ตอนที่ 16
นอกจากหน้าอกอันมากล้นแล้ว เจ้าก็ไม่มีสิ่งใดดีเลย (2/2)
“แล้วคุณหนูไป๋เล่า ไม่ดีใจหรือ” โอวหยางหมิงเซียนหันมาถามนาง
“อึก..”
ไป๋อวี้สำลักน้ำชา นางตั้งใจนั่งเงียบอยู่นานมาชวนคุยอันใดตอนนี้ !
ร่างบางล้วงผ้าเช็ดหน้าจากแขนเสื้อมาเช็ดคราบน้ำชาที่สำลักแล้วจึงเอ่ยตอบเสียงอ่อนหวาน“จะได้กลับไปพบหน้าท่านแม่แล้วหม่อมฉันย่อมดีใจเพคะ”
“คุณหนูไป๋ช่างกตัญญูนัก” โอวหยางหมิงเซียนเอ่ยพลางมองผ้าเช็ดหน้าลวดลายคุ้นเคยไป๋อวี้รู้ว่าสายตาเขามองสิ่งใดและคิดว่าคนผู้นี้คงกำลังนึกถึงผ้าเช็ดหน้าที่เขาเก็บได้ครานั้น
นางรีบเก็บผ้าเช็ดหน้านั้นเข้าไปในแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว
“หม่อมฉันเพียงจากบ้านมานานจึงคิดถึงมารดาเป็นเรื่องธรรมดาเพคะ”
เป็นสวีเพ่ยเพ่ยที่เบ้ปากโดยไร้ถ้วยชาปกปิด
“เพ่ยเอ๋อร์เองก็จากบ้านมานาน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ก็เป็นห่วงท่านแม่อยู่เช่นกันเพคะ”
เพ่ยเพ่ยคนนี้...ถือว่าอยู่เป็น
“คุณหนูทั้งสองล้วนน้ำใจงามเปิ่นหวางดีใจนักที่มีทั้งสองมาช่วยในครั้งนี้”
“ได้แบ่งเบาภาระของหวางเย่ เพ่ยเอ๋อร์ล้วนเต็มใจเพคะ”
“หม่อมฉันก็เช่นกันเพคะ”
ไป๋อวี้เลียนแบบสวีเพ่ยเพ่ยเสียดื้อ ๆ นางไม่อยากกล่าวคำใดมากนักผลงานในครั้งนี้เพราะหลายฝ่ายต่างร่วมแรงร่วมใจกัน ฉินหวางเองก็ทำเพื่อชาวบ้านจนซูบผอมไปเยอะ
โอวหยางหมิงเซียนนั่งสนทนากับพวกนางอยู่พักหนึ่งเรียกให้ถูกคือมีเพียงเขาที่สนทนากับสวีเพ่ยเพ่ยสองคนก็ไม่ผิดเพราะไป๋อวี้แทบจะไม่เอ่ยสิ่งใดหากโอวหยางหมิงเซียนไม่ได้เอ่ยถาม ทั้ง ๆที่หัวใจของนางเต้นแรงอยู่ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้กับเขาแต่ก็ถือว่าคราวนี้นางเก็บอาการได้ดีเยี่ยม
เชื่อว่าอีกไม่นานคงหายจากอาการรักบุรุษผู้นี้เป็นแน่ไป๋อวี้ปลอบใจตัวเองว่านางกำลังป่วยเป็นโรครักโอวหยางหมิงเซียน ไม่ต้องคิดอันใดให้มากความ เพียงตั้งใจรักษาเดี๋ยวเดียวก็หาย สบายใจ..
“บาดแผลของคุณหนูไป๋เป็นเช่นใดบ้าง”
“หายดีแล้วเพคะ”ผ่านมานานเช่นนี้ทั้งยังมีโอวหยางเวินโหรวรักษาให้มีหรือจะไม่หายคนผู้นี้คงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะต้องแสร้งใส่ใจนาง หึ !
“เสด็จย่าทรงฝากฝังให้เปิ่นหวางดูแลเจ้าเปิ่นหวางเองก็มัวยุ่งอยู่กับคนป่วยจึงละเลยไปบ้างขอคุณหนูไป๋อย่าได้ถือสา”
“อวี้เอ๋อร์มิกล้า” ไป๋อวี้น้อมศีรษะลง “หวางเย่มีใจห่วงประชาชนทุ่มเทพระวรกายเพื่อชาวบ้านจะให้หม่อมฉันถือสาได้อย่างไรเพคะ”
“เช่นนั้นเปิ่นหวางก็วางใจ” โอวหยางหมิงเซียนมองกิริยานิ่งสงบของไป๋อวี้ที่คล้ายว่านางไม่ได้ถือโทษโกรธตนจริงๆ ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่นางจะต้องหาเรื่องให้เขาใกล้ชิดให้ได้แม้จะแปลกใจแต่ใบหน้าร้ายกาจก็ยังเรียบนิ่งและเอ่ยขอตัวจากไปสองสตรีจึงยอบกายส่งตามธรรมเนียม
“น้อมส่งหวางเย่”
“ครานี้เจ้าคงต้องกลับไปนอนตัดใจจริง ๆเสียแล้ว” สวีเพ่ยเพ่ยเอ่ยขึ้นขณะมองร่างสูงเดินไปจนลับสายตา“วันนี้หวางเย่ตรัสกับข้ามากกว่าเจ้าเจ้าคงรู้ตัวแล้วว่าผู้ชนะคือข้า”
“คู่แข่งของเจ้าไม่ได้มีเพียงข้าเจ้าอย่าได้ใจไป” ไป๋อวี้ปรายตามองสตรีชุดแดงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจากนั้นก็หันกายหนีออกมาทันทีโดยไม่สนใจอาการกระทืบเท้าขัดใจของสวีเพ่ยเพ่ย
นางต้องไปวางแผนสำหรับการปะทะกันอีกครั้งของนางและไป๋ฮวาเมื่อกลับจวนตามที่นางจำได้ในซีรีส์หากมันยังเกิดขึ้นจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากซีรีส์มากนักนั่นหมายความว่านางยังรู้อนาคตอยู่
.
.
.
ไป๋อวี้ย้อนกลับไปไหว้พระที่วัดประจำตระกูลเป็นครั้งสุดท้ายตั้งแต่เช้ามืดนางบอกกับสาวใช้ว่าอยากจะกลับเมืองหลวงไปพร้อมกับจิตใจที่สงบจึงสวมชุดสีขาวล้วนสำหรับสตรีที่บำเพ็ญเพียรเมื่อกลับมาจากวัดขบวนเสด็จก็พร้อมที่จะกลับเมืองหลวง
ไป๋อวี้ขึ้นรถม้าของตระกูลกลับจวนด้วยชุดที่ยังไม่ได้เปลี่ยนซึ่งนี่ก็เป็นความตั้งใจของนาง
ไป๋อวี้และไป๋ฮวาจะต้องปะทะกันเล็กน้อยที่หน้าจวนท่ามกลางสายตาของชาวบ้านเหตุเกิดจากแผนการของเยวี่ยเหมยทำให้ไป๋ฮวาผผูกใจเจ็บไม่ลืม จึงจงในก่อเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ แต่แผนครั้งนั้นถูกนางทำพังไปแล้ว ไป๋อวี้จึงไม่แน่ใจว่าวันนี้จะมีเหตุการณ์เช่นนั้นตามที่เกิดในซีรีส์หรือไม่แต่อย่างไรนางก็ต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อน
เป็นเวลาเกือบเย็นที่รถม้าสองคันมาจอดที่หน้าจวนตระกูลไป๋คันหนึ่งงดงามหรูหราอีกคันเป็นรถม้าธรรมดากลางเก่ากลางใหม่ สาวใช้คนสนิทของเยวี่ยเหมยที่มายืนรอต้อนรับมองปราดเดียวก็รู้ว่าคันไหนเป็นรถม้าของคุณหนูรอง
ชาวบ้านละแวกนั้นต่างมารอยลโฉมของสองหญิงงามตระกูลไป๋ผู้กำลังโด่งดังคนพี่ฉลาดหลักแหลมหาสาเหตุแก้ปัญหาโรคระบาดได้ส่วนคนน้องก็โอบอ้อมอารีคิดวิธีรักษาชาวบ้านจนตัวเองล้มป่วย
เป็นไป๋ฮวาที่ก้าวลงจากรถม้าก่อน
เสี่ยวจื่อลงมาประคองมือขาวเรียวที่ยื่นออกจากรถม้าแสนธรรมดาผู้คนต่าชื่นชมแม้จะเห็นเพียงปลายนิ้วงามราวกับหยกเนื้อดี ไม่นานใบหน้างดงามปานล่มเมืองของนางเอกผู้อ่อนหวานก็ปรากฏสู่สายตาของผู้คนเรียกทั้งความตื่นตะลึงและเสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสายเมื่อได้พินิจถึงความงามและความดีของไป๋ฮวาแต่ไม่นานคำชื่นชมก็แปรเปลี่ยนเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเห็นว่าเรือนร่างบอบบางของสตรีเก่งกาจอยู่ในชุดซอมซ่อ !
ตระกูลไป๋มีคุณหนูอยู่ผู้หนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ซึ่งก็คือคนงามตรงหน้าพวกเขา ไม่นึกว่าตระกูลไป๋จะเลี้ยงดูคุณหนูผู้หนึ่งตกต่ำถึงเพียงนี้แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ต่างจากสาวใช้ !
“ค..คารวะคุณหนูสี่” สาวใช้ข้างกายเยวี่ยเหมยยอบกายด้วยใบหน้าเจื่อนนางเตรียมแผนฉีกหน้าคุณหนูสี่เอาไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงอันดีงามของนางโด่งดังไปมากกว่าคุณหนูรองตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่
แต่ผู้ใดจะคิดว่าไป๋ฮวาจะกลับเมืองหลวงด้วยชุดสาวใช้ !
เช่นนี้ชาวบ้านคงประณามตระกูลไป๋ว่าไร้คุณธรรมปฏิบัติไม่ดีต่อสตรีที่ช่วยชีวิตชาวบ้านหลายคนไว้แม้กระทั่งฮ่องเต้ยังทรงชื่นชมไป๋ฮวา แต่ตระกูลไป๋กลับไม่แยแส !
“ไม่ใช่คุณหนูสี่ผู้นี้หรือที่ช่วยชีวิตคนเจ็บนับร้อยเหตุใดตระกูลไป๋จึงโหดร้ายกับนางนัก !”
“อาภรณ์ที่สวมใส่ก็ไม่ต่างจากสาวใช้ทำเช่นนี้กับบุตรีของตนได้อย่างไร”
“น่าเสียดายที่ความงดงามและความเมตตาของคุณหนูสี่ต้องถูกตระกูลไป๋ปิดบังไว้เนิ่นนาน”
“น่าเสียดาย”
“จริงด้วย”
“ไม่ยุติธรรมเลย ๆ ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายของชาวบ้าน นี่เป็นแหล่งกระจายข่าวที่ดีที่สุดในยุคนี้ไป๋ฮวาใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่มีเหตุการณ์ลักพาตัวนางเอกแต่โชคชะตาก็ยังดึงดูดให้นางและไป๋ฮวาปะทะกันจนได้
ไป๋อวี้ถอนหายใจกับความโง่เขลาของตนเองแกล้งนางเอกเรื่องใดไม่แกล้ง ดันแกล้งชิงเสื้อผ้าเช่นนี้ย่อมส่งเสริมแผนเดิมของไป๋ฮวาที่จะเอาคืนเยวี่ยเหมยแต่เวลานี้คนเอาคืนไม่ใช่มารดา แต่เป็นนาง!
เอาเถอะ ยังดีที่นางเตรียมตัวเองไว้
“คารวะคุณหนูรอง ยินดีต้อนรับกลับเจ้าค่ะ”น้ำเสียงยินดีดังไปทั่วหน้าจวนขุนนางใหญ่เรียกความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี
ไป๋อวี้ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่ากิริยาสูงส่งและสง่างามแม้จะอยู่ในชุดสีขาวล้วนสำหรับบำเพ็ญเพียรของสามัญชนทั่วไปก็ไม่ได้ทำให้ความงามของนางลดลงใบหน้างามไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉมส่งให้นางคล้ายกับนางเซียนน้อยผู้หลุดพ้นจากทางโลกเป็นภาพลักษณ์แปลกตาสำหรับผู้ที่เคยยลโฉมคุณหนูรองตระกูลไป๋ ซึ่งนั่นก็ทำให้เสียงพูดคุยของชาวบ้านที่ได้พบนั้นดังขึ้นมากกว่าเดิม
“ดูอาภรณ์ของคุณหนูรองสินั่นก็ชุดสามัญชนเช่นกัน !”
“จริงด้วย ๆ ”
“เห็นทีว่าตระกูลไป๋มิได้ใจร้ายกับคุณหนูสี่อย่างที่คิดแม้แต่คุณหนูรองยังมิได้สวมอาภรณ์งดงามเลย”
“เป็นเพราะคุณหนูทั้งสองคงอยู่หมู่บ้านอย่างสามัญชนช่างน่าชื่นชมโดยแท้”
“ดูคุณหนูรองสิ ขนาดมิได้ประทินโฉมก็ยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลง”
“สมกับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งเสียจริง!”
ไป๋อวี้แย้มยิ้มสะใจอย่างเปิดเผย
อย่าหาว่านางใจร้าย ล้มแผนมารดายังล้มมาแล้วจะยากอันใดกับการพังแผนน้องสาว
“เชิญคุณหนูรองเจ้าค่ะ” สาวใช้ของเยวี่ยเหมยเดินนำคุณหนูรองเข้าจวนด้วยใบหน้าแย้มยิ้มที่ตระกูลไป๋ไม่ต้องถูกก่อนด่าเรื่องคุณหนูสี่ก็เพราะคุณหนูรองช่วยเอาไว้แท้ ๆ
ไป๋อวี้ก้าวเดินเข้าไปทางประตูจวนอย่างสง่าผ่าเผยก่อนจะชะงักเท้าเมื่อเห็นว่าสาวใช้ของมารดาที่เดินนำหน้าหยุดเดินแล้วหันกลับไปเอ่ยขึ้นมาคำหนึ่ง
“คุณหนูสี่กรุณาเดินเข้าทางประตูเล็กด้วยเจ้าค่ะ”
อ่า..นางลืมไป ว่าในซีรีส์มันมีฉากนี้อยู่ด้วย !
ในชาติภพนี้ลูกอนุภรรยาไม่ว่าจะงดงามหรือเก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจเดินเข้าประตูใหญ่ของจวนเด็ดขาด ! เพราะประตูใหญ่มีไว้สำหรับนางและพี่ชายผู้กำเนิดจากภรรยาเอกเท่านั้น
เรื่องเช่นนี้...เป็นแผนการของเยวี่ยเหมยไม่ผิดแน่ !
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------