“ตื่นได้แล้วคนขี้เซา!!!!!!......”
“อือออ!!!!!!”
เสียงดังอยู่ใกล้ๆ หูของคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม รมย์ชลีได้ยินเสียงเรียกนะ แต่ยังไม่อยากจะตื่น เพราะกำลังหลับสบายเลย จึงทำเพียงขมวดคิ้วและส่งเสียงดังในลำคอออกมา พร้อมกับพลิกตัวหนี
“ตื่นได้แล้วเมียจ๋า”
วิชรัชยังตามติดไปพูดข้างๆ หู ไม่พอเขายังซุกไซร้ซอกคอระหงไปทั่ว ทำให้รมย์ชลีต้องขยับหนีอีกครั้ง ทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท คือเธอยังไม่อยากตื่น เมื่อคืนวิชรัชเล่นใช้งานเธอไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จะได้นอนก็ปาไปค่อนคืนเข้าไปแล้ว
“ยังเช้าอยู่เลย จะรีบตื่นทำไมกัน”
“เช้าที่ไหนกัน นี่มันจะเที่ยงอยู่แล้วเมียจ๋า”
รมย์ชลีพูดเสียงอู้อี้ ทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิทอยู่เช่นเดิม แต่พอได้ยินคำพูดของวิชรัชพูดมาอีกครั้ง รมย์ชลีจึงค่อยเปิดเปลือกตา
“นี่สายขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย!... ยังรู้สึกเพลียอยู่เลยอ่ะ”
รมย์ชลีพูดอย่างไม่อยากจะตื่นเอาเลยจริงๆ และทำท่าว่าจะหลับตาลงอีกครั้ง แต่พลันสายตาสะดุดเข้ากลับกล่องสี่เหลี่ยม ที่วิชรัชยื่นมาให้เห็น รมย์ชลีมองดูสบตากับวิชรัช สลับกับมองดูกล่องสี่เหลี่ยมตรงหน้า ด้วยความฉงนสงสัย
“นี่คืออะไร!!??”
รมย์ชลีไม่ได้รับซะทันที เธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง โดยไม่ลืมที่จะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว เนื่องจากตัวเธอในตอนนี้บอกเลยว่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดตัวอยู่เลยสักชิ้น ขณะที่ปากก็เอ่ยถามวิชรัชไปด้วย
“เมื่อคืนถามหาอะไรล่ะ!!??......”
“.........”
วิชรัชไม่ได้ตอบคำถาม แต่ได้ถามทวนความจำของรมย์ชลี ซึ่งนั่นทำให้รมย์ชลีต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน และพลางครุ่นคิด ซึ่งเธอก็คิดไม่ออกเธอถามหาอะไรจากเขา เธอลืมไปแล้ว
“เปิดดูสิ!”
“.........”
วิชรัชเห็นหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า ทำท่าครุ่นคิดอยู่เป็นนานสองนาน และเหมือนว่าเธอจะคิดไม่ออกเอาจริงๆ เขาจึงยื่นหน้าและบอกให้เธอรับกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ในมือเขาไปเปิดดู รมย์ชลีมองสบตากับวิชรัชนิดหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปรับ และค่อยเปิดกล่องสี่เหลี่ยมออกช้าๆ
“แหวน!!!!!!”
รมย์ชลีเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงรัวเร็ว ความง่วงงุนในตอนแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ตอนนี้หายง่วงเป็นปริดทิ้ง และมีแต่ความตื่นเต้นดีใจเข้ามาแทนที่ รมย์ชลีละสายตาจากแหวนเพชรน้ำงาม มามองสบตากับวิชรัช ด้วยความซาบซึ้งและไม่คิดว่าเขาจะหาแหวนมาได้เร็วขนาดนี้
“ความปรารถนาที่สุดของพี่ในตอนนี้ คือได้แต่งงานกับรมย์ และรมย์ก็ตอบรับพี่แล้วเมื่อคืน มาตอนนี้พี่จะขอให้รมย์สวมแหวนหมั้นวงนี้”
“ก็รมย์ตอบรับที่จะแต่งงานกับพี่แล้ว แล้วจะมีเหตุอะไรที่รมย์จะไม่สวมแหวนหมั้นละคะ”
รมย์ชลีรู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจ จนน้ำใสๆ ไหลขึ้นมาเอ่อคลอที่ดวงตา เธอรู้ว่าวิชรัชจริงจัง แต่ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังมากมายขนาดนี้ ในเมื่อเขาจริงจังขนาดนี้ แล้วทำไมเธอจะไม่ยินดีและเต็มใจกันล่ะ
รมย์ชลียื่นมือไปตรงหน้าวิชรัช วิชรัชยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แล้วยื่นมือไปหยิบแหวนเพชรน้ำงามที่อ ยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมออกมา และบรรจงสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของรมย์ชลี
ซึ่งแหวนเพขรวงนี้เป็นแหวนที่แม่ของวิชรัชมอบให้ เพื่อที่วิชรัชจะได้เอาไปหมั้นหมายผู้หญิงอันเป็นที่รัก และแหวนเพชรวงนี้ก็สวมได้พอดีกับนิ้วของรมย์ชลีเลย
“.........”
พอสวมแหวนเสร็จ วิชรัชก็ยกมือของรมย์ชลีขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือแผ่วเบา จากนั้นคนทั้งสองก็มองสบตากันและกัน และยิ้มให้กันอย่างลึกซึ้ง
รมย์ชลีวางกล่องสี่เหลี่ยมไว้ที่โต๊ะ พร้อมกับปล่อยผ้าห่มให้หลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่ตัก แล้วหันกลับมามองสบตากับวิชรัชอีกครั้ง ครั้งนี้วิชรัชหรี่ตามองสบตากับรมย์ชลี สลับกับมองดูดอกบัวงามสวย ที่ชูช่อท้าทายสายตา
“เมียจ๋า”
วิชรัชเรียกรมย์ชลีด้วยน้ำเสียงกระเส่าแหบพร่า และไม่คิดจะอดทนอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุตรงหน้า วิชรัชยื่นมือไปดึงรมย์ชลีเข้ามาหาตัว และก้มลงจูบปากรมย์ชลีอย่างเร่าร้อน ซึ่งรมย์ชลีก็ตอบสนองกลับไป อย่างยินยอมพร้อมใจและเร่าร้อนไม่แพ้กัน และลืมความเหนื่อยเพลียในตอนแรกไปเลย
๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘