เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 2 ยึดแม่งเลยธนาคาร



    วันนี้ผมเปลี่ยนสภาพจากนักศึกษากลายเป็นพนักงานบริษัทเต็มตัว ผมไม่ได้เป็นโบรกเกอร์หรือเป็นอะไรหรอกนะ ผมเป็นแค่พนักงานคีย์ข้อมูลเท่านั้นแหละบริษัทของคุณวรเดชชื่อวิทยทรัพย์ เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการลงทุน เปิดคอร์สสอนหุ้น ให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนผมเดินทางไปพบกับคุณวรเดชที่บริษัทของเขาซึ่งอยู่ในตึกใหญ่ ออฟฟิตของเขาอยู่ที่ชั้นยี่สิบเอ็ด เมื่อขึ้นลิฟต์ไปก็พบกับพนักงานบริษัท ผนังออฟฟิตเป็นสีเหลืองดูอบอุ่น ผมพบพนักงานสาวสวมชุดน้ำเงินคนหนึ่ง เธอนั่งอยู่หน้าออฟฟิตเดาได้ไม่ยากว่าเธอคือประชาสัมพันธ์ของบริษัท เธอไว้ผมยาวหน้าตาจิ้มลิ้ม “ผมมาพบคุณวรเดชครับ” “อ้อ คุณพล็อตใช่ไหมคะ” พนักงานสาวถาม“เอ๋ รู้จักผมด้วยเหรอ?” “ค่ะ ข่าวที่คุณวรเดชรับคุณพล็อตเข้าทำงานดังไปทั่ว คุณวรเดชสั่งให้คุณพล็อตเข้าพบได้ทันทีค่ะ” พนักงานสาวบอก“ขอบคุณครับ” ผมบอกผมเคาะประตูห้องและเดินเข้าไปห้องทำงานคุณวรเดช มันกว้างใหญ่มากๆ เลย ปูด้วยพื้นไม้ขัดมันงดงาม เก้าอี้และโต๊ะที่ทำงานสีดำดูน่าเกรงขาม มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะสามจอ หูย สมเป็นนักเล่นหุ้นของจริงคุณวรเดชสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงินนั่งคลิกอะไรอยู่ไม่รู้“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คุณวรเดชยิ้ม “สวัสดี พล็อต ผมรอคุณอยู่”“ขอบคุณนะครับที่รับผมเข้าทำงาน” ผมบอก“ไม่เป็นไร ฉันก็ขาดคนอยู่พอดี ช่วงนี้กำลังขยายบริษัท”“จะให้ผมทำหน้าที่อะไรครับ” ผมถาม“เธอถนัดด้านไหนล่ะ” “ผมชอบเกี่ยวกับหุ้นมากเลย ผมอยากเล่นเป็น”“งั้นฉันให้เธอเป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง (Marketing) ละกัน ให้เธอดูแลลูกค้า หาลูกค้าเข้าบริษัท ระหว่างนั้นก็เรียนรู้วิธีเล่นหุ้นไปด้วย เธอทำได้ไหม”ผมรีบรับคำ “ได้ครับๆ”
    “เธออยากรวยไหม?” คุณวรเดชจู่ๆ ก็ยิงคำถามนี้ขึ้นมา“คะ..ครับ” ผมรีบตอบ แหม ถามแบบนี้ใครก็ตอบรับทั้งนั้นแหละคุณวรเดชจ้องตาผม “จำไว้ในตลาดหุ้นมีคนอยู่สองประเภท หนึ่งคนที่โลภ อยากรวย อยากได้เงิน สองคนกลัว กลัวจะขาดทุน กลัวจะหุ้นตก เธอว่าตอนนี้คนในตลาดหุ้นเป็นยังไง”ผมครุ่นคิดมันไม่ได้ตอบยาก “คนกลัวครับ ตอนนี้หุ้นตกเกือบทุกวันเลย ดัชนีตกจากสามพันกว่าจุดเหลือเพียงสองพันสองร้อยจุดแล้ว ผมเห็นแต่คนบ่นอยากเลิกเล่นหุ้นทั้งนั้น”“เราจะใช้ประโยชน์จากความกลัวคนพวกนี้” คุณวรเดชบอกผมนิ่งเงียบ ผมไม่ค่อยเข้าใจคุณวรเดชเงียบและพูดขึ้น “แล้วหุ้นมันจะตกอีก คนจะกลัวเพิ่มขึ้นอีก”“ตกอีกเหรอครับ แค่นี้ก็แย่ละนะครับ” ผมบอก“ถ้าตกแล้วมันรวยเธอไม่เอาเหรอ?” คุณวรเดชยิ้ม “เอาครับ” ผมรีบบอก“งั้นฉันจะให้เธอไปทำหน้าที่หนึ่ง ถ้าทำได้จากเด็กไม่มีเงินแม้กระทั่งเรียนหนังสือจะเป็นมหาเศรษฐีในชั่วพริบตา” คุณวรเดชยิ้มรอยยิ้มของคุณวรเดชทำให้ผมใจเต้นตึกตัก ผมรีบถามว่า “ผมจะต้องทำไงครับ?”“ธนาคารรักเมืองไทย มีทรัพย์สินรวมเกือบ 1 ล้านล้านบาท แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่แย่แบบนี้ ทำให้มีหนี้เสียมากถึงสามแสนกว่าล้าน” คุณวรเดชบอก“แล้วไงครับ?”“แต่ข่าวนี้ยังไม่มีคนรู้ หน้าที่เธอก็ง่ายมาก ปล่อยข่าวเรื่องหนี้เสียสามแสนล้านของธนาคารรักเมืองไทยออกไปในโลกโซเชียล สมัครไอดีปลอมสักหลายไอดี ทำให้คนในตลาดหุ้นตื่นตระหนก เทขายหุ้นธนาคารนี้ออกมา ตอนนี้ราคามันอยู่ที่ 130 บาท ถ้ายิ่งตกไปเหลือไม่กี่บาทก็ยิ่งดี ฉันจะใช้เงินทุนของบริษัทฉันซื้อหุ้นธนาคารนี้ทั้งหมด จากนั้นฉันก็เป็นเจ้าของธนาคาร”“อ้อ เป็นวิธีการทุบหุ้นให้ลงมาต่ำๆแล้วช้อนซื้อราคาถูก” ผมรีบโชว์ความรู้“นั่นแค่เศษเสี้ยวของแผน” คุณวรเดชบอกเอ๋ ยังมีแผนอีกเหรอ?“ก่อนอื่นชั้นจะชอต (Short-เล่นตก) หุ้นธนาคารตัวนี้ไว้ ยิ่งมันตกเท่าไร ฉันก็ยิ่งกำไรเท่านั้น เมื่อมันตกจนได้ราคาที่ฉันพอใจ ฉันค่อยช้อนซื้อ”“ได้กำไรสองต่อสินะครับ” “ไม่ใช่ เป็นสามต่อ” คุณวรเดชบอก“เมื่อธนาคารหนึ่งมีหนี้เสียแทบจะล้มละลาย ก็จะเกิดปรากฏการณ์แห่ถอนเงินจากประชาชน สุดท้ายจะลามเป็นโดมิโน ประชาชนจะแห่ถอนเงินจากทุกธนาคาร จากนั้นรัฐบาลจะยื่นมือเข้ามาช่วยเพื่อหยุดวิกฤติ เราก็จะได้เงินกู้ก้อนโตแต่ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล ธนาคารของฉันก็จะมีเงินทุนสำรองก้อนโต เมื่อวันหนึ่งเศรษฐกิจฟื้น ฉันก็จะกลายเป็นเจ้าของธนาคารอย่างสมบูรณ์พร้อมทรัพย์สินมหาศาล”“แต่เราเป็นหนี้รัฐบาลก็ต้องจ่ายหนี้คืนนี่ครับ” ผมแย้งเล็กๆ ด้วยความสงสัย“โถ กว่าจะถึงเวลาเริ่มจ่ายหนี้คืน เราก็จะบอกว่าสถานการณ์ธนาคารไม่ดีขึ้น ขอลดหนี้หน่อย ลดไปลดมา เราก็เหลือเงินหลายหมื่นล้านอยู่ดี รัฐบาลทั่วโลกก็เป็นแบบนี้ต้องยอมธนาคาร” คุณวรเดชบอกผมฟังจนอ้าปากค้าง โหนี่มันอะไรวะเนี่ย ดูมันชั่วร้ายแต่ก็ยิ่งใหญ่ แม่งสุดๆ ไปเลยเว่ย“จริงๆ ยังมีวิธีรวยกว่านั้นอีก” คุณวรเดชบอก“อะไรเหรอครับ?”“ทำลายตลาดหุ้น แล้วเธอจะมีเงินไม่จำกัด” คุณวรเดชยิ้มผมนี่ใจหายวาบ ทำลายตลาดหุ้น เฮ่ย มันทำได้ด้วยเหรอผมใจเต้นตึกตักรอฟังแผนสุดยอดของคุณวรเดช


    จบตอนที่ 2คุณวรเดชจะมีแผนอะไร ทำลายตลาดหุ้นคืออะไร โปรดติดตาม