ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบเริ่มเปลี่ยนไป
“เ้าเองก็ใช่ว่าจะเก่งกว่าพวกเราไปมากสักเท่าไหร่หากเ้าเก่งจริงก็ลองมาประลองกับข้าสักครั้งสิ ”
“ขยะอย่างเ้านะหรือจะมาประลองกับข้า หัดกลับไปตักน้ำดูเงาหัวของตัวเองก่อนไม่ดีกว่าอย่างนั้นหรือ”
เฟิ่งซูกล่าวพร้อมเดินเข้ามาหาเฟิ่งหยูเขามาพร้อมกับลูกน้องที่ติดตามมาด้วยอีกสี่คนทุกคนต่างอยู่ในขั้นเขตแดนลมปราณระดับห้ามีเพียงเฟิ่งซูที่อยู่ในขั้นเขตแดนลมปราณขั้นที่เจ็ดเพียงคนเดียวเท่านั้น
“หรือว่าเ้ากลัวข้าจนไม่กล้าประลองกับข้า”เฟิ่งหยูกล่าว
“ได้สิ ข้าจะประลองกับเ้าเอง แต่ไม่ใช่วันนี้วันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรงให้เ้าไปรอข้าที่ลานประลองของตระกูลก็แล้วกัน”
“ได้ ข้าจะไปรอเ้าที่ลานประลองของตระกูลพรุ่งนี้ตอนเที่ยงเอง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าหวังว่าเ้าจะไม่หลบหนีออกจากตระกูลไปก่อนการประลองหรอกนะ”เฟิ่งซูมองมายังเฟิ่งหยูอย่างดูถูกเหยียดหยาม
เฟิ่งหยูเดินจากไปโดยไม่สนใจพวกเขาเลยแม้แต่นิด
“พวกเ้ารีบไปกระจายข่าวให้ทั่วตระกูลของเราให้ทุกคนมาชมการประลองในครั้งนี้ข้าจะทำให้มันอับอายขายหน้าต่อหน้าทุกคน”
“ขอรับพี่ใหญ่ พวกเราจะรีบไปกระจายข่าว”
เพียงไม่นานข่าวการประลองระหว่างเฟิ่งหยูและเฟิ่งซูก็กระจายไปทั่วตระกูลเฟิ่ง
เฟิ่งหยูเดินออกมาจากตระกูลเฟิ่งเขามุ่งตรงไปยังูเา เพื่อหาสมุนไพรบางชนิดเขาทราบดีว่าครอบครัวคงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อสมุนไพรให้เขาได้ตลอดเขาจึงคิดแก้ปัญหาโดยการขึ้นไปหาสมุนไพรบนูเาเขาได้ศึกษาคัมภีร์โอสถ์ทำให้สามารถจดจำชื่อ และชนิดของสมุนไพรได้อย่างแม่นยำ
เฟิ่งหยูเดินหาสมุนไพรบนูเาจนถึงเย็นเขาได้สมุนไพรมามากมายพอสมควรเขาแบกสมุนไพรชนิดต่าง ๆ กลับมายังเรือนของเขา เมื่อเขากลับมาถึงบิดาของเขาได้นำสมุนไพรหลากหลายชนิดมากองไว้ในห้องของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เฟิ่งหยูรีบเก็บสมุนไพรเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์จากนั้นเขาจึงอาบน้ำชำระร่างกายและออกไปทานอาหารเย็นกับบิดาและมารดาของเขาเมื่อมาถึงโต๊ะอาหาร บิดาและมารดาของเฟิงหยูนั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้วเฟิ่งหยูนั่งลงรับประทานอาหารร่วมกับบิดาและมารดาของเขา
“เฟิ่งหยูเ้าจะประลองกับเฟิ่งซูในวันพรุ่งนี้อย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับท่านพ่อ ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วงข้าไม่ได้อ่อนแอเช่นแต่ก่อนแล้ว”
“ยังไงก็แล้วแต่เ้าก็ต้องระมัดระวังตัวเองเอาไว้ด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกท่านพ่อพวกเราเพียงแค่ประลองกันเท่านั้นเอง”
“ว่าแต่ท่านพอ โอสถของข้าขายได้ราคาดีหรือไม่”
“อื่มก็ขายได้อยู่ข้านำเงินทั้งหมดไปซื้อสมุนไพรไว้ให้เ้าแล้ว เ้าไม่ต้องกังวน”
“เช่นนั้นก็ดีขอรับข้าเองก็ออกไปหามาเพิ่มเติมแล้ว ขอบคุณท่านพ่อมาก ๆ ขอรับ”
“พวกเราเห็นเ้าหมั่นฝึกฝนเพียงแค่นี้พวกข้าก็ดีใจแล้วพวกเราเข้าใจดีว่าฝึกฝนหลอมกลั่นโอสถมันต้องสิ้นเปลืองเป็อย่างมากแต่หากเ้าสามารถกลายเป็นักหลอมโอสถได้ในอนาคต พวกเราก็จะมีกินมีใช้”
“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”
เฟิ่งหยูรับประทานอาหารเสร็จเขารีบกลับเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์อย่างรวดเร็วเขาเริ่มทำการหลอมกลั่นโอสถระดับสองทันที เขาฝึกฝนอย่างหนัก จนได้โอสถระดับสองมากมายเช่นเดิมเมื่อเขาออกจากเจดีย์ฟ้า์
“ท่านพ่อวันนี้ท่านก็อย่าลืมนำโอสถของข้าไปจำหน่ายให้ข้าด้วยวันนี้ข้าต้องไปประลองกับเฟิ่งซู ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ”
“ได้สิ ข้าจะจัดการให้เ้าเองเ้าเองก็ระมัดระวังตัวเอาไว้ด้วย หากสู้ไม่ได้ก็ยอมแพ้อย่าฝืนให้ได้รับาเ็กลับมาก็แล้วกัน”
“ขอรับท่านพ่อ ข้าไปก่อนนะ”
เฟิ่งหยูเดินออกไปจากเรือนของเขาเฟิ่งหานหลี่จึงเข้าไปในห้องของเฟิ่งหยู พร้อมกับเก็บโอสถของเฟิ่งหยูไว้เขาเองก็ไม่ทราบว่าโอสถที่เฟิ่งหยูหลอมกลั่นออกมานั้นเป็โอสถชนิดใดบ้างเขารีบนำเงินที่เหลือจากการขายสมบัติบางชิ้นไปซื้อสมุนไพรมาไว้ให้เฟิ่งหยูทันที
ทางด้านเฟิ่งหยู หลังจากออกจากเรือนของเขาเขามุ่งตรงไปยังูเา และทำการเสาะหาสมุนไพรทันที จวบจนใกล้ ๆ เที่ยงเขาจึงกลับมาที่ตระกูล เขาแบกสมุนไพรจำนวนมากเดินเข้าไปยังลานประลองเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ลานประลองพบว่ามีผู้คนอยู่เป็จำนวนมาก
“ข้าคิดว่าเ้ากลัวจนไม่กล้ามาประลองกับข้าเสียอีก”เสียงเฟิ่งซูดังมาจากลานประลอง
“เ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวเ้าเช่นนั้นหรือ?”
เฟิ่งหยูวางตระกล้าใส่สมุนไพรลงกับพื้นพร้อมกับเดินตรงไปยังลานประลองทันที
“เ้าหนูนี่ไปกินดีเสือมาหรือยังไงถึงกล้าท้าประลองกับเฟิ่งซู มันไม่รู้หรือไงว่าเฟิ่งซูนั้นอยู่ในขั้นเขตแดนระดับเจ็ดแล้ว”
“ฆ่าตัวตายชัด ๆ มันช่างโง่เขลายิ่งนัก”
ผู้คนต่างพากันมองเฟิ่งหยูด้วยความดูถูกเหยียดหยามพวกเขาไม่คิดว่าเฟิ่งหยูจะมีฝีมือพอที่จะสู้กับเฟิ่งซูได้อย่างแน่นอน
เฟิ่งหยูค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนลานประลองอย่างช้าๆ สายตาของเขาจ้องมองไปทั่วเวทีเขาพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่มาชมในวันนี้ส่วนมากเป็รุ่นเยาว์ของตระกูลเฟิ่ง
เขาเดินไปหยุดอยู่กลางเวที.......พร้อมกับจ้องมองไปยังเฟิ่งซู
“เ้าพร้อมแล้วเช่นนั้นหรือ..”
“ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลย”
เฟิ่งซูปลอดปล่อยลมปราณระดับเจ็ดของเขาออกมาพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาเฟิ่งหยูทันที
เขาปลดปล่อยพลังพร้อมกับเหวี่ยงหมัดเข้าสู่ลำตัวของเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็วเฟิ่งหยูเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยพร้อมกับยกฝ่ามือเหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว
เพี๊ยะ เสียงเฟิ่งซูถูกตบหน้าเข้าอย่างจังพร้อมกับร่างที่ปลิวไปตามแรงตบนั้น
ทุกคนต่างตกตะลึกกับสิ่งที่พวกเขาเห็น
“เป็ไปได้ยังไงเ้าขยะนั่นสามารถทำร้ายเฟิ่งซูได้อย่างนั้นหรือ?”
“เ้า เ้าช่างบังอาจยิ่งนักเ้ากล้าตบข้าอย่างนั้นหรือ?”
“กล้าไม่กล้า ข้าก็ตบเ้าไปแล้ว มีอะไรไหมละ”
“ข้าจะสังหารเ้า เตรียมตัวตายได้เลย.......”เฟิ่งซูกล่าวด้วยความโกรธแค้นเขารู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมากที่ถูกเฟิ่งหยูตบหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย
“อย่าพูดมากเลย รีบเข้ามาเถอะข้าเองก็รอเ้ามาสังหารข้าแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว”
“เ้า เ้า.......”
เฟิ่งซูพุ่งออกมาด้วยความเร็วพร้อมกับะเิพลังปราณออกมาอย่างหนักหน่วงหมัดของเขาพุ่งตรงไปยังศีรษะของเฟิ่งหยูในทันที
เฟิ่งหยูยกแขนขึ้นมากปัดหมัดของเฟิ่งซูอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงตบที่ดังสนั่น
เพี๊ยะ......
ใบหน้าอีกด้านหนึ่งของเฟิ่งซูตอนนี้ทั้งสองข้างบวมบูดจนเกือบจะเหมือนหัวหมูไปแล้วเฟิ่งซูจ้องมองเฟิ่งหยูด้วยความโกรธแค้นเขาถูกตบหน้าเป็ครั้งที่สองแล้วแถมใบหน้าอันหล่อเหลาของเขากลับบวมปูดเหมือนหัวหมูไปแล้ว เขาอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายที่เขาเรียกมาดูเฟิ่งหยูหวังให้เฟิ่งหยูอับอายต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก แต่กลับเป็เขาเองที่ต้องอับอาย
“ไหนเ้าว่าจะสังหารข้ายังไงทำไม่ยังไม่รีบเข้ามาอีก”