บทที่7
ร่างกายอ่อนเยาว์
ลมปราณแผดพุ่งปกคลุมไปทั่วทั้งห้องที่อบอ้าวสายลมบางๆห่อหุ้มร่างกายล้อมรอบราวกับเกลียวคลื่นที่เกรี้ยวกราดอาจก่อนที่พลังฟ้าดินที่รอยอยู่บริเวณรอบๆร่างกายจะพุ่งทะยานลงมาประทับสู่ร่างกาย
ในขณะนั้นเองดุจดั่งทั่วทั้งบริเวณบังเกิดออร่าลมปราณที่เข้มข้นหลี่หยุนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนร่างกายของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป
การะเิแก่นิญญาภายในร่างกาย่อายุขัยนั้นกลับสู่วัย 120 ปี
ก่อนที่ในเวลาต่อมาเมื่อพลังฟ้าดินหลอมรวมเข้ากับลมปราณภายในร่างกายสร้างกายเป็แก่นิญญาภายในร่างกายขึ้นมาใหม่
ไม่เพียงแค่แก่นิญญาที่โดนทำลายนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาทว่าอายุขัยก็ย้อนคืนกลับไปวัยหนุ่มฉกรรจ์
พลังฟ้าดินที่หลอมรวมสั่นะเืไปทั่วทั้งสรวง์บริเวณก้อนเมฆ้าเมืองทะเลทรายแหวกตัวเป็วงกว้าง
ปรากฏการณ์ที่บังเกิดขึ้นอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆต่างพากันแตกตื่น
ซินซินยืนกังวลอยู่บริเวณด้านหน้าเป็เวลานานยังััได้ถึงลมปราณอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากภายในประตู
เมื่อก้าวเท้าออกไปด้านนอกแล้วลองชะโงกหน้าออกไปมองดูมองเห็นท้องนภา้าเมืองทะเลทรายกำลังแหวกตัวเป็วงกว้าง
ปรากฏการณ์ที่ปรากฏขึ้นในยามนี้มิใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาทั่วไปมันดุจดั่งเป็นิมิต์ในทิศทางที่ดี
เมื่อมองเห็นเช่นนั้นรอยยิ้มค่อยๆปรากฏขึ้นที่บริเวณมุมปากทั้งสองข้างอย่างพึงพอใจ
ในขณะที่นางกำลังยืนมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านนอกเสียงประตูเบื้องหลัค่อยๆถูกดันเปิดออกมาอย่างช้าๆ “ แอ๊ด!!! ”
เสียงประตูถูกดันเปิดออกมาจากบริเวณด้านในได้ยินเสียงนั้นดังแว่วเข้ามาภายในหู นางใช้ดวงตาของตนเองมองตรงกับไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหันมองไปพบเห็นร่างของท่านประมุขปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าเสียงฝีเท้าก้าวเท้าออกมาจากภายในห้องแห่งนั้น “ ตึก!!!! ตึก!!! ตึก!!! ”
ร่างของผู้ที่ก้าวเท้าออกมาจากภายในห้องแตกต่างจากในตอนแรกซินซินที่กำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ แล้วนางกำลังจะวิ่งเข้าไปหาท่านประมุข
แต่เมื่อมองเห็นรูปลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเท้าทั้งสองข้างของนางถึงกับต้องหยุดชะงักจากนั้นก็ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองดูรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปเบื้องหน้าอย่างประหลาดใจ
หลี่หยุนก้าวเท้าออกมาจากภายในห้องแห่งนั้นร่างกายของเขาในตอนนี้ย้อนคืนกลับสู่วัยเยาว์อีกครั้ง
มองดูเบื้องหน้ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้แตกต่างจากบุรุษวัยยี่สิบปีทั่วทั้งร่างกายไม่มีิัที่เหี่ยวย่นมีแต่มัดกล้ามที่ดูแข็งแกร่ง
ไม่เพียงเท่านั้นบริเวณบนใบหน้ารูปลักษณ์ภายนอกบนใบหน้านั้นแตกต่างจากในตอนแรกก่อนหน้านี้ร่างกายของจอมมารหลี่หยุนมี่วัยอยู่ประมาณ 40 ปี
แต่ในยามนี้ใบหน้านั้นย้อนคืนกลับไปใน่วัยยี่สิบกลายเป็บุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลา
ดวงตาทั้งสองข้างเฉียบคมและดุดันริมฝีปากกว้างกำลังดี สันจมูกเองก็โด่งขึ้นส่วนคิ้วทั้งสองข้างก็เรียวยาวดุจกระบี่ รูปลักษณ์ภายนอกในยามนี้องค์ประกอบบนใบหน้าไม่ได้แตกต่างจากคุณชายที่หล่อเหลา
เมื่อปรากฏกายออกมาเบื้องหน้ามันเลยทำให้สาวใช้คนสนิทจำเป็จะต้องหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเอง
ยังต้องมองรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างตกตะลึงซินซินใน่วินาทีแรกที่มองเห็นนางรู้สึกสงสัยว่าคนเบื้องหน้าเป็ผู้ใด
ทว่าด้วยการที่อยู่ด้วยกันมานานเลยทำให้สามารถััความรู้สึกได้และก็รู้ว่าเบื้องหน้านั้นคือท่านประมุข
ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าเบื้องหน้าคือท่านประมุขของตนเองแต่นางเองก็ยังต้องแสดงใบหน้าที่ประหลาดใจเช่นเดิม
นางยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก“ ท่าน… ท่านประมุข… เหตุใดร่างกายของท่าน? ”
นางกำลังเต็มไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าผู้ฝึกฝนวรยุทธระดับความแข็งแกร่งภายในร่างกายหรือทักษะและวิชาที่ฝึกฝนสามารถชะลอวัยได้
สามารถรักษารูปลักษณ์ภายนอกให้แก่ชราช้ากว่าอายุที่เดินไปทว่าไม่มีผู้ใดเลยที่มีวิชาทำการย้อนอายุขัยของตนเองกลับมาเช่นนี้
มันเลยทำให้นางไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเลยแสดงใบหน้าที่ตกตะลึง
หลี่หยุนในยามนี้ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเขายกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็มองดูฝ่ามือแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม“ ดูเหมือนว่าวิชาหลอมรวมฟ้าดินแล้วสร้างแก่นิญญาขึ้นมาใหม่มันจะไม่เพียงทำให้สามารถรักษาแก่นิญญาได้แต่มันจะทำให้รูปลักษณ์ของข้ากลับสู่วัยเยาว์…”
หลี่หยุนยืดร่างกายของตนเองตรงขึ้นเขาใช้ฝ่ามือของตนเองดึงผ้าสีขาวที่ปิดบังาแของตนเองบริเวณหน้าอกออก
เมื่อดึงผ้าปิดแผลนั้นออกมันปรากฏให้เห็นว่ารอยกระบี่ก่อนหน้านี้ที่ปักอยู่บริเวณกลางหน้าอกได้หายไปแล้ว
มันไม่ได้หายไปเพียงแค่รอยกระบี่เท่านั้นทว่าความเ็ปก่อนหน้านี้ที่เคยรู้สึกก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
“ ดูเหมือนว่าการหลอมรวมฟ้าดินสร้างแก่นิญญาขึ้นมาใหม่จะทำให้ร่างกายฟื้นฟูขึ้นด้วยเช่นเดียวกันไม่ได้เพียงแค่สามารถรักษาแก่นิญญาได้แต่ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกกับสู่วัยเยาว์ดีจริงๆ” เขาพึมพำกับตนเองภายในใจ
แต่ความยินดีนั้นก็ปรากฏได้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นหลังจากนั้นใบหน้าของเขามันก็ค่อยๆโดนบดบังด้วยความเคร่งขรึมพลางคิดภายในใจ “แต่ว่า…สิ่งที่ต้องแลกมามันก็คือพลังฝึกฝนทั้งชีวิตตอนนี้ตัวของเรามีระดับลมปราณภายในร่างกายอยู่ในขอบเขตบ่มเพาะที่ต่ำที่สุด ”
เื่นี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียทว่าเขาเองก็มองว่าเื่นี้มีข้อดีมากกว่าที่ตนเองสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้
หลี่หยุนในขณะที่ยืดร่างกายของตนเองขึ้นเขาสูดหายใจเข้าไปภายในปอด แล้วก็พับปิดดวงตาทั้งสองข้างััถึงลมปราณ
“ ััได้แล้วลมปราณในตอนนี้สิ่งที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายและสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ภายในอากาศสามารถััได้ดีกว่าร่างกายที่าเ็ก่อนหน้านี้.. ”เขากล่าวกับตนเองภายในใจขณะที่กำลังเดินลมปราณภายในร่างกาย
ในตอนนี้หลังจากที่แก่นิญญาที่ปากเจ็บโดนรักษาดูเหมือนว่าเขาจะสามารถััลมปราณภายในร่างกายของตนเองได้ดีกว่าก่อนหน้านี้
หลี่หยุนแสดงท่าทางสงบใจแล้วคิด“ ตัวของเราเองก็มีบางอย่างที่อยากพิสูจน์ ”
หลี่หยุนหยุดทำการโคจรลมปราณภายในร่างกายที่อยู่ในระดับเริ่มต้นมารวมเอาไว้บริเวณดวงตา
เมื่อรวบรวมลมปราณภายในร่างกายมาไว้บริเวณดวงตาดวงตาทั้งสองข้างของเขาค่อยๆเปิดขึ้น “ ทักษะหยั่งรู้ ”
ดวงตาของเขาถูกเสริมด้วยทักษะอย่างรู้หนึ่งในทักษะที่ติดตัวของจอมมารหลี่หยุนมาั้แ่แรก
เมื่อเขาใช้ทักษะนี้ออกมาดวงตาสามารถััลมปราณของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองได้
เขามองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองมันไม่ได้เพียงแค่รับรู้ถึงขอบเขตลมปราณทว่าสามารถมองถึงพร์ของคนที่อยู่ด้านหน้าได้
“ ยอดเยี่ยมอย่างที่คิดทักษะหยั่งรู้ เป็ทักษะที่ตัวของเราทำการใส่ให้กับจอมมารมันเป็ทักษะรับรู้ขอบเขตปราณและความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้ ”
“ มันเป็ทักษะที่ไม่จำเป็จะต้องใช้พลังลมปราณมากมาย ไม่จำเป็จะต้องฝึกฝนมาหลอมรวมฟ้าดินสร้างแก่นิญญาขึ้นมาใหม่ทำให้พลังภายในร่างกายที่ทำการฝึกฝนโดนทำลายจนหมดรวมไปถึงทักษะทั้งหมดที่ทำการฝึกฝนมาด้วยเช่นเดียวกัน ”
“ แต่ทักษะหยั่งรู้เป็หนึ่งในพร์ติดตัวของจอมมารไม่จำเป็จะต้องฝึกฝนไม่มีระดับขั้น ขอเพียงแค่มีลมปราณภายในร่างกายก็ใช้ได้ ”หลี่หยุนตัวของเขาเพิ่งรู้สึกว่าตนเองทำได้ดีก็ครั้งนี้ ที่ยังคงปล่อยทักษะพร์ให้กับจอมมารเช่นทักษะนี้
หลี่หยุนจ้องมองไปด้านหน้ามองไปที่ร่างของซินซินเขาเองก็มองเห็นขอบเขตพลังและก็พลังพร์ภายในร่างกายของนาง
[ชื่อ ซินซิน]
[ความสามารถพร์ - เรียนรู้รวดเร็วระดับห้าดาว ]
[ขอบเขตบ่มเพาะปราณ ก่อจิตขั้นสี่ ]
เพราะว่าทักษะนี้ของจอมมารหลี่หยุนที่เป็ทักษะอย่างรู้ชั้นยอดเลยทำให้สามารถคัดเลือกผู้มีพร์มารวมตัวกันได้
หลี่หยุนมองเห็นระดับเขตพลังภายในร่างกายของนางทำการกล่าวกับตนเองในใจ“ เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาตัวของนางคงจะเอาแต่ดูแลข้าจึงไม่ได้ทำการฝึกฝน ประดับขอบเขตพลังปราณภายในตอนนี้ก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมนั้นคือระดับก่อจิตขั้นสี่”
“ ภายในนิยายเื่นี้ของเราสร้างและแบ่งเกี่ยวกับเื่ขอบเขตของเราออกมาอย่างชัดเจนนั้นคือ…”
“ ต้นปราณ ----------------- 1-9 ขั้น
ก่อจิต ----------------- 1-9 ขั้น
สร้างปราณ --------------- 1-9 ขั้น
บรรลุปราณ -------------- 1-9 ขั้น
กายาโลหิต --------------- 1-9 ขั้น
เก้าชีพจร ---------------- 1-9 ขั้น
ตัดขาดชีพจร ------------- 1-9 ขั้น
โลหิตพิภพ --------------- 1-9 ขั้น
ราชันย์า ------------ 1-9 ขั้น
จักรพรรดิ์ ----------- 1-9 ขั้น
ไร้ขอบเขต ------------------- 1-9 ขั้น ”
“ ในตอนนี้ตัวของเรากลับคืนสู่รากฐานพลังภายในร่างกายอยู่ในระดับต้นปราณขั้นหนึ่ง ”
“ พลังเพียงแค่นี้ไม่มีทางเอาชีวิตรอดกับร่างกายดีได้อย่างแน่นอน ”เมื่อคิดก็ยิ่งหนักใจลองดูถึงพลังของตนเองในตอนนี้ด้วยร่างกายที่มีแต่ผู้คนที่อยากสังหารตัวของเขาก็ตระหนักรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้อย่างแน่นอน
ซินซินที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าขยับร่างกายเข้ามาหาท่านประมุขก่อนที่นางจะทำการกล่าวออกมา“ ท่านประมุขเ้าคะในตอนนี้พวกเราควรจะเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ก่อนดีหรือไม่?”
หลี่หยุนแสดงใบหน้าประหลาดใจเขามองตรงไปที่นานก่อนที่จะถาม“ ออกไปอย่างนั้นหรือ? "
“ ใช่เ้าค่ะ!!! ในสถานที่แห่งนี้มีคนพาลอยู่… ”นางพูดออกมาด้วยใบหน้าที่หนักใจ
ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำเสียงะโบริเวณด้านนอกทำการะโดังเข้ามาภายใน “ ซินซิน!!!! ข้ามาแล้ว!!!!"
หลี่หยุนหันมองไปที่ต้นเสียงนั้นอย่างรวดเร็วมองทะลุหน้าต่างออกไปเมืองนอกตัวของเขามองเห็นเหล่าชายฉกรรจ์มากมายกำลังยืนอยู่ด้านหน้า
หลี่หยุนเอียงคอสงสัย‘ อันใดกัน? ’
…..