เขตตลาดกลาง ส่วนใหญ่เนืองแน่นไปด้วยชาวเมืองอัครธานีที่มาเฝ้าองค์เมืองดานุและท่านชายมิณเยศเขตตลาดกลางซึ่งเป็ศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนสินค้านานาพรรณกินพื้นที่แผ่นดินของสามนครไว้รวมกันจึงดูคึกคักเป็พิเศษหากผู้ทรงอำนาจของนครใดนครหนึ่งมาเยือน
ด้านหลังด่านแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งเป็โรงไม้ขนาดใหญ่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่แข็งแรง ดาวผูกม้าสีหมอกไว้ในคอก หลบมุมได้ที่ตรงโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อดีที่ตั้งอยู่เป็ระยะใต้ต้นไม้ใหญ่หยิบวัตถุทรงกลมยาวขนาดเท่ากับนิ้วก้อยของนางขึ้นมาสีของมันดำสนิทระยิบระยับไปด้วยประกายเกล็ดสีเงิน มันคือ 'หวีดพยศ'
แม้รู้สึกคุ้นเคยกับมันมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ยังอดหวนนึกถึงเมื่อครั้งแรกที่ได้มาไม่ได้ พร้อมคำกำชับที่ดังแว่วผ่านเข้าหูอยู่เสมอเหมือนคอยเตือนให้ตระหนักถึงการใช้มัน
"เ้าฟังข้าให้ดีนะ นี่คือของสำคัญที่เ้าต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีมันคือ 'หวีดพยศ' ใช้ได้กับม้าสีหมอกแห่งราชสถานอัครธานีเท่านั้นมันจะบอกให้ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ใกล้ๆ ข้าแล้ว"
"รู้ได้ยังไงกันท่าน"
"เพราะเมื่อใดที่เ้าเป่ามันครั้งแรกม้าสีหมอกในระยะใกล้จะกระสับกระส่าย พ่นจมูกและร้องเสียงดัง"
"จะเป็อันตรายกับมันไหม"
"ไม่หรอก หากใน่เวลาใกล้กันเ้าเป่าไม่เกินสามครั้งจะให้ดีข้าว่าเ้าเป่าเพียงครั้งเดียวก็พอแล้ว"
ดาวเผยยิ้มเ้าเล่ห์ เพราะทุกครั้งตนไม่เคยเป่ามันเกินหนึ่งครั้งสักทีนี่นา
พรี้ดดดดดดดดด
ไม่เนิ่นนานสำหรับการรอคอย เสียงสวบสาบค่อยๆ ดังขึ้นตรงหลังพุ่มไม้
"เ้าดาว"
"ท่านชาย" คนรอคอยยิ้มรับผู้มาเยือนทุกครั้งที่ใช้มันท่านต้องปรากฏกายเสมอ
"ดูเ้าสดใสร่าเริงเหมือนเดิมนะ"คนมาเยือนไม่เพียงทักทายด้วยน้ำเสียงน่าฟัง หากแต่มือใหญ่ยังลูบหัวหญิงสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู
“ข้าก็มีความสุขตามวิถีของข้าแบบนี้ล่ะท่าน”
“นั่นสิ ในเขตราชสถานที่ใครๆบอกว่าเป็เมือง์ บางครั้งยังหาความสุขไม่ได้เลย”
"ท่านคงจะหมายถึงท่านหญิง” ชายหนุ่มย่นคิ้ว
"คงรู้กันทั่ว..น่าขายหน้าจริงๆ"หญิงสาวส่ายหน้า
"ข้าไม่รู้จะเรียกเหตุการณ์นั้นว่าอะไรแต่มันไม่ใช่เื่ขายหน้าหรอกท่าน”
“หึ! เ้ากับมุณาทัยนี่ช่างมองคนในแง่ดีพอกันยิ่งมุณาทัยด้วยแล้วเฉยจนน่ารำคาญแทน ไม่ต่อว่าไอ้คนโอหังกังขานั่นสักคำ” คนเริ่มโมโหกลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกจากอีกฝ่าย ทำให้ความงุนงงสงสัยบดบังอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่ไปทันที
“ข้าเป็ห่วงแค่ท่านหญิงเท่านั้น ถ้านางไม่ทุกข์ร้อนอะไรก็ค่อยเบาใจ ส่วนท่านน่ะไม่น่าห่วงอยู่แล้วเพราะชีวิตนี้ที่มีความสุขดีก็คงเพราะความขี้หงุดหงิดนี่กระมัง” หญิงสาวก้มหน้าลงหาถุงผ้าเนื้อดีแล้วยื่นส่งให้ “ข้าฝากสมุนไพรตัวใหม่ให้ท่านหญิงด้วยเ้าค่ะ"
นั่นแหละเสียงหลุดหัวเราะจากคนตัวโตจึงดังขึ้น
"มีอะไรน่าขำนักท่าน" ดาวย้อนถามด้วยความงง บทจะแปรปรวนก็ง่ายดายเหลือเกิน
"มุณาทัยบอกข้าว่ากินสมุนไพรของเ้าแล้วอารมณ์ดีลืมความทุกข์ไปได้ง่ายดาย"
"เป็ที่จิตใจนางเข้มแข็งมากกว่าไม่เกี่ยวกับของที่ข้าให้หรอก"
"ตอนแรกข้าก็คิดอย่างนั้นแต่ตอนนี้คิดว่าอาจเป็เพราะสมุนไพรของเ้าจริงๆ ก็ได้ เวลาพูดถึงเ้าทีไรพวกข้ามีความสุขทุกที"
"ข้าก็เหมือนกันเื่ของพวกท่านทำให้ข้ามีความสุข แล้ว..เอ่อ.." คำสนทนาชะงักไปเพราะหญิงสาวไม่แน่ใจว่าจะถามดีหรือไม่แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายผายมือขึ้นเป็สัญญาณว่าให้พูด จึงได้เอ่ย
"เอ่อ..ข้าอยากรู้ว่า ท่านหญิงมีใจให้ท่านชายทันวาหรือไม่ เพราะถ้าเป็อย่างนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้คงทำให้นางะเืใจไม่น้อยยิ่งนางเป็คนที่ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนใจไปด้วย ข้าเกรงว่านางจะแอบซ่อนความเศร้าไว้คนเดียว"เมื่อถามไปแล้วก็ได้แต่แอบลุ้นระทึก ไม่แพ้แววตาหลุกหลิกประหลาดที่เ้าตัวพยายามซ่อนเร้น
"มีใจ! จะมีใจให้คนที่ประกาศปาวๆ ต่อหน้าผู้คนว่าไม่อาจแต่งงานกันได้อย่างนั้นรึ"คนฟังนิ่วหน้าทันทีที่ได้ยินนามทายาทจากอีกนครเหมือนเป็ฉนวนทางความคิดใครสะกิดหน่อยเป็ไม่ได้ หญิงสาวก้มหน้างุดพร้อมลอบผ่อนลมหายใจโล่ง
งั้นก็โล่งไป!
"เจ็บใจเ้าทันวาจริงๆกล้าปฏิเสธมุณาทัยได้ยังไง ไม่ชอบหน้าข้าก็มาลงกับข้าสิ..ไปพาลกับคนอื่นทำไม คอยดูเถอะข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด"ดาวส่ายหน้าน้อยๆ
"ท่านหญิงยังไม่ทุกข์ร้อนอะไรข้าว่าท่านก็ไม่ควรคิดให้ปวดหัวเปล่าๆ แล้วท่านจะไม่ยอมแพ้เื่อะไร"คำถามไร้ซึ่งคำตอบ แลเห็นเพียงแววตาคมดำจัดจนน่ากลัวมุ่งมั่นขนาดนี้คงไม่พ้นเื่...
"การแข่งขันรึท่านต้องชนะอยู่แล้ว" ดาวนึกไปถึงเทศกาลการละเล่นประจำปีที่ใกล้จะมาถึงการละเล่นนี้เป็แบบเปิดเมือง ทุกนครสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้เพราะถือเป็การกิจกรรมสนุกสนานร่วมกันหากแต่สองผู้สูงศักดิ์กลับใช้เวทีนี้แย่งชิงความเป็หนึ่งเรื่อยมา ไม่ผิดจากอยู่ในสนามรบ
"เ้าเชื่ออย่างนั้นรึ แน่ล่ะ! ข้าทายาทมิณเยศแห่งอัครธานีจะไม่มีวันยอมแพ้ใคร"
ต้องเป็ข้าเท่านั้นที่ได้อยู่กับท่านหญิงจันทร์ไม่ใช่มัน!
"ท่านต้องสลัดความเป็ 'ทายาท' ทิ้งไป" ดาวแนะขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ"แข่งขันกันในฐานะคนๆ หนึ่งที่มีความตั้งใจจริง ไม่ใช่แข่งขันกันระหว่างทายาทแห่งนครกับชาวเมืองหรือทายาทด้วยกันเอง ศักดิ์และศรีเท่ากันทุกคน แล้วท่านจะเกิดความตั้งใจมุ่งมั่นโดยไม่พะวงกับฐานันดรที่ติดตัวเพราะมันจะกดดันท่านให้ยิ่งร้อนรนกับคำว่าต้องชนะเพียงอย่างเดียวครั้งนั้นท่านถึงแพ้การพุ่งหอกชัยให้กับกษณะไงล่ะ"
ชายหนุ่มรับฟังยังไม่ทันจบประโยคดี กลับเข้าใจอย่างถ่องแท้เหมือนเห็นทางสว่าง
จริงสิ! ข้าคือใคร เป็เพียงบุรุษผู้หนึ่งซึ่งรักสตรีด้วยใจอันแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่คู่ควรกันด้วยตำแหน่งทายาท
"ขอบใจเ้านะพบเ้าครั้งนี้ข้าดีใจมาก" ท่าทางอิ่มเอมใจของอีกฝ่ายทำให้ดาวรู้สึกแปลกใจไม่น้อยก็เมื่อครู่เห็นยังทำหน้าปั้นยากอยู่เลย ไฉนเวลานี้กลับเป็คนละคนเสียแล้ว ซ้ำเ้าตัวยังไม่วายถูกเขย่าหัวอย่างเอ็นดูอีกครั้งตามแรงมือของคนที่กำลังใจดีขึ้น
"ฮืม! เ้าช่วยข้าอีกเื่หนึ่งนะ" คำร้องขอทำให้คนฟังเลิกคิ้วเรียวปากบางเม้มแน่นก่อนพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า
"ข้า้า 'รากไม้หลับใหล' แล้วจะให้คนไปรับ" คนฟังถึงกับตาโตอยากทักท้วงว่าจะเอาสิ่งนั้นไปทำอะไรก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างสูงนั้นหายลับเข้าไปหลังพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว
"จะเอารากไม้นั่นไปทำไมกัน"