ตอนที่ 52 คำถามที่อัดอั้น
แน่นอน ฟู่เซินยังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้แต่ก็น่าเสียดายที่ทักษะของเขานั้นด้วยกว่าฟู่เหมี่ยวจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่มองไปที่น้องสาวฝาแฝดของตัวเองด้วยความขุ่นเคืองใจเท่านั้น
ส่วนฟู่ต้าจวงที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาทันทีและเขาเองก็ต้องการที่จะประลองกับฟู่เหมี่ยวด้วยเช่นกันแต่ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้ทำแบบนั้น ฟู่เหล่าชวนก็ได้เปิดประตูรั้วเข้ามาเสียก่อน
“พ่อ ? ทำไมพ่อถึงมาที่นี่ได้กันล่ะครับ ? ” ฟู่ต้าจวงเอ่ยถามออกไปพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ทำไม บ้านของฟู่ต้าหย่งเป็นบ้านของจักรพรรดิหรือยังไงกันฉันถึงมาที่นี่ไม่ได้ ? ” ฟู่เหล่าชวนตะคอกออกมาด้วยความโกรธ
ฟู่เยี่ยนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าการมาของชายชราคนนี้จะต้องเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน
“ผมก็แค่รู้สึกประหลาดใจเท่านั้นเองครับ ทำไมพ่อถึงมาที่นี่ไม่ได้กันล่ะก็ที่นี่เป็นบ้านลูกชายของพ่อนี่ครับ” ฟู่ต้าจวงยังคงไม่คุ้นเคยกับนิสัยแย่ ๆของผู้เป็นพ่อ เขาจึงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“อย่ามัวแต่พูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย ไปเรียกฟู่ต้าหย่งมาพบฉันเดี๋ยวนี้ !ฉันอยากจะถามเขาเรื่องงานแต่งงานเขากล้าดียังไงถึงได้ตัดสินใจโดยที่ไม่บอกฉันสักคำแบบนี้ ! ”ฟู่เหล่าชวนตะโกนเสียงดังลั่นออกมา
ทันใดนั้นเองฟู่ต้าหย่งก็ได้ปิดประตูห้องให้กับหวังซู่เหมยเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกซึ่งในตอนนี้หวังซูเหม่ยกำลังหลับอยู่ เนื่องจากเธอมีอาการคลื่นไส้ตลอดทั้งคืนดังนั้นวันนี้เธอจึงได้ตื่นสายกว่าทุกวัน
ส่วนฉือหมิ่นและฟู่ต้านีก็กำลังยืนอยู่ที่ประตูห้องครัวโดยทั้งสองได้มองไปยังฟู่ต้าหย่งที่กำลังเดินออกมาและรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้หวังซู่เหมยกำลังไม่สบาย
อีกด้านหนึ่ง ฟู่เหล่าชวนรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากซึ่งเขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาตลอดทั้งคืน และยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ความโกรธของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นลูกอกตัญญูกล้าทำเรื่องแบบนี้โดยไม่ไว้หน้าเขาเลยอย่างนั้นหรือ !คิดว่าสิ่งที่ทำมันถูกแล้วหรืออย่างไรกัน !
“ฟู่ต้าหย่ง ไหนแกลองบอกฉันมาหน่อยสิ !พ่อตาของต้าอันต้องการที่จะหารือเรื่องงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? แล้วทำไมแกถึงไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน ! ”
ฟู่ต้าหย่งมองไปที่พ่อของเขาด้วยความโกรธพร้อมกับความโศกเศร้าที่กำลังก่อขึ้นภายในใจของเขา ทำไมกัน ? ทำไมพ่อของเขาถึงได้เป็นแบบนี้อยู่เสมอเลยล่ะ?
ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้แอบมองไปที่ฟู่เหล่าชวน ไม่ว่าจะยุคไหนก็ตามมักจะมีพ่อแม่บางคนที่คิดว่าลูก ๆ นั้นเป็นเหมือนข้าราชบริพารตัวเองจึงได้จ้องที่จะบงการชีวิตและทำลายความภาคภูมิใจในตัวเองของลูก ๆ อยู่เสมออีกทั้งพวกเขายังไม่เคยให้การสนับสนุนใดกับลูก ๆ เลยแต่กลับคาดหวังเป็นอย่างมากว่าลูก ๆ จะดูแลพวกเขาในยามแก่ชรา
“อะไรนะครับ ? พ่อกำลังจะพูดว่าพ่อต้องการที่จะทำหน้าที่ของพ่ออย่างนั้นเหรอ? พ่อต้องการที่จะจัดงานแต่งงานให้กับต้าอันอย่างนั้นเหรอ ?” ฟู่ต้าหย่งพูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“เด็กไม่มีความรับผิดชอบคนนั้นน่ะเหรอ ? คงจะลืมไปแล้วว่าฉันเป็นพ่อแท้ๆ นี่ก็หลายปีแล้วที่ต้าอันไม่ได้กลับมาเยี่ยมฉัน แม้แต่ช่วงตรุษจีนก็ยังไม่กลับมาแล้วจะให้ฉันจัดงานแต่งงานให้ได้อย่างไร ? ” ฟู่เหล่าชวนพูดถึงเรื่องแย่ๆ ของฟู่ต้าอันออกมา เพื่อที่จะกลบเกลื่อนเรื่องเขาไม่อยากจัดงานแต่งครั้งนี้ขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันก็ได้มองไปที่ฟู่เหล่าชวนพร้อมกับกำหมัดแน่น แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ค่อย ๆ คลายมือออก เขาเองก็รู้นิสัยของผู้เป็นพ่อดีอยู่แล้วเช่นกันจึงไม่อยากให้พี่น้องต้องมาเดือดร้อนเพราะตนอีก !
“พ่อครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อเอาไว้พรุ่งนี้ผมจะพาพ่อตาของผมและคนอื่น ๆ มาที่ที่เพื่อที่พ่อและพ่อตาของผมจะได้คุยกันอีกครั้งดีไหมครับ ? ” ฟู่ต้าอันพูดออกไปโดยไม่มีความคาดหวังหรือความรู้สึกใดๆ ต่อพ่อของตนเลย ตอนนี้เขาต้องการแค่ให้เรื่องนี้คลี่คลายโดยเร็วที่สุดเท่านั้น
“แกกำลังพูดไร้สาระอะไร ? แกพูดว่ากำลังจะแต่งงานอย่างนั้นเหรอ? ฉันยังไม่รู้เลยว่าครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้วแบบนี้งานแต่งจะมีขึ้นได้อย่างไร ? ! ” ฟู่ต้าอันที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้เขารู้ว่าพ่อของเขาตั้งใจมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้กับพวกเขาอยู่แล้ว
“เราได้หารือกันถึงเรื่องการแต่งงานเอาไว้แล้วครับซึ่งพ่อตาของผมอยากจะให้ผมซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ในหมู่บ้านของพวกเขาและผมก็ได้เลือกบ้านเอาไว้แล้ว ซึ่งบ้านหลังนั้นมีราคาอยู่ที่ 1,000 หยวน แต่ผมคิดว่าจะต่อรองราคากับเจ้าของบ้านอีกสักหน่อย น่าจะได้ในราคา 950 หยวน ซึ่งตอนนี้ผมเองก็ยังคงรู้สึกเป็นกังวลในเรื่องนี้อยู่พอดีหากพ่อต้องการที่จะช่วยผมเจรจา มันคงจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมไปเลยครับ ! ”
ฟู่ต้าอันพูดขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยหากมีฟู่เหล่าชวนช่วยพูด เขาเองก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“อะไรนะ ? ! บ้านราคา 1,000หยวน ทำไมพวกเขาถึงได้กล้าขอเงินมากมายขนาดนี้กันล่ะ !แกจะเอาคนแบบนี้มาเป็นภรรยาได้อย่างไร ไม่ได้การแล้วเอาไว้พรุ่งนี้ฉันจะให้ชุ่ยฮวาหาผู้หญิงดี ๆ ให้กับแกก็แล้วกัน !ฉันได้ยินมาว่าหลานสาวของเธอก็ยังไม่ได้แต่งงานเหมือนกัน ! ”เมื่อฟู่เหล่าชวนได้ยินว่าพวกเขากำลังจะซื้อบ้านที่มีราคาแพงมากดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
“ตอนนี้ภรรยาของต้าอันทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้าครับทั้งยังเป็นหัวหน้าแผนกอีกด้วย ส่วนพ่อของเธอก็เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนมัธยมต้นในหมู่บ้านอีกทั้งพี่เขยของต้าอันก็ยังมีงานที่ดีเช่นกันเขาทำงานอยู่ที่สหกรณ์ขายสินค้าอุปโภคบริโภคของหมู่บ้านด้วยนะครับผมไม่รู้ว่าหนิวชุ่ยฮวาจะสามารถหาคนที่ดีกว่านี้ให้กับต้าอันได้หรือเปล่ายังมีผู้หญิงที่เพียบพร้อมเหมือนกับเสี่ยวหลี่อยู่อีกเหรอครับ ? ” ฟู่ต้าจวงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยถามฟู่เหล่าชวนไปตามตรง
“อย่างน้อยสินสอดก็ไม่ได้แพงถึงขนาดนี้ยังไงล่ะ ! ไม่ไม่ได้สำคัญหรอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นลูกสาวของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมต้นหรือเปล่าคิดว่าอยู่ในครอบครัวที่ดีแล้วตัวของเธอจะทำมาจากทองคำหรืออย่างไร ! ”ฟู่เหล่าชวนพึมพำออกมา
ส่วนฟู่เยี่ยนและคนอื่นที่อยู่ข้าง ๆก็ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปเช่นกันเดิมทีฟู่เหมี่ยวรู้สึกไม่ค่อยชอบฟู่เหล่าชวนอยู่แล้วเธอจึงต้องการที่จะพุ่งเข้าไปเพื่อสั่งสอนเขาเขาในทันทีแต่ทว่ากลับมีคนที่เร็วกว่าเธอ
“ใช่แล้วครับ มันไม่ได้สำคัญเลยว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแบบไหนพ่ออย่าคิดว่าผมจะทำตัวเหมือนกับพ่อสิครับ ? ผมไม่มีวันเอาของสกปรกๆ ที่มีกลิ่นเหม็นกลับมาที่บ้านหรอกนะ” ทันใดนั้นเองฟู่ต้าอันก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“ลูกไม่รักดี ! รู้ตัวหรือเปล่าว่าแกพูดอะไรออกมา ! ”ฟู่เหล่าชวนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าลูกชายของเขาที่มีนิสัยขี้อายมาโดยตลอดจะพูดแบบนี้ออกมา
“พ่อยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดอีกอย่างนั้นเหรอครับ !ในเมื่อที่นี่ไม่ได้มีคนนอกอยู่ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอพูดอะไรหน่อยแล้วกันพ่อรู้หรือเปล่าครับว่าข้างนอกคนอื่นเขาพูดถึงตระกูลฟู่อย่างไรบ้าง ? รู้หรือเปล่าว่าพวกเขาพูดถึงพ่อว่ายังไง ! และพวกเขาคิดยังไงกับพวกเรา ?! หากพวกเรายังคงทำตัวแบบนี้ โดยที่ไม่สนใจอะไรเลยตระกูลของพวกเราจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างไร !พ่อรู้หรือเปล่าครับว่าคำพูดนั้นเป็นนายเราเสมอ ! ”
“ในสายตาของพ่อพ่อมองว่าทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็เป็นหนี้พ่ออยู่อย่างนั้นเหรอครับ โดยเฉพาะแม่พี่ใหญ่และพี่สาวของผม พ่อคิดว่าพวกเราทุกคนเป็นหนี้พ่ออยู่ใช่ไหม !หรือว่าชาติที่แล้วพวกเราไปทำอะไรไม่ดีที่หลุมศพบรรพบุรุษของพ่อ ? ชาตินี้พ่อถึงไม่อยากเห็นพวกเราได้ดีแบบนี้ ! ”
“พ่อดูสิครับ ! ดูรอยแผลเป็นบนศีรษะของเสี่ยวฮั่วสิ หลานสาวแท้ ๆของพ่อเกือบจะต้องตายเพราะหกล้ม ! ซึ่งบาดแผลก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย !ส่วนเสี่ยวจินตอนนี้ก็ได้เข้าร่วมกองทัพไปแล้ว ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ชื่นชมเขา !มีลูกหลานที่ดีแบบนี้ มีบ้านไหนบ้างที่ไม่ภูมิใจ ? ! ”
“ก่อนหน้านี้ พ่อไม่เคยสนับสนุนเรื่องเงินกับพวกเราเลยแต่เมื่อได้ยินว่าพี่ใหญ่ซื้อจักรยานใหม่ พ่อกลับรีบมาที่นี่เพื่อถามเพียงแค่ว่าพวกเราเป็นลูกของพ่อหรือเปล่า ? ”
“พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตดี ๆ แบบคนอื่นเลยอย่างนั้นเหรอครับ ?พ่ออยากให้พวกเราทำงานหนักและมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ! พวกเราต้องเป็นแบบนั้นใช่ไหมครับ พ่อถึงจะพอใจ ? ”
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าพ่อเป็นพ่อแบบไหนกัน ? จิตใจของพ่อยังคงเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? พ่อไม่คิดว่าแม่จะเสียใจบ้างเหรอครับ ? ทั้งที่แม่เพิ่งจะจากพวกเราไปได้เพียงแค่ 2 วันพ่อก็พาหนิวชุ่ยฮวาเข้ามาอยู่ที่บ้านแล้วแบบนี้พ่อคิดว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะเป็นพ่อคนอยู่หรือเปล่า ? คิดว่าพ่อเป็นสามีที่ดีพอแล้วหรือ ? ! ”
“พ่อขัดขวางไม่ให้พี่ใหญ่เข้ารับราชการทหารยังไม่พอพ่อยังตกลงให้พี่สาวของผมหมั้นหมายกับใครก็ไม่รู้ขณะที่เธอกำลังเมาไม่ได้สติจนทำให้เธอเกือบจะถูกหญิงชราบ้ามนต์ดำจากตระกูลเก่อฆ่าตาย !พ่อดูรอยแผลเป็นบนร่างกายของเธอสิ ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะพ่อคนเดียว ! ”
“ที่สำคัญหลังจากที่พ่อแต่งงานกับหนิวชุ่ยฮวาและได้พาเธอกับจู่จื่อย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเราเธอก็ได้โยนผ้าปูที่นอนทั้งหมดของพวกเราทิ้งลงไปในบ่อปุ๋ยแต่พ่อกลับไม่พูดอะไรเลยสักคำ ทำไมกันล่ะครับ ? ! ทั้งที่เธอรังแกพวกเราและยังทานอาหารของพวกเราทั้งหมดซึ่งพ่อก็เห็นในสิ่งที่เธอทำกับพวกเราด้วยหากพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ห้ามผมเอาไว้ ผมคงจะฆ่าจู่จื่อและหนิวชุ่ยฮวาไปแล้ว !”
จู่ ๆ ฟู่ต้าอันก็โพล่งออกมาในตอนแรกนั้นเขาถามคำถามออกไปด้วยความโกรธแต่ในที่สุดเขาก็พูดออกมาพร้อมกับร้องไห้ด้วยความอัดอั้นซึ่งแม้แต่ตอนที่พูดจบแล้ว เขาก็ยังคงสะอื้นไม่หยุด !เขายังถามฟู่ต้าหย่งและคนอื่นอีกด้วยว่าพวกเขาทำอะไรผิด ? ทำไมพ่อถึงได้มองว่าพวกเขาราวกับเป็นคนอื่นแบบนี้?
ในตอนที่เสิ่นซู่ฉีเสียชีวิตฟู่ต้าอันมีอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ซึ่งเขายังคงเด็กมาก หากฟู่ต้าหย่งไม่ห้ามเขาเอาไว้ป่านนี้เขาคงต้องติดคุก หรือไม่ก็ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตไปแล้ว !
โดยฟู่ต้าหย่งใช้เวลาถึง 2ปีในการทำให้ฟู่ต้าอันไม่จมอยู่กับเรื่องนี้และโน้มน้าวใจให้เขากลับมาเคารพฟู่เหล่าชวนในฐานะพ่ออีกครั้ง และในขณะเดียวกันนั้นเขาเองก็ปล่อยวางด้วยเช่นกัน
ด้วยคำพูดแย่ ๆ ของฟู่เหล่าชวนจึงทำให้ความเกลียดชังที่ฝังอยู่ภายในใจของฟู่ต้าอันมาเป็นเวลานานระเบิดออกมาในที่สุดเมื่อมองไปยังน้องชายที่ตอนนี้กำลังทรุดตัวลงไปกับพื้นและร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าจวงก็กัดฟันแน่นขึ้นมาทันที ตอนนี้ในช่องปากของพวกเขาทั้งสองคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายจากเลือดของตัวเอง
ส่วนฟู่ต้านีเองก็ร้องไห้ออกมาเช่นกันเธอไม่เคยรู้เลยว่าหลายปีที่ผ่านมา !พ่อของเธอปล่อยให้หนิวชุ่ยฮวาทำอย่างนี้กับพี่น้องของเธอมาโดยตลอด !