วันนี้มีเื่ประหลาดมากเกินไป ใน่เช้าเจอเื่ไม่คาดฝันถึงสองรอบ
โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น กับมิติที่เหลื่อม ถึงแม้ว่าหมู่มวลของเธอจะเป็คนที่เข้าใจเื่สุดโต่งที่มิติเหลื่อมที่มีอยู่แค่ในนิยายกับซีรีส์เนี่ยนะ
การถอนใจของรินทำให้เพื่อนเริ่มเป็ห่วงเพราะเพื่อนคนนี้ที่จริงแล้วแทบจะมีอะไรที่ทำไม่ได้และ
ไม่มีอะไรที่ดูยากเย็นสำหรับเธอเลย แม้แต่เื่ความสัมพันธ์ การแสดงความรู้สึกไอ้พีของเพื่อนๆ ไม่เคยต้องมานั่งกังวลสงสัย
เพื่อนคนนี้เปิดเผยตรงไปตรงมา แม้บางครั้งจะตรงจนน่าขนหัวลุกแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านางเป็เด็กที่น่ากอด (ถ้าเธออนุญาตนะ) สมควรได้รับความรักอย่างท่วมท้น
มันเป็เื่ที่เหลือเชื่อเกินไปที่ยังไม่ค่อยมีใครมีหลักฐานให้เห็นน่ะ
แล้วเธอก็เล่าทุกอย่างให้เพื่อนทั้งสี่รวมถึงน้องสาวฟัง
หลังจากที่เล่าจบคนทั้งห้าได้แต่อ้าปากค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปากถามอะไรออกมา พ่อที่น่าจะอยู่ในห้องนอน เดินพุ่งเข้ามาถามเธอ
“จริงหรือลูก ลูกสามารถข้ามไปฝั่งนั้นได้จริงๆ เหรอ แล้วลูกทำยังไง เจอใครบ้างแล้วลูกอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน” การัณถามอย่างลืมตัว
คำถามที่เป็ชุดของพ่อนั้นแทบจะถามแทนทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
“อ่ะแฮ่ม…เอ่อ…..” อีเจ้กระแอม
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” อีเจ้
เริ่มมารยาทต่อให้เื่ของเพื่อนน่าใแค่ไหน แต่มารยาทค่ะซิสทุกคนผงะแล้วก็ยกมือไหว้พ่ออย่างอัตโนมัติ
“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณพ่อ” ทุกคน
การัณถึงกับผงะที่ตัวเองตื่นเต้นจนลืมตัว เสียกิริยาของผู้ใหญ่ไป
“สวัสดีครับ” เขารับไหว้
“ทุกคนน่าจะเดาได้ว่านี่คือพ่อของเรา พ่อนี่อีเจ้ ชื่อจริงชื่อเขตแต่นางชอบให้เรียกว่า เทขี้ เอ๊ยเคทีมากกว่า” รินเริ่มแนะนำตัวปล่อยมุกราคาถูกเพื่อคลายบรรยากาศ
“น้องพี” เสียงเจ้ลากยาว
แลัวขยับปากแต่ไม่ออกเสียงว่า -ี—อก อยากจะด่าแต่อยู่ต่อหน้าพ่อเขา ยังทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวก่อนเถอะแกไอ้ตัวแสบ
“อะไรนะอยากกินข้าวตอกเหรอ หายากไว้วันหลังนะ” รินหันไปแซวแล้วกลับมาแนะนำเพื่อนต่อ
“นี่มะปราง นี่แป้ง และนี่อิซา มะปรางเพิ่งจบหมอ จะมาเป็หมอประจำบ้านที่อนามัยบ้านเรา ส่วนแป้งทำโรงงานเครื่องจักร กำลังมาเปิดโรงงานแถวนี้ ส่วนอิซาเป็หุ้นส่วนบริษัทไอทีที่ทำด้วยกัน แต่อิซาเป็หุ้นใหญ่ หนูหุ้นลม"ริน
แล้วหันมาทางเขต
“ส่วนคุณชายเขตขัณฑ์ เจริญวัฒนานี่เป็นายทุนและหุ้นส่วนแล้วก็มีแบรนด์ระดับไฮเอนด์ แล้วก็เป็ผู้าุโของเผ่ากินคนด้วย” ริน
เดี๋ยวนะตอนแนะนำต้นๆ ก็แนะนำได้ดูดี แต่อีเผ่ากินคนนี่ยังไง
พ่อคงงงเพราะบนหน้าเหมือนจะมีเครื่องหมายคำถามอันใหญ่ๆ อยู่บนหน้า
“คือแก๊งของหนูกินลูกค้าเป็ภักษาหารน่ะพ่อ โดยเฉพาะอีเจ้นี่ถ้าลูกค้างี่เง่ามากๆ นางตะเพิดออกจากร้านแถมแบล็กลิสต์ห้ามเข้าร้านหรือซื้อสินค้านางตลอดชีพ” ริประจานเพื่อน
ดูเหมือนไม่เท่าไหร่แต่ใครจะรู้ว่าธุรกิจนางจะหลากหลาย เป็สากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้แต่สิ่งที่พ่อสนใจทึ่กลับยังคงเป็มิติอีกฝั่ง
“แล้วเื่ของมิติล่ะ”
ทำไมพ่อสมาธิดีขนาดน้าน พยายามเปลี่ยนเื่แล้ว แต่ทุกคนก็อยากรู้เื่นี้ ต่อให้บอกว่าในอีกไม่กี่นาทีจะมีแผ่นดินไหวก็คงไม่สน
“ก็เท่าที่เล่าน่ะค่ะ มันเพิ่งเกิดเมื่อเช้าหนูก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่รู้จะเกิดอีกหรือไม่ แล้วจะเกิดขึ้นกับใคร หรือถ้าหลุดเข้าไปอีกจะออกได้ยังไงหรือออกมาได้หรือเปล่า ก็ยังบอกอะไรไม่ได้หรอก”
“เอาเป็ว่าเราเก็บไว้เป็ความลับก่อนเหอะ รู้กันแค่นี้พอ ไม่อย่างนั้นจะมีใครคือจะทำอะไรให้พีได้รับอันตรายก็แย่เลย” แป้งเอ่ยขึ้น
นั่นก็จริง แต่ใครจะเชื่อล่ะ พวกเขาเองถ้าคนที่เล่าไม่ใช่คนตรงหน้าก็เชื่อยาก ถ้าเป็คนอื่นพวกเขาอาจจะคิดว่ารินอาจจะคิดไปเองหรือสับสนระหว่างความฝันกับความจริง
ที่จริงใจนึงพวกเขาก็คิดอย่างนั้น แต่ท่าทางของพ่อนั้นไม่ใช่แค่เชื่อทั้งใจ แต่เหมือนกับเขารู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ
“นั่นดิ่ หากใครรู้แล้วคิดว่าไอ้พีเดินทางข้ามมิติได้นี่เรียกได้ว่าภัยพิบัติเลยนะ” มะปรางเอ่ย
“พูดถึงภัยพิบัติ เมื่อเช้าแผ่นดินไหว” อิซากล่าวขึ้นมา
“เหรอ” รินถาม
“จริงด้วย” แป้งพยักหน้าตอนที่เกิดแผ่นดินไหวเธอกำลังกินอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง
“มีเื่แปลกๆ ด้วยนะเราว่าเรากำลังจะเล่าให้ฟังอยู่พอดี”
“ประหลาดยังไง” รินถาม
“ก็รถที่โดยสารที่เรานั่งมาจู่ๆ ก็ปัดออกแล้วหมุนกลางถนนเลยดีที่ไม่มีรถอื่นอยู่บนถนน พอลงมาด้านหลังรถมีรอยบุบ เขาบอกให้ผู้โดยสารรอรถมาเปลี่ยน” อิซาเล่าให้ฟัง
“แต่รอยบุบที่ยู่เข้ามาจนถึงที่นั่งผู้โดยสารเลยนะ ดีที่ไม่มีใครเป็อะไร คนที่อยู่ด้านหลังบอกเหมือนโดนรถชนส่วนท้ายแต่มันไม่มีรถอื่นๆ อยู่จริงๆ นะ” อิซาเล่าอย่างตื่นเต้น
นั่นทำให้อิซาตัดสินใจเดินออกมาจากความโกลาหลของผู้โดยสารและพนักงาน ขาเดินมาเรื่อยๆ บนเส้นทางหลักจนแป้งที่กำลังขับรถผ่านมาเจอ เขาก็ใช้เวลาเดินไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว
“มีข่าวสึนามีด้วยค่ะ นี่ไงพี่เขาบอกมันเกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ "รินเปิดหาข่าวในมือถือ
“ประมาณ ตีห้าถึงหกโมงรึเปล่า” รินถาม
“ค่ะ ในข่าวบอกว่ามีแผ่นดินไหวในทะเลจนเกิดสึนามิ แผ่นดินไหวนานประมาณ 3 นาที มันเป็่ ตีห้า ห้าสิบเจ็ดนาที ตามข้อมูลตัวสัญญาณระวังภัย”
“แปลกมาก บ้านเราก็แผ่นดินไหวนี่นับครั้งได้เลยนะ” แป้งเอ่ย
“แล้วมี After shockมั้ย” รินถาม
“ไม่มีค่ะ ในข่าวก็แจ้งมาอย่างนั้น” นรีตอบ
“แล้ว่ประมาณ 9โมงเช้ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นมั้ย” รินถาม
นรีสไลด์หาข่าววันนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วส่ายหัว
“ไม่มีค่ะแต่แปลกมากใน่เวลาเดียวกันกับบ้านเราก็มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นพร้อมกัน” นรียังคงดูข้อมูลข่าว
ทุกคนหันมามองหน้ากัน ต่างก็มีข้อสมมติฐานในใจต่างกันออกไป แต่บทสรุปที่เหมือนกันคือ "ไอ้พีมีเื่แล้ว”
………………………………………………….
ส่วนอีกมิติหนึ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ มาหยุดและเคาะประตูแล้วเปิดออกมา
“ตามศาสตราจารย์เจอแล้วครับ” บอดี้การ์ด
ผู้ช่วยของแทนเดินนำหน้าชายหนุ่มเข้ามาในห้อง ยังเป็คนหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกินสามสิบต้นๆ เป็อัจฉริยะตามเขาว่ากันสินะ แต่ทำไมดูนอบน้อมเกินเหตุ
“สวัสดีครับ” แทนลุกขึ้นยื่นมือมาทัก
ส่วนอีกฝ่ายนึงเก้ๆ กังๆ แต่ก็แอบโล่งใจที่อีกไม่ทักว่าเขาเป็อาจารย์ของตัวเอง
“สวัสดีครับ ผมชื่อศิคาลเป็ผู้ช่วยศาสตราจารย์ครับ” ศิคาลตอบอย่างประหม่า
เขายื่นมือไปจับชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ทำไมออร่าช่างเปล่งประกาย และมีความกดดันได้ในเวลาเดียวกัน เขากลั้นลมหายใจโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เสียกิริยาออกไป
“เชิญนั่งก่อนครับ” เขาผายมือไปที่โซฟารับรองแขก
“ขอบคุณครับ” ศิคาลกล่าวขอบคุณพร้อมนั่งลงแล้ววางกระดุมสีเงินลงไปบนโต๊ะ
เมื่อใช้นิ้วกดลงไปก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมฉายหน้าของชายคนนึง
ชายหนุ่มที่อยู่ในโฮโลแกรมเดินไปนั่งที่โซฟาเสมือนเขาอยู่ที่นั่นจริงๆ เขาคือศาสตราจารย์ ปีเตอร์ ลินิน หรือศาสตราจารย์พีทนั่นเอง