เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 88 ข่มขู่

            ทุกวันนี้แต่ละครัวเรือนยากจนกันมากปีหนึ่งแทบจะเก็บเงินกันไม่ได้เลย หรือต่อให้เก็บได้หน่อยส่วนใหญ่ก็ยังต้องเหลือไว้สร้างบ้านให้ลูกชายแต่งภรรยาทำให้หลายสิบปีมีเงินสะสมแค่หลักสิบถึงร้อยเท่านั้นเจิ้งเทียนหมิงเจ็บหนักครานี้ต้องผ่าตัดใหญ่ จำเป็นต้องใช้ยาชาตะวันตกและแผ่นเหล็กดามกระดูกซึ่งนับเป็นเงินจำนวนมหาศาล ขอยืมแปดหยวน สิบหยวนจากเพื่อนบ้าน คนเขายังให้ยืมแต่มายืมทีเดียวร้อยหยวน จะมีใครเขาให้ยืมเล่า?

            เฝิงหมิงเยว่ถอนหายใจหลังถูกเพื่อนบ้านปฏิเสธมาสองบ้าน

            เงินเก็บส่วนตัวของเธอบวกกับยี่สิบหยวนที่ยืมมาจากเพื่อนบ้านรวมเป็นเงินห้าสิบหยวน แต่มันยังไม่พอเฝิงหมิงเยว่ก้มหน้าก้มตาวางเงินเรียงนับทีละใบๆ คำนวณแล้วยังขาดอีกจำนวนหนึ่งหรือเธอจะกลับไปยืมเงินบ้านเดิมมาสักรอบแต่ช่วงแรกเธอทะเลาะกับที่บ้านเดิมใหญ่โตเพื่อแต่งงานกับเจิ้งเทียนหมิงและไม่ขอสินสอดจากตระกูลเจิ้งมากนัก นั่นทำให้บ้านเดิมของเธอไม่พอใจเป็นอย่างมากคาดว่าคงขอยืมได้ไม่เท่าไร อีกอย่างบ้านเดิมเธอค่อนข้างไกลไปกลับคราหนึ่งต้องเปลืองเวลาพอสมควร ขาของเทียนหมิงรอไม่ไหวหรอก

            “พี่สะใภ้ยังขาดอีกเท่าไรเหรอคะ?” เจิ้งเจวียนยกชามโจ๊กมันเทศบดวางลงบนโต๊ะ แล้วดันมันให้เฝิงหมิงเยว่พลางเอ่ย “พี่สะใภ้ กินรองท้องสักหน่อยนะคะ”

            หากไม่ใช่เพราะที่บ้านมีเด็กสองคนเจิ้งเจวียนคงตามไปถึงโรงพยาบาลแล้ว เธอรออยู่ที่บ้านตลอดทั้งวันด้วยใจตุ๊มๆ ต้อมๆกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่และพี่ชาย จนกระทั่งพี่สะใภ้กลับมาพอได้รู้ข่าวว่าคุณแม่กับพี่ชายเธอไม่เป็นไรถึงโล่งใจได้สักพักแต่เพิ่งจะผ่อนลมหายใจได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินพี่สะใภ้บอกว่าพี่ชายต้องผ่าตัดขาจำเป็นต้องใช้เงินผ่าตัดจำนวนมาก อีกทั้งที่บ้านตอนนี้ยังขัดสนเงินทองเธอจึงเห็นเฝิงหมิงเยว่ออกไปขอยืมเงินพวกคนในหมู่บ้านต่อ ไม่นานเธอก็กลับมา

            เฝิงหมิงเยว่กำปึกเงินจำนวนหนึ่งในมือ ก่อนถอนหายใจเบาๆ“ฉันกินอะไรไม่ลงหรอก… ยังขาดอยู่เยอะเลย”

            “พี่สะใภ้พี่ไปยืมที่บ้านอาเล็กหรือยัง ครอบครัวอาเล็กต้องมีเงินแน่” เจิ้งเจวียนครุ่นคิด ในบรรดาเครือญาติของบ้านเธอ คู่สามีภรรยาของอาเล็กได้รับเงินเดือนกันทั้งคู่ ต้องมีเงินแน่

            เฝิงหมิงเยว่ตรงกลับบ้านทันทีที่ออกจากโรงพยาบาลไม่ได้แวะไปบ้านอาเล็ก เฝิงหมิงเยว่เองก็ร้อนรนจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวลืมนึกถึงครอบครัวอาเล็กไปเสียสนิท เมื่อเจิ้งเจวียนเตือนเช่นนี้ดวงตาเธอพลันสว่างวาบ และถึงแม้ครอบครัวอาเล็กจะมีเงินให้ยืมไม่มาก ตัวเธอก็ยังมีนาฬิกาเรือนหนึ่งอยู่ขายโดยไม่เอาคูปองน่าจะขายได้อยู่บ้าง แค่เธอไม่รู้ว่าต้องขายที่ไหนเท่านั้นแต่อย่างไรก็เจอทางออกแล้ว เมื่อมีวิธีหาเงิน ใจเธอจึงค่อยตื่นตระหนกน้อยลง

            เฝิงหมิงเยว่ดื่มโจ๊กบดได้สองอึก ก็วางชามลงแล้วรีบพูดอย่างลนลาน“งั้นฉันไปถามบ้านอาเล็กก่อน ซิงซิงกับหนิวหนิวเป็นยังไงบ้าง ไม่งอแงใช่ไหม?”

            “ซิงซิงไม่ร้องเด็กคนนี้เป็นเด็กดีและรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นที่บ้านส่วนหนิวหนิวร้องไห้อยู่พักหนึ่ง แต่ฉันโอ๋จนหลับไปแล้วอยู่ในห้องของคุณแม่น่ะค่ะ” เจิ้งเจวียนบอก

            เฝิงหมิงเยว่เดินมาถึงหน้าประตูแม้เท้าข้างหนึ่งจะพ้นธรณีประตูไปแล้วทว่าก็วกกลับเข้าห้องของเฉินชุ่ยอวิ๋นอีกครั้ง หนิวหนิวกำลังหลับปุ๋ย ใบหน้าเล็กๆเปรอะเปื้อนมอมแมม ยังคงเห็นรอยคราบน้ำตาอยู่ ชวนให้ใจปวดหนึบเธอลูบใบหน้าเล็กจ้อยของเขาพลางเปรยเสียงกระซิบ “น่าสงสารเหลือเกิน…”เว้นช่วงไปครู่หนึ่งก่อนว่าต่อ “วางใจเถอะ พ่อเขาต้องไม่เป็นไรแน่”

            ก่อนออกไป เจิ้งเทียนเลี่ยงจูงมือซิงซิงตามมาส่งเธอพร้อมด้วยเจิ้งเจวียน

            เฝิงหมิงเยว่ลูบหัวบุตรสาว และเอ่ยกำชับ “อยู่บ้านเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณอานะ วันนี้แม่อาจจะไม่ได้กลับบ้านช่วงกลางคืนให้คุณอาเล็กกอดลูกนอนแทนก่อน”

            ซิงซิงได้ยินแล้วไม่ค่อยอยากจากมารดาเท่าไรนักเด็กน้อยเอื้อมมือคว้าปลายเสื้อของเธอและถาม “แม่ แม่จะกลับมาเมื่อไรเหรอ”

            เฝิงหมิงเยว่นิ่งคิดสักพัก “พรุ่งนี้? คงพรุ่งนี้แหละ พรุ่งนี้แม่ก็กลับแล้ว”

            ครั้นซิงซิงเข้าใจแล้วจึงคลายมือ

            เวลานี้พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ฟ้าค่อนข้างมืดแผ่นหลังของเฝิงหมิงเยว่หายลับไปในตรอก พวกเขาเตรียมหันกลับเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงเด็กสดใสลอยมาแต่ไกล “ดูหนังกันเถอะ ดูหนังกันเถอะ!”

            คนรอบข้างต่างได้ยินเสียงตะโกนกันหมด

            ยุคสมัยนี้หมู่บ้านชนบทไม่มีกิจกรรมบันเทิงอื่นใดวิทยุเป็นของที่คนร่ำรวยซื้อใช้กันปกติเลยต้องรอให้หน่วยงานภาพยนตร์ลงพื้นที่ฉายหนังให้คนชนบทดูซึ่งเป็นหนังกลางแปลงที่ใช้เครื่องฉายเตาถ่านฉายแตกต่างจากที่เจิ้งหยวนดูในโรงภาพยนตร์ในอำเภอ หนังของหน่วยงานภาพยนตร์ส่วนใหญ่ค่อนข้างเก่าแถมยังเล่นวนซ้ำอย่างเรื่อง ‘สงครามอุโมงค์’ และ ‘สงครามกับระเบิด’ ต้องมีฉายปีละสองครั้ง เนื้อเรื่องของหนังพวกชาวบ้านจึงคุ้นเคยจนแทบจะท่องบทได้ แต่ทุกคราวที่เล่นยังมีคนไม่น้อยยอมไปดูอีกรอบ โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่ชอบเข้าร่วมงานรื่นเริงทำนองนี้ที่สุด เมื่อก่อนเจิ้งเทียนเลี่ยงก็ไม่เคยพลาดสักครั้ง

            “หงจวินวันนี้ฉายหนังอะไรเหรอ?” พี่สะใภ้ไหลฝูข้างหน้าชะโงกหัวออกมาถาม

            หงจวินตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด “เป็นหนังใหม่! ‘ยุทธการยึดผาพยัคฆ์’! พี่สะใภ้ไหลฝูรีบไปเร็ว สายกว่านี้จะไม่มีที่เหลือแล้ว!”

            คนรอบข้างที่โดนเสียงดึงดูดออกมาแค่ได้ยินชื่อหนังก็รู้แล้วว่าตนเคยดูหรือเปล่าเมื่อเห็นเป็นหนังใหม่ ก็เริ่มคึกคักตะโกนร้องให้รีบกินข้าวแล้วไปจองที่นั่งกันเซ็งแซ่เด็กน้อยบางคนไม่สนใจกระทั่งกินข้าว จะยกเก้าอี้ไปดูหนังเลยเสียเดี๋ยวนั้น

            หงจวินตะโกนพลางวิ่งไปด้วย เมื่อผ่านบ้านเจิ้งหยวนก็เหลือบเห็นเพื่อนสนิทอย่างเจิ้งเทียนเลี่ยงพอดี

            “เทียนเลี่ยง! ไปดูหนังกันเถอะ!”

            เจิ้งเทียนเลี่ยงที่ชอบความสนุกเฮฮามาตลอดมาคราวนี้กลับส่ายหัวน้ำเสียงเซื่องซึมเล็กน้อย “ฉันไม่ไปนะ”

            “ฮะไม่ไปเหรอ?” หงจวินตกใจนิดหน่อย แต่เขาไม่ถามต่อว่าทำไม หนังใกล้จะเริ่มแล้ว แจ้งข่าวเสร็จเขาต้องรีบกลับไปจองที่นั่งก่อน “งั้นฉันไปก่อนนะ!” พูดจบแล้วก็วิ่งจากไปทันที

            เจิ้งเจวียนเห็นน้องชายก้มหน้างุด ดูห่อเหี่ยวก็ตบไหล่เขาเบาๆพลางบอกว่า “ถ้านายอยากไป—”

            “ฉันไม่ไป”เจิ้งเทียนเลี่ยงปฏิเสธโดยไม่รอให้เธอพูดจบและเอ่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้ง“พี่ชายกับแม่ยังอยู่โรงพยาบาล ฉันไม่มีอารมณ์ดูหนังหรอก พี่พรุ่งนี้เราพาซิงซิงกับหนิวหนิวไปเยี่ยมพวกเขาที่โรงพยาบาลเถอะ…”

            “ได้พรุ่งนี้เราไปโรงพยาบาลด้วยกันนะ”

            “โอ๊ะพี่สะใภ้หมิงเยว่นี่นา! พี่สะใภ้ พี่เทียนหมิงเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

            เฝิงหมิงเยว่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดิน อยู่ๆ ก็ได้ยินคนเรียกเธอน้ำเสียงฟังดูคุ้นหู เป็นเจิ้งเทียนหู่ที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดนั่นเองแต่ไฉนเธอจะหยุดพูดคุยกับเขา เธอแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเริ่มวิ่งเหยาะๆต่อเสียอย่างนั้น

            คาดไม่ถึงว่าเจิ้งเทียนหู่จะไม่ยอมแพ้ เขาสาวเท้ายาวๆก่อนคว้าข้อมือของเฝิงหมิงเยว่แล้วว่า “พี่สะใภ้รีบเดินไปไหนเหรอ?” เขาหรี่นัยน์ตาลง แถมยังหยุดมองหน้าอกเฝิงหมิงเยว่สักพักด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย

            เฝิงหมิงเหย่โดนคุกคามจนผิวหนังขึ้นตุ่มตะปุ่มตะป่ำ ขนลุกขนพองไปหมดเวลานี้คนต่างวิ่งไปดูหนังในกองกันหมด คนเลยบางตา ยิ่งเธอออกมานอกหมู่บ้านก็ยิ่งไม่มีเงาคนบนท้องถนนสักคน มีเพียงป่าไพรที่รายล้อม

            เฝิงหมิงเยว่สะบัดแขนออก เธอถอยหลังหลายก้าวแล้วเอ่ยอย่างระแวง“นายมีอะไร? พี่เทียนหมิงยังรอฉันไปส่งเงินให้เขาที่โรงพยาบาล”

            พอแขนของผู้หญิงหลุดมือไปเจิ้งเทียนหู่รู้สึกคิดถึงสัมผัสนุ่มนิ่มนั้นอยู่บ้างเขาถูนิ้วแล้วพูดด้วยสีหน้าไม่ประสงค์ดี พร้อมเสียงหัวเราะในลำคอที่ชวนให้ขนลุกชัน“พี่สะใภ้ ฉันได้ยินว่าขอยืมเงินไปทั่วเพื่อหาค่าผ่าตัดให้พี่เทียนหมิงอยู่นี่? ทำไมไม่มายืมที่บ้านฉันล่ะ? ญาติกันทั้งนั้น เกิดเรื่องใหญ่กับพี่เทียนหมิงขนาดนี้ ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้วใช่ไหม?”

            บ้านเขาหรือจะมีเงิน! หลายปีมานี้พึ่งพาเงินบ้านเธอทั้งนั้นถึงผ่านไปได้! เฝิงหมิงเยว่ดูถูกเหยียดหยามในใจ แต่พอเห็นเจิ้งเทียนหู่เข้ามาใกล้อีกก็รีบเบี่ยงตัวหลบ

            “พี่สะใภ้ลืมไปแล้วเหรอว่าเสี่ยวสยาเพิ่งแต่งออก บ้านฉันยังมีสินสอดของเสี่ยวสยาอยู่!” เจิ้งเทียนหู่ที่รับรู้ความรังเกียจของเฝิงหมิงเยว่หัวเราะมีเลศนัย เขาคลึงนิ้วมือแผ่วเบา “พี่สะใภ้ นั่นเงินร้อยหยวนเลยนะ เงินมากขนาดนี้ น่าจะพอค่าผ่าตัดให้พี่เทียนหมิงบ้างละมั้ง?”

            ดวงตาของเฝิงหมิงเยว่พลันเป็นประกาย ดูดีใจอย่างยิ่ง“นายยอมให้ฉันยืมเหรอ?”

            “ยอมอยู่แล้วขอแค่…” เขาหยุดครู่หนึ่งสายตาคู่นั้นหรี่ลงจดจ้องบนของสงวนของเฝิงหมิงเยว่อีกครั้ง น้ำลายแทบจะไหลยืดออกมาจากปาก “ขอแค่พี่สะใภ้นอนกับฉันสักคืน”

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392