วันนี้จู้เจียงเจียงจะไปสำนักศึกษาตระกูลหมิงตามที่รับคำเชิญ สองพี่น้องตระกูลหมิงบอกว่าจะให้คนมารับนาง ดังนั้นนางจึงตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่เช้าตรู่
เพียงแต่รอสองพี่น้องตระกูลหมิงเดินทางมา แขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคนก็มาถึงเสียก่อน
จู้เจียงเจียงออกจากบ้าน ในมือถือตะกร้าไม้ไผ่เปล่าใบหนึ่ง กำลังเตรียมไปบรรจุชาใหม่ที่ทำเสร็จเมื่อวาน อีกเดี๋ยวจะเอาไปสำนักศึกษาตระกูลหมิงด้วย
เมื่อออกไปหน้าบ้าน ก็ปะทะเข้ากับหญิงชราตระกูลจู้และป้าจู้ซูเฟินสูงอายุที่ยังไม่แต่งงานคนนั้น กำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ มองเข้ามาในบ้าน
“พวกเจ้ามาทำไมอีก!”
หรืออบรมสั่งสอนครั้งก่อนยังไม่พอ ยังจะกล้ามาอีก? หน้าด้านหน้าทนจริง ๆ
หวังซื่อไม่รีบตอบ นางปล่อยแขนของจู้ซูเฟิน ก่อนจะบุกเข้าบ้านตระกูลเผยโดยตรง ท่าทางรีบร้อนมองซ้ายมองขวา เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
“ใครให้เจ้าเข้ามา ออกไปเดี๋ยวนี้!” จู้เจียงเจียงเกลียดคนไม่ทักทายก็เข้าบ้านแบบนี้ที่สุด
คำพูดของนาง หวังซื่อยังคงทำเหมือนไม่ได้ยิน
ซอยเท้าเล็ก ๆ นั้น เดินจากในบ้านไปถึงนอกบ้านหนึ่งรอบ สุดท้ายถึงวิ่งมาตรงหน้าจู้เจียงเจียงด้วยเสียงหายใจหอบ พลางกล่าวถาม “ท่านแม่ทัพเล่า?”
“ท่านแม่ทัพ?”
ที่แท้ของที่หวังซื่อรีบร้อนหาอยู่เมื่อครู่นั้น ก็คือหาเผยจี้หรอกหรือ
“ยายแก่ เจ้ามาหาแม่ทัพเผยถึงบ้านข้า ก่อนออกจากบ้านมาคงไม่ได้เอาสมองมาด้วยใช่หรือไม่!” จู้เจียงเจียงเหล่มองทั้งสองคนแวบหนึ่งอย่างรังเกียจ ก่อนหมุนตัวไปบรรจุชา
ในเวลาเดียวกันก็ไม่ลืมไล่คน “บ้านข้าไม่มีแม่ทัพเผย พวกเจ้ารีบไปซะ วันนี้ข้าไม่ว่างมาโต้เถียงกับพวกเจ้า”
“ไม่มี? เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มี!”
จู่ ๆ จู้ซูเฟินก็เริ่มตะโกนเสียงดัง ทำเอาเผยเสี่ยวอวี๋ที่อยู่ในบ้านตกใจตื่นวิ่งออกมาข้างนอก
“มีคนเห็นกับตาตัวเอง สองวันก่อนท่านแม่ทัพอยู่บ้านเจ้าทั้งวัน ยังคิดจะโกหก เจ้าเอาท่านแม่ทัพไปซ่อนไว้ใช่ไหม คิดอยากยึดครองไว้เพียงคนเดียวหรือ ข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้ามันก็แค่หญิงม่ายคนหนึ่ง อย่าแม้แต่จะคิด!”
จู้ซูเฟินชี้นิ้วด่าจู้เจียงเจียงยาวเหยียด ด่าจนนางมึนงงไปหมด
นี่หมายความว่าอย่างไร?
นาง…ท่าจะบ้าไปแล้ว!
“จู้ซูเฟิน!”
“ทุกคนรีบมาดูเร็ว หญิงม่ายหน้าด้าน ร่าน ซ่อนผู้ชายไว้ในบ้าน ทำหมู่บ้านเสี่ยวฮวงขายขี้หน้า...”
จู้ซูเฟินไม่ให้โอกาสจู้เจียงเจียงได้พูด วิ่งไปหน้าลานบ้าน โบกแขนทั้งสองข้าง เรียกทุกคนในหมู่บ้านมา
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสองคนตระกูลจู้ครั้งนี้มามีเป้าหมายอะไรกันแน่ แต่คำนี้ของจู้ซูเฟิน เพียงพอจะเป็นเหตุเป็นผลให้จู้เจียงเจียงลงมือได้แล้ว
ตะกร้าไม้ไผ่ในมือถูกนางเขวี้ยงทิ้งลงบนพื้น ก้าวเท้าใหญ่ไปข้างหน้า ตอนตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะสั่งสอนจู้ซูเฟินสักที จู่ ๆ หวังซื่อก็กอดนางจากด้านหลังไว้แน่น
จู้เจียงเจียงดิ้นขัดขืนอยู่หลายครั้ง หวังซื่อเหมือนทุ่มสุดตัว กอดจู้เจียงเจียงไว้แน่นไม่ยอมปล่อยนางไป
“ยายแก่ หากเจ้ายังไม่ปล่อยข้า ข้าจะตีเจ้าด้วย!”
จู้ซูเฟินเห็นจู้เจียงเจียงถูกจับไว้แล้ว จึงยิ่งด่าก็ยิ่งแสลงหู
“ทุกคนคงยังไม่รู้สินะ? ตอนจู้เจียงเจียงทำการค้าในเมือง หลอกล่อผู้ชายไปไม่น้อย ทั้งเถ้าแก่ร้านขายเนื้อหมูในเมือง ยังมีคนดื่มชา ใครบ้างไม่ใช่ผู้ชาย?”
“ข้าขอเตือนพวกเจ้าทุกคน เบิกตาให้กว้าง ๆ มองดูให้ดี ๆ ระวังสามีบ้านตัวเองจะถูกนังแพศยาคนนี้หลอกล่อไป” จู้ซูเฟินตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องทำลายชื่อเสียงของจู้เจียงเจียงให้เหม็นเน่า
ทำการค้าก็ไม่คิดถึงตระกูลจู้ของพวกเขา แม่ทัพใหญ่ยังหลงใหลนางอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เพราะความรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วของนาง ตระกูลจู้ของพวกเขาจึงถูกคนในหมู่บ้านหัวเราะเยาะอยู่ไม่น้อย เยาะเย้ยว่าพวกเขาโง่เขลา ขายสิ่งล้ำค่านี้ไป เรื่องแต่งงานที่คุยกันดิบดีแล้วพลันยกเลิกไป
ดังนั้น จู้ซูเฟินจะไม่ยอมให้จู้เจียงเจียงที่โดนนางเหยียบไว้ใต้เท้าคนนี้มาอยู่เหนือนางได้เด็ดขาด!
ถ้าปราบไม่ได้ เช่นนั้นใครก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุขเลย
“ห้ามว่าพี่สะใภ้ของข้า!”
จู่ ๆ เผยเสี่ยวอวี๋ที่หลบอยู่หลังประตูก็วิ่งออกมา พุ่งไปทางจู้ซูเฟินอย่างโมโห ใช้ศีรษะชนจนจู้ซูเฟินเซไปเซมา
จู้ซูเฟินโกรธมาก ยกฝ่ามือตบลงบนใบหน้าของเผยเสี่ยวอวี๋
“ไอ้ลูกหมาไม่มีคนเอา ไม่อยากอยู่แล้วใช่ไหม! แกคิดว่าพี่สะใภ้แกจะออกหน้าแทนแกกับข้าได้หรือ? มาดูว่าวันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าสองคนพี่สะใภ้และน้องสามีหน้าด้านอย่างไร!”
นางไม่เชื่อว่าจู้เจียงเจียงที่ยอมให้นางเรียกใช้มาตลอดคนนั้นจะกล้าต่อต้าน ครั้งก่อนเพราะมารดากับสะใภ้รองไร้ประโยชน์ ถึงได้ไม่ระวังจนเสียเปรียบให้จู้เจียงเจียง
ครั้งนี้ นางต้องให้พวกนางจำใส่กะโหลกไว้ให้ได้!
จู้ซูเฟินดึงแขนเสื้อ ผลักราวใบชาที่ใกล้นางที่สุดทิ้ง ดึงไม้ไผ่หนึ่งท่อนมา ตั้งท่าจะตีเผยเสี่ยวอวี๋
ในฐานะผู้หญิงที่แกร่งที่สุดในตระกูลจู้ แรงของนางมีมากแค่ไหน จู้เจียงเจียงจำได้ดี
“จู้ซูเฟิน หากเจ้ากล้าตีน้องสามีข้า ข้าจะตีมือตีขาเจ้าให้หัก!”
จู้เจียงเจียงพยายามขัดขืน เกี่ยวนิ้วมือของหวังซื่อที่จับนางแน่นออกทีละนิ้ว
นิ้วมือของหวังซื่อถูกจู้เจียงเจียงดันไปข้างหลังแรง ๆ หวังซื่อพลันกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด หลังจากก็ปล่อยจู้เจียงเจียงแล้วนั่งลงกับพื้นนวดมือตัวเอง
ทางนั้นเผยเสี่ยวอวี๋ถูกตีไปหนึ่งไม้ ม้วนงออยู่บนพื้น ไม่กรีดร้องไม่ตะโกนเพียงแต่กำลังตัวสั่น
“แม่นางท่านนี้ มีอะไรพูดกันดี ๆ ไม่เห็นต้องทำร้ายคน เสี่ยวอวี๋ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง...” เหลียงเหวินโจวทนดูต่อไปไม่ได้ เดินเข้าไปห้ามอย่างสุภาพ
จู้ซูเฟินไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ยกมือจะทำร้ายคนต่อ
แต่จู้เจียงเจียงไม่ให้โอกาสนางแล้ว
เห็นเพียงนางหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาเหมือนกัน พุ่งไปทางจู้ซูเฟินอย่างโมโห ฟาดไปที่ไหล่ของจู้ซูเฟินหนึ่งครั้ง
เสียงไม้ตีที่ทั้งดังทั้งหนักตีลงบนร่างกาย น่ากลัวจนชาวบ้านรอบข้างหน้ายู่ ในปากเปล่งเสียงร้องตกใจ
“จู้ซูเฟิน ข้าไม่สนว่าวันนี้เจ้าเอาความกล้าอะไรมาหาข้า แต่ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นข้าก็ขอคิดบัญชีทั้งเก่าและใหม่กับเจ้าไปพร้อมกันให้หมดเลยก็แล้วกัน!”
จู้เจียงเจียงคิดว่า ขอแค่นางกล้าปฏิเสธคนตระกูลจู้ แสดงความกล้านิดหน่อย คนตระกูลจู้ก็จะพบได้ว่า นางไม่ใช่จู้เจียงเจียงคนที่ยอมให้รังแกง่าย ๆ เมื่อก่อนคนนั้นอีกแล้ว
ใครจะรู้ พวกเขานิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน ครั้งก่อนพูดเตือนไม่ได้ผล ครั้งนี้นางก็ไม่เกรงใจแล้ว!
โดนไม้หนักขนาดนั้น จู้ซูเฟินแค่กรีดร้องออกมา ทว่ายังไม่ล้มลง กลับกระตุ้นความโกรธยิ่งขึ้น ถลึงตาใส่จู้เจียงเจียงเหมือนจะฆ่าคนอย่างไรอย่างนั้น
“โอ๊ย...ข้าจะฆ่าเจ้า!”
อย่างที่คิด จู้ซูเฟินควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว พุ่งไปทางจู้เจียงเจียงเหมือนคนบ้า
ด้ามไม้ไผ่ที่ถืออยู่ในมือไม่ยกสูงเหนือศีรษะจะตีคนแล้ว แต่กลับเอาปลายแหลมด้านหนึ่งพุ่งเข้าหาจู้เจียงเจียง คิดอยากจะแทงคน
“เฮ้ย! สะใภ้เล็กระวัง...”
คนในหมู่บ้านต่างหวาดกลัว เสียงกรีดร้องของผู้หญิงและพวกเด็ก ๆ ดังลั่นไปทั้งหมู่บ้านเสี่ยวฮวง
จู้เจียงเจียงอยู่ใกล้ผู้หญิงนั่นขนาดนั้น ไม้ไผ่ยังยาวแบบนั้น นางต้องหนีไม่ทันเป็นแน่ ประเดี๋ยวต้องมีคนตายแน่นอน
แต่จู้เจียงเจียงไม่จำเป็นต้องหนี เพียงแค่เอียงตัวก็หลบการแทงนี้ได้อย่างง่ายดาย
พร้อมกันนั้นยังจับด้ามไม้ในมือของจู้ซูเฟินไว้ ยกเท้าขึ้นเหยียบ ด้ามไม้ก็หักจากตรงกลาง เกิดเสียงดัง *แกรบ ๆ*
“ถึงตาข้าบ้าง!”
จู้เจียงเจียงกระชากจู้ซูเฟินและไม้ไผ่มาข้างหน้า จู้ซูเฟินทรงตัวไม่ได้ ล้มลงบนขี้หมากองหนึ่งบนพื้น
ยังไม่รอให้นางตั้งสติ จู้เจียงเจียงก็เหยียบลงบนแขนของนาง
เท้ายกสูงนั้น เหยียบลงไปแรง ๆ อีกครั้ง คนถูกเหยียบกระดูกหักดัง *กร๊อบ* ส่งเสียงร้องสยดสยองออกมา
“ซูเฟิน ลูกสาวของข้า...” หวังซื่อยิ่งยอมรับไม่ได้ หมดสติไป
“ขยะ!”
จู้เจียงเจียงสบถเสียงเย็น ตอนหมุนตัวไปประคองเผยเสี่ยวอวี๋ที่พื้น ถึงพบว่ามีกลุ่มคนยืนอยู่ด้านหลัง เป็นผู้ชายสองคนกำลังยืนอ้าปากค้าง
“เอ่อ...แม่ทัพเผย คุณชายหมิง ข้าไม่ได้ทำนะ” จู้เจียงเจียงทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาฉับพลัน เริ่มโกหกหน้าตาย?