บ่ายแก่ ณ ร้านอาหารบรรยากาศเงียบสงบแถวชานเมือง
ปิ่นผลักประตูกระจก บานประตูกระทบกระดิ่งที่ห้อยอยู่่บนเสียงดัง
“กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง”
หญิงสาวถอดแว่นกันแดด ส่ายสายตาไปทั่วร้าน มองหาคนที่โทร.มานัดหล่อนไว้เมื่อคืนตอนค่ำก่อนเข้านอน
“ปิ่น ทางนี้”
ชายเต้ยกมือมือขึ้นโบกเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินเข้ามาตรงเวลานัด
ปิ่นยิ้มรับ เดินตรงไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อนชาย
“สั่งอะไรก่อนมั๊ยปิ่น”
“ฮื่อ... ขอน้ำส้มแล้วกันจ๊ะ”
ปิ่นพยักหน้าแล้วหันไปสั่งบริกรหนุ่มที่ยืนรอท่าลูกค้าอยู่ก่อนอย่างใส่ใจ
“ปิ่น เต้กลุ้มใจมาเลย”
ชายเต้เปิดฉากก่อนอย่างร้อนรน
“ปิ่นเองก็เครียดไม่แพ้เต้เหมือนกัน”
“ทำไงดีปิ่น เต้ไม่อยากแต่งอีกอย่าง คือ..เต้มีแฟนแล้วด้วย”
“เต้ก็พาแฟนเต้ไปหาท่านลุงซิ ไปบอกท่านท่านจะได้ไม่จับเราสองคนแต่งงานกัน”
ปิ่นแนะนำอย่างลิงโลด แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าจ๋อยก่อนพูดเสียงอ๋อยว่า
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะซิปิ่น เอ่อ...คือ...เดี๋ยวพอแฟนเต้มา ปิ่นก็เข้าใจเองแหละ”
ปิ่นเห็นท่าทางการนั่ง การแต่งตัว และวิธีพูดของชายเต้แล้วผิดสังเกตกิริยาอาการของเพื่อนชายดูเรียบร้อยนุ่มนิ่ม อาจจะเรียบร้อยมากกว่าหล่อนด้วยซ้ำ
หรือว่า ชายเต้จะเป็... ปิ่นอดคิดไม่ได้ แล้วสิ่งที่หล่อนเดาก็เป็จริงเมื่อขายหนุ่มรูปร่างอ้อนแอ้น วงหน้าขาวใสเกลี้ยงเกลาเดินยิ้มหวานเข้ามานั่งเคียงข้างชายเต้ตรงข้ามหล่อน จากนั้นหันไปสบตาชายเต้ทำตาเยิ้มใส่กัน
“อ้อออ....”
ปิ่นอ้าปากหวอ เข้าใจทันทีว่า ชายเต้กลุ้มใจเื่อะไร ก็แหงล่ะ บุตรชายคนโตของหม่อมราชวงศ์ วรพจน์ วรพงศ์วรางกูล เป็ชายรักชายนี่ถ้าท่านพ่อของชายเต้รู้ มีหวังบ้านแตก
“เฮ้อออ...”
ปิ่นถอนใจแรง
ชายเต้เอื้อมมือมาคว้ามือหญิงสาวไปกุมแล้วบีบเบา ๆ ก่อนขอร้องว่า
“ปิ่นช่วยเต้หน่อยนะ ทำยังไงก็ได้ เต้ไม่อยากแต่งงาน”
“หรือเราจะแกล้งแต่งงานกันหลอก ๆ แล้วค่อยหย่ากันทีหลัง”
ปิ่นเสนอทางเลือกแต่ชายเต้กลับส่ายหน้าเบา ๆ แย้งว่า
“คงไม่ได้หรอกท่านพ่อเปรยว่า หลังแต่งงาน ท่านจะให้ท่านอาหญิงแม่ของปิ่น กับปิ่นเข้ามาอยู่ในวังท่านว่า ผู้หญิงสองคนอยู่บ้านตามลำพัง น่าเป็ห่วง พอดีความลับแตกอีกอย่าง ถ้าทำอย่างนั้น เต้ก็ออกมาหาวิทยาไม่ได้ เต้อกแตกตายแน่”
ชายเต้ร่ายยาว เป็คำบอกเล่าแกมขอความช่วยเหลือที่ทำให้หญิงสาวต้องยกน้ำส้มขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วก่อนจะวางลงบนโต๊ะอาหารด้วยอาการย่นหน้าผากจนหัวคิ้วแทบจะชนกันเพราะความเครียด
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥