ทันทีที่หญิงสาวลงจากเกวียนเธอเดินไปสำรวจจุดเดิมที่เคยวางของขายเมื่อเห็นว่ายังว่างอยู่จึงคลี่ผ้าที่เตรียมมาออกแล้วปูลงบนพื้นจากนั้นจึงเดินเข้าไปยังซอกตึกเพื่อเตรียมสินค้าของวันนี้มาวางขายเนื่องจากตั้งใจจะปล่อยสินค้าจำนวนมากขึ้นจึงต้องเดินขนของหลายรอบหน่อยกว่าจะได้ของครบ
เพียงไม่นานแอปเปิ้ลผลใหญ่น่าทานจำนวนสี่ลังก็วางลงบนข้างผืนผ้าเรียบร้อยข้างกันยังมีสาลี่และองุ่นที่วางอยู่ในลังเช่นกันอีกอย่างละสองลัง
เธอยังคงขายเนื้อแพ็คอย่างดีเช่นเดิมโดยไม่ลืมของแห้งอย่างหมูแผ่น หมูฝอย และหมูหยองอย่างละสามสิบแพ็ควางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบหลังจากเรียงสินค้าชิ้นสุดท้ายเสร็จก็พอดีกับที่ลูกค้ารายแรกมาติดต่อซื้อพอดี
จางซิ่วอิงพอจำได้ว่าหญิงชราที่แต่งตัวดูดีตรงหน้าเป็ลูกค้าประจำของร้านเธอคุณยายท่านนี้มักมาซื้อเนื้อแพ็คของเธอไปคราวละห้าถึงสิบแพ็คทุกครั้งคาดว่าคนที่บ้านคงเยอะน่าดู แต่คราวนี้หลังจากหยิบเนื้อเช่นทุกวันแล้วแทนที่จะจ่ายเงินและจากไปอย่างทุกครั้ง กลับหันมาสนใจอาหารแปรรูปลักษณะแปลกตา
“คืออะไรเหรอแม่ค้า?”หญิงชราท่าทางใจดีถามแม่ค้าด้วยน้ำเสียงแปลกใจไม่น้อยั้แ่เกิดมาจนแก่ป่านนี้เธอเองก็พึ่งเคยเห็นสิ่งเหล่านี้เช่นกัน
เมื่อสบโอกาสแม่ค้าสาวจึงยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับแกะเนื้อหมูแปรรูปทีละแพ็คเพื่อให้ลูกค้าได้ชิมก่อนตัดสินใจซื้อซึ่งบทสนทนาที่ไม่เบานักเรียกความสนใจจากคนี่อยู่โดยรอบให้เดินมาชิมอีกหลายคน
ระหว่างนั้นจางซิ่วอิงสังเกตเห็นสีหน้าพึงพอใจของหลายคนจึงเริ่มอธิบายข้อมูลของสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะหมูหวานที่ใช้น้ำตาลค่อนข้างมากทั้งยังใช้เวลาปรุงและเคี่ยวค่อนวันกว่าจะได้หมูหวานที่รสชาติอร่อยเช่นนี้จากนั้นจึงตบท้ายด้วยประโยคที่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด
“เนื้อแปรรูปเหล่านี้สามารถทานกับข้าวต้มก็เข้ากันได้ดีกับข้าวขาวหุงร้อน ๆ ยิ่งเจริญอาหาร ทั้งยังสามารถเก็บได้นานถึงสองเดือนโดยที่คุณภาพยังคงเดิมหากยังอยู่ในแพ็คเหมาะสำหรับกักตุนไว้ใน่ฤดูหนาวนี้มากทีเดียวค่ะ”
พูดเสร็จไม่ลืมส่งยิ้มการค้าออกมาอย่างที่ชอบทำเมื่อฤดูหนาวมาถึงอาหารทุกอย่างล้วนหาได้ยาก และถึงแม้จะหาได้ราคาแต่ละอย่างก็สูงลิบจนบางบ้านไม่อาจจับต้องได้เช่นนั้นมีบ้านไหนบ้างล่ะอยากอยู่อย่างอดอยาก
อีกอย่างจากที่ขายสินค้าที่นี่เธอสังเกตไว้แล้วว่าลูกค้าในตลาดมืดค่อนข้างกระเป๋าหนักดูได้จากการควักเงินซื้อเนื้อจากเธอทีละหลายแพ็คโดยไม่กระพริบตานั่นสิไหนจะผลไม้ที่สามารถจับจ่ายได้โดยไม่ต่อรองราคาสักคำนี่ไม่เรียกว่าร่ำรวยแล้วจะเรียกว่าอย่างไรได้อีก
“ราคาเท่าไหร่เหรอแม่ค้า?”เสียงของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังดังแหวกอากาศเข้ากระทบกับใบหูของแม่ค้าสาวอย่างพอดิบพอดี
เมื่อเห็นว่าลูกค้าคนอื่นยังรอฟังอยู่ด้วยเช่นกันจึงยกยิ้มกว้างก่อนตอบออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าอย่างไรก็ขายได้
“ฉันขายเพียงแพ็คละ 25 หยวนเท่านั้นค่ะสินค้ามีจำนวนจำกัด ไม่แน่ว่าหลังจากนี้อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้นะคะ”
ทันทีที่แม่ค้าพูดจบลูกค้าหลายรายมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยแต่ก็เลือกซื้อกลับไปคนละหลายแพ็คทีเดียว เมื่อมีสินค้าที่ดึงดูดลูกค้าได้มากพอสินค้าอย่างอื่นก็พลอยขายได้ไปด้วยจางซิ่วอิงทั้งหยิบสินค้าใส่ถุง ตอบคำถามลูกค้า ทั้งทอนเงินจนมือเป็ระวิงผ่านไปราวชั่วโมงเศษตรงหน้าเธอก็เหลือเพียงผ้าปูรองที่ว่างเปล่าและลูกค้ารายสุดท้ายที่กำลังเดินจากไป
มือเรียวหยิบผ้าปูผืนยาวขึ้นมาพับเก็บอย่างอารมณ์ดียังเหลือเวลาอีกมากกว่าเกวียนกลับหมู่บ้านจะออกเดินทาง วันนี้เธอคิดว่าจะเดินไปดูเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้สักหน่อยว่าเป็อย่างไรบ้าง
“สวัสดีค่ะคุณป้าหลี่”หญิงสาวเดินเข้ามาในร้านขายอาหารแห้งตระกูลเฉิงพอดีกับหญิงวัยกลางคนที่เธออยากพบก็เดินออกมาพอดี ใบหน้าเล็กเผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวทักทายเถ้าแก่เนี๊ยของร้านอย่างมีมารยาท
“ซิ่วอิง ป้ากำลังจะออกไปหาเธอที่ตลาดมืดอยู่พอดี”หลี่ฟางอิงคว้ามือเล็กของหญิงสาวรุ่นลูกให้เดินตามเข้ามาในร้านใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยแสดงความดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ไปหาฉัน? มีอะไรเหรอคะ? หรือสินค้าที่ให้ไปมีปัญหา”ถึงจะถามไปอย่างนั้น ทว่าในใจของเธอกลับรู้ดีอยู่แล้วว่าเื่อะไรอีกอย่างเมื่อนึกถึงเม็ดเงินที่กำลังหลั่งไหลเข้ากระเป๋าจากหลายทางในใจก็รู้สึกลิงโลดไม่น้อย
“ฮ้ายยย!! ปัญหาอะไรกันล่ะดีมากเลยต่างหาก”หลี่ฟางอิงยิ้มกว้าง พลางโบกมือไปมาก่อนจะเล่าเื่ที่ลูกสาวและลูกเขยได้บอกเอาไว้ก่อนไป
ซึ่งในวันที่ลูกสาวมาเยี่ยมบ้านเธอทำอาหารจานเนื้อและอย่างอื่นอีกหลายอย่างขึ้นโต๊ะเพื่อต้อนรับลูกเขยที่เธอแสนภาคภูมิใจโดยบนโต๊ะนั้นมีของแถมที่เด็กสาวคนนี้แถมให้ครั้งก่อนด้วย ซึ่งทันทีที่ทั้งคู่ได้ทานก็รู้สึกถูกใจอย่างมากถึงกับถามที่มาและราคา เธอจึงบอกไปว่าเป็ของแถมได้มาไม่เสียเงิน
และด้วยเป็อาหารแปรรูปที่ไม่เคยเห็นมาก่อนลูกสาวจึงเสนอให้เธอติดต่อนำมาขายที่ร้านส่วนลูกสาวเองนั้นก็อยากแบ่งไปขายที่ร้านต่างอำเภอของเธออีกด้วย วันนี้หลี่ฟางอิงจึงตั้งใจว่าจะติดต่อกับแม่ค้าอย่างจางซิ่วอิงเพื่อรับของเหล่านี้มาขายที่ร้านของตนเองและลูกสาว
จางซิ่วอิงที่ตั้งใจฟังทุกอย่างเงียบๆ ก็เข้าใจได้ในทันที เพราะนี่คือเมล็ดพันธุ์ที่เธอจงใจหว่านเอาไว้ั้แ่แรกและเช่นเดิมเธอไม่ลืมสาธยายกรรมวิธีแสนยุ่งยากของอาหารเหล่านี้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมัน
“อันที่จริงฉันขายอยู่ในตลาดมืดแพ็คละ 25 หยวนค่ะแต่ฉันจะให้คุณป้าในราคาส่งคือแพ็คละ 20 หยวน คุณป้าตกลงไหมคะ?”
หลี่ฟางอิงคิดคำนวณในใจเพียงเงียบ ๆ ครู่หนึ่งจึงตอบออกมา
“ราคานี้ไม่มีปัญหาเลย แต่ฉันอยากจะขออะไรสักอย่าง”
แม้จะพอเดาได้อยู่บ้าง แต่สำหรับการคุยเื่การค้าจางซิ่วอิงไม่รีบร้อนที่จะพูดทุกสิ่งออกไปหญิงสาวเลือกที่จะฟังและเก็บข้อมูลจากอีกฝ่ายมากกว่าและพูดคุยแค่ที่จำเป็ก็เพียงพอแล้ว“อะไรหรือคะ?”
“ฉันอยากทำเป็สัญญาระยะยาวอีกอย่างในสัญญาจะต้องระบุว่าเธอจะขายให้ป้าเพียงเ้าเดียว”หญิงวัยกลางคนตอบออกไปอย่างที่ได้คิดไว้พลางสังเกตุสีหน้าของเด็กสาวเป็ระยะ
“ตกลงค่ะ ฉันจะให้ลูกค้าของฉันมาซื้อที่ร้านป้านะคะ”จางซิ่วอิงยิ้มกว้างก่อนจะตอบตกลงออกมาเมื่อสิ่งที่คาดการณ์ไว้เข้าล็อคพอดีราวกับจับวาง
“เดี๋ยวป้าร่างสัญญาเลยแล้วกัน”
จางซิ่วอิงพยักหนารับรู้ด้วยรอยยิ้มใสซื่อหลังจากนั้นไม่นานสัญญาการค้าฉบับที่สองของชีวิตนี้ก็วางอยู่ตรงหน้าเธอดวงตาคู่เรียวกวาดมองรายละเอียดแต่ละข้อก่อนจะจรดปลายปากกาลงลายมือชื่อของตนเองลงไป
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแปลกใจให้กับหลี่ฟางอิงอีกครั้งเด็กคนนี้นอกจากเื่การเจรจาการค้าที่ดูเก่งกาจแล้วเธอยังอ่านออกและเขียนได้คล่องแคล่วโดยไม่ต้องมีคนอธิบายแต่อย่างใด ดูแล้วแม่ค้าจากชนบทคนนี้เธอไม่อาจดูเบาได้จริงๆ
ในครั้งแรกป้าหลี่้าสินค้าอย่างละ50 แพ็คก่อน หญิงสาวจึงแสร้งบอกว่าจะเดินไปเอาของก่อนจะหายเข้าไปในมุมลับตาคนหอบหิ้วสินค้ารอบแรกจำนวน 150ชิ้นใส่ถุงใบใหญ่เข้ามาส่งในร้าน
ความขยันขันแข็งของเด็กสาวและการทำการค้าที่ค่อนข้างชาญฉลาดนับว่าถูกใจหลี่ฟางอิงมากทีเดียวเถ้าแก่เนี๊ยร้านตระกูลเฉิงควักเงินจ่ายค่าสินค้าไป 3,000 หยวน ก่อนบอกให้เด็กสาวมาส่งอีกครั้งในอีกสามวันข้างหน้า
จางซิ่วอิงตอบรับในทันทีก่อนจะกำถุงเงินในมือแน่น แล้วจากมาด้วยรอยยิ้ม เห็นทีคงได้ซื้อบ้านเร็ว ๆนี้อย่างแน่นอน
อันที่จริงเธอมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านแต่ห้างสรรพสินค้าที่มีเธอไม่รู้ว่ามันจะหายไปตอนไหน ่นี้จึงขอกอบโกยเงินให้มากหน่อยอีกอย่างเธอยังอยากมีหน้าร้านเป็ของตัวเองโดยไม่ต้องไปขายที่ตลาดมืดอีก จึงต้องสะสมเงินเอาไว้ให้มากหากอนาคตเจอร้านที่ถูกใจกำลังปิดกิจการก็จะได้ควักเงินไปเซ้งต่อได้เลย