ผู้ช่วยผู้อาวุโส
แมงมุมหน้าคนขนาดใหญ่ตัวพ่นใยแมงมุมออกไปเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้อาวุโสคง ใยแมงมุมนี้มีความเหนี่ยวและมีความทนทายอย่างถึงที่สุด ขณะที่ค้อนทุบลงมาใส่ใยแมงมุม พลังทำลายล้างส่วนใหญ่ก็หายไปทันทีฟางเฉินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา ฟางเฉินไม่คิดว่าใยแมงมุมของแมงมุมหน้าคนจะทนทานขนาดนี้ แมงมุมหน้าคนรีบถอยออกไปทันที“ฟางเฉินรับหยุดมันไว้” ผู้อาวุโสคงกล่าวฟางเฉินไม่รอช้ารีบใช้ด้ายของตัวเองผูกมัดแมงมุมหน้าคนทันที ฟางเฉินขยับมือไปมาเส้นดายก็เคลื่อนใหวจากทิศทางต่างๆและเข้าผูกมัดแมงมุมหน้าคนทันที“ก๊าซซซซซ” แมงมุมหน้าคนคำรามออกมาด้วยความโกรธในสายตาของแมงมุมหน้าคนฟางเฉินเป็นแค่เหยื่อตัวเล็ก ๆเท่านั้นแต่มันไม่คิดว่าฟางเฉินจะมีพลังขนาดนี้ แมงมุมหน้าคนพ่นใยออกไปใส่ฟางเฉินอีกครั้ง“แน่แล้วหนีไม่ทัน” ฟางเฉินกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก“รีบปลดปล่อยพลังของข้าเร็วเข้า” ความโลภรีบกล่าวขึ้นฟางเฉินคำรามออกมาเพลิงแห่งความโลภลุกโชนออกมาและเผาผลาญใยแมงมุมในทันที“หืมเพลิงนั่นทำไมมันดูรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนอีกละ” ผู้อาวุโสคงที่กำลังพุ่งเข้ามาช่วยฟางเฉินกลายเป็นแปลกใจ“ก๊าซซซซซซ” แมงมุมหน้าคนกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าฟางเฉินไม่เป็นอะไร“ไอ้แมงมุมหน้ารำคาญตายซะ!!!!!!!!” ผู้อาวุโสคงทุบค้อนลงไปที่ตัวของแมงมุมหน้าคนทันที ร่างของแมงมุมหน้าคนยุบลงไปพร้อมกับตกตายไปในทันที“เฮ้อแค่อสูรระดับ 4 ยังยากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสคงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา“เส้นใยเหล่านี้งั้นเหรอที่ผู้อาวุโสต้องการ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำเส้นใยแมงมุมที่อยู่บนพื้นขึ้นมา“ใช่แล้ว ใยเหล่านี้สามารถนำมาสร้างเส้นด้ายให้กับเจ้าได้ ส่วนร่างกายของแมงมุมหน้าคนก็สามารถนำมาสร่างเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อให้เจ้าใช้เส้นด้ายดีขึ้น” ผู้อาวุโสคงกล่าว“ขอบคุณผู้อาวุโสคงที่รำบาก” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มจากนั้นฟางเฉินและผู้อาวุโสคงก็รีบออกจากถ้ำและกลับสำนักจู่หลงทันที แต่หลังจากที่พวกฟางเฉินจากไปก็ปรากฎผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักเว่ย“พวกเรามาช้าไป แมงมุมหน้าคนถูกคนอื่นจัดการไปแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักเว่ยกล่าว“จะต้องเป็นสำนักอู่แน่ที่มีความสามารถขนาดนี้” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว“นั่นสินะเพราะสำนักจู่หลงแทบจะไม่ลงจากเขาเลยเพราะงั้นความเป็นไปได้มากที่สุดคือสำนักอู่” ผู้อาวุโสสำนักเว่ยกล่าวเพียงแต่ในขณะที่ผู้อาวุโสและกลุ่มศิษย์กำลังจะจากไปนั้น กลิ่นอายที่เย็นชาและน่าขนลุกก็ปรากฎ“กลิ่นอายนี้มัน แย่แล้วรีบหนีเร็วเข้า!!!!!!!!!” ผู้อาวุโสสำนักเว่ยคำรามออกมา“เกิดอะไรขึ้น” เหล่าศิษย์แสดงสีหน้าไม่เข้าใจและในตอนนั้นเองด้านหน้าของพวกเขาก็ปรากฎอสรพิษสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ตัวหนึ่งอสรพิษตัวนี้มีกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวและในแววตาก็ยังฉายแววปัญญาออกมา“อสูรระดับ 6 อสรพิษหยกแดง!!!!!!!!!!!!!” ผู้อาวุโสสำนักเว่ยคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัว“เจ้าพวกมนุษย์ชั้นต่ำกล้ามาสังหารคนของข้า สมควรตาย!!!!!!!!!!!” อสรพิษหยกแดงคำรามออกมาด้วยความโกรธ“ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยย” พริบตาเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังก็ดังขึ้น ร่างของคนสำนักเว่ยไม่หลงเหลือแม้แต่กระดูกพวกฟางเฉินไม่รู้เลยว่าพริบตาที่ข่าวนี้ถูกสำนักเว่ยรู้เข้าความวุ่นว่ายก็ปรากฎออกมา สำนักเว่ยได้ส่งตัวผู้อาวุโสหลายคนออกมาสำรวจและพบว่าพื้นที่รอบ ๆมีเศษป้ายของผู้อาวุโสตกอยู่ซึ่งป้ายนี้ละลายเหลือเพียงครึ่งเดียวทำให้สำนักเว่ยพอจะนึกออกว่าเป็นฝีมือของอสูรตัวใหน“พวกอสูรในป่าพงไพรเริ่มเคลื่อนใหวแล้ว ไม่คิดเลยว่าอสูรระดับ 6 จะออกมายังเขตกลางของป่าพงไพร” เหล่าผู้อาวุโสสำนักเว่ยพากันแสดงสีหน้าหวาดกลัวและรีบกลับสำนักหลังจากรับรู้เรื่องราวและเมื่อข่าวนี้ถูกกระจายออกไปทั้งสามสำนักและ 4 อาณาจักรเริ่มที่จะไม่อยู่เฉยอีกต่อไปพวกเขาเริ่มที่จะให้ความสนใจเกี่ยวกับการเคลื่อนใหวของอสูรระดับ 6 อย่างใกล้ชิดทันทีอีกด้านผู้อาวุโสคงและฟางเฉินไม่ได้รับรู้เรื่องราวด้านนอกและทั้งสองก็กำลังหลอมอุปกรณ์และถักทเส้นด้ายอย่างตั้งใจ ฟางเฉินใช้ส่วนขาของแมงมุมหน้าคนและส่วนผิวหนังมาสร้างถุงมือในการควบคุมเส้นด้าย และฟางเฉินยังได้สร้างที่เก็บเส้นด้ายเอาไว้ข้างหลังอีกด้วยจะเรียกว่าที่เก็บด้ายสำรองก็ว่าได้เพราะทุกครั้งที่ต่อสู้เส้นด้ายที่เสียหายจำเป็นที่จะต้องทิ้งออกไปทันทีเวลาผ่านไป 7 วันในที่สุดฟางเฉินก็ได้รับด้ายชุดใหม่และยังอุปกรณ์มากมาย นี่คือรางวัลที่ฟางเฉินมาช่วยงานให้กับผู้อาวุโสคงหลังจากที่ไม่ได้บ่มเพาะมานานฟางเฉินก็ไม่ได้เร่งรีบและยังคงเรียนปรุงยาจากผู้อาวุโสไคและช่วยงานด้านการสร้างอุปกรณ์กับผู้อาวุโสคงต่อไปและในไม่นานชื่อเสียงของฟางเฉินก็เริ่มโด่งดังในหมู่ผู้อาวุโสเพราะแม้จะเป็นศิษย์สายนอกและมีจิตวิญญาณระดับต่ำแต่ฟางเฉินกลับมีพรสวรรค์ในด้านเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะปรุงยาหรือสร้างอุปกรณ์ฟางเฉินก็ทำได้ดีอย่างไม่เคยมีมาก่อนเรียกได้ว่าการเรียนรู้ของฟางเฉินนั้นรวดเร็วกว่าอัจฉริยะของสำนักเสียอีกและต่อให้อัจฉริยะมาเรียนรู้การปรุงยาหรือการสร้างอุปกรณ์ก็ไม่มีทางที่จะใช้เวลาน้อยเหมือนกว่าฟางเฉินอย่างเด็ดขาดจากนั้นไม่นานบรรดาผู้อาวุโสสายนอกก็เริ่มที่จะสนใจในตัวของฟางเฉินมากยิ่งขึ้นแม้แต่ผู้อาวุโสด้านค่ายกลก็ยังต้องการที่จะสอนเกี่ยวกับค่ายกลให้กับฟางเฉินแต่ฟางเฉินก็ปฏิเสธเพราะเพียงแค่นี้ฟางเฉินก็แทบจะไม่มีเวลาในการบ่มเพาะแล้วดังนั้นฟางเฉินจึงจำเป็นต้องปฏิเสธผู้อาวุโสท่านอื่นๆและให้ความสนใจเกี่ยวกับการบ่มเพาะอย่างเดียว“ฟางเฉินคราวนี้เข้าแย่แล้ว” ต้าเยี๋ยนที่เห็นว่าฟางเฉินกลับมาห้องพักก็รีบเข้าไปหาทันที“เจ้าหมายความว่ายังไง” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ“ข้าได้ข่าวมาว่าพี่ชายของหม่าจิ้งต้องการที่จะเลือกเจ้าให้เป็นคนรับใช้ของมัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคิดจะทำอะไรเจ้า” ต้าเหยียนกล่าว“งั้นเหรอ แล้วพี่ชายของหม่าจิ้งมีระดับบ่มเพาะอยู่ระดับใหน” ฟางเฉินกล่าว“จากที่ข้ารู้มาเหมือนจะอยู่ระดับนักรบขั้นที่ 3 นะ” ซือถูกล่าว“แบบนี้นี่เอง แต่ข้าเองก็คิดแล้วว่าเจ้านั่นต้องทำแบบนี้ข้าก็เลยขอร้องผู้อาวุโสไคและผู้อาวุโสคงเอาไว้แล้ว ตัวข้าในตอนนี้ได้กลายเป็นผู้ช่วยของผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม