ในเดือนเมษายนระหว่างปิดเทอมฤดูร้อนเวลาประมาณบ่าย 2.30 น. เซนนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่สามของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งได้ออกมาทัศนศึกษาซึ่งเป็การท่องเที่ยวและเป็การอำลาเพื่อนในชั้นเรียนก่อนที่ต่างคนจะต่างไปตามหาความฝันของตนเองในรั้วมหาลัย
บนรถบัสที่กำลังนำพาพวกเขาไปสู่สถานที่อันสวยงามที่เต็มไปด้วยวิวของเทือกเขาและป่าไม้ แม้ว่าจะเป็การทัศนศึกษาเพื่ออำลากันกับเพื่อนฝูงเป็ครั้งสุดท้าย แต่เซนกลับนั่งอยู่ในที่นั่งข้างหลังสุดของรถบัสอย่างโดดเดี่ยวและมองออกไปข้างนอกผ่านกระจกรถชมวิวถนน และเงาของผู้คนอย่างเหงาๆ
เซนเป็คนที่ถูกทอดทิ้งโดยเพื่อนของเขามาั้แ่อยู่อนุบาล หรือแม้แต่ตอนประถม สุดท้ายก็มา่มัธยมต้นเขาก็ยังไม่มีเพื่อนสักคนเดียว แม้แต่ตอนปัจจุบันนั้นแม้เขาจะพยายามขนาดไหนก็ยังไม่มีใคร้าเป็เพื่อนกับเขา เนื่องจากเซนนั้นเป็ชายหนุ่มร่างเล็กผอมแห้ง หน้าตาดูธรรมดาไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดใดๆ ที่แย่ที่สุดก็คือบุคลิกของเขากลับเป็คนเงียบๆ ซึ่งเมื่อทั้งหมดมารวมกันในตัวคนเดียวแล้วทำให้นักเรียนในชั้นเรียนทั้งหมดของเขามองว่าเขาเหมือนกับพวกเก็บตัวหรือพวกโรคจิตอะไรทำนองนั้น
“หลังจากรถบัสรอดผ่านอุโมงค์ไปแล้ว ขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมพบกับสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามได้เลย! ”
คุณครูจอร์จ แฮร์รี่เป็ครูประจำชั้นของเขา และทำหน้าที่เหมือนกับไกด์นำทัวร์ในครั้งนี้ประกาศบอกนักเรียนในชั้นของทุกคนผ่านไมค์ลอยตัวหนึ่งที่ทางรถบัสมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว
คำกล่าวของครูจอร์จได้เสียงตอบรับดีเป็อย่างมาก มีนักเรียนหลายคนต่างลุกยืนจากที่นั่งตนเองและปรบมืออย่างตื่นเต้น แทบทุกคนที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและกอดคอเพื่อนฝูงของตนเอง มีเพียงแค่เซนเท่านั้นที่นั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว และครูจอร์จก็ได้สังเกตเห็นแล้ว เพียงแต่เขาไม่สนใจเท่านั้นเนื่องจากเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเื่ของนักเรียน
การมีครูประจำแบบจอร์จนั้นสำหรับนักเรียนคนอื่นๆ นับว่าเป็เื่ดี แต่สำหรับเซนแล้วนับว่าเป็เื่บัดซบที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เขาถูกกล่าวเป็ตัวตลกในห้องเรียนอยู่หลายครั้งในคาบเช้า โดยเอาปมด้อยเื่ร่างกายอันผอมแห้งและบุคลิกไปล้อเล่นอย่างสนุกปากเพื่อให้นักเรียนคนอื่นๆ หัวเราะเยาะเขา
อย่างไรก็ตามเซนไม่เคยเกลียดรูปร่างหน้าตาของตนเองเลยที่เกิดมาเป็แบบนี้ เป็เพราะว่าเขารักแม่ของเขามาก แม่ของเขามักจะพูดเสมอว่าที่ตั้งชื่อของเขาว่า"เซน"นั้นเพราะมันมีความหมายว่าของขวัญจากพระเ้า เป็เพราะว่าเมื่อเซนเกิดมานั้นเป็่เวลาที่เธอมีความสุขในชีวิต
“เห้อ…ไม่น่ามาเลยจริงๆ”
เซนกล่าวขึ้นด้วยเสียงกระซิบเบาๆ ในตอนแรกที่เขามานั้นเพราะหวังว่าตนเองนั้นจะได้เพื่อนบ้าง แต่มันกลับตรงกันข้าม
“ครืดๆ”
ในขณะที่รถบัสเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์มืดๆ นั้นตัวรถก็ได้เกิดการสั่นเล็กน้อย อาการเหมือนกับว่ามันเคลื่อนที่อยู่บนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ มีนักเรียนหลายคนที่ยืนเล่นกันอยู่ล้มลงไปก้นกระแทกพื้นรถและสบถออกมา
ไม่ใช่แค่นักเรียนพวกนั้นแม้แต่เซนที่นั่งอยู่ก็ถูกแรงกระชากให้หลุดออกจากที่นั่งเช่นเดียวกันเนื่องจากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
“นักเรียนเป็อะไรไหม? ”
ครูจอร์จดูเหมือนจะเป็ห่วงนักเรียนของเขามาก เมื่อเสียงของครูจอร์จดังขึ้นเซนคิดว่าครูประจำชั้นของเขาจะมาช่วยเหลือเขา แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะครูจอร์จนั้นได้เข้าไปพยุงนักเรียนหญิงที่ล้มอยู่เบื้องหน้าของเซนและมองกลับมาที่เซนด้วยท่าทางเฉยเมยก่อนที่จะเดินกลับไปที่ด้านหน้าของรถบัสเหมือนเดิม
“ฉันไม่จำเป็ต้องขอความเห็นใจจากใคร…ฉันช่วยตัวเองได้! ”
เซนกล่าวกับตนเองและพยายามพยุงตนเองให้ลุกขึ้นอย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นเองแรงกระชากบนรถทัวร์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันรุนแรงมาก ไม่ต่างกับรถพุ่งชนกับวัตถุขนาดใหญ่ด้วยความเร็วมากนัก
“ตูมมมมมมมม! ”
อยู่ๆ เมื่อรถบัสรอดออกจากอุโมงค์มืดออกพื้นที่สว่างๆ รถบัสก็ได้พุ่งตกลงไปในน้ำทันที
“กรี๊ดดดดดดด! ”
ผู้หญิงหลายคนกรีดร้องออกมาเต็มเสียงเมื่อเห็นน้ำจำนวนมากเข้ามาในรถ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะเตรียมตัวรับมือกับมันทัน
“อ็อก! ”
เซนถูกน้ำที่พุ่งเข้ามาทางหน้าต่างรถทัวร์สาดเข้าใส่จนสำลักน้ำออกมา และรู้สึกว่าน้ำนั้นมีรสชาติที่เค็มมาก มันคือน้ำทะเล!
“เราไปเที่ยวบนเขาไม่ใช่เหรอ!? แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่ทะเลได้! ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนกันอยู่นั้นอาจารย์จอร์จที่เป็ผู้ใหญ่ที่สุดในหมู่ของนักเรียนทั้งหมดก็ได้กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ดังมากๆ
“นักเรียนทุกคนรีบออกจากรถทางหน้าต่างเร็วเข้า! รถกำลังจมลงไปในน้ำแล้ว! ”
เมื่ออาจารย์จอร์จพูดจบมีนักเรียนหลายคนรีบออกไปทางหน้าต่างของรถทัวร์ในทันที
“ตูม! ”
เสียงน้ำกระเซ็นเนื่องจากคนะโลงไปในน้ำดังขึ้นเป็่ๆ ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ได้รับาเ็จากแรงกระแทกก่อนหน้านี้จำนวนมาก มีบางคนถึงขั้นหมดสติไปเลยก็มี
อาจารย์จอร์จไม่กล้ารอช้ารีบพุ่งเข้าไปพยุงนักเรียนหญิงที่หมดสติไปเพื่อรีบออกจากรถทันที ในขณะเดียวกันนักเรียนชายที่แข็งแรงหลายคนเองก็แบกคนาเ็ออกไปทีละคนๆ
ในขณะที่อาจารย์จอร์จกำลังจะออกจากรถทัวร์ไปนั้น เสียงของนักเรียนชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นด้วยเสี่ยงสั่นๆ
“อาจารย์จอร์จครับ ผะ…ผมว่ายน้ำไม่เป็”
เมื่ออาจารย์จอร์จได้ยินเช่นนั้นก็หันหัวกลับมามองด้วยความเป็ห่วงทันที แต่เมื่อพบว่าเป็เซนนั่นเองที่กล่าวกับเขาความรู้สึกห่วงของจอร์จก็หายไปในทันที ก่อนที่จะกล่าวกับเซนว่า
“นักเรียนครูไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ เพราะต้องแบกเพื่อนของเธอสองคนนี้ออกไปด้วย ดังนั้น…นักเรียนเธอหาคนอื่นช่วยเถอะ! ”
แขนของเซนที่ยื่นออกไปหาจอร์จสั่นเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดต่อจอร์จก็ได้จากไปเสียแล้ว เซนเห็นว่าตัวเขานั้นยังพอมีหวังที่จะรอดชีวิตไปได้เพราะยังเหลือนักเรียนที่แข็งแรงอยู่ในรถอีกหลายคน
“ช่วยฉันด้วย! ฉันว่ายน้ำไม่เป็! ”
“….”
ความเงียบถูกปกคลุมไปทั่วทั้งคันรถ แต่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่คิดจะช่วยเหลือเซน
“ช่วยตัวเองเถอะ ฉันยังต้องช่วยเหลือเพื่อนของฉัน! ”
เสียงนักเรียนชายคนหนึ่งดังขึ้นเขาแบกเพื่อนสาวที่ดูบอบบางของเขาขึ้นพร้อมะโลงจากรถทัวร์ไป
“ฉันไม่ว่างโทษที…”
“ฉันว่ายน้ำไม่แข็งขืนช่วยนายมีหวังจมน้ำตายแน่ๆ”
…..
หลายๆ คนต่างอ้างหลายๆ เหตุผลพวกเขาออกจากรถทัวร์ไปทีละคนสุดท้ายแล้วก็เหลือชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งยืนอยู่ภายในรถทำสีหน้าพิจารณาบางอย่างไม่ได้มองมาที่เซนเลย
นักเรียนชายผู้หล่อเหลาคนนี้เป็คนที่อัธยาศัยดีมากเขาเป็ถึงหัวหน้าห้องและเป็ประธานสภานักเรียนอีกด้วย ผลการเรียนดีเยี่ยมและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี อย่างน้อยภานุคิดว่าชายหนุ่มนั้นคุยกับหัวหน้าห้องคนนี้บ่อยที่สุดหากเทียบกับคนอื่นๆในโรงเรียน
“หัวหน้าห้องๆ”
สีหน้าท่าทางของเซนร้อนรนเป็อย่างมากพยายามเรียกอีกฝ่ายอย่างเอาเป็เอาตาย อีกฝ่ายเหมือนจะได้สติแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาและมองไปที่เซนพร้อมกับยิ้มและกล่าวว่า
“ทำไมนายยังไม่ออกไปอีกล่ะ รถคันนี้จะจมแล้วนะถ้าช้ากว่านี้นายได้ตายแน่ๆ”
“ฉัน…ฉันว่ายน้ำไม่เป็! ”
เมื่อเซนกล่าวเหตุผลออกมาสีหน้าของหัวหน้าห้องก็เปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวด้วยความตึงเครียด ก่อนที่เขาจะส่ายหัวและเหมือนจะตัดสินใจบางอย่าง
“ฉันไม่สามารถแบกคนออกไปพร้อมกันสองคนได้ มันอันตรายเกินไปฉันต้องเลือกช่วยระหว่างนายกับเธอ…”
เมื่อหัวหน้าห้องกล่าวจบ เขาก็ได้ชี้ไปที่ร่างของหญิงสาว หญิงสาวคนนี้นับว่ามีใบหน้าที่งดงามอย่างมากและยังดูสูงส่งอีกเสน่ห์ดึงดูดต่อให้นักเรียนหญิงทั้งห้องรวมกันยังไม่อาจมีทางเทียบกับเธอได้ นักเรียนหญิงคนนี้มีชื่อว่า “เอลลี่” เธอเป็หญิงสาวที่เ็าที่สุดในห้องและมีเพื่อนน้อยมากๆ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนเพราะหน้าตาที่ดีของเธอ
เอลลี่เหมือนจะได้รับาเ็ที่ศีรษะ เซนสังเกตเห็นเืที่ไหลออกมา ดูแล้วาแน่าจะร้ายแรงไม่เบาถึงขนาดส่งผลให้หญิงสาวคนนี้หมดสติไปเลย
เมื่อหัวหน้าห้องกล่าวออกมาเช่นนั้นแน่นอนว่าเซนถึงกับเกิดอาการกังวล อย่างไรก็ตามแม่ของเขามักจะสั่งสอนเสมอว่าให้ปกป้องผู้หญิงที่ควรจะปกป้อง และภานุเห็นว่าหญิงสาวคนนี้นั้นไม่ได้เป็คนเลวอะไร แต่เมื่อความเป็ตายอยู่ตรงหน้าขนาดนี้ มันต้องตัดสินยากเป็ธรรมดา
หัวหน้าห้องนั้นเมื่อเห็นท่าทางตึงเครียดและลังเลของเซน รอยยิ้มของเขาที่ดูเป็มิตรก็เปลี่ยนเป็นิ่งและเ็า สายตาของเขาเมื่อใช้มองมาที่ภานุนั้นไม่ต่างอะไรกับใช้มองขยะชิ้นหนึ่ง ซึ่งเซนไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เลย
“นายชื่อเซนใช่ไหม? ”
หัวหน้าห้องกล่าวถามขึ้นทำให้ภานุที่กำลังคิดบางอย่างอยู่หลุดออกจากภวังค์ความคิดอย่างกะทันหัน หัวหน้าห้องได้เดินมาเบื้องหน้าของเซนั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ก่อนที่หัวเข่าของเขาจะพุ่งกระแทกเข้าที่ท้องของเซนอย่างสุดแรง
“อ็อก! ”
เซนรู้สึกจุกเป็อย่างมากจนคุกเข่าอย่างอ่อนแรงกับพื้น ในขณะเดียวกันเขาก็กำลังสับสนเมื่อมองไปที่ท่าทางเ็าของหัวหน้าห้อง แล้วเหตุใดหัวหน้าห้องต้องมาทำร้ายเขาด้วย
“ปัก! ”
คางของภานุถูกเท้าของหัวหน้าห้องกระแทกเข้าเต็มๆ จนเขาแทบจะหมดสติไปในทันที
“ฉันจะไม่ขอโทษนายหรอกนะ เพราะฉันทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้นายทำอะไรบ้าๆ หากฉันเลือกช่วยเธอ! นายไม่ต้องถามหรอกว่าทำไมฉันถึงเลือกเธอ เพราะมันแน่นอนอยู่แล้วว่าตัวนายมันไร้ค่ามากกว่าเธอเป็พันเท่า การช่วยเธออย่างน้อยฉันก็ได้ความประทับใจจากเธอ แล้วถ้าช่วยนายฉันจะได้อะไร? ”
“นะ…นาย…จะได้ความประทับใจจากฉัน…”
เซนพยายามเปล่งเสียงกล่าวออกมาแต่มันยังคงแ่เบา อย่างไรก็ตามก็มากพอที่จะทำให้หันหน้าห้องได้ยิน หัวหน้าห้องยิ้มออกมาอย่างเ็าก่อนที่จะเหยียบไปที่มือของเซน
“อ้ากกกกกกกกกก! ”
เซนกรีดร้องออกมาอย่างเ็ปและพยายามจะดิ้นรน อย่างไรก็ตามการดิ้นรนของชายหนุ่มแทบจะไร้ค่าเมื่อเทียบกับพละกำลังของอีกฝ่าย
“ความประทับใจจากนาย? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย…นายก็รู้ตัวเองดีว่าตัวเองนั้นไร้ค่าขนาดไหนใช่ไหม? จริงๆ แล้วฉันสามารถแบกนายกับเธอออกไปพร้อมกันได้ถึงจะเสี่ยงหน่อยก็เถอะ แต่เพราะเป็นายฉันถึงได้ไม่้าจะพาออกไป”
“รู้ไหมว่าทำไม? ”
“….”
เซนไม่สามารถกล่าวตอบอะไรได้แล้วตอนนี้เขากำลังจะหมดสติลงไปทุกทีๆ แต่คำพูดของหัวหน้าห้องยังพอฟังได้ชัดเจนอยู่ ในใจของชายหนุ่มก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา เป็ครั้งแรกที่เขา้าจะชกคนขนาดนี้ ถึงแม้ว่าหัวหน้าห้องจะเลือกช่วยเธอคนเดียวแน่นอนว่ายังไงเขาก็ไม่ทำอะไรหัวหน้าห้องอยู่แล้ว แต่หัวหน้าห้องกลับทำกับเขาแบบนี้
“ฉันจะตอบให้แล้วกัน! มันเป็เพราะแกมันไร้ค่าเหมือนเศษขยะ การได้เป็หัวหน้าห้องและต้องคอยถามไถ่และพูดคุยแกบ่อยๆ มันแทบจะทำให้ฉันอยากจะอาเจียน ทำไมไม่ลาออกไปจากโรงเรียนไปซะนะ แต่ช่างเถอะ! ยังไงวันนี้แกก็ตายอยู่ดี”
เมื่อหัวหน้าห้องกล่าวถึงตรงนี้เซนก็ได้หมดสติไปแล้วตอนนี้น้ำแทบจะท่วมมิดหัวของชายหนุ่ม หัวหน้าห้องไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ นิสัยที่แท้จริงของหัวหน้าห้องน่ารังเกียจเป็อย่างมากเขาสามารถปิดมันเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มที่อบอุ่นตลอดๆ แต่วันนี้เซนกลับต้องมาตายพร้อมกับความแค้นที่โดนดูถูกและเหยียบย้ำจากคนเช่นนี้…
เมื่อทุกคนออกจากรถทัวร์ไปหมดแล้ว รถทัวร์เองก็ค่อยๆ จมลงลึกสู่ก้นมหาสมุทรอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่ามันนั้นได้ลงไปลึกเพียงใด แต่ที่สำคัญก็คือมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่จะกลายเป็ตำนานได้จมลงไปพร้อมกับมันด้วย