“ขอโทษนะครับเห็นผู้หญิงสวยๆ ใส่ชุดสีชมพูอุ้มเด็กบ้างไหมครับ”
พนักงานที่คอยทำหน้าที่โบกรถและเปิดประตูให้ผู้มาใช้บริการขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ผมเห็นมีคนหนึ่งครับคุณผู้หญิงเพิ่งขึ้นรถออกไปเมื่อครู่นี้เอง”
คณินมีสีหน้าผิดหวังขึ้นมาทันทีที่ฟังจบ“ขอบคุณครับ” ลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นพรูออกมา เขาตามมาไม่ทันเลยไม่ได้คุยกับหญิงสาวให้รู้เื่ แต่ดูจากรูปการณ์ที่เธอไม่ยอมบอกอะไรกับเขาแถมยังโกหกว่ามีสามีทั้งที่ไม่มีมันอาจจะแปลได้ว่าเธอไม่อยากให้เขารู้ และทำไมต้องไม่อยากให้รู้จะเป็ไปได้ไหมว่าเธอปิดบังความจริงเื่ที่น้ำใสอาจจะเป็ลูกสาวของเขากับเธอ
คืนนั้นเขาไม่มั่นใจและไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เธอจะท้องแต่ที่แปลกใจคือเมื่อท้องก็น่าจะบอกไม่ใช่เงียบหายไป ถ้าไม่บังเอิญมาเจอคงไม่รู้ว่าเขามีลูกสาวที่น่ารักแล้วคนหนึ่ง
ลูกสาวของเขาอย่างนั้นเหรอความรู้สึกประหลาดบางอย่างวาบผ่านเข้ามาในโพรงอกของนายหัวหนุ่ม เป็ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนรู้เพียงว่าเขาต้องเจอน้ำใสให้ได้ ความรู้สึกมั่นใจว่าแม่หนูตัวกลมคือลูกปรากฏขึ้นจะว่าไปก็หน้าตาเหมือนเขาอยู่เหมือนกันทีแรกนึกไม่ออก ได้แต่ว่าคุ้นๆ คล้ายใครที่แท้คล้ายเขานี่เอง
“นายหัวคะมองหาใครหรือคะ” เข็มจิราเรียกทันทีที่เดินมาถึงพลางมองซ้ายขวาว่าคณินมองหาใคร
“เปล่า ไม่มีอะไรเข็มจะกลับหรือยัง ผมจะไปส่งเข็มที่ห้อง”
“เราไม่ไปต่อที่ห้องนายหัวหรือคะ” เข็มจิราถามพร้อมดวงตายั่วเย้า เอาอกอวบไปเบียดชิดต้นแขนแกร่ง
“พอดีผมนึกได้ว่าที่โรงแรมมีงานด่วนต้องรีบกลับไปทำ ขอโทษด้วยนะครับเข็ม” คณินพูดจบก็มองไปที่อื่นไม่ได้มองมาทางเธอ ทำให้เข็มจิราไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้ากระเง้ากระงอดใส่เพราะคณินไม่ชอบ กระทั่งรุจน์ไปขับรถมาจอดเทียบเขาถึงหันมาเปิดประตูให้เธอขึ้นไปนั่ง แต่ความสงสัยของเข็มจิราก็ยังไม่คลายไปเขามองหาใครกัน
“รุจน์ไปส่งคุณเข็มที่ห้องก่อนเสร็จแล้วกลับโรงแรม เรามีงานต้องสะสางกัน”
“ครับนายหัว”รุจน์ตอบรับ แววตารู้ทันว่างานที่ต้องสะสางคือเื่อะไร
เข็มจิราไม่เชื่อท่าทางคณินร้อนรนผิดสังเกต เมื่อขึ้นมานั่งข้างกันเขาก็ไม่คุยกับเธอเหมือนคิดอะไรอยู่ ครั้งนี้เขาแปลกไปมาก แต่นอกจากทำตามคำสั่งเขาเธอก็ทำอะไรไม่ได้ เขาอาจจะมีงานด่วนแต่ทำไมเธอรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
กัญญาภัคกลับถึงบ้านก็พบว่ามารดามารออยู่แล้วคุณกาญจนารีบเดินมาอุ้มหลานรักด้วยความเอ็นดูรักใคร่ แม่หนูพอเห็นหน้ายายก็โผไปหาทันทีแม่หนูน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากทำให้คุณยายยิ่งรักยิ่งหลงหลานสาวตัวน้อย
“ยายซื้อของเล่นมาให้น้ำใสด้วย”คุณกาญจนาชูของเล่นแบบข้อมือจับมีเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งให้หลานสาวดู แม่หนูมองแล้วยิ้มชอบใจดวงตาคมกริบเหมือนใครบางคนวาววับ มุ่งมั่น มือเล็กที่กำเป็ปั้นปัดป่ายไปมาชอบใจสร้างเสียงหัวเราะให้คนในบ้าน
“น้ำใสร่าเริงดีจริงๆขนาดไปฉีดวัคซีนมานะเนี่ย”
“แกเป็เด็กร่าเริงมากค่ะคุณแม่แล้วก็หัวแข็งมากด้วย”
“เหมือนเรานั่นแหละยายกั้งหัวแข็ง แล้วก็ดื้อเงียบ ไม่รู้ว่าน้ำใสจะได้นิสัยแม่มาด้วยหรือเปล่าแต่แม่ว่าได้นะ น้ำใสบางครั้งก็วีนเก่งเวลาไม่ได้อย่างใจ”
กัญญาภัคทำปากยื่นนึกถึงเวลาให้นมลูกแล้วน้ำนมไหลไม่ทันใจ น้ำใสก็จะออกอาการฮึดฮัดขบเม้มเต้าแม่จนเจ็บ “ลูกกั้งก็ต้องเหมือนกั้งสิคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะแสบมากแม่ต้องกำราบแต่เด็กๆ”
“คุณแม่กำราบได้ตามสบายเลยค่ะกั้งอนุญาต” กัญญาภัคบอกอย่างที่ใจคิด มีคนช่วยเลี้ยงย่อมดีกว่าเลี้ยงคนเดียว อีกทั้งมารดาผ่านประสบการณ์มาก่อนย่อมรู้วิธี
เธอรู้นิสัยตัวเองดีว่าค่อนข้างเกเรไม่ได้เรียบร้อยเหมือนน้องสาวเธอเป็แบบนี้แล้วจะคาดหวังให้ลูกสาวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ก็คงไม่ได้และเธออยากให้ลูกสาวเป็คนกล้าคิดกล้าทำ แต่จะให้เหมือนเธอไปทุกอย่างก็ไม่เอาเหมือนกัน
อย่างเช่นหนีงานแต่ง
“กลัวจะเหมือนตัวเองละสิ”
“น่ารักอ่อนหวานเหมือนกั้งใช่ไหมคะ” กัญญาภัคตอบยิ้มๆ เธอกับมารดาคุยกันแบบเพื่อนไม่ได้มีพิธีรีตอง แต่แวบหนึ่งคำพูดมารดาก็ทำให้นึกถึงคนเป็พ่อของน้ำใสคณินมีนิสัยอย่างไรกันนะ เพราะลูกก็ต้องได้รับดีเอ็นเอเขามาบ้างละ แต่ที่แน่ๆเขาไม่ใช่ผู้ชายอบอุ่น
“น่ารักอ่อนหวานที่ว่ามาไม่มีเลยต่างหาก”
กัญญาภัคหัวเราะยอมรับความจริงว่าตัวเองค่อนข้างกระโดกกระเดกญาติของมารดามักเอาเธอไปเปรียบเทียบกับน้องสาวเสมอ แต่เธอก็ไม่ได้มองว่าเป็ปัญหาเพราะรู้ว่าบิดามารดารักเธอและน้องสาวอย่างเท่าเทียมกัน
ดวงตาคู่เฉี่ยวคมเห็นแม่หนูเริ่มเอนหัวลงกับบ่าคุณยายเลยวางแก้วน้ำที่รินดื่มลงแล้วเอ่ยขึ้น“คุณแม่คะ เอาน้ำใสนอนไหมคะ ท่าทางจะง่วงแล้ว”
“เอาสิ”คุณกาญจนามองหลานที่จู่ๆ ก็คอพับหลับคาอกยาย นางเดินไปที่ห้องเด็ก ประคองหลานให้นอนลงบนเปลแล้วปล่อยให้กัญญาภัคดูลูกสาวต่อ
กัญญาภัคนั่งมองลูกสาวที่หลับปุ๋ยด้วยสายตารักใคร่ร่างกลมป้อมเหมือนก้อนข้าวเหนียวสีขาวดูน่ารัก บริสุทธิ์แต่ว่าต้องหัวใจกระตุกเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของใครบางคนทาบทับบนใบหน้าลูกคนเป็แม่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำใสหน้าตาเหมือนคณินมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้มาแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนั้น
เชื้อแรงไม่เบาเลย
“พี่แพรวคะกั้งฝากดูลูกต่อนะคะ” หลังจากน้ำใสหลับไปสักพักกัญญาภัคก็ลุกขึ้นหญิงสาวเดินออกมาจากห้องก็พบว่ามารดานั่งอยู่ที่ห้องรับแขก พับเสื้อผ้าของน้ำใสลงตะกร้าคนเป็แม่เลยเดินไปทำแทน “กั้งทำเองค่ะ”
“กั้งเื่งานที่รีสอร์ตแม่ว่าให้คุณพ่อเขาดูแลไปก่อนก็ได้ น้ำใสยังเล็กอยู่ แม่อยากให้กั้งดูน้ำใสไปก่อนไม่ต้องรีบไปทำงาน”
“พี่แพรวช่วยดูน้ำใสอยู่แล้วกั้งไปทำงานได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงกั้ง”