ตอนที่ 10
แล้วทำไมอีตานี่ถึงอยากจะตามมาที่บ้านของข้านักล่ะเนี่ย!
ข้าถูกพามายังห้องโถงที่มีต้นไม้เวทมนตร์ขนาดั์ปลูกเอาไว้ตรงกลางบรรยากาศเหมือนกับภาพวาดของสวน์ที่มีจอมมารผมทองขี้เก๊กผสมอยู่ในภาพนั้นด้วย
ชายผมทองนามว่าโซวาโรเดินไปยังโคนต้นไม้ต้นนั้นมันมีขนาดใหญ่จนอาจจะต้องใช้คนนับสิบคนโอบถึงจะมิด ใบสีเขียวอมเหลืองทอง ผลของต้นไม้เวทมนตร์ดูราวกับเป็ตราอัญเชิญที่เรืองแสงสีฟ้าครามข้าเฝ้ามองมันด้วยความเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์อยากให้อีเรเมียได้มาเห็นภาพเดียวกันกับข้าจัง
จริงด้วย!นี่มันผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วนะั้แ่ที่ข้าออกไปมหาดันเจี้ยนและถูกจับตัวมาป่านนี้ท่านแม่และน้องสาวของข้าจะต้องหิวจนแทบแย่แล้ว “ข้าขอกลับก่อนได้ไหม” ข้าร้องขอทันทีที่นึกเื่สำคัญออก
“ไม่ได้ขอรับ”อีกฝ่ายปฏิเสธโดยที่ไม่หันมามองหน้าข้า เหมือนเขาจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าข้ากำลังทุกข์ร้อนใจแค่ไหนอาเธอร์ที่อยู่ในอ้อมกอดของข้าหาวออกมา
“แต่ข้าจะต้องกลับไปดูแลครอบครัวแม่ของข้ากำลังป่วยหนัก น้องสาวของข้าก็ยังไมได้กินอะไรเลยด้วย” ข้าให้เหตุผลชายคนนั้นเดินกลับมาพร้อมกับผลไม้จากต้นไม้เวทมนตร์ที่ดูเหมือนตราอัญเชิญนั่น
โซวาโรทำสีหน้าครุ่นคิด“งั้นข้าจะไปด้วย” อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ นั่นทำให้ข้าขมวดคิ้วเป็ปม
“ไม่ได้! ห้ามพวกผู้ชายเข้าใกล้ครอบครัวของข้าเด็ดขาด!”ข้าห้ามเอาไว้พวกสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายเป็อันตรายต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ รวมถึงคนที่ข้ารักด้วย
“หากท่านยังไม่ลืมศาลสั่งให้ข้าคอยฝึกฝนไปพร้อมๆกับจับตาดูท่านเพื่อไม่ให้ท่านสร้างปัญหาอีกเพราะงั้นข้าจึงไม่สามารถจะปล่อยท่านไว้คนเดียวได้” โซวาโรพูด “ข้าจะไปด้วยขอรับ”ข้ากำหมัดแน่น ชายคนนี้เป็อัจฉริยะในด้านการปั่นประสาทข้าหรือยังไงกันนะ ข้าไม่เถียงอะไรต่อเพราะก็คงจะอ้างเหตุผลสู้อีกฝ่ายไม่ได้
“งั้นก็ตามใจเ้าแล้วกันข้าขอตัวก่อนล่ะ!” ข้าเดินกระแทกเท้าออกมาจากห้องๆนั้นโซวาโรเดินตามมาด้วยอย่างที่เขาได้กล่าวเอาไว้ข้ารู้สึกไม่ดีสุดๆที่มีคนเดินตามหลังมาแบบจงใจยิ่งเป็ผู้ชายที่เหมือนกับจ้องจะคอยทำให้ข้าหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่แล้วจู่ๆไอ้เ้าหัวทองนั่นก็เดินมาตีขนาบข้าโดยที่ข้าไม่ทันตั้งตัวข้าใจนร้องออกมาว่า “อะไรเนี่ย! ถอยออกไปเลยนะ! ส...สิบก้าวเป็อย่างต่ำ!”
“ข้าต้องสอบถามท่านเกี่ยวกับสัตว์อัญเชิญที่ท่านมันเป็หน้าที่ขอรับ” ขามองมาที่อาเธอร์ซึ่งหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของข้า
“เวลาอื่นไม่ได้หรือไงเล่า”ข้าบ่นอุบอิบ เดิมทีคนชั้นล่างของข้าก็เป็จุดสนใจอยู่แล้วการเดินกับโซวาโรยิ่งทำให้ข้าเป็เป้าสายตาเข้าไปใหญ่เหมือนอีตาขี้เก๊กนี่จะมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเส้นทางก็มีคนมากมายเดินมาทักเขาพร้อมกับตั้งคำถามเหมือนๆกันว่าไม่รู้สึกเหม็นสาบชนชั้นล่างแถวๆนี้บ้างเหรอแน่นอนว่าคนพวกนั้น้าจะดูถูกข้า แต่ข้าชินซะแล้วล่ะ
“ปกติถ้าไม่ได้ต่อสู้มันจะหลับแบบนั้นอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า”นายนั่นเปิดประเด็น ถึงข้าไม่อยากจะตอบ แต่ข้าก็ไม่อยากจะถูกหิ้วเข้าลานปะาเช่นกันจึงต้องยอมคุยด้วย
“ถึงต่อสู้มันก็หลับนะ”ข้าแอบแขวะเ้าแมวส้มในอ้อมแขน
“เ้าก็ชมกันเกินไปนะเหมียว”อาเธอร์แสยะยิ้มแบบแมวๆ
และเมื่อข้าเดินจนพ้นเขตประตูกิลด์ไปก็พบเข้ากับลมร้อนๆที่พัดปะทะใบหน้าโซวาโรร้องสั่งข้าว่า “เดี๋ยวก่อนขอรับ”
“อะไรของเ้าอีกล่ะ!” ข้าหันไปเหวี่ยงใส่ “ข้าก็บอกอยู่ว่าต้องรีบกลับบ้านไปดูแลครอบครัวน่ะ”
“ท่านจะเดินไปงั้นเหรอ”โซวาโรถามด้วยใบหน้าเรียบๆไร้อารมณ์เหมือนคนตายแบบที่เขาชอบทำ
“ก็ใช่น่ะสิถ้าไม่เดินจะให้ข้าบินไปงั้นเหรอ” ข้าประชด
“ใช่ขอรับ”อีกฝ่ายตอบกลับ ข้าอ้าปากค้าง
แล้วโซวาโรก็ไปคุยกับใครซักคนให้คนๆนั้นเดินไปจูงกริฟฟินเทียมเกวียนสัตว์อัญเชิญที่รูปร่างเหมือนม้าผสมอินทรีซึ่งคอยลากรถเกวียนโดยศาลที่มีตราอัญเชิญเวทมนตร์ติดอยู่ตามส่วนท้องของเกวียนโซวาโรผายมือไปยังรถนั่น “เชิญขอรับ”
ข้านิ่งไปพักใหญ่การได้นั่งรถเทียมกริฟฟินเป็สิ่งที่ข้าไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสทำอะไรแบบนั้นเพราะถ้าไม่มีเชื้อสายของราชวงศ์และฐานะทางบ้านไม่ร่ำรวยจนเงินเหลือกินเหลือใช้จริงๆก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกบินในเขตเมืองหลวงอย่างเด็ดขาด
ข้าเดินขึ้นไปบนรถเทียมกริฟฟินโซวาโรเดินตามขึ้นมา และข้าก็พบว่าข้ารู้สึกเกร็งจนแทบจะขยับไม่ได้รถเทียมกริฟฟินขยับและค่อยๆบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างนุ่มนวลข้าเคยบินบนท้องฟ้าครั้งนึงแล้วจึงไม่ค่อยได้ตื่นเต้นนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจมันกำลังเต้นแรง อาจจะเป็เพราะว่านี่คือ่ชีวิตหนึ่งที่ข้าได้ปฏิบัติตัวเยี่ยงคนชั้นสูงก็ได้
จากที่ต้องใช้เวลาเกือบๆครึ่งวันในการเดินทางจากใจกลางอาณาจักรสู่บ้านของข้าพวกเราใช้เวลาเท่าๆกับรอให้หัวมันต้มสุกเท่านั้น รถเทียมกริฟฟินบินลงจอดในที่โล่งๆผู้คนแถวนั้นมองสิ่งที่บินลงมาจากบนฟ้าด้วยความแตกตื่น โซวาโรก้าวลงไปเป็คนแรกจากนั้นเขาก็ผายมือเชิญข้าลง ข้าไม่เข้าใจความหมายของการกระทำนั่นซักเท่าไหร่บางทีเขาอาจจะไม่อยากให้ข้านั่งอยู่บนเบาะนุ่มๆนี่ต่อเพราะความรังเกียจก็ได้ข้าะโลงมาจากรถเทียมกริฟฟินก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านท่านแม่และอิเรเมียยังคงอยู่ ณ ที่ที่เดิมข้ามองภาพเ่าั้ด้วยความปวดใจแปล๊บๆก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในครัวและเริ่มเตรียมอาหารพอกลับออกมาข้าก็ร้องโวยวายลั่นบ้านเมื่อโซวาโรถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านของข้าอย่างหน้าตาเฉย
“เ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่นะ!” ข้าะโบอกออกไปก่อนจะทิ้งท้ายคำด่าเจ็บๆแสบๆเอาไว้ว่า“เ้าคนไร้มารยาท” แต่อีกฝ่ายไม่สน เขายกข้อมือของท่านแม่ขึ้นมาแล้วััลงไปด้วยนิ้วสองนิ้วข้ารีบวางถ้วยมันต้มลงก่อนจะพุ่งไปผลักโซวาโรออกมาจากท่านแม่ทว่าเรี่ยวแรงข้าก็มีไม่มากพอที่จะทำเช่นนั้น
“ออก!...ไป!...จากท่านแม่ของข้านะ!”ข้าพยายามออกแรงดัน ให้ตายเถอะ หมอนี่เป็ต้นเสาที่ปักลงไปในพื้นดินหรือยังไงนะทำไมถึงไม่ขยับเลยล่ะ
“นางกำลังแย่”โซวาโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ขอบคุณที่ตอกย้ำน่ะ”ข้าหัวร้อนวูบ “ออกไปได้แล้ว!”
แต่ชายคนนั้นดูเหมือนจะไม่สนความไม่พอใจของข้าเลยเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะชักมือกลับออกมาพร้อมกับตราอัญเชิญสีเขียวเขาบีบมันจนแตกสลาย ปรากฏวงเวทย์สีเขียวขึ้นมาบนฝ่ามือของเขาก่อนที่มันจะปลดปล่อยออร่าอันอ่อนโยนห่อหุ้มร่างท่านแม่ของข้าเอาไว้
อาเธอร์ที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นมามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ
“นั่นเ้ากำลังจะทำอะไรน่ะ!” ข้าร้องถาม
“บางทีนี่อาจจะช่วยบรรเทาอาการหญิงคนนี้ได้บ้าง”โซวาโรตอบกลับ ข้าอึ้ง “มันคือตราอัญเชิญคำอวยพรที่จะทำให้ร่างกายของผู้ได้รับการอวยพรมีความสามารถในการต้านคำสาปเพิ่มมากขึ้นขอรับ”เขาอธิบาย ข้าอึ้งหนักเข้าไปอีก
ตราอัญเชิญที่แพงขนาดนั้นเพิ่งจะถูกใช้ไปกับหญิงชราจากชนชั้นต่ำคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่าเนี่ยอ่ะนะแถมคนที่ใช้ยังเป็คนที่ข้าไม่ชอบสุดๆไปเลยด้วยโลกใบนี้มันจะน่าสับสนเกินไปหน่อยแล้วมั้งแล้วทีนี้ข้าควรทำตัวยังไงกับหมอนี่ดีล่ะเนี่ย
“ข้าไม่ได้ขอให้ช่วยซักหน่อย!” นั่นคือคำๆแรกที่ข้าพูดออกไป แล้วข้าก็เพิ่งนึกได้ว่าข้าพลาดซะแล้วอันที่จริงข้าควรจะบอกว่าขอบคุณพร้อมทั้งขอให้ช่วยท่านแม่ของข้าไปเรื่อยๆจนกว่าข้าจะมีหนทางรักษาสิถึงจะถูกทว่าโซวาโรก็เหมือนจะไม่ได้สนใจใยดีท่าทีก้าวร้าวไร้การสำนึกบุญคุณของข้า
“ถ้าเสร็จแล้วข้าจะรอท่านอยู่ข้างนอกนะขอรับ” พูดจบเขาก็เดินออกจากบ้านไปแต่โดยดีสรุปคือที่เขาไม่ยอมออกไปเป็เพราะอยากอยู่ช่วยท่านแม่หรอกเหรอตกลงหมอนั่นเป็คนดีจริงๆสินะ
ไม่! ผู้ชายไม่มีทางมีเจตนาที่บริสุทธิ์ได้หรอกเขาอาจจะ...กำลังมองหาหนทางอะไรซักอย่างที่จะทำร้ายพวกเราอยู่แน่ๆ ใช่เลย! เขาพยายามทำให้ข้าไว้ใจเพื่อรอจังหวะหักหลังแล้วเอาเื่นี้ไปเล่าให้กลุ่มเพื่อนผู้ชายฟังในวงเหล้าพร้อมทั้งหัวเราะอย่างมีความสุขมันต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ
อย่าหวังเลยว่าข้าจะถูกความใจดีของเ้าปั่นหัวเอาได้ข้าไม่มีวันเชื่อใจพวกผู้ชายหรอก แบร่!
โปรดติดตามตอนต่อไป