บทที่ 31 นางไม่ใช่ปีศาจจริง ๆ หรือ?
หัวซิวเยวี่ยนเดินตรงดิ่งจากชั้นห้าขึ้นมาชั้นหกโดยไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ เลย!
เมื่อครู่ศิษย์น้องหญิงเล็กไม่ได้ฉีกอักขระที่ปลดข้อจำกัดบันไดทิ้งไปแล้วหรือ? อาจารย์ขึ้นมาได้อย่างไร?
หากเขารู้ความลับของข้อจำกัดที่นี่ั้แ่แรก และรู้ว่าจะขึ้นมาชั้นหกโดยไม่ถูกข้อจำกัดขัดขวางได้อย่างไร ทำไมถึงไม่เคยบอกพวกเขาเลย?
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ตอนนี้เขาเดินขึ้นมาจะไม่เจอพวกเขาหรอกหรือ?
ในชั่วขณะที่ศีรษะของหัวซิวเยวี่ยนเลยขั้นบันไดขึ้นมา เพียงพอที่จะมองเห็นสถานการณ์ชั้นหกได้ชัดเจน เผยลั่วไป๋และคนอื่น ๆ กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เขาหันหน้ามา สายตากวาดผ่านเผยลั่วไป๋และคนอื่น ๆ ในใจพวกเขากำลังคิดอย่างบ้าคลั่งว่าจะอธิบายอย่างไรดี แต่หัวซิวเยวี่ยนกลับเหมือนไม่เห็นพวกเขา สายตายังคงเคลื่อนต่อไป จนกระทั่งมองรอบชั้นหกหนึ่งรอบ
เผยลั่วไป๋และคนอื่น ๆ พบว่าหัวซิวเยวี่ยนดูเหมือนจะมองไม่เห็นพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้วางใจ ยังคงระมัดระวัง กลั้นลมหายใจ หลีกเลี่ยงการเปิดเผยร่องรอยใด ๆ
"แปลก"
หัวซิวเยวี่ยนที่ไม่พบสิ่งใด ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าจริงจังยิ่งขึ้น
หากไม่ใช่เพราะพวกโง่จากสำนักข้างเคียงเ่าั้ เขาก็จะตรวจสอบสถานการณ์ที่นีjได้ทันทีแล้ว แบบนี้ก็คงมาเสียเที่ยวแล้ว
เขามองอีกรอบ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใด จึงหันหลังลงบันไดไป
หลังจากหัวซิวเยวี่ยนลงบันwfไปแล้ว เผยลั่วไป๋และคนอื่น ๆ ก็ยังไม่กล้าประมาท จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายออกจากหอตำรา พวกเขาจึงค่อย ๆ ถอนหายใจ
ไม่รู้ทำไม ท่านอาจารย์ถึงแม้จะอยู่เพียงขอบเขตจินตาน แต่กลับสร้างแรงกดดันให้พวกเขาได้มากมายขนาดนี้ ทำให้พวกเขาจำต้องระมัดระวังไม่กล้าเปิดเผยร่องรอยใด ๆ เลย
"แปลกจัง ทำไมท่านอาจารย์ถึงมองไม่เห็นพวกเรา?"
จี้จื่อจั๋วเพิ่งถามจบ เขาก็พบว่าเยี่ยหลิงหลงที่อยู่ด้านหลังไม่มีท่าทีตื่นเต้นแม้แต่น้อย อีกทั้งยังนั่งกินผลไม้ิญญาอย่างสบายอารมณ์อีก จึงรู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ต้องเป็เพราะนางแน่
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าทำอะไรหรือเปล่า?"
เยี่ยหลิงหลงยิ้มและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็เห็นว่ารอบ ๆ ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่มีการติดกระดาษยันต์หลายใบ ล้อมพวกเขาเอาไว้พอดี
"นี่คือยันต์ล่องหนหรือ?"
หนิงิเฉิงสงสัยจึงดึงยันต์หนึ่งแผ่นออกมาดู พอเขาดึงออก ทำให้ผลล่องหนหายไป
"ใช่แล้ว ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าเขา ข้าเลยรีบติดยันต์เพราะกลัวเขาจะเห็นพวกเรา"
"ศิษย์น้องหญิงเล็กเก่งจริง ๆ เ้าเดาได้อย่างไรว่าเขาจะขึ้นมา? เมื่อกี้ข้าใแทบตาย"
"พวกท่านไม่ได้บอกหรอกหรือว่าอาจารย์ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเรา? การที่เขาขึ้นมาชั้นหกได้โดยไม่บอกพวกเราก็เป็เื่ปกติมากนะ"
ได้ยินดังนั้น ศิษย์พี่ทั้งสามก็ตกอยู่ในภวังค์
ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับอาจารย์ค่อนข้างห่างเหิน นอกจากตอนเข้าเป็ศิษย์ที่ได้พบหน้ากันแล้ว เวลาอื่น ๆ ก็เหมือนคนแปลกหน้า จึงไม่ได้ถือว่าอาจารย์เป็พวกเดียวกัน
แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พวกเขารู้ชัดเจนแล้วว่าพวกเขากับอาจารย์ไม่ใช่พวกเดียวกันจริง ๆ
อีกทั้งพวกเขายังไม่กล้าจินตนาการเลยว่าหากเมื่อครู่ศิษย์น้องหญิงเล็กไม่ใช้ยันต์ล่องหน หากอาจารย์จับได้พวกเขาจะเป็อย่างไร? ทำไมอาจารย์ที่อยู่เพียงขอบเขตจินตานเล็ก ๆ ถึงมีกลิ่นอายกดดันที่ทรงพลังขนาดนั้น? เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาพวกเขาเหงื่อแตกพลั่กเลยทีเดียว
ดูเหมือนอาจารย์ของพวกเขาจะเหมือนกับสำนักชิงเสวียนอันตกต่ำนี้ ซ่อนเร้นความลับนับไม่ถ้วน ภูมิหลังไม่ธรรมดาแน่นอน
เยี่ยหลิงหลงลุกขึ้นยืน สีหน้าของนางเมื่อเทียบกับศิษย์พี่ทั้งสามดูผ่อนคลายอย่างยิ่ง
นางดึงกระดาษยันต์ที่ติดอยู่บนใบหน้าของตน หลังจากผ่านไปนานขนาดนั้น ผลของสปาหมดไปนานแล้ว
"ศิษย์พี่ พวกท่านรีบมาดูตรงนี้เร็วเข้า"
เมื่อได้ยินเสียงของเยี่ยหลิงหลง พวกเขาก็ไม่ได้สนใจเื่ของอาจารย์อีกต่อไป ลุกขึ้นยืนเดินไปยืนข้าง ๆ นาง
ชั้นหกของหอตำราไม่ได้มีชั้นหนังสือและหนังสือมากมายสุดลูกหูลูกตา ทั้งชั้นค่อนข้างโล่ง มีชั้นหนังสือล้อมรอบสี่ด้าน และตรงกลางมีแผ่นจานขนาดใหญ่
ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าแผ่นจานนี้
บนแผ่นจานมีอักขระที่ซับซ้อนวาดอยู่มากมาย แบ่งออกเป็เก้าพื้นที่ใหญ่ และในพื้นที่ใหญ่ก็ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ อีกมากมาย ซับซ้อนจนไม่มีไม่อาจเข้าใจ
จี้จื่อจั๋วอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปััแผ่นจานเบา ๆ เห็นตำแหน่งที่เขาเพิ่งััไปนั้นอักขระสว่างขึ้นมา แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก
ดังนั้นเขาจึงยื่นมือไปััอีกพื้นที่หนึ่ง อักขระตรงจุดนั้นก็สว่างขึ้นเช่นกัน
เขาััอีกสี่จุด เมื่ออักขระทั้งสี่จุดสว่างขึ้น แล้วค่อย ๆ หายไป
"นี่มันอะไรกัน ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมถึงสว่างแล้วก็ดับไปล่ะ"
"อย่าไปแตะมั่วซั่วอีกเลย ดูเหมือนว่านี่จะเป็กลไกที่ซับซ้อน ต้องกดอักขระให้ถูกต้องถึงจะใช้งานได้ ถ้ากดผิดไปเรื่อย ๆ กลัวว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงนัก"
เผยลั่วไป๋พูดพลางขมวดคิ้ว จี้จื่อจั๋วใรีบชักมือกลับทันที
เยี่ยหลิงหลงพลันหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า "น่าสนใจ"
หลังจากนั้น นางก็ยกมือขึ้นกดอักขระบนแผ่นจานหลายครั้งติดต่อกัน เมื่อนางกดเสร็จ อักขระทั้งหมดก็สว่างวาบ แผ่นจานหมุนวน ตามด้วยแผ่นจานตรงกลางเปิดออก พร้อมกับม้วนหยกลอยขึ้นมา
เยี่ยหลิงหลงหยิบม้วนหยก ทันทีที่ััม้วนหยก นางก็รู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่และเรียบง่ายที่บรรจุอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว นางเห็นอักษรโบราณเขียนอยู่บนปกของม้วนหยกสองสามตัว ‘วิชาหวนกำเนิด’
นางยกม้วนหยกอย่างตื่นเต้น
"ศิษย์พี่ ข้าพบมันแล้ว!"
เหล่าศิษย์พี่รีบเข้ามาดู เมื่อเห็นวิชาหวนกำเนิดในมือของเยี่ยหลิงหลง พวกเขาก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
"นี่คือวิชาที่เ้า้าหาเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหรือ?"
เผยลั่วไป๋รับม้วนหยกมา รู้สึกประหลาดใจกับพลังที่บรรจุอยู่ภายในอย่างมาก
ตอนนั้นเขายังคิดว่าศิษย์น้องหญิงเล็กพูดเล่น ไม่คิดว่าจะมีวิชาเช่นนี้อยู่จริง ๆ และดูเหมือนว่าระดับของมันจะไม่ต่ำเลย
ไม่ใช่ ไม่ใช่แค่ระดับไม่ต่ำ มันดูเหมือนจะทรงพลังกว่าวิชาใด ๆ ที่พวกเขารู้จัก
"นี่คือวิชาอะไร? มันดูทรงพลังมาก"
"วิชาสูงสุด"
"วิชาสูงสุด?"
นอกจากเยี่ยหลิงหลง คนอื่น ๆ ต่างได้ยินชื่อนี้เป็ครั้งแรก
"เหนือขั้นเก้า วิชาสูงสุด"
สิ้นคำ ศิษย์พี่ทั้งสามต่างสูดหายใจลึกพร้อมกัน
พวกเขารู้ว่าสำนักชิงเสวียนไม่ใช่สำนักธรรมดาที่ตกต่ำ แต่ไม่คิดเลยว่าในสำนักชิงเสวียนจะมีคัมภีร์วิชาสูงสุดเหนือขั้นเก้า!
วิชาลับเช่นนี้ เกรงว่าทั้งโลกแห่งการฝึกตนคงไม่มีสำนักใดเทียบได้!
สำนักชิงเสวียนของพวกเขาเป็สำนักแบบไหนกันแน่? ทั้งเ้าสำนักที่แปลกประหลาด และรากฐานที่ทรงพลังแม้จะดูเสื่อมโทรม
"ศิษย์พี่ พวกท่าน้าวิชาลับแบบใด? ข้าจะช่วยหาให้ดูว่ามีหรือไม่"
"เ้าใช้จานนี้เป็หรือ?"
"ข้าอ่านอักขระบนนั้นออก และเมื่อผนวกกับการใช้งานของหอตำราเอง ตลอดจนลำดับการจัดวาง ข้าจึงรู้แล้วว่าจะใช้มันอย่างไร"
สิ้นคำ เหล่าศิษย์พี่ทั้งสามก็สูดหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง
ความฉลาดของศิษย์น้องหญิงเล็กช่างน่าขนพองสยองเกล้าเพียงนี้ นางไม่ใช่ปีศาจจริง ๆ หรือ?