บทที่ 28 นี่มันสิ้นเปลืองเนื้อทั้งนั้นเลย
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าถูกคำพูดของเจียงเหลียนจูทำให้หัวเราะออกมา
คนอื่น ๆ ต่างกะพริบตาปริบ ๆ แม่นางน้อยผู้นี้ปากอย่างใจอย่างช่างร้ายกาจเสียจริง
เซี่ยงจั่วไม่ได้รีรอ เขาหยิบตั๋วเงินหกสิบตำลึงส่งให้เจียงเหลียนจูและเจียงเหลียนจูก็ส่งโสมป่าให้เขา
หลังจากตรวจสอบกันเรียบร้อย เจียงเหลียนจูก็กล่าวอย่างมีความสุขว่า "ขอให้คนป่วยที่บ้านของท่านหายป่วยโดยเร็ว โสมถึงตัวยาย่อมรักษาโรคได้สิ้น ขอบคุณท่านเ้าของร้านนะเ้าคะ! และขอบคุณโรงหมอของพวกท่านด้วย ท่านหมอผู้าุโช่างมีคุณธรรมสูงส่ง จรรยาบรรณแพทย์ล้ำเลิศยิ่งนัก"
เป็การเยินยอชุดใหญ่
ต้าเป่าเหลือบมองขึ้นไปบนเพดาน ไม่กล้ามองหน้าเจียงเหลียนจูเลย
ส่วนเอ้อร์เป่าแสดงท่าทางว่าได้เรียนรู้วิธีการเข้าสังคมแล้ว
เซี่ยงจั่วเดินตามท่านหมอผู้าุโเข้าไปในโรงหมอเพื่อจัดยา
ด้านนอกยังมีเสี่ยวฮั่วจี้คอยเฝ้าร้านอยู่ เสี่ยวฮั่วจี้แสดงความอิจฉาต่อเจียงเหลียนจู "แม่นางน้อย ดวงของท่านนี่สุดยอดจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะท่านผู้นี้กำลัง้าด่วน โสมป่าของท่านหากนำไปขายในตัวเมือง อย่างมากที่สุดเขาก็จะรับซื้อเพียงสี่สิบตำลึงเท่านั้นขอรับ"
เจียงเหลียนจูและเด็ก ๆ ต่างก็ดีใจ
มันเป็เื่จริง เพราะราคาที่รับซื้อกับราคาที่ขายย่อมไม่เท่ากัน
เจียงเหลียนจูซื้อชวนหมู่และหล่อฮังก๊วยจำนวนหนึ่งจากเสี่ยวฮั่วจี้ จากนั้นจึงพาลูก ๆ ออกไปซื้อของบนถนน
ในเมื่อมีเงินในมือมากมายขนาดนี้ จะไม่ไปใช้จ่ายให้เต็มที่ได้อย่างไร
เริ่มจากไปร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูป แม่ลูกทั้งสี่ซื้อชุดใหม่คนละสองชุด ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงแล้ว อากาศจะยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ ต้องซื้อเสื้อตัวในและเสื้อคลุม เสื้อนวมที่บ้านไม่มีเลยแม้แต่ตัวเดียวจึงต้องเตรียมไว้ก่อน และซื้อชุดกันหนาวเพิ่มอีกคนละชุด
ตอนที่เอ้อร์เป่าลองชุดใหม่ เขามีท่าทีลังเล "ท่านแม่ พวกเราซื้อมากเกินไปหรือไม่ขอรับ ไม่จำเป็ต้องซื้อเสื้อนวมหลายตัวขนาดนี้ก็ได้ พอถึงฤดูหนาวพวกเราไม่ต้องออกจากบ้าน ซื้อเสื้อนวมให้พี่ชายตัวเดียวก็พอ ถึงตอนนั้นใครจะออกไปข้างนอกก็ใส่ตัวนั้น จะได้ประหยัดเงินได้บ้าง บ้านอื่นเขาก็ทำกันแบบนี้ขอรับ"
เจียงเหลียนจูได้ยินแล้วทั้งอยากหัวเราะและรู้สึกะเืใจ "บ้านอื่นทำแบบนั้น แต่บ้านเราจะไม่ทำ เราต้องมีเสื้อผ้าใส่กันทุกคน อยู่ในบ้านก็ต้องใส่ให้อบอุ่น หาเงินมาได้ก็ต้องใช้ เงินหมดแล้วเราค่อยหาใหม่ มิเช่นนั้นหาเงินมาได้แต่ไม่ใช้จะมีประโยชน์อะไรเล่า"
เด็กทั้งสามพยักหน้า
ในใจของแต่ละคนมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกัน ท่านแม่ตอนนี้ช่างดีเหลือเกิน
หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ เจียงเหลียนจูยังซื้อปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน และตัดสินใจซื้อไส้นวมใหม่เพิ่มอีกสองผืน
ทำให้หลงจู๊เ้าของร้านยินดีเป็อย่างยิ่ง "บ้านของพวกท่านอยู่ที่ไหนหรือขอรับ ข้าจะส่งของให้ ของเยอะขนาดนี้ เกรงว่าพวกท่านแม่ลูกจะขนไม่ไหว" นี่ถือเป็ลูกค้ารายใหญ่ของวันนี้เลย
เสื้อผ้าสิบกว่าชุด รวมกับเครื่องนอนทำรายได้ให้เขากว่าสิบตำลึง
เจียงเหลียนจูตอบว่า "เช่นนั้นก็รบกวนท่านด้วยเ้าค่ะ ขอบคุณหลงจู๊มาก ในเมื่อเป็เช่นนี้ งั้นขอเพิ่มผ้านวมผืนเล็กอีกสองผืนและปลอกหมอนที่เข้าชุดกันอีกสองชุด ขอเป็ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดจะได้ห่มสบาย ๆ เ้าค่ะ"
ตอนนี้เด็ก ๆ ยังเล็ก สามารถนอนห่มผ้านวมผืนเดียวกันได้ แต่ชายหญิงย่อมมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีควรแยกกันนอน
อีกอย่างในชีวิตก่อน นางชินกับการนอนคนเดียว เวลานอนมักจะดึงผ้าห่มมากองที่ตัวเอง นางกลัวว่าตอนหลับจะแย่งผ้าห่มจนลูก ๆ ต้องทนหนาว
ทางที่ดีที่สุดคือหนึ่งคนหนึ่งผืนจะได้นอนสบาย
เมื่อก่อนไม่มีทางเลือก แต่ตอนนี้มีกำลังทรัพย์แล้ว สิ่งใดที่ทำให้สะดวกสบายได้ก็ควรทำ เพราะการใช้ชีวิตไม่ใช่แค่เื่ของวันสองวัน แต่เป็เื่ของระยะเวลานานแสนนาน
หลงจู๊รับปากทันที เจียงเหลียนจูจ่ายเงินมัดจำครึ่งหนึ่งและให้เด็ก ๆ พักผ่อนที่นี่ ซานเป่าเริ่มสัปหงกแล้วเพราะยังเล็กจึงง่วงบ่อย
เอ้อร์เป่าอยู่เฝ้าน้องสาวในร้าน ส่วนต้าเป่าตามเจียงเหลียนจูไปซื้อของอย่างอื่น
เริ่มด้วยการไปร้านขายของชำเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก พื้นที่หลังบ้านถูกพลิกดินจนเกือบหมดแล้วสามารถปลูกผักได้ ทั้งขิง ต้นหอม กระเทียม ผักกาดขาว หัวไชเท้า กุยช่าย ผักโขม และผักทั่วไปที่ต้องมี มิเช่นนั้นเวลาห่อเกี๊ยวที่บ้านจะไม่มีเครื่องปรุง
จะไปขอยืมเพื่อนบ้านทุกวันก็ดูไม่ดี ปลูกเองได้ก็ปลูก กินของบ้านตัวเองดีที่สุด
จากนั้นซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กรรไกร พลั่ว มีดปอกผลไม้ เคียว และอื่น ๆ
และซื้อภาชนะต่าง ๆ โถขนาดเล็กและใหญ่สำหรับบรรจุชิวหลีเกา อ่างไม้ถังไม้ใบใหญ่ รวมถึงชุดหม้อไหจานชามเพิ่มอีกหนึ่งชุด
เพื่อเตรียมการสำหรับการปอกเปลือก เก็บเกี่ยวและเคี่ยวชิวหลีเกา
นอกจากนี้ยังซื้อแม่กุญแจดอกใหญ่หลายตัว เพื่อป้องกันคนมากหน้าหลายตา บางคนที่ไม่มีมารยาทอาจฉวยโอกาสตอนที่พวกนางไม่อยู่บ้านแอบเข้ามาค้นของ โดยเฉพาะบ้านตระกูลหวังที่นางระแวงเป็พิเศษ
เวลาไม่อยู่บ้านก็ล็อกประตูเสีย นอกจากพวกเขาจะพังประตูเข้ามา
สุดท้ายคือการซื้อเสบียง!
ครั้งนี้มีรถม้าส่งของโดยเฉพาะเจียงเหลียนจูไม่ต้องแบกเอง จึงซื้อข้าวสารหนึ่งร้อยจิน แป้งสาลีหนึ่งร้อยจิน แป้งข้าวโพด น้ำมัน และเกลือ อีกประมาณร้อยจิน ของเหล่านี้เก็บไว้ได้นาน ไม่เสียง่ายจึงตุนไว้เยอะหน่อย
ต่อด้วยเนื้อหมูสิบกว่าจิน ซี่โครงหมูสิบจิน เครื่องในหมูราคาถูก หากล้างให้สะอาดก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่เจียงเหลียนจูไม่มีเวลาจัดการเื่นี้
นางต้องรีบทำชิวหลีเกาให้ทันฤดูกาล ไว้ว่างแล้วค่อยทำให้ลูก ๆ กิน
เ้าของแผงขายเนื้อหมูถามเจียงเหลียนจูว่าอากาศแบบนี้ บ้านนางจะจัดเลี้ยงงานรื่นเริงหรืออย่างไร ความหมายนัย ๆ คือซื้อเยอะเกินไป กลัวว่าจะกินไม่หมดจนเน่าเสีย
เจียงเหลียนจูยิ้มแล้วบอกว่า "เด็กๆ ชอบกินเ้าค่ะ"
แน่นอนว่าเด็ก ๆ ชอบกินเป็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักคือยังมีลูกหมาป่าน้อยอีกสามตัว ซึ่งเป็สัตว์กินเนื้อ เจียงเหลียนจูเดินหาทั่วตลาดแต่ไม่พบนมวัวหรือนมแพะ หากให้พวกมันกินแต่โจ๊กข้าวโพดทุกวันสารอาหารคงไม่เพียงพอกลัวว่าจะเลี้ยงไม่รอด จึงต้องผสมโจ๊กเนื้อที่ต้มจนเปื่อยด้วย
นี่มันสิ้นเปลืองเนื้อทั้งนั้นเลย!
ส่วนน้ำตาลกรวด ขนมของเด็ก ๆ และขนมปังต่าง ๆ ก็ซื้อมาครบถ้วน
หลงจู๊ร้านเสื้อผ้าเห็นเจียงเหลียนจูขนของมาทีละอย่างจนตกตะลึง
แม่นางน้อยผู้นี้เป็เศรษฐีใหม่หรืออย่างไร?!
เขาทำธุรกิจมาหลายปีย่อมรู้ว่าเื่ส่วนตัวของผู้อื่นไม่ควรซักไซ้ มิเช่นนั้นจะนำโชคร้ายมาสู่ตัว
และแล้วเจียงเหลียนจูก็ซื้อของจนครบถ้วนใช้เงินไปประมาณยี่สิบตำลึง จะว่าไปหกสิบตำลึงดูเหมือนเยอะ แต่พอใช้จริง ๆ ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว
นางกลับบ้านพร้อมข้าวของเต็มคันรถ
รถม้าเต็มไปด้วยข้าวของ
ซานเป่าตื่นแล้ว เมื่อเห็นว่าจะได้นั่งรถม้าก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
เด็ก ๆ เพิ่งเคยนั่งรถม้าเป็ครั้งแรก การนั่งรถม้าต่างจากการนั่งรถเทียมวัวตรงที่มันเร็วกว่ามาก
เพียงแต่จะกระแทกกระทั้นกว่าเล็กน้อย
เจียงเหลียนจูคำนวณดู หากเดินไปในเมืองจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม หรือหนึ่งชั่วโมง นั่งรถเทียมวัวก็ใช้เวลาพอ ๆ กัน แต่นั่งรถม้าใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ถึงแล้ว
นี่คือตอนที่รถม้าบรรทุกหนัก หากไม่บรรทุกหนักขนาดนี้ น่าจะเร็วกว่านี้อีก
ไว้เมื่อมีเงินมากขึ้น เจียงเหลียนจูอยากจะซื้อรถม้ามาขับเองจะได้ประหยัดเวลา
หึ ๆ คิดไว้เช่นนี้ก่อนแล้วกัน
เงินสี่สิบตำลึงที่เหลือในมือคงไม่พอ และนางยังมีเื่สำคัญที่ต้องใช้เงินอีกมาก
***
เมื่อกลับถึงบ้าน ชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมามุงดูด้วยความตื่นเต้น
ในหมู่บ้านนี้ทั้งปีแทบจะไม่มีรถม้าสักคันผ่านมาเลย นับว่าเป็เื่แปลกประหลาดจริง ๆ