ตอนที่เหลียนนั่วฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ลอยเข้ามาเตะจมูกคือกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อ
พอลืมตาขึ้น ก็ไม่มีความรู้สึกตื่นตระหนกหรือหวั่นกลัวเหมือนคนอยู่ในสถานที่แปลกถิ่นแต่อย่างใด เหลียนนั่วลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มบนร่างหล่นลง เผยให้เห็นชุดผู้ป่วยสีขาวทั้งตัว ที่อกเสื้อยังปักชื่อของโรงพยาบาลเอาไว้ด้วย ‘โรงพยาบาลจักรวรรดิ’
ที่นี่คือโรงพยาบาล
เหลียนนั่วมองสายน้ำเกลือบนหลังมือตัวเอง ก่อนจะยื่นมือไปดึงมันออกอย่างไม่ลังเล ตอนที่เข็มถูกดึงออกไป เืก็ไหลออกมาด้วย เหลียนนั่วใช้มืออีกข้างวางทับไว้บนปากแผล แสงสีฟ้าวาบขึ้น พลังรักษาระดับต้น แค่รักษาแผลรูเล็กๆ แบบนี้นับเป็เื่ง่ายดาย
แล้วเหลียนนั่วก็ไม่รู้สึกว่าเป็การสิ้นเปลืองอะไรด้วย
เขาปีนลงจากเตียง ถึงในห้องจะมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้น แต่สภาพแวดล้อมที่สะอาดขนาดนี้ก็ทำให้เขารู้สึกแจ่มใสขึ้นมา
ที่นี่ไม่ใช่โลกในยุควันสิ้นโลก แต่เป็ดาวอีกดวงที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ที่นี่มีมนุษย์ซึ่งเหมือนกันกับเขา คิดถึงตรงนี้ เหลียนนั่วก็รู้สึกว่าเืในตัวมันเดือดพล่านขึ้นมา
เขาไม่ได้เห็นมนุษย์มาห้าร้อยปีแล้ว ถึงจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบสัตว์สังคม และไม่ชอบการถูกกลุ่มคนรุมล้อม แต่การอยู่ลำพังมานานห้าร้อยปีนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน
โดดเดี่ยวจนต้องะเิตัวเอง จบชีวิตนี้ซะ
เหลียนนั่วจ้องมองแสงที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง นั่นเป็แสงแดดอบอุ่น เด็กหนุ่มเดินเข้าไปเปิดหน้าต่างออก ฉับพลันก็ได้เห็นแสงแดดที่เปล่งประกายมากกว่าเดิมสาดส่องเข้ามา เหลียนนั่วที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างนั้น ดูราวกับกำลังถูกอาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
ร่างกายผอมบาง ชุดผู้ป่วยสีขาว ผมยาวสยายสีดำ
ชั่วขณะนั้น ทั้งที่เดิมเป็แค่เด็กหนุ่มไม่สะดุดตาคนหนึ่ง ทว่าตอนนี้กลับให้ความรู้สึกว่างดงามเหลือเกิน ราวกับภูตที่หลงเข้ามากลางหมู่คน
เดิมทีเหลียนนั่วไม่ได้ผมยาว เพียงแต่บนดาวนักโทษเนรเทศไม่มีใครตัดผมให้พวกเขา แล้วพวกเขาก็พกของมีคมไม่ได้ ดังนั้นผมของเ้าของร่างจึงยาวจดเอว ซ้ำยังกระเซอะกระเซิง ดูหยาบกระด้างและมีสีแกมเหลือง แต่มองไปมองมาก็ดูแฟชั่นอยู่หน่อย ๆ เหมือนกัน
ตอนคาดิสเชิญขึ้นยานโดยสาร เส้นผมของเขาถูกสระมาแล้วเรียบร้อย
ก๊อกๆๆ...
ความจริงโอวเิยืนอยู่หน้าประตูมาสักพักแล้ว ตอนเขามาถึง เด็กหนุ่มคนนี้กำลังยืนหลับตาอยู่ข้างหน้าต่าง จากจุดที่โอวเิยืน ด้วยสายตาเฉพาะของผู้มีพลังพิเศษอย่างเขา ทำให้สามารถมองเห็นขนตาที่ทั้งยาวทั้งงอนของเด็กหนุ่มได้ชัดเจน
ตอนที่เด็กคนนี้ถูกส่งตัวเข้ามาก็หมดสติไปแล้ว ดังนั้นโอวเิจึงคิดว่าขนตาคงเป็สิ่งเดียวในร่างกายของเด็กหนุ่มที่น่าชื่นชมที่สุด และมันก็สวยมากจริงๆ
แต่ตอนที่เด็กคนนั้นหันหน้ามา โอวเิก็รู้ว่าเขาคิดผิด เด็กคนนี้มีดวงตาที่ราวกับพูดได้ ทั้งดำขลับ กระจ่างใส และบริสุทธิ์ เขาไม่เคยเห็นดวงตาแบบนี้มาก่อน ทว่าทั้งที่เป็ดวงตาแสนใสสะอาด แต่เขากลับอ่านมันไม่ออก
“นายฟื้นแล้วเหรอ” โอวเิเดินยิ้มเข้ามา เขาเก็บกลิ่นอายชวนให้รู้สึกกดดันของผู้มีพลังพิเศษไว้อย่างมิดชิด เพราะเกรงว่าจะทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าที่อ่อนแอเหมือนกระต่ายใ “นายกินครีมอาบน้ำเข้าไป บวกกับอาการติดเชื้อในกระเพาะ ทำให้มีเืออกในช่องท้อง แต่ได้รับการผ่าตัดแล้วละ แถมประสบความสำเร็จมากด้วย ตอนนี้นายยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม”
เหลียนนั่วส่ายหน้า ดวงตาใสซื่อกะพริบมองโอวเิปริบๆ ไม่สิ พูดให้ถูกคือมองถาดที่อยู่ในมือของโอวเิต่างหาก บนนั้นมีอาหารวางอยู่ เป็อาหารสดใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมออกมาเป็ระยะ
เหลียนนั่วทำจมูกฟุดฟิด
เขาที่ใช้ชีวิตบนโลกมาห้าร้อยปี...ทำอาหารไม่เป็
ฮ่าๆๆ...โอวเิหัวเราะในใจ เขาไม่เคยรู้สึกอารมณ์ดีเท่านี้มาก่อน ถามหน่อยว่าเวลามีคนมองอาหารในมือคุณแล้วทำจมูกฟุดฟิด ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็เด็กคนหนึ่ง คุณจะรู้สึกว่าเขาน่ารักรึเปล่า
“นมกับขนมปัง นี่คืออาหารของนาย” โอวเิวางถาดลงบนโต๊ะ “ร่างกายนายฟื้นตัวเร็วมาก เห็นทีตอนที่นายหมดสติอยู่ ร่างกายคงจะดูดซับสารอาหารในน้ำเกลือไปแล้วสินะ”
เหลียนนั่วเดินไปที่โต๊ะ หยิบนมวัวขึ้นมาดม หอมเหมือนกลิ่นครีมอาบน้ำเลย... ไม่สิ มันหอมกว่าอีก เขาลืมไปทันทีว่าตอนอาเจียนครีมอาบน้ำกลิ่นนมนั้นตัวเองรู้สึกพะอืดพะอมแค่ไหน เด็กหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองอย่างอดใจไม่อยู่ จากนั้นก็รู้สึกว่านี่เสียมารยาท เขาส่งยิ้มเอ่ยกับโอวเิ “ขอบคุณ”
ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ทั้งยังเป็ผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลก เหลียนนั่วเป็คนที่มีมารยาทมาก ถึงจะสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง ทักษะการใช้ชีวิตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ถ้าเื่มารยาทละก็ งานถนัดของเขาเลยละ
“ไม่ต้องเกรงใจ” โอวเิยิ้มที่มุมปาก เด็กคนนี้พิเศษจริงๆ