ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง…
ภายในโต๊ะที่มีคนนั่งล้อมกันอยู่ราวๆ เจ็ดถึงแปดคน
''นี่พวกเ้า… ได้ยินข่าวลือนั่นกันหรือยัง''
นี่เป็เสียงของเด็กหนุ่มที่มีอายุราวๆ สิบห้าถึงสิบหกปี เขามีนามว่า ''คุชิคิน''
เขาเป็จำพวกที่รู้เื่ราวของผู้อื่นมากกว่าเื่ราวของตนเอง
''โอ้… วันนี้น้องคินผู้รอบรู้มีอะไรจะมาเล่าให้พวกเราฟังกันอย่างนั้นรึ ?''
ผู้ที่เอ่ยตอบเป็หญิงสาวผู้หนึ่ง ถึงแม้ความงดงามของนางจะไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่รูปร่างของนางนั้นกลับดูสมส่วน และน่ามองเป็อย่างมาก นางมีนามว่า "ซูลิม"
''ถูกแล้วพี่ซู เื่ที่ข้าได้ยินมานับเป็เื่ใหญ่เป็อย่างมาก… เพราะว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้มีสมบัติแห่งตำนานปรากฏขึ้นมาทางเหนือของเมืองชีโรฮุยน่ะสิ''
''สมบัติ ? แล้วเ้าแน่ใจแล้วรึว่ามันเป็สมบัติแห่งตำนาน อย่างที่ว่านั่นจริงๆ''
ซูลิมเอ่ยถามยืนยัน
''แน่นอนสิ ก็วันนี้ข้าเห็น "ฮาวาอิน" หนึ่งในห้าปีศาจจากตระกูลฮา นำกองกำลังราวๆยี่สิบถึงสามสิบคนมุ่งขึ้นไปทางเหนือของเมืองชีโรฮุย มาด้วยตาของข้าเองเลยนะ และข้าเองก็ยังได้ยินข่าวลือที่เชื่อถือมาด้วยว่า "ชิโนะซึเมะ" หนึ่งในห้าปีศาจจากตระกูลชิโนะ ก็ได้ออกเดินทางไปที่นั่นแล้วเช่นเดียวกัน''
ซูลิมทำท่าทางครุ่นคิดครู่หนึ่ง
''ทั้งสองคนนั้นไม่ใช่พวกที่ชอบเดินทางออกจากตระกูลตนเองสักเท่าไหร่นัก… เช่นนั้นเื่ที่เ้าได้ยินมาก็คงจะเป็ความจริง''
''แน่นอนอยู่แล้ว ตัวข้าคุชิคินผู้นี้จะเคยพลาดสักกี่ครั้งกันเชียว… พี่ซูแล้วท่านจะไม่ไปด้วยรึ ? ถึงท่านจะไม่ชอบตระกูลของท่านสักเท่าไหร่นัก… แต่ท่านเองก็เป็หนึ่งในห้าปีศาจเช่นกันนะ''
ผู้คนที่เหลือบนโต๊ะนอกจากซูลิม แล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยทุกคน
ซูลิมครุ่นคิดคู่นึง จากนนั้นนางก็เอ่ยถามออกไป
''แล้วพวกเ้าทุกคนอยากไปด้วยกันกับข้าหรือไม่ ?''
''แน่นอนสิ!!''
คุชิคินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง คนที่เหลือเองก็เช่นกัน
''แต่ว่ามันอาจจะมีอันตรายนะ… คราวนี้พวกห้าปีศาจเองก็น่าจะไปกันหมดทุกคนด้วยสิ''
ซูลิมกล่าวออกมาด้วยท่าทางเป็กังวล
แต่ก็ไม่มีใครสนใจความกังวลของนางเลยแม้แต่น้อย…
คุชิคินเอ่ยโต้ทันที
''พี่ซูท่านลืมความสามารถของพวกเราไปแล้วงั้นรึ ? ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้มาจากห้าตระกูลใหญ่ แต่ฝีมือของพวกเราก็ไม่ด้อยไปกว่ากองกำลังเ่าั้ที่พวกห้าปีศาจคนอื่นๆ พาไปด้วยหรอกนะ !!''
คนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคุชิคิน ส่วนซูลิม ก็ได้ลอบคิดในใจ
(นี่พวกเ้าไม่เห็นค่าความเป็ห่วงเป็ใยที่ข้ามอบให้เลยงั้นรึ…)
''ก็ได้ๆ พวกเ้าทุกคนไปพร้อมกันกับข้านี่แหละ…''
ซูลิมกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก
ส่วนคนอื่นๆนั้น ก็หาได้สนใจนาง พวกเขาพากันไชโยโห่ร้องกันหมดทุกคน
จากนั้นซูลิมและพวกพ้องก็ได้ออกมาจากร้านอาหาร เพื่อที่จะเตรียมตัวไปหาสมบัติแห่งตำนานที่ว่านั่นโดยทันที…
หลังจากออกมาจากร้านแล้ว พวกนางก็ได้มุ่งหน้าไปทางเหนือโดยทันที ความรวดเร็วของพวกนางทำเอาพวกคนที่ยืนมองอยู่อึ้งตะลึงกันไปหมด และพากันคิดในใจกันว่า พวกเขาเป็กองกำลังจากห้าตระกูลใหญ่
ทางป่าทิศเหนือ ของเมืองชีโรฮุย
มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ และคนผู้นี้ก็คือชินนั่นเอง
่ก่อนหน้านี้ที่ชินกำลังออกตามหาชีวานอย่างร้อนรน เขาก็ััถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดได้จากทิศเหนือของเมืองที่ตนอยู่ ชินที่ััถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดได้ ก็ย่อมต้องให้ความสนใจเป็พิเศษ เขาได้เดินทางไปทางป่าทิศเหนือตามความรู้สึกของตน…
ซึ่งชินนั้นก็ไม่รู้เลยว่าที่ตนััได้นั้นก็คือ การถือกำเนิดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้น ก่อนที่มันจะจากไปมันจะทิ้งบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ตามแต่ละชนิดของมัน
ซึ่งก็มีได้ทั้ง อาวุธศักดิ์สิทธิ์,โลหิตศักดิ์สิทธิ์,ต้นไม้,คริสตัล หรือแม้แต่แผนที่ซึ่งนำไปยัง ''ดินแดนศักดิ์สิทธิ์'' ก็ยังเคยมีปรากฏออกมาด้วยเช่นกัน
ผู้ที่สามารถรับรู้ถึงการถือกำเนิดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้นั้น ก็มีแต่พวกระดับห้าตระกูลใหญ่ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งในแต่ละอาณาจักรก็จะมีเขตพื้นที่เป็ของตัวเองอยู่แล้ว หากมีเื่อย่างการปรากฏขึ้นของสิ่งล้ำค่าที่มาจากสัตว์ศักดิ์สิทธ์ ผู้ที่จะสามารถทำการแย่งชิงได้จะต้องเป็ผู้คนในอาณาจักรที่สัตว์ศักดิ์สิทธ์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเท่านั้น นี่เป็กฏที่ห้าราชวงศ์ได้กำหนดไว้ หากฝ่าฝืนไม่ว่าจะเป็ใครก็ตามย่อมตัองได้รับโทษอย่างแน่นอน
และคราวนี้ก็เป็ทีของอาณาจักรดาบสีขาว
มันทำให้าาของอาณาจักรดาบสีขาวรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เขาจึงได้ส่งกองกำลังออกไปทันที
และสิ่งที่ห้ามใช้ก็คืออำนาจทั้งหลายของาาทั้งห้า พวกเขาไม่อาจลงมือได้ด้วยตนเอง กองกำลังระดับสูงของพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมได้มีเพียงแค่กองกำลังรุ่นเยาว์ทั้งหลายเท่านั้น พวกเขาต้องใช้กำลังของตัวเองแย่งเอามา นี่คือสิ่งที่ราชวงศ์ทั้งห้าได้เห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าจะเป็อะไรขอแค่เป็การแย่งชิงกันด้วยกำลัง ของพวกรุ่นเยาว์เป็พอ าาของทั้งห้าอาณาจักรได้มีข้อตกลงร่วมกันคือ ผู้ที่จะเข้าร่วมการแย่งชิงได้นั้น ต้องมีอายุไม่เกินยี่สิบปี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากจนเกินไปจากศึกการแย่งชิง…
และเวลานี้เอง ชินก็ได้เดินทางมาถึงจุดที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ถือกำเนิดขึ้น…
สิ่งที่เขาได้มองเห็นเป็ครั้งแรกเมื่อมาถึงก็คือลูกแก้วที่มีสีแดงดุจโลหิต มันได้ปลดปล่อยพลังอำนาจออกมา จนแม้แต่ชินเองก็ยังรู้สึกกดดันเป็อย่างมาก
ดูท่าสิ่งนี้จะเป็สิ่งที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตกทอดเอาไว้ก่อนจะจากไป…
แน่นอนว่าชินย่อมไม่รู้เื่เกี่ยวกับข้าตกลงทั้งหลาย เขาจึงได้พยายามที่จะเดินเข้าไปไกล้ลูกแก้วสีแดงนั่นทันที…
ทันทีที่เขาก้าวขาออกไป จิตสังหารก็แผ่ออกมาจากสองทิศทาง ทำเอาชินรู้สึกกดดันจนต้องหันไปมอง
ซึ่งผู้ที่แผ่จิตสังหารออกมาก็คือ ฮาวาอิน และชิโนะซึเมะ ทั้งสองเป็สตรีที่มีใบหน้างดงามเป็อย่างมาก
แม้แต่ชินเองก็ยังต้องเหม่อมองพวกนางพักใหญ่… แต่เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าหากเทียบกับชีวานแล้ว พวกนางก็ไม่นับเป็อันใด…
หลังจากนั้นก็ได้มีกลุ่มคนประมาณแปดคนพุ่งเข้ามาอยู่ข้างๆ ชิน
''น้องชายหรือว่าเ้าจะไม่รู้กฏของการแย่งชิงนี้งั้นรึ ?''
ผู้ที่กล่าวออกมาก็คือซูลิม
ชินเองก็ไม่ได้ไร้มารยาทมากนัก เขาจึงพยักหน้ารับอย่างมีมารยาท
ซูลิมเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มและกล่าวออกมา
''การแย่งชิงในครั้งนี้นั้น หาก้าที่จะเริ่มการแย่งชิงก็ต้องรอให้ห้าตระกูลใหญ่มากันให้ครบเสียก่อน รวมถึงราชวงศ์ดาบสีขาวด้วยเช่นกัน''
ชินหลังจากได้ฟังก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ในใจ เพราะตนเกือบจะก่อปัญหาระดับอาณาจักรขึ้นมาเสียแล้ว…
เขาจึงส่งสายตาขอบคุณไปทางซูลิม จากใจจริง
ซูลิมเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มรับชินเช่นกัน และนางก็ได้กล่าวเชิญชวนออกมา…
''น้องชาย เ้าสนใจที่จะมาเข้าร่วมกองกำลังของข้าไหม ? แม้กองกำลังของข้าจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าใดนัก แต่ทุกคนต่างก็มีฝีมือพอๆกับพวกห้าตระกูลใหญ่ใน่อายุที่เท่ากัน… และหากเ้าช่วยให้ข้าได้รับลูกแก้วนั่นมาได้ ข้าจะตอบแทนเ้าอย่างแน่นอน''
ชินได้ยินเช่นนั้นก็ได้กล่าวถามขึ้นมาโดยทันที
''เ้าอยากได้ลูกแก้วนั่นงั้นรึ ?''
ชินไม่ได้ตอบตกลงแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ดูเหมือนซูลิมจะพอเข้าใจความคิดของชินได้ นางจึงได้พยักหน้า
ส่วนชินหลังจากที่ทราบคำตอบเขาก็ไม่สนใจสิ่งใดอีก ด้วยท่าทางของชินนั้นแม้ซูลิมจะเข้าใจแต่มันไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆจะเข้าใจเหมือนกับนาง…
''พี่ซูอุตส่าห์เมตตาเ้า รับมาเข้ากองกำลังของพวกเราที่ถือเป็ตัวแทนของตระกูลซู… นี่นับได้ว่าเป็โชคทั้งชีวิตของเ้าแล้ว แต่เ้าก็ยังมาทำตัวเย่อหยิ่งอีก เ้าคิดว่าตัวเองเป็ยอดฝีมือระดับก้าวข้ามรึไงถึงได้ทำตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้''
คุชิคินกล่าวออกมาด้วยท่าทางดูถูก ขณะที่คนอื่นๆกำลังจะกล่าวเสริมเขานั้น
ซูลิมก็ได้ส่งสายตาตำหนิไปหาทุกคนโดยทันที
ทำเอาทุกคนคิดขึ้นมาได้ว่าพวกตนนั้นเกลียดพวกกองกำลังของห้าตระกูลใหญ่ที่ชอบทำตัวเย่อหยิ่งกัน แต่พวกเขากับทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกนั้น นี่จึงทำให้พวกเขาหุบปากที่อ้าออกมาลงโดยทันที…
ส่วนคุชิคินที่เป็คนพูดนำก็รู้ได้ทันทีว่าตนนั้นได้พลาดไปแล้ว
กองกำลังของพวกเขานั้นต่างจากห้าตระกูลใหญ่ พวกเขาทุกคนรวมตัวกันก็เพราะไม่ชอบในความเย่อหยิ่งเช่นนี้ ของห้าตระกูลใหญ่… แต่ตัวเขากลับทำในสิ่งที่ตนเกลียดชังออกมาเสียเอง…
เขาจึงได้กล่าวขอโทษชินโดยทันที
ชินที่ได้เห็นท่าทีเช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจในกองกำลังนี้อยู่ไม่น้อย…
เวลานี้เอง ในที่สุดก็ได้มีกลุ่มคนพุ่งออกมาจากอีกสองทิศทางที่ว่างอยู่…
หนึ่งเป็กลุ่มที่สะพายดาบเล่มบางสีขาวไว้บนหลัง… เห็นได้ชัดว่านี่เป็กองกำลังของราชวงศ์ดาบสีขาว
ส่วนอีกกลุ่มนั้นเป็กลุ่มคนที่ใส่ชุดสีแดงเพลิงกันทุกคน และผู้ที่อยู่หน้าสุดเป็บุรุษผู้หนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็ผู้นำ…
รวมถึงฝั่งของกองกำลังดาบสีขาวเองก็เช่นกันที่มีผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด คนผู้นี้เองก็เป็บุรุษเช่นกัน
ทั้งสองที่เป็ผู้นำถือได้ว่ามีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ…
ผู้หนึ่งเป็องค์ชายรองของราชวงศ์ดาบสีขาว
ส่วนอีกคนคือ "โอคินะวามุ" หนึ่งในห้าปีศาจ แห่งตระกูลโอคินะ
''กองกำลังของราชวงศ์ดาบสีขาว และกองกำลังของตระกูลโอคินะได้มาถึงแล้ว เหลือก็แต่…"
ซูลิมพึมพัมออกมา…
และเวลานี้เอง
บนท้องฟ้าจู่ๆก็ได้มีสายฟ้าฟาดผ่าลงมา
หลังจากควันได้ลอยหายไปจนหมด มันก็ได้เผยให้เห็นถึงใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอายุราวๆสิบเอ็ดถึงสิบสองปี แต่นางกลับงดงามเทียบเท่า ฮาวาอินและชิโนะซึเมะ
มันทำเอาชินที่ดูเหมือนจะนิ่งสงบไร้อารมณ์ แต่ภายในใจของเขารู้กำลังรู้สึกหวั่นไหวเป็อย่างมาก…
''มาคนเดียวงั้นรึ ? แต่ก็ไม่แปลกเท่าไหร่นัก ก็นี่เป็ถึงอันดับหนึ่งในหมู่ห้าปีศาจของอาณาจักรดาบสีขาว "ซุมะอุสึคุ" แห่งตระกูลซุมะ และเป็ผู้ที่เคยถูกราชวงศ์ดาบสีขาวทาบทามนี่นะ''
ซูลิมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ… ดูท่าแล้วห้าปีศาจคนสุดท้ายนี้ คงจะเป็คนที่แข็งแกร่งเป็อย่างมากแน่ๆ
และเมื่อมีคนมาถึงครบแล้ว ศึกการแย่งชิงสิ่งตกทอดจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้เวลาที่จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว…