สายลมยามค่ำคืนเหนือนครหลวงตี้ตูแปรเปลี่ยนเป็ความบ้าคลั่งในพริบตา ท้องฟ้าเบื้องบนเหนือตำหนักัอุดรหมุนวนกลายเป็วังวนสีดำทมิฬขนาดมหึมา ทัศนียภาพรอบด้านถูกย้อมด้วยกลิ่นอายอัปมงคลอันหนาแน่นที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของจักรพรรดิมู่หรงคัง ทุกห้วงอากาศในรัศมีหนึ่งร้อยวาบีบอัดจนเสียงแหวกอากาศดัง *เปรี๊ยะ ๆ* ราวกับแผ่นดินกำลังจะพังทลายลงสู่ความมืดมิด
หลินเฟิงยืนตระหง่านอยู่บนผืนศิลาขาวที่ปริแตก ท่ามกลางกระแสลมปราณัดำที่กรีดกรายเข้าใส่ดั่งใบมีดโกนอันคมกริบ เสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาสะบัดพลิ้วอย่างดุดัน แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กยังคงทอประกายเยือกเย็นไม่มีความหวั่นเกรงต่อพลังระดับ์ขั้นกลางของทรราชตรงหน้าแม้แต่น้อย ส่วนหลินเทียนห่าวที่นั่งอยู่เื้ั โคจรพลังโอสถที่เหลือพยายามกางม่านพลังป้องกันเศษหินและประกายไฟที่อาจจะปลิวมากระทบ
"หลินเฟิง... เ้าคิดว่าเ้ามีความลับของมรรคาภพแล้วจะไร้เทียมทานงั้นรึ?" มู่หรงคังเค้นเสียงคำรามต่ำลึก รอยสักอักขระัดำบนิัของมันเริ่มขยับเขยื้อนเลือนไหลปานมีชีวิต "ข้าพึ่งพาพลังสายแร่ปราณัใต้พิภพของบรรพชนต้าเซี่ย ทะลวงเข้าสู่ขอบเขต์ขั้นกลาง ข้าในยามนี้คือเ้านายแห่งปฐีทมิฬนี้!"
มันสะบัดมือขวาชี้ตรงมายังหลินเฟิง ทันใดนั้น ปราณัดำรอบกายพลันควบแน่นกลายเป็รูปหัวัขนาดั์สามร้อยเมตร พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงเข้าหากลางอกของเด็กหนุ่มด้วยความเร็วเหนือเสียง!
"ปราณัทมิฬ: กลืนกินโลกา!"
*โฮกขวากกกกกกกก!*
เสียงคำรามของัดำดังก้องสะท้านเลื่อนลั่นจนสิ่งก่อสร้างรอบข้างที่เหลือพังทลายกลายเป็ผงธุลี พลังนี้ไม่ใช่พลังธรรมดา ทว่ามันแฝงไปด้วย **"สัจธรรมแห่งการกัดกร่อนธาตุ"** หากผู้ฝึกตนทั่วไปััถูก แม้แต่กระดูกและทะเลิญญาก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็น้ำเหลืองในพริบตา
หลินเฟิงไม่หลบหลีก แววตาสีทองของเขาหมุนวนสลักอักขระมรรคาภพ **"กายาัจักรพรรดิ ขั้นที่สี่: ัคลั่งกลืนปฐี!"**
*วิ้งงงงงงง!*
รอยสักัทองบนแผ่นหลังของหลินเฟิงทอแสงทะลุเนื้อผ้าคลุมออกมา รังสีพลังงานสีทองคำบริสุทธิ์ร้อยส่วนะเิพุ่งออกจากร่าง ขยายตัวกลายเป็เงารูปัจักรพรรดิห้าเล็บขนาดั์สีทองอร่าม ลอยเด่นตระหง่านเผชิญหน้ากับัดำของมู่หรงคัง ความกดดันทางสายเืระดับจักรพรรดิแท้จริงแผ่ซ่านออกไป บดขยี้ปราณัดำรอบด้านให้สลายหายไปในพริบตา!
*ตูมมมมมมมมมมม!*
ัทองและัดำพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศ เสียงะเิของพลังงานสองขั้วดังสนั่นปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย คลื่นกระแทกพัดพาเอาฝุ่นผงและซากปรักหักพังปลิวว่อนไปทั่วทิศทาง ทว่าสิ่งที่ทำให้มู่หรงคังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงคือ... ัดำระดับ์ขั้นกลางของมัน กลับถูกัทองของหลินเฟิงอ้าปากกลืนกินเข้าไปทีละส่วนดั่งวาฬกลืนน้ำ!
"อะไรกัน?! พลังสายเืัของเ้า... เหตุใดจึงสามารถข่มขู่ปราณัใต้พิภพของราชวงศ์ได้?!" มู่หรงคังร้องอุทานด้วยความไม่ยินยอม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"มู่หรงคัง ปราณัของพวกเ้าราชวงศ์มู่หรง มันเป็เพียงแค่พลังงานที่สูบกลืนมาจากซากศพและฮวงซุ้ยโบราณ แฝงไปด้วยกลิ่นอายซากศพและความโลภอันหนาแน่น..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังดังกังวานกึกก้อง "ทว่าปราณัจักรพรรดิของข้า... สืบทอดมาจากสัจธรรมแห่งมรรคาภพอันบริสุทธิ์ร้อยส่วน พลังต่ำต้อยของเ้าจะมาเทียบชั้นได้อย่างไร!"
หลินเฟิงขยับมือขวาช้า ๆ ชักกระบี่เพลิงมรรคาพ้นฝัก คราวนี้ใบกระบี่ไม่ได้ปลดปล่อยเปลวไฟหรือความเย็น ทว่ามันกลับกลายเป็ความโปร่งแสง ดั่งใบกระบี่ทำจากอากาศธาตุบริสุทธิ์ แผ่รังสีพลังงานที่สามารถตัดขาดได้แม้กระทั่งความว่างเปล่า
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่สาม: ดาบปราณสุญญตาฉีกมิติ!"
*ฉัวะ!*
หลินเฟิงสะบัดกระบี่ออกไปด้านหน้าเป็เส้นตรง คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นพุ่งทะยานแหวกมิติไปหาตูมู่หรงคังด้วยความเร็วเหนือกาลเวลา มิติรอบทิศทางตามเส้นทางของคลื่นกระบี่ฉีกขาดออกเป็รอยแยกสีดำสนิทลากยาว
มู่หรงคังััได้ถึงวิกฤตความตายอันแหลมคม มันไม่กล้ารับตรง ๆ ร่างกายของมันขยับพุ่งถอยหลังอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า พร้อมทั้งสะบัดมือขวาเรียกอาวุธคู่กาย **"ง้าวัดำกลืน์"** อาวุธวิเศษระดับปฐีขั้นสูงสุดออกมาขวางหน้า
*เคร้งงงงงงงง!*
เสียงปะทะของดาบปราณสุญญตาและง้าวัดำดังสนั่นแสบแก้วหู แม้มู่หรงคังจะสามารถต้านทานไว้ได้ ทว่าแรงกระแทกจากกฎแห่งมิติทำให้ร่างของจักรพรรดิคลั่งกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว ง้าวัดำในมือปรากฏรอยร้าวขนาดเล็กนับร้อยรอย บนใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็ทางยาวเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับโลหิตสีดำที่ไหลซึม
"เ้าเด็กสารเลว! ข้าจะสับเ้าเป็หมื่นชิ้น!" มู่หรงคังคำรามลั่นด้วยความขายหน้า ยามนี้ตัวมันที่เป็ถึงผู้ปกครองแผ่นดินกลับต้องมาหลั่งเืให้แก่เด็กหนุ่มรุ่นหลัง
มันะเิพลังทั้งหมดในร่าง พลังปราณระดับ์ขั้นกลางปะทุขึ้นถึงขีดสุด ง้าวัดำในมือเปล่งแสงสีดำฉาน แผ่รังสีพลังที่แปรเปลี่ยนเป็ภาพลวงตาของขุนเขาทมิฬเก้าลูกกดทับลงมาจากฟากฟ้า
"วิชาลับราชวงศ์: เก้าขุนเขาทมิฬสะกดิญญา!"
มู่หรงคังไม่ได้เพียงแค่โจมตีด้วยง้าว ทว่ามันยังแอบเปิดใช้งานอักขระลับที่ฝังอยู่ใต้ลานศิลาขาว คราบเืของทหารและผู้าุโที่ตายก่อนหน้านี้พลันเดือดพล่าน ควบแน่นกลายเป็เส้นด้ายสีแดงนับหมื่นสาย พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินเกาะกุมพันธนาการขาทั้งสองข้างของหลินเฟิงเอาไว้อย่างรวดเร็ว
"ฮ่า ๆ ๆ! หลินเฟิง เ้าติดกับแล้ว! เส้นด้ายโลหิตนี้คือ 'ค่ายกลกลืนิญญาสิบแปดทิศ' มันจะสูบพลังปราณของเ้าไปเติมเต็มให้แก่การโจมตีของข้า!" มู่หรงคังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยามเห็นร่างของหลินเฟิงถูกตรึงอยู่กับที่ โดยมีเก้าขุนเขาทมิฬกำลังดิ่งลงมาจากเบื้องบน
หลินเทียนห่าวที่เห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที "เฟิงเอ๋อร์! ระวัง! นั่นคือค่ายกลประสานที่ใช้พลังงานชีวิตของคนตาย!"
หลินเฟิงเงยหน้ามองเก้าขุนเขาทมิฬที่กำลังดิ่งลงมา และก้มมองเส้นด้ายโลหิตที่พันธนาการขาเบื้องล่าง แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กยังคงนิ่งสงบ ไม่มีรอยยิ้มและไม่มีความตื่นตระหนก "ใช้พลังงานชีวิตของคนตายมาเป็ฐาน... มู่หรงคัง เ้าช่างเป็จักรพรรดิที่โง่เขลาและน่าสมเพชที่สุดในประวัติศาสตร์"
"เนตรมรรคาภพ: สัจธรรมผกผันสุญญตา!"
*วาบ!*
ดวงตาสีทองของหลินเฟิงส่องประกายแสงสว่างจ้าดั่งตะวันร้อยดวง ทันใดนั้น เส้นด้ายโลหิตนับหมื่นสายที่เคยสูบกลืนพลังปราณกลับหยุดชะงัก และเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียน พลังงานสีดำทมิฬจากค่ายกลใต้ดินกลับถูกเนตรมรรคาของหลินเฟิงย้อนกลับพุ่งเข้าไปทำลายรากฐานพลังงานของมู่หรงคังเองทันที!
"อัก... อะ... อะไรกัน?!" มู่หรงคังหน้าตาบิดเบี้ยว ยามเมื่อพลังงานสะท้อนกลับกระแทกเข้าสู่จุดตันเถียน พลังปราณระดับ์ในร่างเกิดอาการติดขัด ภาพลวงตาของเก้าขุนเขาทมิฬบนท้องฟ้าเริ่มสั่นไหวและสลายตัวหายไปทีละลูกดั่งฟองสบู่แตก
หลินเฟิงสะบัดเท้าคราหนึ่ง เส้นด้ายโลหิตที่พันธนาการอยู่พลันะเิแตกกระจายเป็ฝุ่นผง ร่างของเด็กหนุ่มทะยานขึ้นสู่กลางเวหา ลอยเด่นอยู่เหนือหัวของมู่หรงคัง กระบี่เพลิงมรรคาในมือขวาเปล่งแสงสีทองแดงเดือดพล่านรวมกับรังสีัจักรพรรดิอันเกรียงไกร
"มู่หรงคัง... ไพ่ตายของเ้ามีเพียงเท่านี้งั้นรึ?" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงรังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นจนทำให้ชั้นบรรยากาศรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
จักรพรรดิมู่หรงคังกุมหน้าอกที่สั่นสะท้าน แววตาสีดำทมิฬคู่นั้นยามนี้เริ่มปรากฏร่องรอยแห่งความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจเป็ครั้งแรก มันตระหนักดีว่าเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็กตรงหน้า... ไม่ใช่สิ่งที่พลังระดับ์ขั้นกลางจะสามารถบดขยี้ได้ง่าย ๆ อีกต่อไป!
มหาศึกชำระแค้นครั้งใหญ่ในพระราชวังหลวงตี้ตูกำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุด และก้าวต่อไปของหลินเฟิง... จะเป็ก้าวที่ฝังรากกลบฝังราชวงศ์ทร
ยศนี้ลงสู่ขุมนรกตลอดกาล!