หมอดวงฤดีถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ในขณะที่สุนทรีพ้นข้อกล่าวหาเพราะความจริงแล้วตัวเธอเองก็เป็เพียงเหยื่อคนนึงเท่านั้น
ในขณะที่พิมก็ช่วยเขียนข่าวเกี่ยวกับคดีที่จิตแพทย์สะกดจิตสุนทรีให้กระทำความผิดตามคำสั่งของหมอโรคจิตคนนั้น เพื่อทำให้ประชาชนเห็นใจสุนทรีและยอมให้อภัยกับการกระทำที่ไม่รู้ตัวของเธอ
ส่วนเสี่ยสรอรรคก็ต้องใช้ความอดทนอย่างมากเพื่อพาสุนทรีไปขอขมาบรรดาญาติๆ ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งสารวัตรกฤษก็ได้พาทีมลูกน้องมาช่วยคอยคุ้มกันให้ เผื่อมีญาติบางคนคิดโกรธแค้น
หมอไฮดราเองก็ย้ายมาทำงานประจำที่ประเทศไทยโดยแทนที่ตำแหน่งของหมอดวงฤดีคนนั้น เธอช่วยรักษาและเยียวยาให้สุนทรีกลับมาสดใสดังเดิม โดยที่ไม่ต้องคอยโทษตัวเองอีกต่อไป
และแล้วระยะเวลาก็ผ่านไปหนึ่งปีเต็มๆ อินเดินทางกลับประเทศไทย พอมาถึง เธอก็รีบไปที่โรงพยาบาลที่ไฮดราประจำอยู่ แต่ทว่าพยาบาลกลับบอกว่าไฮดราเดินทางไปอังกฤษกับแฟน ทำให้อินใมากเลยรีบโทรถามพิมทันที
“เธออยู่ที่ไหนน่ะพิม และเธอรู้ข่าวคราวของไฮดรากับแฟนมั้ย” อินรีบถามเพื่อน
“ฉันมาส่งไฮดราและพี่ชายขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิจ้า กลับมาแล้วหรออิน” พิมกำลังขับรถออกมาจากสนามบิน
“ทำไมทั้งสองต้องเดินทางด้วยกันด้วยล่ะ” อินสงสัย
“เธอยังจำได้มั้ยว่า พี่ชายฉันได้ออกตามหาผู้หญิงฝรั่งคนนึงที่ชื่อซินดี้” พิมเกริ่น
“จำได้ แล้วยังไงหรอ” อินยังคงถาม
“ตอนที่ไฮดราไปพบพี่ชายฉัน เธอใช้ชื่อซินดี้น่ะสิ”
“แล้วไงต่อ ไหนว่าพี่ชายเธอไม่ชอบฝรั่งไง” อินยังคงจำคำพูดของไฮดราได้ว่าเธออกหักเพราะพี่พิบูลบอกว่าไม่ชอบฝรั่ง
“ก็ตอนที่ไฮดราไปสารภาพรักกับพี่พิบูล แล้วพี่เขาพูดตัดเยื่อใยน่ะ ทำให้ไฮดราอกหักถึงขั้นไปผับคนเดียว แล้วดื่มเหล้าเมามาย”
“ไม่เห็นไฮดราจะบอกเื่นี้เลย” อินนึกไม่ถึงว่าเพื่อนจะบอกไม่หมด
“ไฮดราได้ก่อเื่เอาไว้ด้วยนะ”
“ก่อเื่อะไร” อินสงสัย
“ไฮดราเมาแล้วก็ไปหาพี่ชายฉันที่คอนโด พอพี่ชายฉันเปิดประตูห้องเท่านั้นแหละ ไฮดราก็เป็ฝ่ายรุกเข้าจู่โจมโดยพี่พิบูลยังไม่ทันตั้งตัว มันถึงขั้นทำให้พี่เขาข่มใจไว้ไม่อยู่ และแล้วทั้งสองก็มีอะไรกัน ซึ่งในตอนนั้นมันเป็ครั้งแรกของพี่ชายด้วยนะ” พิมยอมเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟัง
“อะไรนะ! ถึงขั้นนั้นเลยหรอ ไฮดราก่อเื่ไว้จริงๆ แล้วทำไมไฮดราไม่ยอมเล่าให้ฟังเลย” อินแอบน้อยใจที่เพื่อนปิดบัง
“ไฮดราข่มขืนพี่พิบูลแล้วก็หนีกลับอังกฤษ พี่เขาพยายามออกตามเธอจนทั่วไทยก็หาตัวไม่เจอ เพราะเธอใช้ชื่อปลอมว่าซินดี้”
“แล้วตอนนี้ล่ะ ทำไมพี่พิบูลถึงเจอตัวไฮดรา” อินสงสัย
“เพราะฉันเองแหละ ฉันไปเขียนข่าวเกี่ยวกับจิตแพทย์ที่รักษาคุณสุนทรี และก็ลงรูปไฮดราไว้อย่างชัดเจน พี่พิบูลถึงตามตัวไฮดราเจอไง” พิมแอบขำ
“แล้วไฮดราล่ะ ทำไมถึงยอมรับผิดชอบ” อินอยากรู้
“ก็พี่พิบูลขู่ว่าจะมากดดันที่โรงพยาบาลทุกวัน จนกว่าไฮดราจะยอมรับผิดชอบแต่งงานกับพี่เขา ตอนนี้มันเป็่ที่ไฮดรากำลังโด่งดัง เธอไม่อยากมีข่าวเพิ่มอีก ก็เลยยอมตกลงแต่งงานด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปแต่งงานที่ประเทศอังกฤษ เพื่อให้พ่อแม่ของเธอรับรู้ด้วยน่ะสิ” พิมเล่า
“ฉันก็เลยไม่ได้ไปงานแต่งงานที่อังกฤษเลย” อินคาดว่าคงไปไม่ทันงานแต่งของทั้งสอง เพราะตอนนี้วีซ่าเธอหมดอายุแล้ว ถ้าจะต่ออายุคงต้องใช้เวลา
“ฉันเองก็ไปไม่ได้ เพราะตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว พี่กฤษไม่ยอมให้ไปแน่นอน” พิมพูดและก็แอบจับท้องของตัวเองอย่างทะนุถนอม
“ไฮดราไม่โกรธเธอหรอก เธอเข้าใจอยู่แล้ว” อินคิดว่ายังไงไฮดราก็เป็หมอ เธอต้องเห็นใจคนท้องแน่นอน
“กลับมาก็ดีแล้วอิน แล้วเธอจะไปพบคุณสุนทรีมั้ย เห็นไฮดราบอกว่าคุณสุนทรีอยากเจอเธอมากเลยนะ” พิมกล่าว
“ไว้ฉันจะหาโอกาสไปเยี่ยมก็แล้วกัน” อินตั้งใจจะไปตอนเสี่ยไม่อยู่
อินแอบเสียดายที่ไม่ได้เจอไฮดรา แต่ก็แอบยินดีที่ไฮดราได้กลายเป็เ้าสาวเสียทีและตอนนี้ไฮดราก็สมหวังในความรักแล้วด้วย
************************************************************************
สองวันต่อมา ในตอนนี้อินไว้ผมยาวสลวย และแต่งตัวเป็ผู้หญิงเต็มตัว เธอถือโอกาสตอนที่เสี่ยสรอรรคไม่อยู่ แอบเข้าไปเยี่ยมคุณสุนทรีถึงที่บ้านของเสี่ย
“คุณสุนทรี เป็ยังไงบ้างคะ” อินเดินเข้าไปในบ้าน
“พี่อิน พี่อินจริงๆ ด้วย” สุนทรีเข้าไปกอดอินอย่างสนิทสนม จนอินใ
“คุณจำฉันได้งั้นหรอคะ” อินสงสัย
“จำได้สิคะ ก็คุณปลอมเป็พี่อินทิพัฒน์ สาวทอมหน้าหล่อที่เจอกันที่กระบี่นั่นไง” สุนทรีพูดยิ้มๆ
“เอ่อ พี่ได้ยินข่าวว่าเสี่ยพิบูลกำลังจะแต่งงานกับหมอไฮดราแล้ว น้องสุนทรีไม่เสียใจหรอคะ ทำไมยังสดใสอยู่ได้” อินถามตรงๆ
“ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่น้องไปสร้างสถานการณ์ว่ามีอะไรกับพี่พิบูลที่โรงแรม น้องจำไม่ได้เลยนะคะ น้องก็เลยปรึกษากับหมอไฮดรา หมอเลยวิเคราะห์ว่า มันเกิดจากการที่หมอดวงฤดีสะกดจิตให้น้องทำแบบนั้นค่ะ” สุนทรีเล่า
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยคะ” อินสงสัย
“พี่คงรู้แล้วว่าพี่สรอรรคเคยเป็แฟนกับพี่พิมมาก่อน และในตอนนั้นพี่ชายก็ไม่เคยลืมพี่พิมได้เลย มันทำให้หมอดวงฤดีอิจฉา และ้าสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ครอบครัวของพี่ชายผิดใจกับครอบครัวของพี่พิมค่ะ ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ พี่ชายเกลียดพี่พิบูลมากจริงๆ แต่ถึงกระนั้นพี่ชายก็ยังรักพี่พิมอยู่ดี นึกถึงเื่นี้แล้วน้องเองก็รู้สึกผิดค่ะ” สุนทรีแสดงสีหน้าเศร้าหมองทันตา
“มันไม่ใช่ความผิดของน้องนี่คะ เอ้อ มาดูนี่ดีกว่า พี่นำกล่องดนตรีจากฮ่องกงมาฝากด้วย พี่ลองถามไฮดราแล้ว เธอยืนยันว่าเสียงเพลงไม่เป็อันตรายต่อน้องแน่นอน” อินรีบเปลี่ยนเื่
“ขอบคุณมากค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ค้างที่นี่ด้วยกันมั้ยคะ พวกเราจะได้คุยกันให้หายคิดถึง” สุนทรีชวน
“ไม่ดีกว่า พี่ต้องรีบกลับไปเคลียร์งาน พี่เห็นสุนทรีสดใจเหมือนเดิม พี่ก็ดีใจแล้ว” อินพูดพร้อมกับเอามือลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณพี่อินนะคะ ที่ช่วยทำให้สุนทรีพ้นผิดและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้” สุนทรีซึ้งใจ
“ค่ะ พี่เห็นเราเข้มแข็งได้ขนาดนี้ พี่ก็ดีใจแล้ว มีอะไรปรึกษาพี่ได้เสมอนะ”
“อ้าว อิน ไม่สิคุณอิน มาทำอะไรที่นี่ครับ” วิชัยรีบทัก เมื่อเขามาถึงบ้านของเสี่ย
“คุณวิชัยนี่เอง อินแค่มาเยี่ยมคุณสุนทรีค่ะ” อินแอบใเล็กน้อยที่ได้มาเจอวิชัยที่นี่
“พอดีเลย คุณลืมของไว้ที่บริษัทนะครับ” วิชัยนึกขึ้นได้
“ลืมอะไรไว้หรอคะ” อินงง
“สมุดจดบันทึกระบบงานของบริษัทครับ ผมไม่ได้หยิบมาด้วย” วิชัยกล่าว
“งั้นอินไปเอาเองก็ได้ค่ะ” อินนึกขึ้นได้ว่าเธอทำสมุดเล่มนั้นหายจริงๆ
“ผมมาแท็กซี่ งั้นผมขอติดรถกลับบริษัทด้วยนะครับ” วิชัยไม่ได้เอารถมาด้วย
“แล้วพี่วิชัยมาที่นี่ทำไมคะ” สุนทรีสงสัย
“อ้อ พี่มาเยี่ยมสุนทรีไงครับ นี่ไงเค้กผลไม้” วิชัยโชว์กล่องเค้ก
สุนทรีรับกล่องเค้กไปเก็บในห้องครัว และกำลังจะขอติดตามไปบริษัทด้วย แต่วิชัยกลับรีบเร่งให้อินขับรถไปที่บริษัทของเสี่ยสรอรรค
สุนทรีบ่น “จะรีบไปไหนเนี่ย”
************************************************************************
อินขับรถมาถึงบริษัท แล้ววิชัยก็พาอินไปรอที่ม้านั่งข้างบ้านพักพนักงานบริษัท
“สมุดคุณอยู่ที่บ้านผมครับ รอผมแป๊ปนึงนะครับ” วิชัยอาศัยอยู่ที่บ้านพักพนักงานเพื่อความประหยัด
อินก็เลยรออยู่ที่ม้านั่งคนเดียว สักพักเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านของเสี่ยสรอรรค
วิชัยเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับสมุดบันทึก น้ำส้มคั้นและขนมขบเคี้ยว
“ทานอาหารว่างก่อนนะครับ นี่ไงสมุดคุณ” วิชัยยื่นสมุดให้
“ขอบคุณนะคะ เอ่อ แต่ว่าอินต้องรีบกลับไปที่บ้านเสี่ยค่ะ อินลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่นั่น” อินกังวลกลัวว่าถ้าไปช้าจะได้เจอเสี่ย
“พอดีเลยคุณจะได้ไปเจอเสี่ยสรอรรค ผมแอบได้ยินว่าเสี่ยกลับบ้านแล้วครับ” วิชัยพูดยิ้มๆ
อินยังไม่อยากเจอเสี่ยในตอนนี้ เธอก็เลยขอร้องวิชัยให้กลับไปเอากระเป๋าสตางค์มาให้ “เอ่อ คุณวิชัยช่วยกลับไปนำมาให้ได้มั้ยคะ”
“ได้สิครับ งั้นคุณรอที่นี่ก็แล้วกัน” วิชัยรับคำ
ในระหว่างที่รอ อินก็เลยทานน้ำส้มและขนมไปพรางๆ แต่ทว่าสักพักอินก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา และแล้วเธอก็ฟุบหลับไป
วิชัยไม่ได้ขับรถไปที่บ้านเสี่ยตามที่เขาได้พูดไว้ เขาย้อนกลับมา แล้วอุ้มพาอินไปที่บ้านพักเขาอย่างหน้าตาเฉย
************************************************************************
เสี่ยกลับมาจากการเจรจาธุรกิจ เขาเดินผ่านม้านั่งแห่งหนึ่งก็ได้ยินเสียงมือถือใครก็ไม่รู้ดัง เสี่ยคิดว่าบางทีอาจจะเป็เ้าของโทรมา เขาก็เลยกดรับ
“พี่อินคะ นี่สุนทรีพูดนะคะ” สุนทรีกล่าว
“อ้าวสุนทรี นี่พี่เองนะ นี่เป็มือถือของอินงั้นหรอ” เสี่ยใที่ได้ยินเสียงน้องสาว
“ใช่ค่ะ ทำไมมือถือเธอถึงอยู่ที่พี่ล่ะคะ” สุนทรีสงสัย
“พี่เก็บได้ที่ม้านั่ง ว่าแต่เรามีอะไรหรือเปล่า” เสี่ยรีบถาม
“พี่อินลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านพวกเราค่ะ น้องก็เลยกะว่าจะโทรบอกพี่อิน นี่ถ้าพี่อินไม่รับสาย น้องก็จะโทรบอกวิชัย”
“ทำไมต้องโทรบอกเขาด้วย” เสี่ยไม่เข้าใจ
“ก็พี่วิชัยติดรถพี่อินไปที่บริษัท เห็นว่าพี่อินลืมสมุดบันทึกไว้ แล้วพี่วิชัยเก็บได้พอดี เขาก็เลยจะนำสมุดคืนเธอค่ะ” สุนทรีเล่า
“ไม่ได้การแล้ว วิชัยเป็เสือผู้หญิง พี่ต้องไปแล้วสุนทรี” เสี่ยเชื่อมโยงเหตุการณ์
“ค่ะพี่” สุนทรีใ แต่ไม่กล้าพูดรั้งพี่ชาย
เสี่ยรีบวิ่งไปที่บ้านพักของวิชัย จนกระทั่งเขาวิ่งไปชนกับหญิงสาวคนหนึ่งจนเธอล้มไปนอนกับพื้น เสี่ยเห็นว่าเป็อินก็เลยรีบกอดเธอไว้แน่น
ก่อนชนเสี่ย อินพยายามเดินสะโหลสะเหลออกมาจากบ้านพักเพื่อหนีวิชัย และวิชัยผู้ซึ่งถูกอินเตะผ่าหมาก เขาก็พยายามวิ่งตามออกมา
“พี่สรอรรค ช่วยด้วยค่ะ” อินมองเห็นเลือนรางสักพักเธอก็สลบไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ
สรอรรคอุ้มพาหญิงสาวไปนอนที่ม้านั่งชั่วคราว แล้วเขาก็รีบเข้าไปต่อยหน้าวิชัยด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด
“ฉันขอไล่นายออก และยินดีจะคืนหุ้นให้นายทุกบาททุกสตางค์” เสี่ยไม่อยากทำธุรกิจร่วมกับวิชัยอีกต่อไป
“นึกว่าฉันอยากจะทำงานที่บริษัทนายมากนักหรืออย่างไร ไปก็ได้โว้ย” วิชัยไม่ง้อ
เสี่ยสรอรรครีบถอดเสื้อสูท แล้วคลุมตัวหญิงสาว เพราะเสื้อของอินขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี แล้วเขาอุ้มอินพากลับไปที่บ้านของตัวเอง
************************************************************************
อินนอนฝันถึงเหตุการณ์ที่นายวิชัยกำลังฉีกเสื้อของเธอ แต่เธอในตอนนั้นก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ วิชัย” อินพูดอย่างคนไม่มีแรง
“ผมจะแย่งผู้หญิงทุกคนที่หลงชอบไอ้เสี่ยสรอรรคให้ได้” วิชัยกล่าวอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับจูบตามใบหน้าและลำคอของหญิงสาว
“คุณเป็คนควงผู้หญิงของเสี่ยและมีอะไรกับพวกเธอใช่มั้ยคะ” อินเชื่อมโยงเหตุการณ์
“ใช่ สุดท้ายพวกผู้หญิงพวกนั้นก็หลงเสน่ห์ผม ไม่ต้องห่วงนะ รับรองว่าอินต้องติดใจผมแน่นอน” วิชัยพูดพร้อมกับค่อยๆ ถอดเสื้อของหญิงสาวออก
อินอาศัยจังหวะที่นายวิชัยเผลอ เธอรีบผลักวิชัยจนเขาล้ม จากนั้นก็ลุกจากเตียงแล้วเตะผ่าหมาก และเธอก็ไม่รอช้า เธอเดินโซซัดโซเซออกนอกบ้านพักของวิชัยให้เร็วที่สุด ในใจก็ร้องเรียกให้ใครสักคนช่วยเหลือ สักพักเธอก็เดินไปชนผู้ชายร่างกายกำยำ จนเธอล้มไปนอนกับพื้น
ยังดีที่ชายคนนั้นยอมให้ความช่วยเหลือ และเธอก็เห็นเลือนรางว่าเป็เสี่ยสรอรรค
สักพักอินก็ใตื่น เธอพบว่าตัวเธออยู่ในห้องห้องหนึ่ง สักพักเธอก็รีบสำรวจตัวเองก็พบว่าตัวเธอเองสวมชุดนอน sexy มาก อินกำลังจะกรีดร้อง แต่ทว่าเมื่อได้ยินเสียงๆ หนึ่งก็เลยยอมหยุด
“ตื่นแล้วหรอคะพี่อิน” สุนทรีกล่าวทัก
“พี่อยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” อินสงสัย
“พี่สรอรรคช่วยพี่อินไว้ไงคะ เห็นว่าพี่สรอรรคต่อยหน้านายวิชัยและไล่เขาออกจากบริษัทแล้วนะคะ” สุนทรีเล่า
“แล้วทำไมพี่ถึงได้สวมชุดนี้คะ” อินสงสัย
“ก็น้องแอบไปซื้อชุดนี้มา แต่ชุดมันตัวเล็กเกินไป น้องใส่ไม่ได้ แต่ก็แอบเสียดาย เลยให้พี่สวมค่ะ” สุนทรีพูดยิ้มๆ
“ว่าแต่ทำไมคุณวิชัยถึงดูเกลียดชังคุณสรอรรคมากขนาดนั้นคะ” อินอยากรู้
“สมัยก่อนพี่ทั้งสองเป็เพื่อนโรงเรียนกันค่ะ ต่างคนต่างแข่งเื่เรียน ไม่เพียงเท่านั้นยังแข่งเื่จีบสาวด้วย แต่พอพี่ชายคบกับพี่พิม พี่เขาก็ไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีก ถึงกระนั้นก็มีเหล่าผู้หญิงมายุ่งเกี่ยวกับพี่ชายตลอด พี่วิชัยซึ่งอิจฉาพี่ชาย ก็เลยจีบเหล่าผู้หญิงพวกนั้น และหลอกมีอะไรกับพวกเธอ” สุนทรีเล่า
“ที่แท้ทุกคืน ผู้หญิงเ่าั้ก็มากับวิชัยนี่เอง แต่เขาก็หลอกพี่ว่า คุณสรอรรคเป็คนควงพี่หญิงเ่าั้มา” อินรู้สึกว่าตัวเองโง่ที่ถูกวิชัยหลอก
“โชคดีนะคะที่พี่อินพ้นเงื้อมมือนายวิชัยมาได้” สุนทรียิ้มให้
“ตอนนี้คุณสรอรรคไปไหนแล้วคะ” อินอยากรู้และอยากขอบคุณเขา
“คงเข้านอนแล้วค่ะ” สุนทรีบอกตามจริง
“พี่ว่าพี่กลับบ้านดีกว่า” อินนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับเขา
“มันดึกแล้วนะคะ อีกอย่างพี่ชายเขาโทรไปขออนุญาตเสี่ยอันนพแล้วด้วย” สุนทรีพูดปราม
“พี่ไม่อยากเจอหน้าเขาค่ะ พี่ขอตัวกลับดีกว่า” อินพูดตรงๆ
“น้องมีเื่ขอความช่วยเหลือค่ะ” สุนทรีกล่าว
“ว่ามาสิคะ”
“ั้แ่ที่พี่ชายเลิกกับพี่อิน พี่ชายก็ไม่สนใจเื่ความรักอีกเลย พวกเราก็เลยไม่รู้ว่าพี่ชายเป็ผู้ชายจริงๆ หรือเปล่า ครั้นจะชอบทอม พวกเราก็ลองพิสูจน์โดยการรับสมัครพนักงานที่เป็ทอมและหน้าตาดีเข้ามาทำงานที่บริษัท พี่ชายก็ไม่สนใจ ครั้นจะคิดว่าพี่ชายเป็เกย์ ก็ไม่น่าจะใช่เพราะพี่เขาก็ไม่สนใจผู้ชายเช่นกัน เลยยังไม่รู้ว่าพี่เป็ผู้ชายทั้งแท่งหรือเปล่า” สุนทรีห่วงพี่ชายตัวเอง
“พี่พิสูจน์ไม่ได้หรอกนะคะ” อินเองก็ไม่รู้จะพิสูจน์ยังไง
“ถือว่าช่วยน้องหน่อยนะคะ น้องจะได้หาพี่สะใภ้ได้ถูกตามสเป๊คพี่ชายเขาน่ะ” สุนทรีอยากให้พี่ชายเป็ฝั่งเป็ฝาเสียที
อินถอนหายใจ “อะ ก็ได้ค่ะ พี่ลองพิสูจน์ให้ก็ได้”
อินสวมชุดนอนบางเบาของสุนทรีด้วยความไม่มั่นใจ แต่เธอก็ยอมลองพิสูจน์ให้ ดังนั้นอินก็เลยเดินไปเคาะประตูห้องนอนของสรอรรค
สรอรรคงัวเงียตื่น พร้อมกับเปิดประตูห้องนอน เขายืนเกาหัวที่เห็นอินมาพบเขากลางดึกแบบนี้ “มีอะไรครับอิน มันดึกมากแล้วนะ”
“เอ่อ อินมีเื่จะคุยด้วยค่ะ” อินคิดในใจว่า เขาอาจไม่ใช่ผู้ชายจริงๆ ก็ได้ ไม่เห็นเขาจะสนใจการแต่งตัวของเธอเลยสักนิด
“งั้นพี่ขอลงไปทานน้ำข้างล่างก่อน อินเข้าไปรอในห้องพี่ แต่ถ้าอินกลัว ไว้วันพรุ่งนี้พวกเราค่อยคุยกันก็ได้” พูดจบ สรอรรคก็เดินลงบันไดโดยไม่สนใจอินอีก
อินยังอยากพิสูจน์ เธอเลยกัดฟันเดินเข้าไปรอข้างในห้องนอน
เสี่ยสรอรรคแอบเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาและดื่มน้ำ จากนั้นก็รีบกลับเข้าไปในห้องนอนตัวเอง
อินเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ตั้งไว้ข้างโต๊ะเขียนหนังสือ ส่วนเสี่ยนั่งอยู่บนเตียง
“มีอะไรกับพี่งั้นหรอครับอิน” เสี่ยสงสัย
“เอ่อ อินอยากขอบคุณพี่ค่ะ และมีอีกเื่ก็คือพ่อฝากมาบอกว่ายินดีจะลดราคาค่าส่งสินค้าให้สิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” อินนำเื่นี้มาอ้าง
“โถ่ เื่นี้เอง ค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้ก็ได้ มีอะไรอีกมั้ยครับ” เสี่ยทำท่าหาว
“ไม่มีแล้วค่ะ งั้นอินขอตัว”
อินลุกจากเก้าอี้อย่างลังเล สักพักเธอก็กัดฟันจู่โจมเข้าไปกอดคอสรอรรค พร้อมกับโน้มคอเขาให้มาจูบกับเธอ
ตอนแรกสรอรรคก็ใกับการกระทำของอิน แต่สักพักเขาก็เริ่มตอบสนองด้วยการจูบตอบ
อินเริ่มตระหนักแล้วว่า การตอบสนองของสรอรรคเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอินรีบหยุดทันที และรีบผลักเขาออก
“เอ่อ อินล้อเล่นค่ะ งั้นอินกลับไปนอนก่อนนะคะ” อินหน้าแดงจัด เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จึงรีบเดินไปที่ประตู แต่ทว่าเธอกลับเปิดประตูไม่ออก เพราะประตูถูกคล้องกุญแจจากด้านนอก
“ใครน่ะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” อินะโ
“อ้าว ไหนว่าพี่จะพิสูจน์ว่าพี่ชายเป็ผู้ชายแท้ๆ หรือเปล่าไงคะ” สุนทรีะโกลับมา
“พี่ไม่อยากรู้แล้วค่ะ รีบเปิดประตูให้พี่เร็วเข้า” อินรีบบอก
สุนทรีแอบยิ้มขำและพูดอีกว่า “โชคดีนะคะ พี่สะใภ้”
“ไม่นะคะ สุนทรี อย่าทำกับพี่แบบนี้” อินรีบเคาะประตูเรียกสุนทรี
“สุนทรีจะพิสูจน์ให้พี่อินดูว่า สุนทรีใจกว้างแค่ไหน น้องไม่ได้หวงพี่ชายเลยสักนิด” สุนทรี้าแสดงให้เห็นว่าเธออยากให้พี่ชายแต่งงานจริงๆ
อินกำลังจะะโ แต่สรอรรครีบกอดเธอจากด้านหลัง
“ปล่อยอินเถอะนะคะ อินแค่ล้อเล่นเฉยๆ” อินพยายามดึงมือสรอรรคออก
สรอรรคหันตัวหญิงสาวให้เผชิญหน้ากับเขา “พี่รักอินมากนะ”
“ก็ไหนว่าพี่รักพิมมากไงคะ” อินยังคงไม่เชื่อ
“ใจพี่มันแปรเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ พี่มีแต่อินคนเดียวนะ” สรอรรคเริ่มจูบกับหญิงสาวและเล้าโลมเธอ ทั้งสองกระทำอยู่เนิ่นนาน จนเสื้อผ้าทั้งคู่หลุดไปเมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่ออารมณ์ทั้งสองเตลิด ไฟปรารถนาคุขึ้น อินไม่อาจคุมสติได้อีกต่อไป สรอรรคก็เลยอุ้มหญิงสาวไปวางไว้บนเตียง
“พี่คิดถึงอินมากเลยนะครับ พี่อุตส่าห์รออินคนเดียว เป็ของพี่เถอะนะที่รัก”
และแล้วทั้งสองก็เข้าหอกันจนถึงเช้า
สรอรรคกอดอินอย่างเต็มรัก ในที่สุดเขาก็ได้ของรักกลับคืนมาเสียที
“พี่กับสุนทรีรวมหัวกันแกล้งอิน” อินแอบงอน
“ก็อินใจแข็งกับพี่ก่อนนี่ แถมไม่ยอมพบหน้าพี่เลย แต่ถึงยังไงนี่ก็ไม่ใช่แผนการของพี่นะครับ อินเองต่างหากที่แต่งตัวแบบนี้แล้วเดินเข้ามายั่วพี่ พี่ไม่ได้เป็ฝ่ายเริ่มก่อนเสียหน่อย” เสี่ยกอดอินพร้อมกับเอามือลูบแก้มหญิงสาว
“ก็น้องสุนทรีอยากรู้ว่าพี่เป็ผู้ชายจริงๆ หรือเปล่าไงคะ เลยขอให้อินเป็คนพิสูจน์” อินพูดทั้งๆ ที่หน้าแดง
“แล้วพิสูจน์ได้แล้วหรือยังครับ”
อินพยักหน้าให้ด้วยท่าทางเขินอาย เสี่ยหมั่นไส้ก็เลยหอมแก้มแฟนอย่างไม่เกรงใจ
“อินจะกลับบ้านแล้วค่ะ”
“อย่าดื้อสิ นอนพักก่อนเถอะ เดี๋ยวสายๆ พี่ไปส่งนะครับ”
อินไม่ฟัง เธอก็เลยรีบห่อตัวด้วยผ้าห่ม แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ทว่าสามีหมาดๆ ของอินก็ไม่ยอม เขารีบอุ้มหญิงสาวไปอาบน้ำด้วยกัน จนอินแอบโมโห แต่เธอก็ไม่อาจต่อต้านชายหนุ่มได้
เมื่อทั้งสองอาบน้ำด้วยกันเสร็จ เสี่ยก็เลยพาอินไปทานอาหารเช้าด้วยกัน คราวนี้ทุกคนในบ้านต่างรู้ดีแล้วว่า คุณอินได้เป็นายหญิงของที่นี่อย่างเต็มตัวแล้ว ทุกคนจึงยิ้มให้อินอย่างรู้กัน
และสิ่งที่อินนึกไม่ถึงก็คือ เสี่ยรีบไปสู่ขออินทันที และกำหนดงานแต่งก็รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แทบจะหลังจากงานแต่งเสี่ยพิบูลเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น
ห้าเดือนต่อมา
บรรดานักข่าวพากันไปออกันอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพื่อเฝ้ารอทำข่าวการเผชิญหน้ากันระหว่างคู่อริ นั่นก็คือ เสี่ยสรอรรคกับเสี่ยพิบูล และงานนี้พิมเองก็ไม่พลาด เธอก็รอทำข่าวด้วยเช่นกัน
เสี่ยพิบูลลงมาจากรถก่อนและกำลังจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาล
เสี่ยสรอรรคมองเห็นพี่ชายพิม เขารีบเดินดุ่มๆ เข้าไปหาชายคนนั้น พร้อมกับเดินเข้าไปจับไหล่
ทุกคนกำลังลุ้นว่าทั้งสองจะมีเื่ต่อยตีกันหรือไม่
“มีอะไรไม่ทราบ” เสี่ยพิบูลพูดอย่างเอาเื่
“แผนกสูติฯ อยู่ไหนครับ ผมเพิ่งเคยมาโรงพยาบาลนี้” เสี่ยสรอรรคกล่าว
“งั้นตามมาสิครับ” เสี่ยพิบูลอารมณ์เย็นลง
และแล้วชายทั้งสองก็เดินไปที่แผนกสูติฯ พร้อมกัน เพราะภรรยาทั้งคู่กำลังรอพบหมอเพื่อฝากครรภ์
นักข่าวทุกคนพากันส่ายหน้ากับบทสนทนาดังกล่าว แล้วพากันแยกย้ายอย่างผิดหวัง
ในขณะที่พิมนั้นก็แอบยิ้มขำ เธอไม่ได้ผิดหวังอะไรมากมาย และคิดว่าจะเขียนข่าวว่าเสี่ยทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้เพราะภรรยาของทั้งสองเป็เพื่อนรักกัน และเขียนอีกว่าเสี่ยสรอรรคนั้นเป็คนรักครอบครัว ไม่ได้เป็เสือผู้หญิงตามคำเล่าลือ นั่นจะทำให้ประชาชนลืมเื่ราวความบาดหมางในคดีจัดฉากข่มขืนของสุนทรี และไม่จดจำคดีสะกดจิตฆ่าคน
พิมคิดในใจว่าไม่พี่ชายเธอก็เสี่ยสรอรรคต้องได้รับรางวัลชายผู้ทำทุกอย่างเพื่อลูกและเมียแน่นอน
แต่ทว่ารางวัลในปีนี้กลับยกให้กับสารวัตรหนุ่มอย่างวุฒิกฤษ เพราะเขารับอาสาพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนด้วยตัวเองและพาลูกไปอวดที่โรงพักบ่อยๆ
และแล้วสามสาวเพื่อนรักก็สามารถช่วยปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้ และผลพลอยได้ก็คือทุกคนได้แต่งงานไปมีครอบครัวของตัวเอง
จบบริบูรณ์