อินทรารู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งเขาลูบมือบนหน้าผาก เอาล่ะ แผลหายไปแล้ว! แล้วลูบหน้าท้องยังมีร่องรอยอยู่เล็กน้อย แต่มองจากตาเปล่าน่าจะไม่เห็นว่าเป็าแแล้วล่ะ!! น่าพอใจมากจากที่าเ็ปากแผลน่าจะกว้างพอจะใส่ลูกบอลเข้าไปในท้องได้ กลับสมานได้เกือบ100% แต่ก็ไม่อยากคำนวณว่ายัดลูกเทนนิส ลูกตะกร้อหรือลูกบาสเข้าท้องได้ รอดตายมาแถมยังกลับเป็ปกติได้นี่ก็ดีสุดๆแล้ว ^^
เอ ไม่ซิ นอกจากจะหายดีเรายังมีความสามารถเพิ่มขึ้นนี่ จากที่เราเห็นคนช้าลงหรืออาจจะเป็ตัวเราที่เร็วขึ้น น่าสนุกแหะ ชีวิตใหม่ โลกใหม่ โอกาสใหม่ดูเข้าท่าจิงๆ
นายอิทธิฤทธิ์ สุวรรณภูมิ สิ้นลมอย่างสงบในวัย94ปี หมดกังวลกับครอบครัวของลูกทั้ง5คน ที่รักใคร่กัน และทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิตการงานและครอบครัวท่ามกลางเสียงร้องไห้ ของลูก หลาน เหลน และผู้มาดูใจในวาระ ในชีวิตก่อนจากนั่นมาตื่นเป็ อินทรา สีไร คุณชายขยะ ที่เป็ข้ารับใช้ลำดับปลายแถวของตระกูลตงฟางผมรู้สึกว่าจะประสบการณ์ชีวิตที่ได้ฟัง ได้อ่านมา นี่คงเป็การได้มาเกิดใหม่เพราะความทรงจำ 94 กว่าปีในชีวิตก่อนนั่นชัดเจนมากชัดจนน่าประหลาดใจ ในขณะที่ความทรงจำเดิมยังมีอยู่ ความทรงจำชีวิตขณะนี้ของอินทราในวัย18ก็ยังชัดเจน ประมาณว่าชัดเจนมากๆๆๆ ถึงมากที่สุดด้วย อืมรึนี่จะเป็อิทธิฤทธิ์การมาเกิดใหม่ในต่างโลกนะ ^_^
อินทรานึกถึงนิยาย การ์ตูน มังงะ มังฮวาอนิเมะ แนวเกิดใหม่ ต่างโลก ย้อนเวลา ที่มีหลานมาแนะนำให้ดู่หลายปีหลังๆนี้ คิดว่าชีวิตเราตอนนี้จะเหมือนกับงานประพันธ์เื่ไหนมั้ยน้า? ในขณะที่คิดถึงสภาพปัจจุบันอยู่ อีกใจนึงก็ย้อนนึกถึงชีวิตก่อนด้วย ตลอดชีวิตทำงาน เขาไม่เคยสนใจเพราะต้องคอยทำงานสร้างธุรกิจครอบครัวให้เข้มแข็ง จน่ปั้นปลายเริ่มใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น ก็มีเหลน2คนมาชวนอ่านนิยาย ดูการ์ตูน หาเื่อื่นๆ มาพูดคุยกัน
เพราะชายชราคนนี้มีความสุขเสมอที่ต้องคอยสั่งสอนลูกหลานและ”เรียนรู้”จากลูกหลานไปพร้อมกัน คำว่า”เรียนรู้”จากลูกหลาน มีเพื่อนและรุ่นน้องหลายคนเคยแนะนำว่าไม่สมควร แต่เขาก็ได้อธิบายว่า คนเราถ้ายังไม่ตายยังไม่หมดสมรรถภาพ ต้องไม่หยุดเรียนรู้คนที่เด็กกว่าเขาอาจจะสอนอะไรหลายๆอย่างให้เราก็ได้การปิดรับการเรียนรู้ด้วยข้ออ้างลอยๆอย่างศักดิ์ศรี หรือเราอายุมากกว่าเขาเป็เื่โง่มาก และทำลายโอกาสพัฒนาตนเองอย่างน่าเสียดาย แน่นอนว่าจะอธิบายเช่นนี้แล้วใครไม่ฟังก็เื่ของเขา แล้วก็เปลี่ยนไปคุยเื่อื่นที่คู่สนทนาน่าจะสนใจดีกว่าเพราะฉะนั้น ในขณะที่เพื่อนหลายคนวัย80อัพ ไม่รู้จักอนิเมะก็ยังมีเพื่อนบางคนสนใจเื่นี้ ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ และชื่นชม...เพราะนิยายหรือการ์ตูนเื่ต่างๆมันก็มีทั้งที่ดีและไม่ดีเหมือนชีวิตคนเรานี่แหละ
จากนั้นผมก็ฉุกคิดแปลกใจขึ้นมา เอ๊ะ! ทำไมเราคิดหลายเื่ได้พร้อมกันสามารถคิดถึงเื่ในชีวิตก่อน เื่นิยาย การ์ตูน เพื่อนๆการเรียนรู้ความชอบเด็กๆ เื่ทำไร่ ถนอมอาหาร ออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้าเครื่องใช้หลากชนิดฯลฯ อินทรา ประหลาดใจมาก เพราะทั้งนายอิทธิฤทธิ์ ในชีวิตก่อนตลอดทั้งชีวิตจนวัย90และอินทรา วัย18 ในปัจจุบันไม่สามารถคิดหลายๆเื่พร้อมกันได้ โดยเฉพาะตัวอินทราก่อนหน้านี้ เดิมถ้าคิดตรึกตรองหรือฝึกฝนหลายๆสิ่งในเวลาเดียวกัน จะเกิดอาการปวดหัว หงุดหงิด (คล้ายคนสมาธิสั้น)จนหลายครั้งถึงขั้นทำลายข้าวของ และทำร้ายคนรอบตัวด้วยความฉุนเฉียว รักษาความคงเส้นคงวาั้แ่ยังเป็คุณชายสกุลสีไล
เต็มตัวจนมาเป็ข้ารับใช้สกุลตงฟางั้แ่อายุ12 มาจนถึงปัจจุบัน..พฤติกรรมหัวร้อน อารมณ์ร่ำร้องอยากกระแทก ก็ยังคงอยู่เป็ระยะๆ สร้างความเอื้อมระอาเหนื่อยหน่ายใจให้คนรอบข้างไปจนถึงขุ่นเคืองระดับอยากฆ่ามันแบบหั่นเป็ชิ้น ๆ จนเหลือผู้ที่ห่วงใยและคอยคาดหวังอยู่ไม่กี่คนหวังให้ ๐คุณชายอินทรา๐ผู้หัวร้อนเป็ระยะๆ กลับมาเป็๐คุณชายอินทรา๐ผู้สูงส่งได้ในเร็ววันนี้
นี่คงเป็อบิลิตี้ (Ability : ความสามารถ) จากการเกิดใหม่ซินะ ประมาณได้คุณสมบัติโกงๆ ประหลาดๆติดตัวมาด้วย เหมือนกับผสม2ชีวิตในร่างเดียวแล้วมีอายุ+ความสามารถเป็ 112 ปี ทั้งยังรู้สึกแข็งแรงขึ้นสดชื่นขึ้น คิดอ่านเร็วขึ้น
มองชีวิตย้อนอดีตอีกครั้งก็กลับมารู้สึกสนุก และสดชื่น อืม... ชีวิตใหม่นี้เราเป็พระเอกในโลกนี้ใช่ไหมนะ? 555 แม้จะไม่ได้อ่านนิยาย หรือดูอนิเมะหลายเื่(ที่จริงผมชอบอ่านนิยายอ่านช้าๆมากกว่า อนิเมะที่หลานๆชวนดูด้วยมันเร็วไป ตาลายมองไม่ทัน T T) แต่เค้าเื่สไตล์นิยายจีนที่จับใจความได้มันคล้ายๆกับผมเลย หลังจากตายแล้วมาเข้าร่างใหม่ ในคนที่เรียกได้ว่า “ขยะ”นี่ใกล้เคียงมาก ถึงจะมีรูปแบบแตกต่างกัน แต่พล็อตเื่ก็ประมาณนี้จนตอนนี้ผมกำลังคิดว่า ผู้เขียนนิยายบางคนได้มาเกิดใหม่หรือเปล่า? อืม..แต่ก็ช่างเถอะ แต่สไตล์การใช้ชีวิตแบบนายอิฐ (ชื่อ “อิฐ” คุณตาชีวิตก่อนตั้งให้จากที่ท่านทำงานแรงงานก่อสร้าง และงานอื่นสมัยเป็หนุ่ม ท่านให้ระลึกเสมอว่าอิฐคือความแข็งแกร่งเป็ส่วนประกอบของตึกที่ยิ่งใหญ่ แม้จะดูด้อยราคา แต่มีคุณค่ามหาศาล)มันมีแต่คำว่า “คุณธรรรม ขยัน ฉลาด” เป็คำประจำใจที่ผมท่องมาตลอดชีวิต
ขณะนั้นผมได้ยินเสียงเดินใกล้เข้ามาอีกครั้งช้าๆ จากจังหวะ เสียงฝีเท้าเสียงเสื้อผ้าขยับเบา บอกได้เลยว่าหมอผู้ชราภาพก่อนวัยนั่นเอง
ผมพิจารณาร่างกายของตัวเองอีกครั้ง หัวแขน ท้อง ขา ทุกอย่างปกติ แข็งแรงดี
แล้วฝาครอบแก้วก็เปิดออก
หมอคนเดิมยืนข้างเตียง“เป็อย่างไรบ้าง?”
หมอนี่ยังพูดช้าเหมือนเดิมแต่อินทราสามารถปรับจังหวะพูดแบบสโลโมชันได้แล้ว เขายิ้มน้อยๆ “ดีขึ้นมากขอรับรู้สึกกลับมาแข็งแรงเช่นเดิม”
หมอพยักหน้า “เอาล่ะเช่นนั้นเ้าก็ลุกขึ้น แล้วตามข้าออกมาข้างนอก”
กล่าวจบ หมอก็หมุนตัวกลับแล้วเริ่มเดินไปทางประตู
อินทรา +หืมหมอนี่จะไม่ตรวจคนป่วยอีกครั้งรึไง? ถึงจะดีขึ้นแล้วก็ต้องตรวจสอบครั้งสุดท้ายซิ ไหนต้องเช็คความเรียบร้อยของเตียงไม้ปราณฟื้นฟูด้วย+
คิดแล้วอินทราก็ส่ายหน้าเบาๆค่อยๆลุกขึ้นตรวจสอบร่างกาย เครื่องแต่งกาย แล้วเตียงไม้ อยู่ครู่นึงแล้วก็เดินตามคุณหมอผู้หยิ่งยโสออกไป
“คุณชาย!” “คุณชาย!” เสียงเนิบช้า ดังขึ้น นอกจากความคุ้นเคยของเสียง เสียงแบบสโลโมชันนี้เป็สิ่งที่อินทรากำลังปรับตัวอยู่
อินทรามองไปยังเ้าของเสียงทั้งสอง พลางเหลือบมองนาฬิกาและกระดานปฏิทินที่ผนังอาคารด้านข้าง อืม.ข้าอยู่บนเตียง3วันซินะและกล่าวเรียกตอบอย่างเบิกบานใจ “พี่ซุนกวน พี่ซุนจี พวกท่านสบายดีหรือไม่วันนี้ทานอาหารกันแล้วหรือยัง?”
แม้ในใจจะยิ้มแย้มมองไปยังเพื่อนรุ่นพี่ด้วยหัวใจอันอบอุ่น แต่อินทราก็รู้ว่าน้ำเสียง และแววตาของเขายังมีความเ็าจากบุคลิกเดิมของร่างนี้พอสมควร .. อืมแบบนี้ก็ดีเหมือนกับนะ ค่อยๆปรับตัวเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเกิดจู่ๆเปลี่ยนแปลงกระทันหันขึ้นมา อาจถึงผู้อื่นลากตัวไปผูกกับต้นไม้ปราณใหญ่ๆ แล้วเอาไม้พลองมาตีเอาน้ำปราณต้มร้อนๆ มาราดให้ผีออกจากตัวก็ได้ .. อินทราคิดมุกตลกร้ายในใจ
ทั้ง 2 คน รีบวิ่งเข้ามา(แบบสโลโมชันในสายตาของอินทรา) แล้วจับแขนคนละข้างเบาๆ จากนั้นคอยสำรวจบน ล่างซ้ายขวา หน้าหลัง มุมทแยง แล้วถอนหายใจโล่งอกกันช้าๆ
ซุนกวนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง“คุณชายขอรับ ท่านหายดีแล้วใช่หรือไม่? ยังมีอาการาเ็อันใดหรือไม่ขอรับ”
อินทราเห็นความเป็ห่วงอย่างจริงใจในสีหน้าแววตา ท่าทาง อย่างชัดเจนและรู้สึกถึงเสียงอันสั่นเครือเล็กน้อยที่แสดงถึงความวิตกกังวลอันเบาบางซึ่งผู้อื่นยากจะััได้
“พี่ทั้งสองไม่ต้องกังวลไป ข้าหายดีแล้วการรักษาที่ดีเช่นนี้ ข้าจะเหลืออาการาเ็ได้อย่างไร?” อินทราตอบเรียบง่าย
“ดี ดีขอรับ!ดีจริงๆ!” ทั้งสองคนแสดงความโล่งอกออกมาเต็มที่ จนแล้วจนรอดเขายังไม่ตอบคำถามว่าพวกเขาสบายดีไหม?ทานอาหารกันหรือยัง? เพราะพวกเขาทั้ง2 ก็น่าจะาเ็จากคืนนั้นไม่น้อยเลยนะอา ช่างมันเถอะ
อินทรายิ้มเล็กน้อย (แต่ไม่ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าเลย)“วันนี้วันที่ 15เดือน3 ั้แ่คืนเกิดเื่ วันที่ 11เวลา25โมงแล้ว แสดงว่าข้าเข้ารักษาตัวมาประมาณ3วัน10ชั่วโมงซินะ.. แล้วค่ารักษาเล่าจำนวนเท่าใด และการรักษาของท่านทั้งสองเล่า?”
ชุนกวน “พวกข้าทั้ง 2ได้ใช้เตียงไม้ปราณฟื้นฟู 1 วัน ก็ใช้เงินคนละ25,000 เจนีขอรับ ส่วนท่านรักษาตัว3วันกว่าขอรับก็ใช้ค่ารักษา 100,000เจนี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดท่านผู้นำตระกูลได้แจ้งต่อโรงหมอแห่งนี้ว่าจะรับผิดชอบทั้งหมด 150,000 เจนี ขอรับ”
อินทราขมวดคิ้วเล็กน้อย+โอ้ อย่างที่คิด ไอ้โรงหมอพวกนี้ขูดรีดจริงๆค่ารักษาโดยเตียงไม้ปราณฟื้นฟูแบบมาตรฐานนี่ใช้ตัวยาระดับแพงที่สุดของเมืองเฟิงหัว ก็ไม่เกิน 25,000 เจนี/วันสำหรับการรักษาอาการสาหัสที่สุด นี่สำหรับราคาคนทั่วไปนะท่านลุงมีศักดิ์ฐานะรองเ้าเมืองด้วย ค่าใช้จ่ายควรลดลงครึ่งนึงแต่นี่มันบวกกำไรไปอีกมากกว่าเท่าตัว เฮ้อ..ทั้งที่ภาวะาระหว่างแคว้นมีท่าทีจะรุนแรงขึ้นโรงหมอมันยังมาทำหัวหมอบ้าๆแบบนี้อีก ช่างซ้ำเติมยามยากจริงๆ+
อินทราถามต่อ“แล้วเหตุการณ์วันนั้นหลังข้าสลบไป จนถึงตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง? พวกท่านสรุปรีพอท(Report :รายงาน) ให้ข้าฟังซิ”
“รีพอท??” ทั้ง2คนแสดงสีหน้าแบบ อะไรอ่ะ? ขึ้นมาทันที
“หมายถึงบอกเล่าเื่ต่างๆให้ข้าฟังนั่นแหละ”อินทราค่อยๆกล่าวพลางแปลกใจว่าเหตุใดตนจึงหลุดคำพูดติดปากที่ตนเคยเป็ประธานกรรมการบริษัทอยู่อย่างง่ายๆเช่นนี้
อินทราพาซุนกวนและซุนจีไปโรงน้ำชาใกล้โรงหมอเพื่อดื่มชาปราณ และรับประทานอาหารปราณเล็กน้อย เพื่อการเฉลิมฉลองและสนทนาเื่ทั่วไปกันที่รอดตายกันมาจากคืนนั้นได้ .. พวกเขาทั้งสามเป็นักสู้ขั้น1เปิดเส้นชีพจรปราณในร่างกายแล้ว จำเป็ต้องรับประทานอาหารปราณ เพิ่มเติมจากอาหารปกติเพื่อบำรงจุดเปิดชีพจรบนร่างกายหลายจุด ให้ดูดซับปราณธรรมชาติเข้าหล่อเลี้ยงร่างกายได้.. การทานอาหารปราณและดื่มเครื่องดื่มปราณ เป็การเพิ่มความเข้มข้นของปราณในร่างกายและพัฒนาระบบอวัยวะให้ก้าวหน้าไปสู่ขั้นสูงขึ้นไปได้
อินทราสนทนาคนทั้ง2รับรู้ได้ว่าพวกเขาอัศจรรย์ใจมาก ที่คุณชายเป็เหลวแหลกกลับมาเป็คุณชายในฝันที่พวกเขามุ่งหมายให้เป็ จากอินทราเด็กหนุ่มไม่รู้ความกลับเป็อินทราผู้สุขุมคัมภีรภาพ แต่ทั้ง3ก็ยังไม่แสดงท่าทีอันใดมากนักหลังจากก็เอ่ยปากชวนกันเดินทางกลับตระกูลกัน พี่ชายทั้ง2เมื่อรักษาเสร็จในวันแรกอาการาเ็คงเหลืออยู่บ้าง ก็รออินทราอยู่หน้าโรงหมอสลับกับไปที่ร้านค้าของตระกูลตงฟางในเมือง ทั้ง2ยังไม่ได้กลับไปที่ตระกูลใน3วันนี้
ออกจากโรงน้ำชา ขณะเดินทางพลางคุยกันไปจนออกจากประตูเมืองเฟิงหัวอินทราพลางสังเกตรอบๆด้าน นับั้แ่โรงหมอที่มีผู้คนมาต่อคิวเข้ารับการรักษาจำนวนมากผู้คนบนถนนที่สัญจรดูบางตากว่าแต่ก่อน พื้นที่ค้าขายไม่คึกคักนัก คนมาโรงน้ำชาก็น้อยลง อินทราได้เห็นความหดหู่ของชาวบ้าน และทหารอย่างชัดเจนยิ่งรู้สึกสลดใจมากขึ้น
พอออกเมืองก็เริ่มพูดคุยเื่หนักๆกัน หลังจากรวบความรายงานจากที่รับฟังเื่คืนนั้นหัวข้อหลักๆ ก็คือ ในคืนนั้น (วันที่11เดือน3 ปีชงที่218)เวลาประมาณ25โมง มีพวกโจรป่าบุกเข้าเพื่อปล้นสวนสมุนไพรปราณของตระกูลตงฟางหน่วยปกป้องของตระกูลจำนวน 3 หน่วย รวมประมาณ 60 คน รวมทั้งตัวอินทราด้วย ได้เข้าปะทะกับพวกโจรเป็กลุ่มแรก พวกโจรมีประมาณ40 คน ทุกคนอาวุธครบมือ รวมทั้งมีสัตว์อสูรขี่ทุกคนสัตว์อสูรนั่นแข็งแรงกับสัตว์ป่าทั่วไป โดยแคว้นฉิ่งและแคว้นโดยรอบจะแบ่งความเข็งแกร่งของสัตว์อสูรเป็ระดับ1-5 ยิ่งระดับสูงก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นโจรส่วนใหญ่จะขี่สิงโตอัคคีระดับ1 และหมาป่าทมิฬระดับ1แต่หัวหน้าโจรได้ขี่สิงโตอัคคีระดับ2 หรือก็คือคู่หูโจร.สัตว์อสูรที่ทำร้ายอินทราจนเกือบตายนั่นเองซึ่งผลการต่อสู้ ทีมโจรชนะทีมจ้าวบ้านขาดลอย ฝ่ายโจรยังได้สังหารทีมปกป้องไปหลายคน
อินทราฟังถึงตอนนี้ก็นึกย้อนถึงความผิดพลาดของอินทราคนเก่าในคืนนั้น ที่ทำตัวเป็ไอ้หนุ่มหัวบ้าพลังแทนที่จะประเมินสถานการณ์พยายามประคับประครองหลบหลีกพวกโจร รอให้ทีมปกป้องหน่วยอื่นๆมาถึงเพราะหน่วยปกป้องตระกูลตงฟางมีจำนวน 15 หน่วย หน่วยละประมาณ 20 คน รวมจำนวนกว่า 300คน ในแต่ละ่เวลาจะมีอย่างน้อย 7 หน่วยที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนหรือเฝ้าระวังกระจายไปรอบๆ และที่เหลืออยู่ใน่พักผ่อนในโรงเรือนซึ่งถ้ามีเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าตระกูลแบบนี้ ทั้ง 300 กว่าคนและทั้งผู้มียุทธ์อื่นๆที่ทำหน้าที่อื่นๆ อีกเกือบ 200 คนก็พร้อมจะเข้าต่อสู้เข่นฆ่าพวกคนร้ายแล้ว
ทั้งที่ตระกูลตงฝางมีระบบการป้องกันที่ดีและมีระบบแผนฉุกเฉินสำรองระดับ A B C แต่เพราะความรีบร้อนไม่ยั้งคิดคืนนั้นอินทราเร่งพาคนในทีมของตนเกือบ 20 คนบุกเข้าปะทะพวกโจรอย่างกล้าหาญ! และปัญญาอ่อนอย่างดี ..ถ้าใช้ตามองหน่อย บวกกับใช้สมองคิดซักนิด ก็จะรู้ว่าการที่ทีมโจรบุกทะลวงผ่านหน่วยปกป้อง 1หน่วย (จำนวนประมาณ 20คน) จากตีนเขาสวนสมุนไพรปราณ เข้ามาจนถึงตัวสวนได้เกือบพร้อมๆกันในเวลาที่มีเสียงเคาะเกราะฉุกเฉินดังระงม! ก็แสดงว่าความเร็ว ความร้ายกาจของพวกผู้บุกรุกไม่ธรรมดาไม่ใช่ระดับอันทพาลปลายแถวที่ยื่นหน้าควงหมัดเข้าต่อตีกันแน่นอน
แทนที่จะคิดสักนิด รีบบอกเพื่อนพี่น้องรีบไปห้องอุปกรณ์ห้องอาวุธ รีบใส่เกราะพกพาอาวุธมาต่อสู้ กลับวิ่งเพื่อนพ้องวิ่งเข้าไปหาพ่องมันแทบจะแบบตัวเปล่ามีแค่ไม้พลองเป็อาวุธ เหมือนจะบอกพวกพ่องมันว่า “เฮ้อ พวกแก อย่าช้า อย่าขัดขืนรีบๆเข้ามาเชือดพวกเราที ว้าย ว้าย!” เฮ้อ ช่างน่าอดสูใจนัก..
ใน่หัวหน้าทีมอินทราเป็บ้ารองหัวหน้าในทีม กับผู้นำทีมอีก 2 ทีม(ต้องที่ต่อสู้กับกลุ่มแรกที่สวนสมุนไพรนี่ ทีมเหย้า มี3ทีมทีมละ20คน รวมเป็60คน)พยายามห้ามไอ้หนุ่มวิ่งลุยทุ่งโทงๆ พยายามะโบอกเพื่อนๆให้วิ่งเข้าไปหากลุ่มนักรบอัศวินเกราะหนักอาวุธครบมือ... เพราะห้ามไม่ทันก็เลยจำใจเข้าปะทะกับพวกโจร เพื่อช่วยไอ้บ้านี่ซึ่งคนพอมีประสบการณ์ต่อสู้สักนิดก็จะรู้ว่าผลจะออกมาเช่นไร ...แล้วสมาชิกในทีมปกป้องหลายคน ..ก็ต้องทิ้งไร้ชีวิตไว้ที่นั้น TT
(รวม10,930ตัวอักษร) ^_^