บทที่ 3 การมีอยู่ของสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
"ขอโทษค่ะ" เซี่ยเสี่ยวเล่ยตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว "ฉันไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน ขอโทษที่รบกวนนะคะ"
หลังจากอธิบาย เธอก็รีบปิดประตูรถทันที กั้นบรรยากาศเย็นะเืภายในรถ และดวงตาคู่นั้นที่กำลังดูดิญญาคนที่มองมัน!
น่ากลัวจริงๆ น่ากลัวมากๆ น่ากลัวสุดๆ!
ตอนนี้ที่เธอได้มาอยู่ในสถานการณ์จริง เธอถึงได้รู้ว่า ที่ในนิยายบรรยายไว้ว่าการมองด้วยสายตาเพียงแวบเดียวก็ทำให้หวาดกลัวจนตัวสั่นได้นั้นเป็เื่จริง!
สายตาเมื่อครู่นี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกลงไปในห้องเย็น ขนทั่วตัวลุกซู่เลยล่ะ!
"เสี่ยวเล่ย?" เฉินลั่วลั่วโผล่หน้ามาจากหน้าต่างตรงที่นั่งข้างคนขับ "ทำไมไม่ขึ้นรถล่ะ"
เซี่ยเสี่ยวเล่ยตบหัวใจน้อยๆ ที่ตื่นตระหนกของตัวเอง แล้วหันหน้ากลับไปมอง
นางเอกเอ๋ย ทำไมฉันถึงไม่ขึ้นรถงั้นเหรอ! ก็เพราะมีก้อนน้ำแข็งใหญ่ขนาดนี้อยู่ในรถยังไงล่ะ แต่เธอก็ไม่บอกฉันก่อนสักคำ! แทบทำเ้าหญิงน้อยอย่างฉันใตายเลยนะ!
"พอดีฉันกลัวเมารถน่ะ ขอพักสักครู่นะ" เซี่ยเสี่ยวเล่ยเปิดสกิลการโกหกโดยไม่กระพริบตา
...
รถแล่นไปอย่างนุ่มนวลบนท้องถนน เซี่ยเสี่ยวเล่ยพยายามหดตัวชิดหน้าต่าง อยู่ให้ห่างจากผู้ชายที่ปล่อยความเย็นนั่นออกมามากที่สุดเพื่อลดการมีอยู่ของตัวเองให้น้อยลงแม้ซักนิดก็ยังดี
หลังจากคาดเดามาสักพัก เธอก็พอจะเข้าใจแล้วว่าคนคนนี้เป็ใคร
ดูจากความสง่างาม ดูจากบุคลิก และดูจากวิธีการปรากฏตัวพร้อมกับนางเอก ผู้ชายหน้าหล่อที่ปล่อยบรรยากาศเย็นะเืออกมาตลอดจนทำให้เซี่ยเสี่ยวเล่ยรู้สึกว่าไม่ต้องเปิดแอร์ในรถก็เย็นได้ ก็คือพระเอกผู้ยิ่งใหญ่ของเรา -- เหลียงเฉิน หรือคุณเหลียงนั่นเอง
ในแวดวงธุรกิจ ผู้คนมักจะเรียกเขาว่าคุณเหลียง เพื่อแสดงความเคารพ
ส่วนในวงการทหารและการเมืองนั้น ทุกคนเรียกเขาว่านายน้อยเหลียง เพราะเขาเป็ลูกชายคนเดียวของผู้บัญชาการเขตทหาร
คนคนนี้เป็เหมือนกับการมีอยู่ของสิ่งเหนือธรรมชาติ เขาเหนือกว่าผู้ชายอีก 99% ในโลกนี้ไม่ว่าจะเื่พื้นเพ ไอคิว หรือรูปลักษณ์
เซี่ยเสี่ยวเล่ยนึกย้อนไปถึงฉากแบบนี้ และในที่สุดก็พอจะนึกออกแล้ว
ตอนนี้เนื้อเื่เหมือนจะเป็่ที่พ่อของพระเอกบังคับให้พระเอกกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเหลียง เพื่อสานสัมพันธ์กับนางเอก แล้วตัวเองที่เป็ตัวประกอบก็กลับมาจากบ้านเกิดพอดี
ไม่ผิดแล้ว
เวลานี้คือ่ปิดเทอมแรกของเซี่ยเสี่ยวเล่ยตอนเข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัย A เธอแอบหนีมาหานางเอก เดิมทีเธอตกลงกับนางเอกว่าจะทำงานพิเศษ่ปิดเทอมด้วยกัน แต่เพราะคุณปู่ที่บ้านเกิดของเซี่ยเสี่ยวเล่ยป่วย เธอเลยต้องกลับไปหาที่บ้านสักหน่อย
คุณปู่ของเซี่ยเสี่ยวเล่ยตามใจเธอั้แ่เด็กจนโต แม้ตอนแก่ตัวลงแล้วคุณปู่จะมีนิสัยแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังรักหลานสาวที่เขาเลี้ยงดูมากับมือคนนี้เหมือนเดิม
เพราะงั้นเซี่ยเสี่ยวเล่ยถึงได้ทิ้งนางเอกที่นัดทำงานพิเศษ่ปิดเทอมไว้ กลับไปเยี่ยมคุณปู่ที่บ้าน
เมื่อกลับมาจากบ้านเกิด ตัวร้ายหญิงก็ถูกนางเอกที่น่ารักรับกลับมาที่บ้านพักของคุณเหลียง ก็ตอนนั้นแหละ พอดีคุณเหลียงโดนพ่อผู้บัญชาการบังคับให้กลับมาอยู่กับนางเอกเพื่อสานสัมพันธ์พอดี
เซี่ยเสี่ยวเล่ยคิดแล้วคิดอีก ดีแล้วที่ตัวร้ายหญิงอยู่หอพัก แม้ตอนที่พระเอกไม่อยู่เธอจะแอบไปนอนเป็เพื่อนนางเอกบ้างบางครั้ง่สุดสัปดาห์ แล้วก็มาพักอาศัยกับนางเอกด้วยกัน่ปิดเทอม แต่เวลาอื่นๆ เธอก็อยู่ที่หอ
ดีจังเลย ดีมากๆ! เพราะฉันไม่อยากรับบทเป็ตะเกียงที่ต้องคอยส่องแสงให้คู่รักพระนางหรอกนะ! ฉันไม่อยากถูกพระเอกจดจำในทางที่ไม่ดีแล้วทำลายอนาคตตัวเองด้วย! นั่นมันน่าอนาถเกินไป!
เมื่อคิดแบบนี้ เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็รู้สึกหนาวสะท้านอีก เธอกระชับเสื้อกันแดดที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยบนตัว เพื่อปลอบใจตัวเองไปด้วย แล้วขยับตัวเองไปทางตรงข้ามกับพระเอกอีกนิด
นี่เป็โลกที่แปลกใหม่ ถึงเธอจะรู้เนื้อเื่อยู่ก็ตาม แต่ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเหตุการณ์ผีเสื้อปีกหงิก (ไม่ใช่ผีเสื้อขยับปีกนะ เป็ผีเสื้อปีกหงิก!) จะไม่เกิดขึ้นหรือว่าเนื้อเื่จะเปลี่ยนไปเกินกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้ ดังนั้นการระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า
สำหรับเซี่ยเสี่ยวเล่ยแล้ว นี่มันคงเป็เกมออนไลน์ที่เสมือนจริงแบบเต็มรูปแบบละมั้ง สิ่งที่ตัวเองต้องทำก็คือใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้อยู่รอดผ่านด่านไปให้ได้ บางทีอาจจะได้กลับบ้านจริงๆ ก็ได้
พอคิดถึงการกลับบ้าน เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็พิงหัวกับหน้าต่างรถ สีหน้าดูหม่นหมองไป
คนขับรถของพระเอกนี่โชเฟอร์ขั้นเทพแท้ๆ ขับรถนุ่มนวลขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอเอาหัวแนบกระจก แต่หัวกลับแทบไม่โดนกระแทกเลย
เธอเหม่อมองรถบนถนนอย่างไม่มีจุดหมาย แต่ก็ยังััได้ถึงบรรยากาศอันเงียบสงบอย่างประหลาดในรถ ซึ่งน่าจะเป็เพราะออร่าของพระเอกนั้นรุนแรงเกินไป จนไม่มีใครกล้าพูดจา
เซี่ยเสี่ยวเล่ยเอาแต่นึกถึงแผนการหนีเอาตัวรอดจากจุดจบอันเลวร้าย จนความง่วงเริ่มเข้ามาเยือน
ในขณะที่เปลือกตาหนักอึ้งจนจะปิดลง เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็เกิดความคิดขึ้น: ถ้าได้นอนหลับสักงีบ บางทีตื่นมาตัวฉันอาจจะได้กลับไปยังโลกเดิมก็ได้นะ?