากและสั่นระริกอีกครั้ง หากคราวนี้มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความ้าทวีคูณกว่าคราวแรก อัศดินทร์แทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากเกี่ยวกระหวัดลิ้นของนับนทีและดูดดึงเอาความหวานเข้าไปลิ้มชิมรสอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ แต่ก่อนที่นับนทีจะหมดลมหายใจอัศดินทร์ก็ปรานีด้วยการถอนริมฝีปากออกให้นับนทีโกยอากาศเข้าปอดแม้เ้าตัวจะยังไม่อิ่มกับรสจูบนักก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากแสนร้ายกาจก็ไม่ได้หยุดยั้งแต่อย่างใดอัศดินทร์ลากลิ้นร้อนชื้นลงมาตามลำคอระหงผ่านแผ่นอกขาวบางที่นับนทีหลุดเสียงครางออกมาทันทีเมื่อความร้อนชื้นลากผ่าน ก่อนจะหยุดลงที่หน้าท้องแบนราบแล้วจูบซับลงที่ผิวเนื้อนุ่ม
“อ๊ะ” นับนทีสะดุ้งปล่อยเสียงครางออกมาเมื่อลิ้นอัศดินทร์ไล้วนบนหน้าท้องพร้อมร่างกายบิดเร่าปั่นป่วนในช่องท้อง ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันเมื่ออัศดินทร์จูบซับฝากรอยดูดสีแดงตีตราจองไว้จนเกือบทั่วหน้าท้อง นอกจากนั้นยังจงใจเลื่อนใบหน้าลงต่ำเพื่อปัดริมฝีปากผ่านชั้นในที่เหลือชิ้นเดียวบนร่างนับนทีจนสิ่งที่อยู่ในนั้นกระตุกตอบสนอง นับนทีสั่นสะท้านไปทั้งร่างและอัศดินทร์ก็เปล่งเสียงหัวเราะอย่างพอใจที่แกล้งนับนทีได้อีกครั้ง การทรมานนับนทีในขั้นต่อไปเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งพร้อมสีหน้าพออกพอใจของอัศดินทร์ที่แหวกเรียวขาของนับนทีออก นับนทีเลื่อนมือลงไปปิดส่วนที่อยู่ใต้้ชั้นในด้วยความอาย หันหน้าหนีดวงตาคมที่จ้องพร้อมแสยะยิ้มใส่ตานับนทีอย่างจะแกล้ง
“อะ…อัศ” นับนทีเรียกคนที่ยกเรียวขาทั้งสองข้างของตัวเองไปพาดไว้ที่บ่าเสียงสั่น
“ผมไม่ปรานีพี่หรอก คนโกหกต้องโดนลงโทษ” อัศดินทร์กระซิบบอกเสียงกระเส่าพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขณะที่ก้มลงไปเลียที่ต้นขาด้านในใกล้จุดไวต่อััของนับนทีที่กำลังปวดหนึบ
“อ๊ะ อ๊า” นับนทีเปล่งเสียงครางสั่นสะท้านไปทั้งร่างราวกับถูกไฟช็อต ยกมือขึ้นดันศีรษะอัศดินทร์ให้ออกห่างจากเรียวขาตามสัญชาติญาน หากแต่แรงเท่ามดตะนอยไม่ทำให้อัศดินทร์ระคายสักนิดนอกจากนั้นยังจงใจลากลิ้นไปเลียขอบกางเกงในให้นับนทีปั่นป่วนในอกมากยิ่งขึ้น นับนทีครางเร่าบิดตัวหนีด้วยความทรมานในขณะที่แผ่นอกบางยกขึ้นด้วยความซ่านที่ไม่อาจห้าม
ยิ่งนับนทีครางอย่างทรมานอัศดินทร์ยิ่งแกล้งด้วยการจงใจขบเม้มผิวเนื้อบางต้นขาด้านในจนเกิดรอยแดงหลายจุดและเมื่อพอใจแล้วก็ย้ายไปไล้เลียที่ผิวขาอ่อนอีกข้างพร้อมฝากรอยไว้ไม่ให้น้อยหน้ากันในขณะที่นับนทีบิดเร่าพร้อมกับเปล่งเสียงครางหวานไม่หยุด และในที่สุดปราการชั้นสุดท้ายของนับนทีก็ถูกขโมยไปจากร่าง ชั้นในสีขาวตัวน้อยถูกอัศดินทร์โยนทิ้งอย่างไม่ใยดีเช่นเดียวกับของเ้าตัว นับนทีหันหน้าหลบความใหญ่โตที่กำลังแข็งตึงเต็มที่ของอัศดินทร์เมื่อเผลอจ้องมองจนเต็มตาขณะที่อัศดินทร์โน้มตัวไปหยิบอะไรสักอย่างออกมาจากลิ้นชักหัวเตียง ก่อนความเย็นที่ถูกป้ายลงบนช่องทางรักจะทำให้นับนทีสะดุ้งขึ้นทั้งตัว
“เราจะค่อยเป็ค่อยไป พี่ห้ามเกร็งเพราะมันจะทำให้พี่เจ็บ” อัศดินทร์ก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นับนทียกมือขึ้นปิดหน้าที่กำลังร้อนของตัวเองด้วยความอายเมื่อรับรู้ความหมายของประโยคที่อัศดินทร์เอ่ยบอก อัศดินทร์หัวเราะก้มลงมาจูบฝ่ามือที่กำลังปิดหน้าของนับนทีอย่างนึกเอ็นดู
“อ๊ะ…อัศ” นับนทีสะดุ้งเมื่ออะไรอย่างหนึ่งถูกสอดเข้ามาในช่องทางรักจนเผลอเกร็งตัวรับอย่างลืมตัว
“กอดผมไว้แล้วอย่าเกร็ง ไม่งั้นถ้าผมสอดใส่จริงๆพี่จะเจ็บกว่านี้” อัศดินทร์เอ่ยอ่อนโยน นับนทียกแขนขึ้นกอดอัศดินทร์พร้อมใจที่เต้นระทึก ก่อนจะพยายามผ่อนคลายอย่างที่อัศดินทร์บอกเมื่อสิ่งที่ค้างอยู่ในช่องทางด้านหลังที่เข้าใจว่าเป็นิ้วของอัศดินทร์ขยับเข้าออก นับนทีเพิ่มแรงกอดอัศดินทร์ขึ้นเมื่อนิ้วถูกเพิ่มจำนวนในการสอดใส่เข้าไปด้านในช่องทางรักเพื่อให้ร่างกายนับนทีคุ้นชินกับขนาดจริงของอัศดินทร์ที่จะสอดใส่เข้าไป จนเมื่อความเจ็บทุเลาอัศดินทร์ก็ถอนนิ้วออกและจ่ออย่างอื่นมาถูไถที่ช่องทางรักแทนสักพักจึงดันส่วนหัวของความใหญ่โตที่กำลังขยายใหญ่ของท่อนเนื้อเข้ามาในตัวของนับนทีซึ่งนับนทีเผลอเกร็งรับด้วยความตื่นเต้นอย่างคนไม่ประสาเื่อย่างว่านี้
“อย่าเกร็งไม่งั้นผมจะทำพี่เจ็บนะ” อัศดินทร์สบตาและเอ่ยบอกอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงมาจูบนับนทีด้วยความอ่อนโยนอย่างที่สุดเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บแต่กระนั้นตอนที่ความแข็งขืนถูกดันเข้ามาความเจ็บก็ยังแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนนับนทีต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของอัศดินทร์บรรเทาความเจ็บ จนในที่สุดท่อนเนื้อใหญ่โตก็ถูกดันเข้ามาคับแน่นจนสุดลำในช่องทางรักของนับนที ความแข็งขืนและขนาดที่ใหญ่โตทั้งร้อนผ่าวทำให้ร่างกายของนับนทีมีปฏิกิริยาตอบรับด้วยการตอดรัดถี่ๆ อัศดินทร์กัดฟันกรอดด้วยความทรมานหากแต่ยังไม่เห็นแก่ตัวขยับในทันทีรอให้นับนทีได้ปรับตัวจนร่างเล็กคลายความเกร็งแล้วจึงเริ่มขยับเข้าออก
ท่อนเนื้อที่กำลังร้อนผ่าวและขยายใหญ่เต็มส่วนเสียดสีกับความอ่อนนุ่มของช่องทางรักของนับนที เจลที่ทาลงบนนิ้วที่อัศดินทร์นำร่องเข้ามาก่อนช่วยให้หล่อลื่นได้ดียิ่งขึ้นและลดการเจ็บต่อนับนทีได้ อัศดินทร์กดอารมณ์ตัวเองลงให้ใจเย็นอย่างถึงที่สุดเพราะนับนทียังใหม่อย่างไม่ต้องสงสัยในเมื่อทุกอย่างที่นับนทีทำล้วนเดิมตามการกระทำของเขาทั้งสิ้นและอัศดินทร์รู้ว่าอีกฝ่ายไร้เดียงสาโดยที่ไม่ต้องเอ่ยถามด้วยซ้ำ กายขาวของนับนทีสั่นเทิ้มขณะที่่ล่างกำลังเสียดสีกับความใหญ่โตของเขา เสียงครางหวานเปล่งออกมาสอดประสานกับจังหวะสอดใส่ที่ยังคงเนิบนาบไม่รีบร้อน ผิวขาวขึ้นสีชมพูไปทั้งเนื้อทั้งตัวและชุ่มไปด้วยเหงื่อแม้เครื่องปรับอากาศจะถูกปรับให้อุณหภูมิต่ำมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจสู้แรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้งได้
อัศดินทร์ถูกเล็บของนับนทีฝากรอยไว้กลางหลังครั้งแล้วครั้งเล่าจนรับรู้ได้ถึงความแสบหากนั่นกลับเป็ตัวขับเคลื่อนความ้าให้พุ่งพล่านยิ่งขึ้น อัศดินทร์เร่งจังหวะเสียดสีให้เร็วขึ้นเมื่อนับนทีปรับตัวได้ เปลี่ยนจากกอดนับนทีไว้ทั้งตัวเป็จับข้อมือขาวทั้งสองข้างดึงรั้งให้เข้ามากระแทกกระทั้นจนสุดปลายความยาว
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า" นับนทีเปล่งเสียงครางเมื่อท่อนเนื้อแข็งแตะถูกจุดกระสันไปตามจังหวะเร่งเร้าที่เพิ่มความร้อนแรงมากขึ้น ความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็เสียวซ่าน
“อัศกอดพี่ กอดพี่หน่อย” นับนทีร้องขอเสียงทรมาน อัศดินทร์โน้มตัวลงมากอดพร้อมประกบริมฝีปากกับริมฝีปากนับนทีอย่างร้อนแรงตามอารมณ์ที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหวานให้แก่กันขณะที่ท่อนล่างยังสอดประสานและเพิ่มความเร็วในการเสียดสีกันยิ่งขึ้น เสียงแห่งความเฉอะแฉะดังเคล้าไปกับเสียงครางของนับนทีและเสียงคำรามของอัศดินทร์ ก่อนที่อารมณ์จะถูกฉุดขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเมื่ออัศดินทร์กระแทกกระทั้นความใหญ่โตเข้ามาเสียดสีกับความนุ่มของช่องทางรักของนับนทีอย่างร้อนแรง อารมณ์วิ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดและทุกอย่างก็พร่างพราวขาวโพลนพร้อมร่างของนับนทีกระตุกรับน้ำสีขาวขุ่นจากอัศดินทร์
อัศดินทร์กดจูบลงไปบนหน้าผากขาวที่เปียกไปด้วยเหงื่อ เสยผมที่เปียกชื้นของนับนทีที่ยังหอบเหนื่อยจนอกกระเพื่อมออกจากดวงหน้าก่อนพรมจูบลงไปบนริมฝีปากแดงเจ่อพร่ำบอกอย่างชื่นชม
“เก่งมากคนดีของผม พี่เก่งมาก”
แน่นอนว่าเซ็กส์ครั้งนี้อัศดินทร์หวังผล อยากทำให้นับนทีรู้ว่าคนอย่างเขาน่ะเก่งั้แ่ครั้งแรกเสมอและหวังผลได้ั้แ่ครั้งแรกเช่นกัน
“หายเหนื่อยแล้วใช่ไหม”
“อื้อ” นับนทีเอ่ยตอบรับอย่างเขินอาย
“งั้นก็มาต่อรอบต่อไปกันเถอะ” อัศดินทร์บอกขณะที่พลิกร่างของนับนทีที่ไม่มีเวลาประท้วงด้วยซ้ำให้นอนคว่ำและดึงสะโพกให้ลอยเด่นขึ้นมา สองขาเรียวงามถูกแหวกออกและหลังจากนั้นร่างกายก็สอดประสานอีกครั้งและอีกครั้งจนนับนทีอ่อนแรงและหลับไปกับอกอัศดินทร์ในที่สุด าบนเตียงจึงจบลงได้
นับนทีไม่รู้ว่าขณะที่ตื่นนั้นเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วเพราะอัศดินทร์ดึงผ้าม่านลงปิดทั้งหมดจนห้องมืดสนิท ยกลำแขนแข็งแรงของอัศดินทร์ที่พาดอยู่บนเอวออกอย่างเบามือเพื่อลุกลงจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้ามาสวม อัศดินทร์ยังคงหลับขณะที่นับนทีตัดสินใจจะย่องออกไปจากห้อง
“จะแอบกลับเหรอ จะบอกให้ผมลืมเื่ที่เกิดขึ้นคืนนี้ด้วยหรือเปล่า อย่างที่พี่ทำเมื่อสี่ปีก่อน”
นับนทีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงอัศดินทร์ที่คิดว่ายังหลับดังขึ้นเื้ั เมื่อหันกลับไปดูก็พบว่าอัศดินทร์ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วพร้อมโคมไฟหัวเตียงถูกเปิดให้สว่างสะท้อนให้เห็นดวงหน้าขรึม
“พี่เห็นว่าอัศยังหลับอยู่เลยไม่อยากกวน พี่กลัวลูกตื่นมาเรียกหาพี่แล้วไม่เจอแกจะใ” นับนทีบอกทั้งเสหน้าออกด้านข้างไม่กล้ามองอัศดินทร์ตรงๆ กล้ามเนื้อหกลูกที่เรียงตัวกันสวยบนหน้าท้องทำให้นับนทีหน้าร้อนได้ทุกครั้งเมื่อเผลอมอง ก่อนจะรีบหลับตาปี๋เมื่ออัศดินทร์ลุกลงจากเตียงเพราะนับนทีคิดว่าอัศดินทร์ยังอยู่ในสภาพเปลือยทั้งตัว
“หลับตาทำไม ผมไม่ได้เปลือยซะหน่อย แต่ถึงจะเปลือยก็ไม่ต้องหลับตาหรอกเห็นกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” อัศดินทร์เอ่ยทั้งทำสุ้มเสียงหัวเราะนับนทีที่ยืนตัวลีบหลับตาปี๋อยู่ที่ปลายเตียง นับนทีค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมองเพื่อพบว่าท่อนล่างของอัศดินทร์มีกางเกงนอนสวมอยู่ก่อนแล้วและอัศดินทร์ไม่ได้นอนเปลือยอย่างที่นับนทีคิด และโดยไม่ทันตั้งตัวอัศดินทร์เดินเข้ามาประชิดนับนทีเพื่อประทับจมูกลงบนขมับของนับนทีอย่างรวดเร็วแล้วผละออก นับนทีตัวแข็งทื่อขณะที่อัศดินทร์หัวเราะในลำคออย่างพออกพอใจแล้วเดินไปหยิบเสื้อในตู้มาพาดบ่าก้าวนำออกไปจากห้องนอนก่อน
“รีบออกมาก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจกลับเข้าไปเริ่มอีกสักรอบ”
นับนทีที่ยังยืนตัวแข็งได้สติเมื่อได้ยินประโยคจากอัศดินทร์รีบเดินตามอัศดินทร์ออกไปด้านนอกเพราะรู้ดีว่าคนอย่างอัศดินทร์พูดจริงทำจริงเสมอ ความหน่วงและความชื้นแฉะที่ยังหลงเหลือที่ท่อนล่างบอกความแน่ของคนอย่างอัศดินทร์ได้เป็อย่างดี ที่ด้านนอกอัศดินทร์กำลังเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มอย่างกระหายแล้วยื่นมาให้นับนทีที่เพิ่งรู้สึกถึงความแห้งผากของลำคอเช่นกัน แต่ทว่าก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบขวดน้ำจากมืออัศดินทร์มาดื่มก็ถูกมือใหญ่อีกข้างของอัศดินทร์รวบเอวเข้าไปแนบอกและก้มลงมาประทับจูบนับนทีเพื่อปล่อยน้ำจากปากตัวเองเข้ามาในริมฝีปากของนับนทีแทนน้ำในขวดเสียก่อน ก่อนจะเลยเป็การจูบอย่างยาวนานอีกครั้งและอีกครั้งจนนับนทีหอบหายใจเหนื่อยอัศดินทร์จึงยอมถอนริมปากออกและหันตัวกลับไปหยิบกุญแจรถใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมผิวปากอย่างอารมณ์ดีที่ทำให้ริมฝีปากนับนทีขึ้นสีแดงเจ่ออีกครั้ง อัศดินทร์หยิบเสื้อที่พาดไว้บนบ่ามาสวมก่อนออกจากห้อง หากแต่ก็เอี้ยวตัวมาเอ่ยประโยคหนึ่งกับนับนทีเสียก่อน
“ตัดเล็บด้วย แสบหลัง”
นับนทีหน้าร้อนขึ้นมาเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นรอยเล็บเต็มแผ่นหลังอัศดินทร์และบางรอยก็ลึกจนมีเืซึมออกมาเล็กน้อย ไม่รู้เลยว่าท่ามกลางอารมณ์ที่พุ่งทะยานนั้นได้ฝากหลักฐานไว้บนหลังของอัศดินทร์มากมายขนาดนี้
“สี่ปีก่อนนั่น หลังผมก็ลายเหมือนกัน นั่งเครื่องไปทั้งแสบหลัง”
“อัศหยุดพูดเลยนะ!” นับนทีแหว อัศดินทร์หัวเราะจนไหล่สั่นแล้วหันกลับไปคว้าถุงอย่างหนึ่งติดมือและเดินนำไปที่ประตู นับนทีค้อนแผ่นหลังกว้างทั้งบ่นงุบงิบลำพัง “คนอะไรชอบแกล้ง”
100%
#ซ่อนรักอัศดินทร์
………………………………………………..