ตอนที่ 12 ไม่ยอมไป
เพื่อให้แน่ใจว่าชิงฉางจะไม่รอนานจนเกินไป ฟางจึงเดินเข้ามาคำนับพร้อมกับพูดว่า“นายน้อยครับ กระผมได้เตรียมเื่ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ผมจะออกเดินทางเร็ว ๆ นี้”
ชิงฉางพยักหน้า “ไม่จำเป็ต้องรีบก็ได้อย่ากังวลเื่หัวไชเท้าจะเสีย ด้วยความสามารถนี้ ผมสามารถที่จะเก็บไว้ได้สิบปีก็ไม่เสีย หลังจากที่คุณออกไปปู่ต้องหาลูกค้ารายใหญ่ที่พร้อมจะทำสัญญาระยะยาวกับพวกเราด้วย ปู่ต้องจำไว้ว่าพวกเราจะเพาะพันธุ์กระต่ายเนื้อและสิ่งนี้ก็จำเป็ต้องขายผ่านพวกเขาด้วยเช่นกัน ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิดหลังจากที่พวกเขาใกับคุณภาพของหัวไชเท้าเวทย์มนตร์ของเราอาจทำให้ราคาเ้าอื่นตกได้ นี่เป็สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมรับมือไว้ด้วย
ฟางพยักหน้า จากนั้นชิงฉางก็บอกให้ฟางนั่งลง “ปู่ฟางเชิญนั่ง ผมรู้สึกไม่สบายใจเลยที่คุณยืนแบบนี้ นั่งลงเถอะครับผมยังมีหลายอย่างที่จะบอก กังไปนำอาหารเช้ามาให้ปู่ฟางทานหน่อย”
กังเหลือบมองยังฟาง ฟางพยักหน้าก่อนที่กังจะหันไปทางห้องครัวจากนั้นฟางจึงนั่งลง ชิงฉางเข้าใจดีว่าด้วยลักษณะของฉางในอดีต หากไม่ได้ฟางช่วยดูแลเขาไว้ ฉางคงจะตายไม่รู้กี่พันครั้งแล้ว เขาจึงยอมรับกับอำนาจของฟางที่มีอยู่ในตอนนี้[ผู้แต่ง : ความหมายคือชิงฉางนั้นมีฐานะเป็ผู้นำตระกูล แต่กังกับไม่รับคำสั่งเขาตรงๆ ต้องให้ฟางยืนยันอีกที ทำให้เป็เื่ของลำดับการใช้อำนาจ]
หลังจากฟางนั่งลง ชิงฉางจึงพูดต่อไปว่า “ปู่ฟาง ตอนนี้ผมคิดว่าพวกเรายังมีหวังหากเก็บตัวอยู่เงียบๆ แม้ว่าผมเราจะมาอยู่ในแดนทมิฬแล้วก็ตาม ถ้าหากเราทำบางอย่างที่ขัดใจกับพวกขุนนางเ่าั้ผมว่าเราต้องจบสิ้นแน่ พวกเราต้องไม่ให้ใครรู้เกี่ยวกับการเจรจาในครั้งนี้”
ฟางพยักหน้า ก่อนที่ชิงฉางจะถอนหายใจ “แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าทำไมขุนนางเ่าั้ถึงไม่ฆ่าผมแต่กลับส่งผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมรู้ว่าพวกขุนนางก็ยังคงกังวลอยู่ หากพวกเขา้าจะจัดการพวกเรา พวกเขาต้องจ่ายราคาอย่างงาม ซึ่งคงไม่คุ้มหากจะ้าทำลายตระกูลที่หมดอนาคตนี้แต่หากพวกเขารู้ว่าตระกูลเฉินอู้จะรุ่งเรืองอีกครั้ง พวกเขาคงจะทำทุกวิถีทาง เพื่อทำลายพวกเราแน่ นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมพวกเราต้องทำอย่างลับ ๆ แม้ว่าจะทำตัวแบบคนขี้ขลาดก็ต้องทำรอจนกว่าวันที่ตระกูลเฉินอู้มีกำลังมากพอ ตอนนี้พวกเราก็ทำตามนี้ไปก่อน”
ดวงตาของฟางแสดงให้เห็นถึงความสนใจ ก่อนที่จะยืนคำนับชิงฉาง“ไม่ต้องเป็กังวลครับนายน้อย ผมจะจัดการเื่นี้อย่างรอบคอบที่สุด”
ชิงฉางพยักหน้า “อย่าทำอย่างนี้ปู่ฟาง นั่งลง ปู่จำไว้ว่าหัวไชเท้าเวทย์นี้เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้น ต่อไปผมจะทดลองสิ่งต่าง ๆ ดูอีกซึ่งผมจะลองดูว่าจะเปลี่ยนดินของแดนทมิฬข้างนอกให้สามารถเพาะปลูกพืชได้ ซึ่งจะเป็ประโยชน์ต่อเรามาก แต่เราต้องใช้แรงคนจำนวนมาก ดังนั้นปู่จำเป็ต้องซื้อทาสทุก ๆ ทางที่เป็ไปได้ ไม่ต้องคำนึกถึงเผ่าพันธุ์ตราบเท่าที่พวกเขาใช้งานได้หรือมีทักษะซื้อพวกเขามาให้หมด แต่อย่างไรก็ตามจะต้องไม่เกิดเป็ที่สนใจมากจนเกินไปปู่ต้องทำอย่างระมัดระวังด้วย”
ฟางพยักหน้า ผมว่าตอนนี้นายน้อยเปลี่ยนไปมาก ถ้าหากเป็เมื่อก่อน
นายน้อยคงไม่สามารถที่จะมีความคิดที่ลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็ผลดีต่อตระกูลเฉินอู้อย่างมาก
ตอนนี้เองกังก็นำอาหารเช้ามาให้ฟาง ชิงฉางมองไปยังจานอาหารที่เรียบง่ายของฟาง ทำให้ชิงฉางส่ายหัว“ปู่ฟางหลังจากที่หัวไชเท้าเวทย์มนตร์ถูกขายไปแล้ว อย่างแรกเราจะซื้อกระต่ายเนื้อจากนั้นซื้อไก่ขนแดง และก็ปลาเนื้อนิ่มมาด้วย ในคูน้ำของเมืองยังว่างอยู่และมันดูจะเหมาะแก่การเลี้ยงปลา ตอนนี้เรายังไม่ต้องกังวลเื่จำนวนเงินผมต้องทำให้ความเป็อยู่ของพวกเราดีขึ้นก่อน เมื่อปู่ไปอย่างกลัวว่าพวกเขาจะ้าหัวไชเท้าเวทย์มนตร์เท่าไหร่ผมสามารถหาได้มากตามที่พวกเขา้า แต่ผมคิดว่าหากมีหัวไชเท้าเวทย์มนตร์จำนวนมากไปถล่มตลาดแบบนั้นจะต้องมีคนสืบเื่นี้แน่ ๆ ดังนั้นปู่อย่าให้พวกนั้นสาวมาถึงพวกเราได้ด้วย นอกจากนี้ช่วยซื้อหนังสือมาด้วย หากเป็หนังสือที่เกี่ยวกับพืช และสัตว์ในทวีปนี้มันจะเป็ประโยชน์อย่างมาก อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมคิดว่าที่เหลือปู่คงจะจัดการได้ ตอนนี้เราไม่มีกำลังคนที่จะใช้ป้องกันปราสาทเลยดังนั้นหากมีโอกาสก็หาทาสที่มีความสามารถทางทหารมาด้วย พวกเราจะค่อยพัฒนาไปทีละนิดโดยเราจะทำให้เรามีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นก่อน”
ฟางตั้งใจฟัง และจดจำทุกอย่างที่ชิงฉางพูด เื่เหล่านี้มีมุมมองต่าง ๆ ที่สำคัญแต่ด้วยความสามารถของเขาทำให้เขาสามารถจัดการเื่เหล่านี้ได้
เมื่อฟางทานเสร็จ จึงสั่งให้กังเก็บถาดอาหารไปยังห้องครัว เขาลุกขึ้นมา “นายน้อย ผมขอลาไปจัดการธุระที่นายน้อยสั่งก่อน ผมจะไม่อยู่ใน่นี้ หากมีปัญหาอะไร กรุณาถามหลี่นาได้เลย นายน้อยโปรดดูแลตัวเองด้วย คุณคือความหวังสุดท้ายของตระกูลเฉินอู้ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมเองก็คงไม่มีหน้าไปพบท่านปู่ของคุณ
ชิงฉางยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องเป็ห่วงปู่ฟาง ผมรู้ว่าผมต้องทำอะไร ไปดีมาดีนะครับจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จริงสิตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดคงจะเป็การขนส่งหัวไชเท้าเวทย์มนตร์เหล่านี้ ถ้าหากคุณจัดการเื่เหล่านี้เสร็จคุณช่วยนำไปมอบด้วยตัวคุณเองด้วยจะได้ไม่เป็ที่สนใจมาจนเกินไป คุณคิดว่าอย่างไรบ้าง?”
ฟางครุ่นคิด “โปรดให้ผมจัดการเื่นี้เอง นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วง ผมจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด”
ชิงฉางพยักหน้าก่อนที่จะคำนับฟาง “ปู่ฟาง ผมขอขอบคุณปู่ในนามของตระกูลเฉินอู้มากๆ จากวันนี้เป็ต้นไปคุณคือครอบครัวของผม”
ฟางยอมรับในตัวชิงฉางก่อนที่จะหัวเราะออกมา “นายท่านทั้งสองพวกคุณเห็นไหมตอนนี้นายน้อยเป็คนที่พึ่งพาได้แล้วนายน้อยมีความคิดอันชาญฉลาดพอจะเป็ความหวังของตระกูลเฉินอู้แล้ว ข้าขอเดิมพันด้วยชีวิตของตาแก่คนนี้ข้าจะทำให้ตระกูลเฉินอู้กลับเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง” ฟางตอบรับชิงฉางด้วยการทำความเคารพก่อนที่จะเดินออกไป บรรยากาศรอบตัวฟางตอนนี้ไม่ได้เป็คนรับใช้แล้ว แต่เต็มไปด้วยจิตของนักรบที่แสดงถึงพลังของนักรบขั้นแปด
ชิงฉางมองฟางที่กำลังจากไปก่อนที่จะยิ้ม และเดินกลับไปยังห้องของเขา ชิงฉางรู้ว่าการจะให้คนอื่นคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเขานั้นต้องใช้เวลา สิ่งที่เขาอยู่ตอนนี้เป็ที่จับตามองของหลาย ๆ คน ดังนั้นเขาควรจะทำตัวให้ดีไม่ให้เหมือนฉาง แต่อย่างไรก็ตามเื่ของตระกูลเขาให้ฟางเป็คนจัดการไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ให้หลี่นา และจางลี่ดูแล ตอนนี้เขาหมดหน้าที่แล้ว เขาจึงกลับไปที่ห้องของเขาเพื่อที่จะไปยังมิติฟาร์มสถานที่ที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
แต่กัง และคุนตามติดเขาเป็เงาตามตัว ตามไปทุกหนทุกแห่งตามคำสั่งของฟางทำให้ชิงฉางทำอะไรไม่ได้
ชิงฉางยังไม่้าให้ฟาง และคนอื่น ๆ รู้เื่เกี่ยวกับมิติฟาร์มแต่ด้วย กัง และคุน ติดหนึบขนาดนี้คงจะยากที่จะสลัดพวกนี้ให้หลุด
เมื่อเขามาในห้องชิงฉาง เขาก็ได้บอกกัง และคุนว่า “กัง และคุน พวกเ้ากลับไปที่ห้องของตัวเองซะผม้าจะพักผ่อน มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นในปราสาทหรอกพวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วง”
ทั้งสองส่ายหัวพร้อมกัน และเงียบ ชิงฉางจึงพยายามบอกอีก“ผมอยากพักผ่อน พวกเ้าไปช่วยย่าหลี่นาเถอะ”
หงึก ๆ ๆ (ส่ายหัว)!
“ผมอยากจะพักผ่อน พวกเ้าไม่ต้องมายืนข้างเตียงก็ได้ ไปยืนนอกห้องซะ!”
หงึก ๆ ๆ (ส่ายหัว)!
“ข้าเป็นายน้อย พวกเ้าออกไปเดี๋ยวนี้”
หงึก ๆ ๆ (ส่ายหัว)!
“พี่ชาย ผมขอร้องละ ช่วยให้มีขอบเขตกันหน่อยยืนข้างนอกได้ไหม?”
………
ชิงฉางมองไปที่ทั้งสองดูเหมือนว่าการพูดก่อนหน้านี้จะไม่มีผลอะไรเลย “กังและคุน ผมรู้ว่าพวกเ้าทั้งสองนั้นถูกดูแลโดยท่านพ่อมาั้แ่เด็กและซื่อสัตย์ต่อตระกูลเฉินอู้อย่างมาก แต่สถานที่ที่ผมต้องไปนั้นมันเกี่ยวกับอนาคตของตระกูล ดังนั้นมันจะดีกว่าถ้าพวกเ้าไม่ตามไป ดังนั้นถ้าผมหายตัวไปไม่ต้องเป็ห่วง และไม่ต้องะโเรียกเข้าใจไหม?”
เมื่อชิงฉางพูดเสร็จแฝดทั้งสองก็ชักดาบออกมาจ่อคอตัวเอง ซึ่งพูดเป็นัยว่า“ถ้านายน้อยไม่ให้พวกเราตามไป พวกเราขอยอมตาย!!”
ชิงฉางกุมขมับ เจอแฝดสมองทึบนี้ทำให้เขาโคตรจะปวดหัว แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อมองไปที่กัง และคุน ชิงฉางรู้ว่าถ้าไม่ให้สองคนนี้ไปด้วยเ้าสองคนนี้ฆ่าตัวตายแน่ ถึงแม้ว่าจะแค่คน สองคนแต่ทั้งสองก็เป็คนที่จงรักภักดีต่อตระกูลเฉินอู้อย่างมากจะให้พวกนี้ตายไม่ได้เด็ดขาด
ซึ่งถ้าพาเ้าสองคนนี้ไปด้วย พวกเขาก็จะรู้ความลับเื่มิติของชิงฉาง แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่เต็มใจ
แต่ชิงฉางก็ยังไม่รู้ความสามารถทั้งหมดของมิตินั้นและตอนนี้เมล็ดที่ปลูกไว้ั้แ่ตอนยังไม่รุ่งสางจนกระทั่งตอนนี้เขาไม่รู้ว่ามันจะเติบโตไปได้แค่ไหนแล้ว เขาอยากจะไปดูว่ามันเป็อย่างไรบ้างเพราะหากมันถึงเวลาเก็บเกี่ยว เขาจะได้ทำการเก็บมันทั้งหมดเพราะสิ่งเหล่านี้คือเม็ดเงินในการพัฒนาตระกูล
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชิงฉางก็คือเขาจะดูว่าจะนำน้ำมิติ และดินมิติออกมาได้หรือเปล่า เพราะดิน และน้ำเ่าั้น่าจะสามารถที่จะปรับปรุงดินในแดนทมิฬจนพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชิงฉางรู้สึกว่าจำเป็ที่สุดในตอนนี้
ในขณะนั้นเองชิงฉางต้องชั่งระหว่างข้อดี และข้อเสีย ทั้งกัง และคุนนั้นก็ไม่เคยลดดาบลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองจ้องชิงฉางอย่างไม่ละสายตาเพราะกลัวว่าชิงฉางจะหายตัวไป
เมื่อผ่านไปซักพัก ชิงฉางก็มองไปที่ทั้งสองก่อนจะพูดว่า“ก็ได้พวกเ้าตามข้ามา แต่สิ่งที่เ้าเห็นในวันนี้ พวกเ้าห้ามบอกใครเด็ดขาด ซึ่งหากจะบอก ก็บอกได้แค่ปู่ฟาง ย่าหลี่นาและก็จางลี่เท่านั้น แค่สามคนเท่านั้น ห้ามบอกคนอื่นเข้าใจไหม แม้กระทั่งนอนละเมอก็ห้ามบอกเื่นี้
ทั้งสองพยักหน้า แต่ก็เอาดาบจ่อคอไว้อยู่ดี
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ