ย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คน รถม้าสีดำสนิทจากจวนแม่ทัพหลี่เคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักเข้ามาจอดที่หน้าร้านเหลาอี้เทียนสถานให้ความบันเทิงชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง
ชาวบ้านที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองการเลื่อนขั้นของบุตรชายขุนนางใหญ่ผู้หนึ่ง เมื่อเห็นรถม้าที่มีตราสัญลักษณ์สกุลหลี่เข้ามาจอดที่หน้าเหลาอาหารชื่อดังพวกเขาก็ชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ข้าว่าแล้วว่าต้องเป็นาง งานเลี้ยงในเหลาอาหารชั้นสูงเช่นนี้จะมีสักกี่คนที่กล้าเชิญแขกมากมายมาเข้าร่วม ท่านแม่ทัพหลี่ตามใจบุตรสาวเสียเหลือเกิน..นางเพิ่งจะถึงวัยปักปิ่นเองมิใช่หรือแต่กลับใช้เงินเป็เบี้ย” กลุ่มสตรีชาวบ้านส่งเสียงพูดคุยกันอย่างเปิดเผย
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องสงสัยแล้วสินะ..ว่างานเลี้ยงในวันนี้จัดขึ้นเพื่อใคร" สตรีอีกคนปิดปากหัวเราะสายตาล้อเลียน
“ใช่แล้ว..หากคุณหนูท่านแม่ทัพปรากฏตัวอีกไม่นานรถม้าสกุลฟู่ก็คงจะตามมาติดๆ พวกเขาเคยห่างกันเสียเมื่อใดเล่า”
หลี่จื่ออิงนั่งฟังเสียงซุบซิบนินทาเื่ของนางกับฟู่หนานซีอีกหลายประโยคจากในรถม้า ชาติก่อนนางก็ได้ยินคำพูดเหล่านี้เช่นกันและยังลงจากรถม้าไปมอบรางวัลให้กับสตรีกลุ่มนั้นที่พูดได้ถูกใจนาง
ชาตินี้จึงเพิ่งรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้ยกย่องชื่นชมความรักระหว่างนางกับฟู่หนานซีเลยแม้แต่นิด
“ท่านพ่อคงรู้สึกอับอายมาสินะเ้าคะพี่ชาย..ที่มีข้าเป็บุตรสาว”
“อย่าคิดมากเลยอิงเอ๋อร์ เ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่าเราไม่จำเป็ต้องสนใจคำพูดของผู้อื่น ออกไปกันเถิด"
ระหว่างที่ชาวบ้านกำลังจับกลุ่มรอดูการปรากฏตัวของหลี่จื่ออิงบุตรสาวคนงามเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่อยู่นั้น รถม้าสกุลฟู่ก็เข้ามาจอดที่หน้าร้านเช่นกัน
ร่างของบุรุษสองคนเป็ฝ่ายก้าวลงมาจากรถม้าทั้งสองฝั่งพร้อมกันราวกับนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า
ฟู่หนานซีสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคิ้วกระบี่ ท่าทางสุขุม พอก้าวลงจากรถม้าได้ก็สะบัดเส้นผมไปด้านหลัง ท่วงท่าและกลิ่นอายรอบตัวสง่างามสูงส่งประดุจเทพเซียน ดึงดูดสายตาทุกคนให้หันไปมองที่เขา
ดวงตาดอกท้อฉายแววเ้าชู้ของฟู่หนานซีกวาดมองไปรอบๆ พึงพอใจกับสายตาชื่นชมของกลุ่มคนที่จ้องมองตนอยู่ สักพักเขาก็หันกลับไปที่รถม้าพร้อมกับยื่นมือส่งให้สตรีผู้หนึ่งก้าวตามลงมาจากรถม้าอีกคน
หรั่นเซียงหยูก็นับได้ว่าเป็โฉมสะคราญนางหนึ่ง รูปร่างสะโอดสะองมองเห็นส่วนเว้าโค้งชัดเจนของนางเป็ที่คลั่งไคล้ของผู้คนนับหมื่น เมื่อลงมายืนอยู่เคียงข้างฟู่หนานซี กลุ่มคนที่ยืนอยู่ราวกับว่าได้เห็นเทพบุตรเทพธิดามายืนอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน
สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ฟู่หนานซีและหรั่นเซียงหยูได้ไม่นาน เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาจากทางฝั่งรถม้าสีดำสกุลหลี่
“นั่นใช่คุณหนูสกุลหลี่จริงหรือนั่น!” หลายคนแตกตื่นกับรูปโฉมใหม่ที่แปลกตาของหลี่จื่ออิงจนเผลอส่งเสียงดังออกมา
ยามนี้หลี่จื่ออิงไม่ได้สวมเสื้อผ้าที่ปักดิ้นระยิบระยับแพรวพราวไปทั้งตัวเหมือนแต่ก่อน แต่นางกลับสวมชุดสีขาวบางเบาพลิ้วไหวไปกับสายลม ทั้งร่างไม่ได้ประเคนสวมเครื่องประดับราคาแพงอย่างที่เคย มีเพียงปิ่นปักผมเล็กๆ บนศีรษะเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
ดวงหน้าเกลี้ยงเกลาไร้แป้งชาดหนาเตอะ เผยองค์ประกอบบนใบหน้าที่เหมาะเจาะโดยเฉพาะหางตาที่เชิดขึ้นเล็กน้อยออกมาชัดเจน นางดูงดงามอ่อนวัยกว่าที่พวกเขาเคยเห็นจนบางคนถึงกับอ้าปากตาค้างเลยทีเดียว
แต่ที่ทำให้ทุกคนต้องขยี้ตามองซ้ำแล้วซ้ำเล่าและตื่นตระหนกไปอีกรอบกลับเป็บุรุษชุดดำที่ยืนอยู่ข้างกายหญิงสาว!
หลินสวิน! บุรุษที่ตกเป็หัวข้อในการซุบซิบนินทาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง! คนผู้นี้แต่เดิมเป็เด็กกำพร้าไร้ที่ซุกหัวนอน แต่กลับมีวาสนาสูงส่งถูกแม่ทัพหลี่หยวนตงเก็บมาเลี้ยงดูไว้เป็บุตรเขยในอนาคต
ข่าวว่าคุณหนูหลี่จื่ออิงรังเกียจคุณชายต่างแซ่คนนี้มาก พวกเขาไม่เคยปรากฏตัวพร้อมกันมาก่อนเลยสักครั้ง แต่วันนี้ทั้งสองคนกลับนั่งรถม้ามาด้วยกัน!
“คำนับคุณชายหลิน ท่านก็มาด้วยเช่นนั้นหรือเ้าคะ" แม้จะแปลกใจแต่หรั่นเซียงหยูก็เดินมาคำนับอีกฝ่ายก่อน
“นั่นสิ! ทำไมเ้าถึงพาเขามาด้วยเล่า ทั้งยังนั่งรถม้าคันเดียวกันมาอีก ไม่คิดบ้างหรือว่าผู้อื่นเขาจะคิดอย่างไร!" ฟู่หนานซีขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงที่ถามหลี่จื่ออิงฟังดูเกรี้ยวกราดแต่พยายามข่มกลั้นไว้สุดกำลัง
เสียงผู้คนรอบด้านเงียบกริบในทันใด ไม่ต้องให้ผู้ใดมาอธิบายให้มากความทุกคนก็รู้ได้ถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างฟู่หนานซีกับหลินสวิน
คุณชายฟู่กับคุณหนูหลี่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาั้แ่เล็กจนโต จนคนทั่วไปมองว่าทั้งสองเป็คู่รักกันไปแล้ว ส่วนหลินสวินเป็บุคคลที่อาจจะได้รับตำแหน่งบุตรเขยท่านแม่ทัพใหญ่
เวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างยืนเผชิญหน้ากันอยู่คนละฝั่งแบบผิดฝาผิดตัว ทุกคนก็อยากรู้เช่นกันว่าหลี่จื่ออิงจะตอบเช่นไร
หญิงสาวเลื่อนสายตาลงไปที่มือของคนรักและสหายที่ยังจับจูงกันอยู่ ภายในใจเต็มไปด้วยความชอกช้ำ
ชาติที่แล้วฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูก็เดินทางมาด้วยกันเช่นนี้ เป็นางที่นั่งรถม้ามาลำพังคนเดียว พอมาถึงก็เข้าไปจูงมือฟู่หนานซีเดินเข้าภัตตาคารไปด้วยความเบิกบาน ไม่ได้ฉุกใจคิดเลยสักนิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานางปล่อยให้สองคนนี้สนิทสนมกันมากเพียงใด
สุดท้ายนางก็ได้แต่นอนป่วยอยู่บนเตียง ต้องอดทนมองพวกเขาแสดงความรักต่อกันโดยที่นางไม่สามารถทำอะไรได้
นึกถึง่เวลานั้นแล้วนางก็ยังโกรธคนทั้งคู่ไม่ลงอยู่ดี พี่ชายย้ายไปรับตำแหน่งต่างเมือง บิดาถูกคุมขังเพื่อรอการสอบสวน หากไม่มีสองคนนี้นางก็ต้องล้มป่วยอยู่ในจวนสกุลฟู่เพียงลำพัง
นางรีบเก็บความรู้สึกเ็ปในแววตา น้ำเสียงอ้างว้างเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเขาเป็คุณชายใหญ่สกุลหลี่? พี่ชายดูแลน้องมีอะไรต้องอับอาย พวกท่านสองคนต่างหากเหตุใดจึงมาด้วยกันได้เล่า จวนสกุลหรั่นมิได้เป็ทางผ่านของท่านนี่เ้าคะ”
หรั่นเซียงหยูดึงมือของตนออกจากมือของชายหนุ่มอย่างแเี คำกล่าวของฟู่หนานซีเมื่อครู่เวลานี้ย้อนกลับมาที่พวกเขาเต็มๆ
เสียงซุบซิบนินทารอบด้านในเชิงตำหนิการกระทำที่ไม่งามของพวกเขาดังเข้าหูหญิงสาวไม่ขาด จนหรั่นเซียงหยูเริ่มจะหน้าแดงด้วยความอับอาย
ส่วนฟู่หนานซีก็หน้าเปลี่ยนเป็สีเข้มไม่แพ้กัน นอกจากเขาจะถูกตำหนิเื่การใกล้ชิดกับหรั่นเซียงหยูทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็ญาติพี่น้องกันแล้ว เวลานี้เขายิ่งอับอายเป็ที่สุดเมื่อหลี่จื่ออิงถึงกับออกหน้าแทนหลินสวินต่อหน้าผู้คนมากมาย
“คุณชายหลิน คุณหนูหลี่” โชคดีที่แขกรับเชิญเดินทางมาถึงเหลาอี้เทียนกันแล้วหลายคน พอพวกเขาเห็นสองพี่น้องที่เป็ผู้ส่งเทียบเชิญก็รีบเข้ามาทักทาย
หรั่นเซียงหยูถึงกับต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ ที่หลุดรอดจากสายตาหลายคู่ที่เปลี่ยนไปจ้องมองกลุ่มคนเ่าั้แทน
สองพี่น้องยืนทักทายแขกทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็สหายของหลินสวิน บางส่วนก็เป็ทายาทขุนนางที่นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยซ้ำ แต่แน่นอนว่าในฐานะคุณชายใหญ่จวนแม่ทัพ หลินสวินย่อมรู้จักคนเ่าั้ดีเพราะบิดาของพวกเขาล้วนเป็สหายของหลี่หยวนตง
ชาติก่อนบิดาของนางถูกใส่ความว่าวางยาพิษในอาหารของท่านราชทูตต่างแคว้น สหายและผู้ใต้บังคับบัญชาของหลี่หยวนตงที่หลายคนพากันหลบหน้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับสกุลหลี่
แขกที่นางเชิญมาในวันนี้จึงเป็กลุ่มทายาทหรือสหายของหลินสวินในชาติที่แล้วที่ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างสกุลหลี่จนกระทั่งคำตัดสินถูกประกาศออกมาทั้งสิ้น
นางเชื่อว่าชาตินี้พวกเขาจะเป็มิตรที่ดีกับคนสกุลหลี่ดังเดิม และอาจจะมีส่วนช่วยเหลือหลินสวินในเื่อื่นได้อีกมากมาย นางจึงแนะนำให้หลินสวินจัดงานเลี้ยงฉลองสำหรับตัวเองขึ้นมา เพื่อจะกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับคนเหล่านี้ไว้ให้มั่นคง
“น่าจะมากันครบแล้ว เราเข้าไปข้างในกันเลยดีหรือไม่เ้าคะพี่สวิน"
หลี่จื่ออิงหันมาถามหลินสวิน นั่นยิ่งทำให้กลุ่มคนที่มุงดูอยู่ต้องอ้าปากค้างกันไปอีกรอบ คุณหนูหลี่ไม่ได้ขอความเห็นจากคุณชายฟู่! ไม่สิ..นางไม่ได้มองไปทางฟู่หนานซีเลยด้วยซ้ำ!!