บทที่ 25 เกิดเื่ไม่คาดฝัน (รีไรต์)
เฉินไฮว่อันมองผลไม้สีเหลืองทองอร่ามในตะกร้าอย่างใจจดใจจ่อ เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งลูก ก่อนจะยกขึ้นมาดม
“ใช่แล้ว กลิ่นนี้ละ”
เฉินไฮว่อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“นี่คือลูกสาลี่ใช่หรือไม่”
แม่เฒ่าฉินและฉินเยาเยาต่างก็มีความคิดแวบขึ้นมาในใจพร้อมกัน
“แม่เฒ่าฉิน ท่านได้ลูกสาลี่มาจากที่ใด”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยถาม
“นายท่านเฉินรู้จักสิ่งนี้งั้นหรือ”
“รู้จักสิ เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยเดินทางไปที่เมืองชายทะเลกับกองคาราวาน และได้ซื้อผลไม้นี้มาจากพ่อค้าต่างชาติตาสีฟ้า จมูกโด่ง พวกเขาบอกว่านี่คือลูกสาลี่”
“ผลไม้นี้ช่างหอมหวานชื่นใจยิ่งนัก เพียงกัดคำเดียวยังรู้สึกเย็นกายเย็นใจ ข้าจึงได้นำกลับไปให้ท่านพ่อได้ลองชิมรส ท่านพ่อติดใจนัก บอกว่าหาที่ใดไม่ได้อีกแล้ว ข้าเองก็ไปเยือนเมืองท่าบ่อยครั้ง แต่ก็หาซื้อผลไม้นี้ไม่ได้อีกเลย”
แม่เฒ่าฉินคิดในใจ ‘พลาดแล้ว!’
“ฮ่า ๆ เช่นนั้นรึ นี่ไม่ใช่แค่ผลไม้ป่าธรรมดา ๆ หรอกหรือ”
แม่เฒ่าฉินพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน
นางเพียงแค่นำผลไม้ติดมือไปเพื่อขอบคุณน้ำใจของอีกฝ่ายเท่านั้น ใครเล่าจะรู้ว่าจะมีเื่ราวเช่นนี้อยู่ด้วย
“แม่เฒ่าฉิน ผลไม้นี้ท่านได้มาจากที่ใดหรือ บอกข้าเถิด ข้าจะได้ไปหาซื้อมาให้ท่านพ่ออีก ท่านชื่นชอบนัก”
“เอ่อ...”
แม่เฒ่าฉินถึงกับอึกอัก นางยังไม่ทันได้ลิ้มลองเลยสักคำ นี่เป็ของที่หลานสาวนำมาให้
“ไม่สะดวกบอกงั้นหรอกหรือ”
“ไม่เป็ไร ๆ ข้ายินดีซื้อของท่าน”
บนใบหน้าของเฉินไฮว่อันปรากฏความเ็าขึ้นเล็กน้อย คิดว่าที่แม่เฒ่าฉินไม่ยอมบอกเพราะไม่เห็นผลประโยชน์
ฉินเหล่าซื่อลุกขึ้นยืนแล้วคำนับ “นายท่านเฉิน ไม่ใช่ว่าพวกข้าจะปิดบังท่านหรอก แต่ผลไม้นี้เมื่อก่อนตอนที่ข้าออกคุ้มกันสินค้า ได้ต้นกล้ามาโดยบังเอิญ จึงเกิดความสงสัยใคร่รู้จึงนำไปปลูกไว้ที่หลังเขาบ้านเกิด ผ่านไปหลายปีจึงออกผลเพียงครั้งเดียว ครั้งนี้ที่ออกผลมาข้านำมาทั้งหมดแล้ว”
“ส่วนต้นไม้นั้น คาดว่าตอนนี้คงถูกพวกหนานหมานทำลายไปแล้ว”
เมื่อเฉินไฮว่อันได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง
แม่เฒ่าฉินมองฉินเหล่าซื่อด้วยความชื่นชม ใน่เวลาสำคัญเช่นนี้ต้องพึ่งพาลูกชายที่ไม่เก่งกาจเื่พูดจา
“นายท่านเฉิน พวกข้ามาเพื่อบอกลา เนื่องจากคุณชายเฉินไม่อยู่ รบกวนท่านเฉินช่วยแจ้งให้ทราบด้วย พวกเราคงมีโอกาสพบกันใหม่ในภายภาคหน้า”
เฉินไฮว่อันจึงนึกขึ้นได้ว่าจุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่คืออะไร จึงรีบเอ่ยถาม “รีบร้อนอันใดนักหรือ ไม่อยู่ต่ออีกสักสองสามวัน”
“ไม่ล่ะ อย่างไรพวกข้าก็ต้องไปเมืองหลวง จะช้าหรือเร็วก็ไม่แตกต่างกัน” แม่เฒ่าฉินปฏิเสธ
“ทางราชสำนักไม่ทำอันใดเลย เกรงว่าอำเภอจี้โจวแห่งนี้คงไม่สามารถต้านทานได้นาน พวกข้ามีทั้งคนแก่และเด็ก เดินทางช้ากว่าผู้อื่นเป็ทุนเดิม ออกเดินทางเร็วหน่อยก็ปลอดภัยกว่า”
“พวกเราก็ตั้งใจจะไปเหมือนกัน สองสามวันมานี้ก็เก็บข้าวของอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปที่ใด” เฉินไฮว่อันเอ่ยด้วยความรู้สึกหดหู่เช่นกัน
แม่เฒ่าฉินถอนหายใจตาม “หากไม่จำเป็จริง ๆ ใครเล่าจะอยากทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน พวกข้าอพยพหนีภัยมาจากทางเหนือจนถึงตอนนี้ ต้องเผชิญหน้ากับความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แม้แต่หลานสาวของข้าก็ยังเกิดระหว่างทางที่ต้องหนีภัย”
“เช่นนั้น ข้าก็จะไม่รั้งพวกท่านไว้ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ หวังว่าสักวันหนึ่งพวกเราคงได้พบกันอีก”
เฉินไฮว่อันกำลังจะไปส่งพวกเขาที่หน้าประตู บ่าวรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ร้องะโว่า
“นายท่านขอรับ ท่านเขยกับคุณหนูถูกลอบทำร้าย ตอนนี้อาการสาหัสมากขอรับ!”
“ว่าอันใดนะ!”
เฉินไฮว่อันหน้ามืด ตัวเซ เกือบจะทรงตัวไม่อยู่
ฉินเหล่าซื่อรีบเข้าไปประคองเขาไว้ “นายท่านเฉิน ท่านเป็อันใดหรือไม่”
เฉินไฮว่อันรู้สึกตัว แล้วเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “ซานจื่อ เกิดอันใดขึ้น เล่าให้ข้าฟังโดยละเอียด”
ซานจื่อกล่าวทั้งน้ำตา “มีคน... มีคนแอบใส่ยาพิษในอาหารของท่านเขยและคุณหนู พวกเขากินเข้าไปแค่สองคำก็ล้มลงไปแล้วขอรับ”
“ท่านหมอตรวจดูแล้ว พิษนั้นคือยาพิษหายากของพวกหนานหมาน ชื่อว่าอีเสี้ยนเทียน”
“อีเสี้ยนเทียนงั้นหรือ!” เฉินไฮว่อันกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก จึงรีบะโสั่งเสียงดังว่า
“เสี่ยวชุ่ย เสี่ยวหง พวกเ้ารีบไปเก็บข้าวของของคุณชายเร็วเข้า!”
“ซานจื่อ รีบไปนำรถม้าที่ด้านหลังออกมาเร็ว”
“อามู่ รีบไปตามคุณชายกลับมา เร็วเข้า วิ่งไปเลย!”
สิ้นคำสั่งของเฉินไฮว่อัน เขาก็หันไปบอกแม่เฒ่าฉิน “แม่เฒ่าฉิน พวกท่านรีบกลับไปเก็บข้าวของเถิด สิ่งใดไม่สำคัญก็ไม่ต้องนำไป เอาเฉพาะของสำคัญพอ ข้าจะให้คนนำรถม้าไปส่งพวกท่านออกจากเมือง”
“นายท่านเฉิน แล้วพวกท่านเล่า” แม่เฒ่าฉินเอ่ยถาม
“ข้าไปไม่ได้ เสี่ยวลี่เป็หลานสาวของข้า ข้าเป็คนเลี้ยงดูนางมา ข้าทิ้งนางไปไม่ได้ หากข้าไปอำเภอจี้โจวต้องวุ่นวายแน่ พวกท่านก็จะยิ่งลำบาก”
“เื่ที่พวกเขาถูกลอบทำร้าย คงยังไม่แพร่กระจายออกไป รีบไปเสียก่อนที่ข่าวจะรั่วไหล ข้าจะให้ฮั่นหลินไปกับพวกท่าน มีฮั่นหลินอยู่ด้วย ทหารยามคงไม่ขัดขวาง ฮั่นหลินยังเด็ก ข้าขอฝากแม่เฒ่าฉินช่วยดูแลเขาด้วย”
เฉินไฮว่อันโค้งคำนับพวกเขาอย่างนอบน้อม ฉินเหล่าซื่อจึงรีบพยุงร่างเขาขึ้น
แม่เฒ่าฉินรู้สึกะเืใจ พ่อแม่ย่อมทำทุกอย่างเพื่อลูก นางนึกถึงลูกชายที่หายตัวไป น้ำตาก็เกือบจะไหลออกมา
“ท่านวางใจเถิด ข้าจะดูแลคุณชายเฉินดั่งลูกชายของข้าเอง”
“ขอบพระคุณแม่เฒ่าฉิน ตอนนี้ไม่ควรชักช้า รีบกลับเถิด รีบไปเถิด”
เฉินไฮว่อันเร่งรัดให้พวกเขารีบจากไป ส่งพวกเขาขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าประตู “ข้าให้ฮั่นหลินไปรอพวกท่านอยู่ที่ประตูเมือง พอรับทุกคนในครอบครัวเสร็จแล้ว ขอให้พวกท่านรีบไปที่ประตูเมืองทันที”
ฉินเหล่าซื่อพยักหน้ารับ ก่อนจะบังคับรถม้าให้มุ่งหน้ากลับบ้าน
ฉินเยาเยาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของท่านย่า หัวใจของนางราวกับมีเงาดำปกคลุม
นับั้แ่ที่นางเกิดมา นี่เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างเลวร้ายยิ่ง
ระหว่างทาง พวกเขาก็ได้พบกับฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานที่กำลังออกตามหาเกวียนวัวอยู่พอดี
“ท่านแม่ ท่านได้รถม้านี่มาจากที่ใดหรือ”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ “นายท่านเฉินให้ยืมมา”
ฉินเหล่าเอ้อร์และคนอื่น ๆ ยังมีเื่อยากถามอีกมาก แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของมารดา พวกเขาจึงตัดสินใจปิดปากเงียบ
ไม่นานนัก รถม้าก็มาถึงบ้าน
“รีบอุ้มเด็ก ๆ ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ เอาไปแค่ของมีค่าก็พอ อย่างอื่นไม่ต้องเอาแล้ว รีบไปกันเถอะ!”
คำพูดของแม่เฒ่าฉินทำเอาคนอื่น ๆ ตกตะลึง
“ท่านแม่ เอาข้าวสารไปด้วยหรือไม่เ้าคะ” สือไห่ถังเอ่ยถาม
“เอาข้าวสารกับแป้งสาลีอย่างดีไปก็พอ อย่างอื่นไม่ต้องเอาไป”
เพียงครู่เดียว ทุกคนในตระกูลฉินก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประตูเมือง
แม้ในใจจะมีคำถามมากมายที่อยากเอ่ยถาม ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ยออกมาแม้แต่คำเดียว
ถนนที่มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองคับคั่งไปด้วยผู้คน ฉินเหล่าซื่อขับรถม้าฝ่าฝูงชนไปอย่างยากลำบาก
บริเวณประตูเมือง มีรถม้าสีเทาจอดอยู่ข้างทาง เมื่อเห็นรถม้าของฉินเหล่าซื่อเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มบนรถม้าจึงลุกขึ้นยืนโบกมือให้พวกเขา
เฉินฮั่นหลินะโลงจากรถม้ายื่นห่อผ้าให้ฉินเหล่าซื่อ
“ท่านพี่สี่ฉิน รถม้าและข้าวของเหล่านี้ข้าขอมอบให้พวกท่าน ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ หากพวกเรามีโอกาสคงได้พบกันใหม่”
“ไม่ใช่ว่า... เ้าต้องไปกับพวกข้าหรอกหรือ”
เฉินฮั่นหลินยิ้มอย่างขมขื่น “ท่านพ่อและท่านปู่ของข้าอยู่ที่นี่ ข้าทิ้งพวกเขาไปไม่ได้”
แม่เฒ่าฉินไม่เห็นด้วย “มิได้คุณชายเฉิน พวกข้าให้สัญญากับบิดาของท่านแล้วว่าจะพาท่านไปด้วย”
“ท่านป้าฉินไม่ต้องกังวลใจไป พวกท่านรีบไปเถิด อีกประเดี๋ยวเกรงว่าจะไปไม่ได้”
เฉินฮั่นหลินยัดห่อผ้าใส่มือฉินเหล่าซื่อก่อนจะหันหลังจากไป
“เหล่าซื่อ!”