บทที่ 10 วิลล่าบนยอดเขา และยอดคนดูหลักล้าน
เวลาห้าทุ่มครึ่ง
รายการ ‘รายการวิทยุเที่ยงคืน’ เริ่มเปิดฉากวอร์มอัปบรรยากาศ
“สวัสดีท่านผู้ฟังที่น่ารักทุกคน ผมคือเพื่อนใหม่ของพวกคุณ ผมชื่อ ‘จางไห่’ จะเรียกว่า ‘เสี่ยวไห่’ หรือ ‘เสี่ยวไห่ไฮ่’ ก็ได้น้าาา ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป รายการนี้... ผมจะเป็คนดูแลเองน้าาา~”
จางไห่เค้นเสียงแหลมเล็ก บีบเสียงจนฟังดูดัดจริตสุดขีด
ในพริบตาเดียว ชาวเน็ตในเว็บบอร์ดต่างพากันอึ้ง
[ ?????? ]
[ เฮ้ย! ไอ้ตุ้งติ้งนี่มาจากไหนวะ! นี่มันอะไรเนี่ย! ]
[ เสี่ยวไห่ไฮ่? เสี่ยวไห่ไฮ่บ้านแกสิ! จะอ้วก นี่ฉันมาฟังเื่ผีหรือมาดูโชว์ตลกคาเฟ่? ]
[ ฉันจะเอาหลินเซียว!! จางไห่ไสหัวไป ! ]
[ กะแล้วเชียวว่าต้องมาไม้นี้! สถานีเฮงซวย! ]
[ ไปละจ้า เสียงแบบนี้ฟังแล้วเหมือนจะโดนส่งไปนรกมากกว่าฟังเื่ผี! ]
ทั่วทั้งกระดานข้อความเต็มไปด้วยคำด่าทอ เรตติ้งที่อุตส่าห์พุ่งขึ้นไปสูงลิ่วกลับร่วงดิ่งลงเหวราวกับรถไฟเหาะ
1.2%... 0.8%... 0.5%... และสุดท้ายตกลงไปเหลือเพียง 0.3%!!
“จบกัน... ผอ. คะ จบเห่แล้วค่ะ เหลือ 0.3% แล้ว” เสี่ยวน่ามองตัวเลขแล้วหันไปรายงานผู้อำนวยการด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ใบหน้าของหลินเต๋อจื้อมืดมนถึงขีดสุด เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น
“ไอ้สวะ! ไอ้ขยะเอ๊ย!!”
โดยเฉพาะเมื่อเขามองผ่านกระจกเข้าไปเห็นจางไห่ที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นเหมือนคนบ้าอยู่ในห้องอัด ไฟโทสะในอกของเขาก็ยิ่งปะทุจนแทบจะทะลุเพดาน
ที่บ้านของหลินเซียว
เขามองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว เขาก็ล็อกอินเข้าแพลตฟอร์มโต่วซาแล้วเปิดห้องสตรีมที่สมัครไว้เมื่อตอนกลางวัน
ชื่อห้องเรียบง่ายและชัดเจน [ห้องไลฟ์สดของหลินเซียว]
ใน่แรก คอมเมนต์ในห้องยังมีเพียงไม่กี่ข้อความ
[ เื่ผีเหรอ? ฉันฟังแต่พวกสตรีมเมอร์ตัวท็อปว่ะ น้องใหม่แบบนี้พล็อตเื่คงเชยะเิชัวร์ ]
[ นั่นดิ กล้ามาเล่าเื่ผีในโต่วซานี่ใจถึงจริง ๆ นะเนี่ย ]
[ ไปดีกว่า เสียเวลา ]
หลินเซียวไม่ได้สนใจคอมเมนต์ถากถางพวกนั้น ชาติก่อนเขาเคยเป็สตรีมเมอร์มืออาชีพ เขารู้ดีว่าระบบแนะนำของแพลตฟอร์มทำงานอย่างไร ขอแค่เนื้อหาดีจริง เดี๋ยวคนก็แห่กันมาเอง
เขากระแอมเบา ๆ ปรับโทนเสียงให้เข้าสู่โหมดทำงาน แล้วเริ่มเปิดฉากเล่าเื่
“ซูม่าน... คือนักเขียนนิยายสยองขวัญที่มีชื่อเสียงอยู่พอตัว อย่างที่ทุกคนรู้ครับ อาชีพนี้ต้องอาศัย ‘แรงบันดาลใจ’ เป็หลัก ตอนที่มีไอเดียพุ่งพล่าน วันหนึ่ง ๆ เธอสามารถพิมพ์นิยายได้เป็หมื่น ๆ คำ
แต่เมื่อไหร่ที่สมองตื้อ ต่อให้นั่งแหมะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เธอก็เค้นตัวอักษรไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว”
่นี้ซูม่านกำลังปวดหัวอย่างหนักกับบทภาพยนตร์ที่ถูกจ้างวานมา เธอเลยเกิดความคิดที่จะออกไปหาแรงบันดาลใจข้างนอก เธอรีบโทรหาเสี่ยวอวิ๋นเพื่อนสนิทของเธอทันที
เสี่ยวอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย “ฉันรู้จักที่แห่งหนึ่ง... เหมาะกับเธอสุด ๆ เลยล่ะ”
ซูม่านรีบซักไซ้ แต่เสี่ยวอวิ๋นยังไม่ยอมเฉลยในโทรศัพท์ ไม่นานเธอก็ขับรถมารับซูม่านถึงบ้าน
บนรถซูม่านค้อนขวับใส่เพื่อนแล้วพูดว่า “ยัยบ้า! ยังจะมาเล่นตัวอีก รีบบอกมาได้แล้วว่าที่ไหน?”
เสี่ยวอวิ๋นยิ้มกริ่ม “อยู่แถวชานเมืองน่ะ... กล้าไปหรือเปล่าล่ะ?”
ซูม่านตอบตกลงโดยไม่เสียเวลาคิด
รถยนต์แล่นไปตามถนนอย่างช้า ๆ ซูม่านมองดูทิวทัศน์สองข้างทางพลางสูดหายใจลึก ๆ รู้สึกสมองเริ่มปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง เมื่อขับไปได้ประมาณสองชั่วโมง รถก็เริ่มไต่ขึ้นเขา
ซูม่านเริ่มสงสัย “นี่เธอจะพาฉันไปไหนกันแน่เนี่ย?”
เสี่ยวอวิ๋นยังคงทำลับลมคมใน “เดี๋ยวถึงแล้วก็รู้เองแหละน่า”
รถยังคงวิ่งต่อไปตามถนนคอนกรีตที่ทอดยาว ทิวทัศน์ยังคงสวยงามร่มรื่นแต่พอขับมาถึง่ ‘ครึ่งทางของูเา’... จู่ ๆ ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางกลับหักโค่นลงมาทั้งหมด!
รอยหักนั้นเรียบกริบราวกับถูกของมีคมตัดสะบั้นในคราวเดียว แถมไม้ดอกไม้ประดับข้างทางก็แห้งเหี่ยวตายจนหมด ราวกับมีเส้นแบ่งเขตอย่างชัดเจน ครึ่งแรกนกร้องดอกไม้บาน ครึ่งหลังกลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดงอกงามได้เลย!
พอเห็นแบบนั้น คิ้วเรียวสวยของซูม่านก็ขมวดมุ่น สัญชาตญาณบอกเธอว่านี่มันไม่ปกติอย่างแรง! และความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มเกาะกินหัวใจของเธอในทันที
ซูม่านถามเพื่อนด้วยเสียงที่เริ่มสั่น “เสี่ยวอวิ๋น... ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? เธอพาฉันมาทำไม?”
เสี่ยวอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ “บนยอดเขามีวิลล่าอยู่หลังหนึ่ง เป็ของญาติห่าง ๆ ของฉันเอง แต่พวกเขาไปทำธุรกิจที่ภาคใต้หลายปีแล้วก็เลยปล่อยทิ้งไว้ว่าง ๆ เห็นเธอว่า่นี้ไอเดียตัน ฉันเลยกะว่าจะพามาพักผ่อนที่นี่สักสองสามวัน ทำไมจ๊ะ? หรือว่า ‘นักเขียนนิยายผีชื่อดัง’ อย่างเธอจะป๊อดขึ้นมาซะแล้ว? ถ้าไม่กล้า... เราวนรถกลับตอนนี้ก็ยังทันนะ”
พอได้ฟังเหตุผลความกังวลในใจของซูม่านก็เริ่มทุเลาลง
เธอยิ้มเจื่อน ๆ อย่างเขินอาย “โถ่ เอะอะก็หาว่าฉันกลัว บอกกันแต่แรกก็จบแล้ว มัวแต่ปิดบังอยู่ได้! มาถึงนี่แล้วจะกลัวอะไรล่ะ พักก็พักสิ... แต่เธอต้องอยู่เป็เพื่อนฉันนะ”
เสี่ยวอวิ๋นรีบรับคำ “จ้า ๆ คุณผู้หญิงซูม่าน ฉันจะอยู่เฝ้าเธอไม่ให้ห่างเลยล่ะ”
ในที่สุดรถก็วิ่งมาถึงยอดเขา... จริงอย่างที่เสี่ยวอวิ๋นบอก มีวิลล่าหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่จริง ๆ ผนังภายนอกถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์รกรุงรัง ให้บรรยากาศที่ทั้งขรึมและชวนขนลุกในเวลาเดียวกันและที่ข้างตัวบ้าน ยังมีบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ อีกหลัง ดูเหมือนจะเป็ห้องเก็บของ
ทั้งสองคนก้าวลงจากรถ เสี่ยวอวิ๋นยืดอกอย่างภูมิใจ “เป็ไงจ๊ะซูม่าน ที่ที่ฉันหาให้ไม่เลวเลยใช่ไหม? ไอเดียพุ่งกระฉูดแน่ใช่ไหมล่ะ?”
ซูม่านยิ้มเจื่อน “บรรยากาศน่ะได้อยู่หรอก... แต่จู่ ๆ เรามาพักแบบนี้มันจะดีเหรอ? เธอขออนุญาตญาติหรือยัง?”
เสี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารัว ๆ “บอกแล้ว ๆ ไม่ต้องห่วง’”
ในจังหวะนั้นเองบนหลังคาวิลล่า จู่ ๆ ก็มีเสียงกระพือปีก
พึ่บพั่บ! พึ่บพั่บ!
ฝูงอีกาจำนวนมากบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพวกมันพากันกรีดร้องเสียงแหลมโหยหวน... ส่งผลให้บรรยากาศรอบวิลล่าดูสยดสยองขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว
ใบหน้าของซูม่านเริ่มซีดลงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังพยายามรักษามาดไว้ ในฐานะนักเขียนแนวสยองขวัญ เธอควรจะชอบเื่ที่ท้าทายแบบนี้สิ
เอี๊ยดดดด...
เสียงบาดหูดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้... ประตูห้องเก็บของที่อยู่ข้าง ๆ วิลล่า ค่อย ๆ แแง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ...
เล่าถึงตอนนี้ หลินเซียวก็หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ ก่อนจะเหลือบมองช่องคอมเมนต์ ไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่ยอดคนดูและการโต้ตอบเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
[ บ้าจริง! พลาดของดีแล้วไง! สตรีมเมอร์คนนี้โหดจริง เื่นี้ฉันไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อนเลย! ]
[ เฮ้ย! นี่มัน ‘หลินเซียว’ จากรายการวิทยุเมืองเจียงนี่หว่า! หนีมาแอบไลฟ์อยู่ที่นี่เองเหรอ ฮ่า ๆ ๆ ฉันตามหาแทบแย่! ]
[ ใช่เขาจริง ๆ ด้วย! เื่เมื่อวานทำฉันเกือบฉี่ราด วันนี้ตามมาฟังต่อโว้ยยย! ]
หลินเซียวโดนจำได้แล้ว!
และในเวลาไม่นานในเว็บบอร์ดลี้ลับก็ปรากฏกระทู้แนะนำ
[ด่วน! หลินเซียว ย้ายมาเปิดไลฟ์สดที่โต่วซาแล้ว!]
ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมในห้องไลฟ์พุ่งทะยานราวกับน้ำหลาก จากตอนแรกที่มีคนดูเพียง ห้าหมื่นคน ผ่านไปไม่ถึงสามนาที... ยอดคนดูก็พุ่งทะลุหนึ่งล้านคน ไปเรียบร้อยแล้ว!
สำหรับสตรีมเมอร์ที่เปิดไลฟ์วันแรก ตัวเลขหลักล้านคือความสำเร็จระดับตำนานทว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หลินเซียวไม่ได้สนใจตัวเลขที่วิ่งวุ่น เขาวางแก้วน้ำลง แล้วเริ่มเล่าความสยองขวัญต่อไป...