อเมลีสังเกตเห็นว่าแม่ของเธออารมณ์ดีเป็พิเศษใน่นี้ ทุกครั้งที่เดินผ่านห้องครัว เธอมักจะเห็นแม่ของเธอเดินไปที่ขวดแก้วใบหนึ่ง ซึ่งบรรจุผักดองสีแดงสดใส เธอมองขวดนั้นอย่างเอ็นดู ราวกับว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง ใบหน้าของเอลิสยิ้มแย้ม ราวกับกำลังภาคภูมิใจกับสิ่งที่อยู่ในขวดนั้น อเมลีแอบมองอยู่เงียบ ๆ ด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่า "ผักดองสีแดง ๆ นั่นคืออะไรกันนะ?"
"แม่คะ สิ่งที่แม่เรียกว่าอะไรนะคะ... กิมจิ หนูกินได้ไหม?" อเมลีถามด้วยความกระตือรือร้นและอยากลองชิม
เอลีสยิ้มให้ลูกสาว ก่อนจะอธิบายว่า “กิมจิน่ะลูก มันเผ็ดมาก แม่ไม่อยากให้หนูกินตอนนี้” เธอบอกอย่างนุ่มนวลและส่งยิ้มให้ลูกสาว
แต่คำว่า "เผ็ด" ยิ่งทำให้อเมลียิ่งงง เธอมองแม่ที่กำลังตักกิมจิเข้าปากอีกคำ ขณะที่ใบหน้าของเอลิสค่อย ๆ แดงขึ้น ดวงตาเธอเริ่มน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย ขณะเคี้ยวไปพร้อมกับพึมพำเบา ๆ "เผ็ดจริง ๆ..." น้ำเสียงนั้นเหมือนคร่ำครวญ แต่เอลิสก็ยังตักคำต่อไปเข้าปาก
อเมลียิ่งแปลกใจ เพราะแม่ของเธอยังคงทานต่ออย่างเอร็ดอร่อย แม้จะมีอาการ "เผ็ด" ที่บ่นอยู่เป็ระยะ และบางครั้งต้องพัดลมใส่หน้าและหายใจยาว ๆ เพื่อระงับความร้อนในปาก ดูเหมือนแม่จะทั้งทรมานและเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน
เด็กน้อยเริ่มคิดในใจว่า “คำว่าเผ็ดนี่ต้องหมายถึงอร่อยแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นแม่คงไม่ทานต่อแบบนี้แน่”
เธอมองแม่ด้วยความอยากรู้อยากลองมากขึ้น และสังเกตทุกท่าทางของแม่ขณะทานกิมจิ พร้อมทั้งรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความสุขเมื่อได้ลิ้มรสชาติที่คิดถึง แม้จะยังไม่ได้ชิมด้วยตัวเอง แต่คำว่า "เผ็ด" และความสุขที่แม่แสดงออกนั้น ทำให้อเมลีเริ่มเข้าใจว่า อาหารชนิดนี้ต้องมีรสชาติที่วิเศษแน่นอน
เมื่อเอลีสเผลอออกไปจากห้องครัว อเมลีตัดสินใจว่าต้องลองชิมกิมจิให้ได้ เธอมองขวดแก้วนั้นด้วยความอยากรู้อยากลองจนอดใจไม่ไหว ยื่นมือเล็ก ๆ ไปหยิบชิ้นกะหล่ำปลีสีแดงสดที่แม่บอกว่า “เผ็ด” ขึ้นมา แล้วกัดคำเล็ก ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ทันทีที่รสชาติแรกััลิ้น ความเผ็ดร้อนของพริกก็ะเิขึ้นทันที อเมลีเบิกตากว้าง ความเผ็ดที่เธอไม่เคยััมาก่อนทำให้เธอรู้สึกเหมือนไฟลุกในปาก ลมหายใจเธอร้อนและหายใจออกมาพร้อมอาการตื่นตะลึง ดวงตาของเธอเริ่มน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาทันที เด็กน้อยรู้สึกถึงความเผ็ดที่ไม่อาจทนไหว
"โอ้...โอ๊ย...ฮือออ!" เธอเริ่มร้องไห้ น้ำตาไหลพราก ขณะที่ปากเธอยังรู้สึกแสบร้อนเกินทนไหว เธอพยายามพัดปากตัวเองด้วยมือเล็ก ๆ อย่างสุดชีวิต พูดพึมพำเบา ๆ "เผ็ด...เผ็ดมาก...โอ๊ยย แม่ขา ฮือ..."
เอลีสได้ยินเสียงร้องไห้ของอเมลีรีบวิ่งกลับมาที่ครัวทันที เมื่อเห็นลูกสาวน้ำตาคลอ ร้องไห้ปากแดงก่ำจากความเผ็ด
“อเมลี หนูชิมกิมจิเหรอคะ?” เอลิสถามด้วยความใปนเอ็นดู
อเมลีพยักหน้าอย่างอาย ๆ ขณะที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เธอสะอึกสะอื้นและเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ขะ...ขอโทษค่ะ หนูดื้อ หนูอยากลองเอง ฮือ...แม่บอกว่าเผ็ด แต่หนูไม่ฟัง…”
เอลิสยิ้มขำและเต็มไปด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นอเมลีตัวน้อยน้ำตาคลอจากความเผ็ดของกิมจิ เธอเดินไปหยิบแก้วนมสดจากตู้มาให้ลูกสาว "นี่จ้ะ อเมลี ดื่มนมสักหน่อยนะ นมจะช่วยลดความเผ็ดได้"
อเมลีรับแก้วนมมาด้วยมือเล็ก ๆ พลางดื่มคำใหญ่ทันที ดวงตาของเธอยังมีน้ำตาซึม แต่ความแสบร้อนในปากค่อย ๆ บรรเทาลง เธอดื่มไปพลางสูดหายใจลึก ๆ จนในที่สุดก็ยิ้มออกมาได้เล็กน้อย เอลิสยืนมองด้วยรอยยิ้ม ทั้งขำและเอ็นดูลูกสาวตัวน้อยที่พยายามทำตัวกล้าหาญแม้จะโดนความเผ็ดเล่นงานเข้าเต็ม ๆ
"ทีนี้รู้แล้วนะคะ ว่าคำว่าเผ็ดหมายความว่าอะไร" เอลิสพูดพลางหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับลูบหัวอเมลีอย่างรักใคร่
อเมลียิ้มออกมาเล็กน้อย ยกมือปาดน้ำตาอย่างเขินอายก่อนจะพยักหน้า “รู้แล้วค่ะ...ครั้งหน้าหนูจะฟังแม่จริง ๆ แล้วค่ะ”
เอลีสหัวเราะและดึงลูกสาวมากอดไว้ "ดีมากจ้ะ แม่ดีใจที่หนูได้ลองนะ แต่คราวหน้าถ้าแม่บอกว่าเผ็ดก็ต้องฟังแม่แล้วนะ"
ขณะที่เอลีสกำลังกอดปลอบอเมลีอยู่นั้น กาเบรียลก็กลับมาถึงบ้านพอดี เขาเดินเข้ามาในครัวและเห็นภาพแม่ลูกที่กำลังกอดกันอย่างเอ็นดู อเมลียังคงมีรอยน้ำตาและแก้มแดงจากความเผ็ดของกิมจิ ส่วนเอลิสก็ยิ้มอ่อนโยนขณะปลอบลูกสาว
กาเบรียลหัวเราะเบา ๆ ขณะที่มองทั้งสองคน "อเมลี ท่าทางลูกจะยังสู้แม่ไม่ได้เลยนะ" เขาแหย่ลูกสาวด้วยรอยยิ้มแสนขี้เล่น
อเมลีเงยหน้าขึ้นมองพ่อด้วยดวงตาที่ทั้งเขินและขำ "ฮือ...ค่ะ พ่อ หนูทานไม่ได้จริง ๆ เผ็ดมาก ๆ เลย!" เธอเอ่ยพลางซุกตัวในอ้อมกอดของเอลิสอีกครั้ง
เอลีสยิ้มขำและหันไปมองอเมลีอย่างแกล้ง ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความขี้เล่น “แล้วแบบนี้ หนูยังกล้ากินอาหารฝีมือแม่อยู่ไหมจ๊ะ?”
อเมลีทำหน้าตลก ๆ นิดหน่อย หัวเราะเขิน ๆ แต่ก็ยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้า "กล้าค่ะ! แต่...ไม่เอาเผ็ดแล้วนะคะ" เธอรีบออกตัวด้วยความระมัดระวัง
กาเบรียลหัวเราะเบา ๆ ขณะมองดูทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู “แม่จะทำน้ำซุปอุ่น ๆ ไว้ให้ลูกได้ดื่มแก้เผ็ดด้วยดีไหม?” เขาแหย่ต่ออย่างขี้เล่น
เอลีสหัวเราะและลูบหัวลูกสาว “ไม่ต้องห่วงจ้ะ แม่จะทำอาหารที่หนูทานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเผ็ด ๆ แบบกิมจิอีกแล้ว”
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา ทุกครั้งที่เอลีสลองชิมอาหารรสจัดหรือลองทานกิมจิแล้วบ่นว่า "เผ็ด" เ้าตัวแสบอย่างอเมลีก็จะรีบวิ่งไปหยิบแก้วนมมาให้แม่ด้วยความขยันขันแข็ง เธอวางนมลงตรงหน้าแม่ด้วยท่าทางจริงจัง แถมยังพูดอย่างขี้เล่นว่า “นี่ค่ะ แม่ หนูเตรียมไว้ให้แล้ว ”
เอลีสตัดสินใจลองทำกิมจิสูตรใหม่ที่ลดความเผ็ดลงให้เหมาะกับรสชาติของกาเบรียลและอเมลี โดยใช้กะหล่ำปลีสด ๆ ที่มีเหลือในครัว เธอวางแผนปรับสูตรเพื่อเพิ่มความหวานและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น ใส่มัสตาร์ดเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีความเผ็ดนิด ๆ เพิ่มลูกเล่น และใช้แอปเปิ้ลสดเพื่อเพิ่มความหวานตามธรรมชาติ
เริ่มจากหั่นกะหล่ำปลีเป็ชิ้นใหญ่ ๆ แล้วโรยเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เกลือซึมเข้าไปในเนื้อกะหล่ำปลี จากนั้นนำแอปเปิ้ลมาบดละเอียดผสมกับกระเทียม ล้างกะหล่ำปลีเพื่อเอาเกลือส่วนเกินออก แล้วนำไปคลุกกับส่วนผสมแอปเปิ้ลและเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ คลุกให้เข้ากันทั่วทุกชิ้น ตักกะหล่ำปลีใส่ในขวดโหล ปิดฝาหลวม ๆ
ถ้ากิมจิแบบไม่เผ็ดพร้อมแล้ว เอลีสตั้งใจจะให้ทั้งกาเบรียลและอเมลีลองชิม หากผ่านรสชาติถูกใจครอบครัว เธออาจพิจารณาขายกิมจิสูตรนี้ในร้านของกาเบรียล
ขณะพิจารณาดูขวดทั้งสองนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ
เธอคิดถึงลูคัสและกลุ่มต่อต้านที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของคนในเมือง พวกเขาต้องเผชิญความยากลำบากและขาดแคลนอาหาร แม้ว่ากิมจิจะเป็เพียงอาหารหมักดองเรียบง่าย แต่การมีอาหารที่เก็บได้นานและรสชาติหลากหลายอาจช่วยให้พวกเขาผ่าน่เวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
“บางที…ฉันอาจจะเอากิมจิไปช่วยพวกลูคัสได้” เอลิสคิดในใจ แต่เธอก็ตระหนักว่าก่อนจะทำอะไร เธอต้องลองชิมรสชาติกิมจิที่เธอทำให้มั่นใจว่ารสชาติและคุณภาพจะถูกใจผู้ทาน