ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา จินน่าเป็สิ่งเดียวที่ปลอบใจให้หายรวดร้าวจากความผิดพลาดที่เขาเลือกแต่งงานกับเอรามินต้า และช่วยให้เขาคลายความอาลัยอาวรณ์ในตัวมอร์โร่ว์ ลูกสาวที่เกิดจากอัลลิสันลงได้ด้วย
ดังนั้น จินน่าจึงไม่เพียงแต่จะได้รับความรักจากพ่อในส่วนที่เธอควรได้เท่านั้น แต่ยังได้รับในส่วนที่มอร์โร่ว์ควรจะได้ด้วย จนกระทั่ง เมื่อเอรามินต้าเดาเื่นี้ได้ จึงเริ่มใช้จินน่าเป็เครื่องมือในการต่อต้านเขา ออกจะโชคดีที่นาธานไม่ต้องพลอยตกเป็เครื่องมือไปด้วย
แต่ขณะนี้จินน่ากำลังตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าครั้งใดและชาร์ลส์ก็แทบไม่มีทางทำอะไร เพื่อช่วยเหลือลูกสาวได้เลย ที่มันน่าแปลกใจก็คือ ทำไมในเมื่อมีผู้ชายอยู่ครึ่งค่อนโลก จินน่าจึงต้องพบกับเด็กหนุ่มคนนั้นและกลายเป็ปัญหาขึ้นมาได้
ชาร์ลส์อยากจะตำหนิตัวเองที่ส่งลูกไปอยู่วอชิงตันถึงสามเดือนเต็มก่อนที่เขากับเอรามินต้าจะเดินทางออกจากอังกฤษ
ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงที่ผ่านไป ชาร์ลส์ไม่ได้นึกถึงนายแพทย์เบนเนทท์ จาไมสัน ศัลยแพทย์อีกคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในรถม้าฟากตรงข้ามเลย
ในที่สุดนายแพทย์ผู้นั้นก็ส่งเสียงกระแอมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ผมคิดว่าป่านนี้คนอื่นๆ คงไปถึงนิวยอร์คแล้วนะครับ”
“น่าจะเป็อย่างนั้น”
“ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจยังไงไม่รู้ชาร์ลส์ อันที่จริงผมก็รู้อยู่หรอกนะว่าเื่นี้มันต้องเก็บเป็ความลับ แต่ถึงยังไงผมก็คิดว่าประธานาธิบดีน่าจะรับการผ่าตัดในโรงพยาบาลมากกว่า ไม่ใช่ไปผ่ากันบนเรือยอร์ทช์ที่ลอยลำอยู่ในอีสท์ ริเวอร์อย่างนี้”
เป็ครั้งแรกที่ชาร์ลส์หันมามองเพื่อนร่วมงานของตนด้วยสายตาพินิจพิจารณา
“ถามจริงๆ เถอะ เบนเนทท์ ว่าอะไรกันแน่ที่มันรบกวนใจคุณ”
“ก็ไอ้เื่ความไม่คงที่ของกระแสน้ำนั่นแหละนั่นก็เื่หนึ่ง แล้วถ้าเรือมันเกิดไปชนกับอะไรเข้าสักอย่างหรือว่าน้ำมันเกิดเอ่อขึ้นมา ขณะที่มีดผ่าตัดมันกำลัง...”
“คุณเคยเจ็บป่วยทางอารมณ์บ้างไหม”
“เอ๊ะ คุณรู้ได้ยังไงน่ะ” เบนเนทท์มีสีหน้าใและชาร์ลส์ก็ยิ้มให้
“ผมว่าคุณกำลังทำให้โลกหมองหม่นลงอยู่นะ”
“ผมว่าไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาคุณไปได้เลยนะชาร์ลส์”
“คุณเข้าใจผิดแล้วละเบนเนทท์ บางครั้งผมก็เคยคิดนะว่าอะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นกับคนอื่นน่ะ ถ้ามันเกิดขึ้นกับผมบ้างละก็จะต้องเป็เื่ใหญ่ทีเดียว”
เบนเนทท์หัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่รู้สึกไม่สบายใจ
“ผมรับรองว่าเรือยอร์ทช์ลำนั้นจะนิ่งสนิทยิ่งกว่ารถม้าคันนี้ทีเดียวละ”
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงผมก็คงรักษาตัวรอดได้”
ทั้งสองต่างมองตากันและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก คำพูดของเบนเนทท์ทำให้ชาร์ลส์ต้องคิดถึงโอกาสรอดของประธานาธิบดี มะเร็งเป็โรคร้ายไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับส่วนไหนของร่างกาย แต่มะเร็งตรงปากเป็ส่วนที่อันตรายที่สุดอาจจะทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวได้ แม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาให้หายแล้วก็ตาม
ชาร์ลส์อดคิดต่อไปไม่ได้ว่าการที่คลีฟแลนด์ชอบสูบซิการ์นั้นมันมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคขึ้นได้ เขาเคยเห็นมาแล้วในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าคนที่หลงใหลในซิการ์ไปป์ หรือฝิ่นมักจะเป็โรคร้ายนี้ ทุกโรงพยาบาลมีคนไข้ประเภทนี้เต็มไปหมด
รถม้าคันนั้นแล่นผ่านไปตามถนนในเมืองชนบท ต้องลดความเร็วลงบ้างเมื่อเจอเข้ากับวัวหรือหมูที่เดินเกะกะขวางทาง จนเมื่อผ่านไปแล้วจึงได้เร่งความเร็วขึ้น เมื่อลมแรงขึ้น ชาร์ลส์ก็ทอดสายตาเหม่อมองดูเรือลำเล็กลำน้อยที่เห็นเป็จุดอยู่ตรงขอบฟ้า แต่เมื่อรถม้าเคลื่อนใกล้อ่าวเข้ามา มีเรือเพียงไม่กี่ลำที่เดินทางเข้ามาเทียบท่าได้อย่างปลอดภัย
โดยรอบตัวเขาขณะนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตจิตใจ ใบเรือแต่ละลำสั่นะเืราวสายซอ และจากเสียงคลื่นลมที่ได้ยินอยู่ทำให้เขารู้สึกได้ว่าการเดินทางเที่ยวนี้เห็นจะไม่สงบเงียบเช่นที่คิดเสียแล้ว สำหรับตัวเขาเองนั้นชาร์ลส์ไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไร แต่เบนเนทท์คงจะไม่ใช่เพื่อนร่วมทางที่ดีนัก
อย่างไรก็ตาม รถม้าคันนั้นไม่ได้พาเขาตรงไปยังท่าเทียบเรือเสียทีเดียว แต่ไปจอดลงตรงหน้าร้านขายอุปกรณ์การตกปลา ซึ่งนายแพทย์ทั้งสองถูกพาตัวเข้าไปในห้องเล็กหลังร้านอย่างเร่งรีบ เ้าหน้าที่ซึ่งมารออยู่ที่ร้านบอกกับทั้งสองว่า
“กรุณาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ด้วยครับ”
พอชาร์ลส์เห็นเสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ให้เขาก็ถึงกับหัวเราะออกมา
“ผมว่าถ้าเ้าหน้าที่รักษาการณ์อยากจะให้เราปลอมตัวละก็น่าจะหาเสื้อผ้าแบบที่มันเรียบๆ กว่านี้ สวมชุดนี้เข้าไปแล้วผมมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็กัปตันเรือสำราญที่ล่องอยู่ในแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ไม่มีผิด”
“ผมก็ว่ามันดูแปลกไปอีกแบบหนึ่ง ดีเหมือนกันละชาร์ลส์ เสื้อแบบนี้มันเป็เครื่องแบบของยอร์จทาวน์ ยอร์ชคลับ ก็เหมาะสมดีแล้วนี่ แต่คุณคงไม่รู้หรอกนะ เพราะเพิ่งมาจากอังกฤษนี่”
ชาร์ลส์ขยับปากจะพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยเดินถืออุปกรณ์การตกปลา ซึ่งเ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ออกมาภายนอกปรากฏว่ารถม้าคันที่พาเขาทั้งสองมาหายไปแล้ว แต่มีรถม้าอีกคันหนึ่งมาจอดรอแทนที่
“ตายจริง...”
“อะไรหรือชาร์ลส์” เบนเนทท์ถามเสียงเบา
“ก็กระเป๋าของเราน่ะสิ รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ของผมด้วย มันอยู่ในรถม้าอีกคันหนึ่ง” เขาร้องอย่างไม่พอใจ
ไม่มีทางจะทำอะไรได้เลย นอกจากจะลงไปที่เรือแล้วก็บอกให้เ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวรู้ว่ายังไปไหนไม่ได้จนกว่าจะตามกระเป๋ากลับมาได้เสียก่อน ชาร์ลส์ตำหนิตัวเองอย่างหนักที่ปล่อยให้มีใครมาหยิบกระเป๋าใบสำคัญนั่นไปเสียได้
เพียงครู่รถม้าคันนั้นก็มาจอดลงตรงสะพานเรือ เ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูรถให้
“คุณหมอฟอร์ไซท์ใช่ไหมครับ”
“ครับ”
“และอีกท่านหนึ่งก็คงเป็คุณหมอจาไมสันสินะครับ”
“ถูกต้อง”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญขึ้นเรือได้แล้วครับ”
“เราเห็นจะยังไปไม่ได้หรอก” ชาร์ลส์ตอบออกไป “เพราะว่ากระเป๋าเสื้อผ้าของเราอยู่ในรถม้าอีกคันหนึ่ง...”
“ตอนนี้เราเอาลงไปเก็บไว้ในเคบินส่วนตัวแล้วละครับ”
“อ้าว แล้วกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ของผมล่ะ”
“ทุกชิ้นเลยครับ ส่งเครื่องมือตกปลามาให้ผมได้เลย ผมจะช่วยถือให้”
ขณะทุกคนเดินไปขึ้นเรือปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่บนดาดฟ้าแล้ว เขาเป็คนรูปร่างล่ำสันไว้หนวดเคราผิวคล้ำจัดบอกให้รู้เป็ผู้สมบุกสมบันอยู่กับท้องทะเลมานาน
“ผมจะพาคุณหมอไปที่ห้องพักนะครับ สำหรับตอนนี้คุณหมอคงต้องอยู่ในห้องข้างล่างไปพลางก่อนจนกว่าเรือจะออกพ้นอ่าวแล้ว เราไม่ค่อยไว้ใจเรือทุกลำที่กลับเข้าเทียบท่าตอนนี้ เอาเป็ว่าหลังจากออกสู่ทะเลหลวงแล้ว คุณหมอจะขึ้นมาบนดาดฟ้าเมื่อไหร่ก็ได้”
“ผมคิดว่าคุณคงไม่ได้เห็นหน้าผมจนกว่าเราจะถึงจุดหมายหรอก” เบนเนทท์เอ่ยขึ้น “เพราะผมตั้งใจแล้วว่าจะอยู่แต่ในห้องให้นานที่สุด”
เมื่อชาร์ลส์มาถึงห้องเคบินของเขาก็พบว่าทั้งกระเป๋าเสื้อผ้าและอุปกรณ์การแพทย์ถูกนำมาวางไว้ให้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว กระนั้นเขาก็ยังต้องเปิดออกตรวจดูภายในเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือทุกชิ้นอยู่อย่างครบครัน
ทั้งนี้เพราะเครื่องมือแต่ละชิ้นนี้ทำจากเหล็กเนื้อดีที่สุด ชาร์ลส์ต้องเสียสละเงินเป็จำนวนไม่น้อยเลยเมื่อซื้อเครื่องมือชุดนี้ไว้ใช้ประจำตัว แต่ละชิ้นล้วนแต่เหมาะมือ เขาไม่เคยต้องผิดหวังเลยเมื่อหยิบมันขึ้นมาใช้
เมื่อเรือเริ่มเคลื่อนออกจากท่าเทียบมันก็ไม่มีอะไรให้ชาร์ลส์ทำอีกจนกว่าจะออกพ้นเวิ้งอ่าว เขาถอดเสื้อนอกสีน้ำเงินเข้มประดับด้วยกระดุมทองออกแขวนตรงตะขอแล้วก็ทอดตัวลงนอนบนเตียงหลับตาลงปล่อยให้เสียงเครื่องยนต์ที่เดินเรียบช่วยขับกล่อมแทนเสียงเพลง
และแล้ว อดีตที่ผ่านมานานเต็มที่ก็เริ่มปรากฏขึ้นในมโนภาพ เขามองเห็นราวป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลของแคนาดา ต้นไม้แต่ละต้นที่ใหญ่ขนาดหลายคนโอบซึ่งเสียดยอดขึ้นสู่ท้องฟ้า แพซุงที่ลอยล่องมาตามลำน้ำและมาติดกันอยู่แน่นขนัดจนสามารถเดินผ่านไปได้ รวมทั้งภาพเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งกำลังดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่ในสายน้ำขณะที่ซุงจำนวนมากมายที่ลอยตามน้ำมากำลังจะกระแทกเข้าใส่