“ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ความรู้สึกดีๆของฉันกลายเป็ความเห็นแก่ตัวขึ้นมา”
ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีขาวนั่งห้อยเท้าอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ในศาลเ้าข้างกำแพงั์ตาสีส้มทองของเด็กหนุ่มส่องแสงสว่างในความมืดราวกับตาของแมวเขากำลังเฝ้ามองบทสนทนาของทั้งคู่อยู่จนถึงเมื่อสักครู่นี้ก่อนจะเป็ฝ่ายเปิดเผยตัวขึ้นมาเสียเอง
มาโมรุดูงงงวยกับการปรากฏตัวนี้แต่เด็กสาวตรงหน้าเขากลับช็อกไปเสียแล้วเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอีกคนปรากฏตัวขึ้นและส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ก่อนที่ร่างเล็กๆนั้นจะะโลงมาจากกิ่งไม้และเดินตรงมาหาเธอ
“เดียร์!?”
“ผมรู้ว่าเขาอยากให้คุณทำอะไรแต่วางใจเถอะ ผมจะช่วยทำมันแทนคุณเอง” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างสงบ“เพรางั้นช่วยหลับไปก่อนนะครับ ผมไม่อยากให้คุณาเ็”
แล้วร่างของมิกิก็สลบไปในอ้อมแขนของเขาที่เข้ามารับไว้อย่างอ่อนโยน
“นายคิดจะทำอะไรยัยนั่น!”
มาโมรุร้องถามมีความห่วงใยเพียงน้อยนิดเจือปนอยู่ในน้ำเสียงห้วนๆนั่น
“แค่ให้หลับไปน่ะครับด้วยผงนิทราของคุณซิลเวอร์” เด็กหนุ่มในชุดขาวตอบอย่างสุภาพ“ผมไม่อยากให้มันกลายเป็ศึกสามเศร้า แล้วอีกอย่าง... เธอก็ไม่ควรมาเกี่ยวข้องกับปัญหาของพวกเราอีกแล้วด้วย”
น้ำเสียงของคนตรงหน้าที่มีให้เด็กสาวอ่อนโยนเกินกว่าที่มาโมรุจะเข้าใจทั้งสีหน้าและท่าทางที่ราวกับจะทะนุถนอมเธอนั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่เขาเป็อย่างมากทำไมนักรบอเวจีตรงหน้าเขานี้ต้องปฏิบัติตัวดีกับมิกิขนาดนั้น
“ดูเหมือนว่าผมจะลืมแนะนำตัวสินะครับ”นักรบอเวจีหนุ่มหันมาพูดกับเขา “ออเร้นจ์ครับ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งถึงแม้ว่าคุณจะจำผมไม่ได้แล้วก็ตาม”
น้ำเสียงของเด็กหนุ่มมีร่องรอยแห่งความเศร้าเจือปนอยู่ขณะที่เขาค่อยๆประคองร่างของเด็กสาวให้ลอยขึ้นจากพื้นด้วยพลังของเขา
“คุณเปลี่ยนไปเยอะกว่าที่ผมคิดไว้นะครับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซัน” ออเร้นจ์ว่า“เพราะเื่ของเ้าหญิงแห่งเอิร์ธมูนเหรอครับถึงทำให้คุณกลายเป็แบบนี้”
คำพูดของเด็กหนุ่มนั้นตำหนิเขาอย่างชัดเจน
“เื่นี้ผมไม่โทษคุณหรอกเพราะความทรงจำของคุณไม่ครบถ้วนเองด้วยแหละที่ทำให้คุณตัดสินใจอะไรผิดพลาดแต่ผมไม่คิดว่าคุณจะทำตัวใจร้ายกับเธอได้มากขนาดนี้ทั้งๆที่เธอเองพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณแท้ๆ”
มาโมรุรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกินที่จู่ๆก็เจอคนไม่รู้จักมาต่อว่าเื่ของเขาที่อีกฝ่ายไม่มีวันเข้าใจ
“อย่าพูดเหมือนนายรู้เื่ทุกอย่างไปหน่อยเลย”
เขาพูดอย่างข่มอารมณ์โกรธ
“ผมรู้ทุกอย่างนั่นแหละครับ”ออเร้นจ์ว่า “ทั้งเื่ในอดีตของคุณ รวมถึงเื่ที่เธอเป็ตัวการให้เด็กผู้หญิงที่คุณกำลังปกป้องอยู่สูญเสียความทรงจำไปด้วย”
สายตาของเด็กหนุ่มที่มองตรงมายังเขาโกรธเกรี้ยวเช่นเดียวกับเขา
“ผมรู้ว่าเธอคนนี้ทำอะไรเอาไว้ที่นี่แต่สิ่งที่ผมไม่รู้ก็คือว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรอยู่กันแน่เื่ของเ้าหญิงแห่งเอิร์ธมูนน่ะปล่อยให้เป็เื่ของพวกเราไปเถอะครับแบบนั้นแล้วคุณก็จะได้ไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับาในครั้งนี้ด้วย”
“นายกำลังจะบอกให้ฉันทิ้งยัยนั่น?”
“ผมกำลังจะบอกคุณว่าอย่ายุ่งไม่เข้าเื่มากกว่าครับ”
ออเร้นจ์พูดอย่างตรงไปตรงมา
“การเกิดมาร่วมสายเืกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบทุกอย่างแทนเขานะครับ”
ร่างของมาโมรุหายไปแล้วเด็กหนุ่มพุ่งเข้าใส่ออเร้นจ์โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดจบประโยคเสียด้วยซ้ำเขาไม่สนว่าคนตรงหน้าจะเป็นักรบอเวจีที่พร้อมสู้ ในขณะที่เขายังทำไม่ได้แม้กระทั่งเปลี่ยนร่างเป็ผู้พิทักษ์เด็กหนุ่มแปลกหน้าที่อยู่ตรงหน้าเขานี่ล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว
“เื่ของเขาทำให้คุณอารมณ์เสียได้มากขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
ออเร้นจ์ถามรับการโจมตีของเขาเพียงแค่ยกแขนตั้งการ์ดขึ้นป้องกันเพียงข้างเดียวเท่านั้น ั์ตาสีส้มทองที่มองตรงมาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนตอนที่เด็กหนุ่มมาปรากฏตัวออกมาตรงหน้าในคราแรกแต่กลับให้ความรู้สึกว่าเขาพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
สายตาแบบเดียวกับเรดและกรีน
“ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซันน่ะไม่จำเป็สำหรับาครั้งนี้” ออเร้นจ์บอก และถีบร่างของมาโมรุออกมาด้วยเรี่ยวแรงที่มากกว่าจากที่เห็นภายนอก
มาโมรุกระเด็นไปไกลหลายเมตรเขาพยายามตั้งหลัก เป็จังหวะเดียวกับที่ออเร้นจ์กำลังลงมือร่ายเวท
ฝ่ามือเรียวเล็กของเด็กหนุ่มในชุดขาววาดไปมาบนอากาศเกิดเป็เส้นแสงสีส้มทองออกมาจากปลายนิ้วเป็ลวดลายตามที่เขาสร้างสรรค์ด้านหลังเด็กหนุ่มร่างของเด็กสาวลอยสูงๆต่ำๆด้วยพลังที่เขาพยายามประคับประคองเธอเอาไว้อย่างหวงแหน
ปลายนิ้วลากจุดจบและจุดเริ่มต้นเกิดเป็วงแหวนเวทขนาดใหญ่ลอยอยู่ตรงหน้า คั่นกลางระหว่างมาโมรุและออเร้นจ์เอาไว้ลวดลายใจกลางวงแหวนเวทเป็อักขระรูปร่างคุ้นตานั่นคือพระอาทิตย์สีส้มทองดวงใหญ่ตรงใจกลาง ล้อมรอบไปด้วยอักขระโบราณที่มาโมรุสาบานได้ว่านี่ไม่ใช่ตัวอักษรของโลกนี้แต่เป็อักขระที่เขารู้จักมันดี และที่สำคัญ เขาอ่านความหมายของมันได้
วงแหวนเวทของเอิร์ธซัน!
“นาย...”
เด็กหนุ่มทำได้แค่พึมพำส่วนนักรบอเวจีหนุ่มตรงหน้าเขานั้นได้ยิ้มนิดๆตรงมุมปากแล้วภาพตรงหน้าก็สว่างไสว...
‘เธอเกลียดั์ตาของตัวเองอย่างนั้นเหรอ?’
เสียงจากความทรงจำสะท้อนก้องอยู่รอบตัวเขา
เด็กผู้หญิงผมยาวในชุดราชพิธีเต็มยศยืนอยู่ตรงหน้าฝ่ามือเรียวขาวยื่นตรงมาหาเขาเยื้องไปด้านหลังเ้าหล่อนคือแผ่นหลังของเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังยืนหันหลังให้เขาทั้งคู่อยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีแดงสดที่สายลมกำลังพัดเอากลีบดอกปลิวว่อนในอากาศ
'แต่ฉันชอบนะ...’
ฉันชอบ...
...ั์ตาของเธอ
“ทำบ้าอะไรของนายน่ะ!”
เสียงของใครบางคนหยุดภาพแห่งความทรงจำนั้นและฉุดเอาสติของเขากลับเข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้งเสี้ยววินาทีเดียวจริงๆที่มาโมรุเห็นวงแหวนนั่นก่อนที่มันจะส่องแสงสว่างวาบแล้วร่างของเขาก็กระเด็นไปไกลหลายเมตร ไม่ใช่เพราะพลังของวงแหวนเวท แต่เป็ลูกถีบของใครบางคนที่พุ่งเข้าใส่สีข้างเขาก่อนที่จะถูกเล่นงานด้วยพลังของออเร้นจ์เพียงชั่วเสี้ยววินาที
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ะเิจากวงแหวนเวททำลายสภาพรอบด้านอากาศเสียดสีจนลุกไหม้ ประกายไฟสว่างไสวอยู่รอบตัวเขาออเร้นจ์ยืนอยู่เื้ัแรงะเินั่น กำลังเอาร่างเข้าบังร่างของเด็กสาวอีกคนที่หมดสติอยู่ด้านหลังเขาั์ตาสีส้มทองคู่นั้นวาวโรจน์
ร่างของใครบางคนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ามาโมรุคนที่ทำให้เขาอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“นาย...”
อาฮิราวะ ชินจิ นักเรียนเข้าใหม่ที่นั่งอยู่ถัดจากหน้าเขาไปสองแถวกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาชายเสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดไปในอากาศตามแรงปะทะที่เกิดขึ้นจากการะเิของวงแหวนเวทเมื่อครู่
มาโมรุมีเวลาทำความเข้าใจสถานการณ์ไม่มากนักเมื่อออเร้นจ์เอ่ยขึ้น
“ผู้พิทักษ์จากเอิร์ธวินดี้เหรอครับ”
คำพูดที่ออกมาจากปากนักรบอเวจีหนุ่มไม่ใช่ประโยคคำถามหากแต่้าจะทวนให้แน่ใจถึงสถานะของคนที่จู่ๆก็เข้ามาขวางการต่อสู้ของเขาสัญลักษณ์รูปก้อนเมฆที่ส่องสว่างอยู่ตรงกลางเสื้อคลุมสีดำของเด็กหนุ่มร่างสูงผิวเข้มตรงหน้าทำให้ออเร้นจ์มั่นใจในคำตอบของตัวเอง
“ลุกขึ้นมาสิ!”
ชินหันมาพูดกับมาโมรุ
“ผมไม่ได้อยากจะสู้กับคุณหรอกนะครับ”ออเร้นจ์ว่า “แต่ถ้าจะขอร้องให้ออกไปคงจะไม่ได้สินะครับ”
เด็กหนุ่มบ่นอย่างหนักใจ
แต่ชินไม่ได้สนใจเขาเพราะสายตาของเด็กหนุ่มนั้นกำลังจับจ้องอยู่ที่มาโมรุ
“นายเป็...ผู้พิทักษ์อย่างนั้นเหรอ!?”
“นี่ไม่ใช่เวลามาแนะนำตัวนะ!” ชินกล่าวเสียงเข้มพร้อมกับฉุดร่างของมาโมรุขึ้นมาจากพื้น
“สัญลักษณ์นั่นน่ะของเอิร์ธซันใช่ไหมล่ะ? บอกทุกอย่างที่นายรู้เกี่ยวกับพลังของพวกนายมาซะ!”
มาโมรุพูดไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเขาแทบจำอะไรเกี่ยวกับพลังของตัวเองไม่ได้เลยเมื่อมาอยู่ที่โลกนี้
ชินสบถอย่างหัวเสีย
“บ้าจริง! หมอนั่นคิดจะส่งฉันมาทั้งๆที่รู้ว่าฝั่งนี้ยังปลดผนึกไม่ได้เนี่ยนะ!”
เขาหันมาเผชิญหน้ากับออเร้นจ์เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองต้องต่อสู้ตามลำพัง
“แต่ทำไมหมอนั่นถึงใช้พลังของพวกฉันได้...”
มาโมรุมองไปที่ออเร้นจ์
“ก็เพราะว่าเป็นักรบอเวจีจากเอิร์ธซันน่ะสิ!” ชินว่า
“ครับ” ออเร้นจ์ตอบรับคำพูดนั้น“ถ้าจะพูดให้ถูกล่ะก็... คนทรยศจากเอิร์ธซันยังไงล่ะครับ”
ออเร้นจ์พูดด้วยสีหน้าที่เรียบสนิทแตกต่างจากครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวขึ้นอย่างสิ้นเชิง เด็กหนุ่มพับแขนเสื้อตัวเองหันไปด้านหลังเพื่อร่ายเวทบางอย่างใส่ร่างของเด็กสาวดูราวกับเกราะคุ้มกันแปดเหลี่ยมสีส้มทองที่ร้อยต่อกันเป็ทรงกลมคลุมร่างของมิกิเอาไว้
ชินดูจะติดใจกับท่าทีนั้น
“เอาเถอะครับ... ใช่ว่าการปรากฏตัวของผู้พิทักษ์คนอื่นจะอยู่นอกเหนือจากการคำนวณของผมไปเสียหน่อย”
ออเร้นจ์หันมาเผชิญกับพวกเขาอย่างจริงจัง
