“สวัสดีค่ะคุณภาคิน พิมพ์ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่มาพบโดยไม่ได้นัดหมาย”
“ไม่ทราบว่าคุณพิมพ์มีอะไรหรือเปล่าครับ ที่มาพบผมวันนี้”
ภาคินได้พยายามฝืนใจที่จะต้องพยายามพูดดีด้วยกับพิมพ์ขวัญ แต่สายตาของเขากลับไม่แสดงออกถึงการเป็มิตรต่อเธอเลย แต่พิมพ์ขวัญพยายามข่มใจต่อในการเจรจาในครั้งนี้ เพราะคิดว่าจะไม่มีโอกาสมากในการพบภาคิน
“คุณภาคินคะ พิมพ์ได้อ่านเอกสารที่คุณภาคินเสนอข้อตกลงกับคุณพ่อแล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้คุณพ่อป่วยหนัก และนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล พิมพ์เลยขอโอกาสในการเจรจาอีกครั้งในข้อเสนอที่คุณภาคินเสนอมา”
“ครับ แล้วจะให้ผมทำยังไงต่อ เพราะคุณพ่อคุณได้ปฏิเสธโอกาสนั้นไปแล้ว ผมคงไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรได้”
สายตาของภาคินตอนนี้ที่มองมายังพิมพ์มีแต่ความเ็า และไม่ได้ตั้งใจฟังที่พิมพ์ขวัญกำลังอธิบาย
“งั้น…พิมพ์ขอโอกาสอีกครั้งที่จะขอพูดคุยกับคนในครอบครัวอีกครั้ง เพราะขอให้พวกเขาเห็นด้วยตามข้อเสอนที่คุณภาคินยื่นข้อเสนอมา”
“แต่ตอนนี้ประธานนาวินยังคงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แล้วใครจะมาทำข้อตกลงกับผม”
“มีค่ะ คุณแม่พิมพ์ค่ะ ท่านเป็รองประธานคณะกรรมการบริษัท และยังถือหุ้น 60% ท่านสามารถลงนามแทนคุณพ่อได้ค่ะพิมพ์ขอไหว้คุณภาคินนะคะ ช่วยบริษัทและครอบครัวของพิมพ์ด้วยนะคะ”
“งั้นผมจะให้โอกาสครอบครัวและบริษัทคุณอีกครั้ง ผมจะให้คุณสมเจตน์ส่งข้อเสนอและสัญญาให้อีกครั้ง และจะทำการนัดหมายอีกครั้ง”
“พิมพ์ขอบคุณ คุณภาคินอีกครั้งนะคะ ที่ให้โอกาสอีกครั้ง”
“ครับ…”
หลังจากที่พิมพ์ขวัญออกจากห้องทำงานประธานภาคิน ภาคินกลับมายิ้มเยาะ และหัวเราะกับการเริ่มต้นแก้แค้นในครั้งนี้ ที่สามารถบีบเหยื่อในจนมุมได้ในครั้งนี้ ทั้งที่ยังลงแรงแก้แค้นไม่เต็มที่ และคิดว่าบริษัทของประธานนาวินวางรากฐานธุรกิจไม่มั่นคง ระหว่างทางกลับบ้านพิมพ์ขวัญได้คิดตลอดทาง ว่าจะพยายามพูดกับทางคุณหญิงประภายังไง เพื่อที่จะให้คุณหญิงประภายอมรับในสิ่งที่ตนเองได้ตัดสินใจในครั้งนี้ เพราะตนรู้ดีว่าผู้เป็แม่รักตนดั่งแก้วตาดวงใจ แต่พิมพ์ขวัญก็รู้ว่าภาคิน จะไม่ยอมจบเื่นี้ง่าย อย่างที่เสนอข้อตกลงมา เพราะพิมพ์ขวัญรู้ว่าภาคิน้าที่จะแก้แค้นเธอมากเพียงไร
“วันนี้คุณพ่ออาการเป็ยังไงบ้างคะ คุณแม่”
“คุณพ่อลูกก็ตื่นขึ้นมาทานยา ทานอาหารได้บ้างเล็กน้อย แต่คุณหมอ้าให้พักผ่อนมากๆ นะจ๊ะ แล้ววันนี้เราไปทำธุระเสร็จแล้วหรอ”
“ใช่ค่ะ แล้วพี่นภายังไม่กลับจากบริษัทหรอคะ”
“รายนั้นน่าจะยังคงแก้ไขปัญหาทางบริษัทอยู่ คงจะอีกนาน”
“คุณแม่คะ พิมพ์มีเื่จะปรึกษานะคะ วันนี้ที่หนูไปทำธุระ คือ หนูไปพบท่านประธานภาคินมาค่ะ”
“ทำไมลูกต้องไปพบเขา เขาทำให้คุณพ่อเขาต้องเข้าโรงพยาบาลนะ”
“พิมพ์ไปคุยเื่ข้อเสนอสัญญามาค่ะ พิมพ์อยากให้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้จบสักที คุณพ่อได้พยายามที่จะปกป้องพิมพ์และบริษัท แต่ปัญหาเกิดมาจากตัวพิมพ์เอง คุณภาคินได้ปักใจเชื่อไปแล้วว่าพิมพ์เป็ต้นเหตุที่ทำให้คุณน้ำอิงต้องเสียชีวิต เขาเลยพุ่งเป้ามาที่บริษัทเราและตัวพิมพ์”
“แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดนะลูก คุณภาคินต้องเข้าใจสิว่านั้นคืออุบัติเหตุ และตำรวจก็ได้บอกไปแล้วว่าคุณน้ำอิงเสียชีวิตกะทันหัน ตอนที่รถชน”
“พิมพ์คิดว่าคุณภาคินรักคุณน้ำอิงมากนะคะ เลยยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่รักได้มากขนาดนี้”
“แต่ความรักทั้งหมดไม่ควรจะมาแก้แค้นอะไร ขนาดนี้”
“แม่จะต้องปรึกษาพี่ของเราก่อน”
“ได้ค่ะแม่ แต่พิมพ์ได้ตัดสินใจไปแล้ว เพราะไม่อยากให้กระทบอะไรมากไปกว่านี้ และรวมทั้งอาการคุณพ่อด้วย หนูไม่อยากให้สูญเสียอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”
“แต่พิมพ์เองต้องเสียสละตัวเองนะลูก”
“ไม่เป็ไรค่ะ เพื่อคุณพ่อ ครอบครัวของเรา พิมพ์ยอมได้ค่ะ”
คุณหญิงประภาสวมกอดพิมพ์ขวัญอย่างสงสารลูกสาวตนเอง ที่ต้องเสียสละเพื่อรักษาครอบครัวจากสถานะของบริษัทเพื่อไม่ถูกฟ้องล้มละลาย
ทั้งคืนคุณหญิงประภานอนแทบจะไม่หลับ เพราะคิดมากกับการตัดสินใจของพิมพ์ขวัญในการแก้ไขปัญหา และเกินการตัดสินใจของผู้เป็แม่เอง เพราะไม่รู้ว่าลูกสาวที่ตนเองเลี้ยงดั่งแก้วตาดวงใจจะต้องไปเจออะไร แต่สามีของตนเองก็ล้มป่วย
“ทำไมน้องตัดสินใจอะไรแบบนั้นคะ คุณแม่”
“แม่พยายามห้ามพิมพ์แล้วนภา แต่น้องคิดว่าปัญหานี้มันใหญ่จนเราไม่สามารถรับมือได้ และอีกอย่างตอนนี้คุณพ่อเราก็ป่วยหนักด้วย”
“นภาก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ แต่ตอนนี้พาร์ทเนอร์มีแต่ทยอยถอนหุ้นออกไป และบริษัทยังค้างค่าจ้างพนักงานหลายคน”
“หนูสงสารยัยพิมพ์ค่ะ คุณแม่…”
พิมพ์ขวัญได้ยินที่นภาและคุณหญิงประภาได้พูดคุย จึงเดินเข้ามาเพื่อปลอบใจทั้ง 2 คนก่อนที่จะเดินทางเข้าบริษัทใน่เช้า
“พิมพ์ต้องขอโทษ ที่ทำให้ทั้งคุณแม่และพี่นภาต้องรู้เสียใจ กับการตัดสินใจของพิมพ์ในครั้งนี้ แต่เป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ที่เราจะยังคงรักษาบริษัทและครอบครัวของเราได้”
“แต่เรากำลังเดินเข้าปากเสือนะพิมพ์ คนอย่างคุณภาคินไม่ใช่คนที่เราสามารถรับมือได้นะ”
“พิมพ์รู้ค่ะ พี่นภา แต่พิมพ์ไม่สามารถให้ครอบครัวเราสูญเสียไปได้มากกว่านี้ได้แล้ว”
นภาเดินเข้ามาลูบหัวอย่างเบาของน้องสาว ทั้งสงสารทั้งห่วงใยอย่างสุดซึ้ง