Stage 2
ระบบAI
“แล้วมันเล่นยังไงล่ะเนี่ย”
เสียงบ่นงุบงิบดังขึ้นหลังจากที่เ้าของห้อง 808 ในคอนโดแกรนด์วิลล่าเริ่มง่วนอยู่กับการแกะกล่องเกมของบริษัทไพรด์มาได้สักพักหนึ่งมันก็ั้แ่กลับมาถึงที่บ้านและมีของจากบริษัทไพรด์ส่งของมาให้เขาโดยฝากทางล็อบบี้ของคอนโดเอาไว้นายวิศนะก็รีบหอบเอาข้าวของขึ้นห้องมาชนิดติดจรวดเลยทีเดียว
ั้แ่วินาทีแรกที่วิ่งเข้าห้อง วิศนะก็ไม่รอช้าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาในห้องรับแขกทันทีโดยไม่สนใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือเข้าห้องน้ำทำธุระใดๆ ก่อนทั้งสิ้นมือไม้สองข้างเร่งรีบแกะกล่องพัสดุตรงหน้าด้วยทีท่าลนลานราวกับเด็กอนุบาลเพิ่งได้ของเล่นใหม่
หากแต่ความเป็จริงแล้วอาการของหมอนี่มันไม่ได้เป็อาการตื่นเต้นแบบนั้นหรอก
“โอ้ย!สายบ้าสายบออะไรเยอะแยะวะเนี่ย แค่นี้ก็พันกันจนมั่วไปหมดแล้ว ป่านนี้คุณออนเธอคงเข้าไปเล่นนานแล้วมั้งโธ่เว้ย! ไม่ทันใจจริงๆ ถ้าตอนนี้เกิดไปโดนพวกหนุ่มๆจีบเข้าจะทำยังไง!”
ปากพูดไป ใจก็นึกภาพตาม
โอ๊ย! แค่เห็นภาพผู้ชายบางคนเดินจูงมือสาวสวยหน้าหวาน ตัวเล็กๆ ตรงสเป๊กของเขาเอาไว้มือมันก็รีบสาวสายไฟตรงหน้าออกมาเป็ระวิงดวงตาสีน้ำตาลกวาดหาหนังสือคู่มือใกล้ตัวมาอ่าน
“แล้วมันต้องทำยังไงต่อฟะ?”
วิศนะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอุปกรณ์ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายกับแว่นตากรอบบางๆที่ใช้สวมคาดตรงขมับทั้งสองข้างและมีตรงส่วนเลนส์สีชามาครอบดวงตาเอาไว้อีกที เขาหยิบของชิ้นนี้มาหมุนดูซ้ายทีขวาทีแบบงงๆพลางชำเลืองไปมองคู่มือกระดาษที่แนบมาด้วย
“เครื่องเล่น Prider Mutilation หรือเรียกสั้นๆ ว่า P.M เป็อุปกรณ์เสริมรุ่นใช้กระแสไฟฟ้าที่แปลงคลื่นความถี่สมองไป...ว้อย! ไอ้พวกนี้ข้าม ไหนดูอันอื่นซิ ...ทำการเปิดเครื่องด้วยปุ่มทางขวาและกดสามครั้งเพื่อให้เครื่องทำการค้นหาวายฟายให้พบ จากนั้นเครื่องจะเล่นทำการอัพเดทข้อมูลและแพทช์(Patch) ล่าสุดของตัวเกม...”
พออ่านจบร่างสูงก็ทำการกดปุ่มตามคำอธิบายนั้นทันทีกระทั่งมีเสียงดัง “ปิ๊บ”พร้อมกับแสงสีแดงที่สว่างวาบขึ้นตรงใต้สัญลักษณ์ที่เป็รูปสัญญาณวายฟายก่อนที่เพียงครู่หนึ่งมันจะเปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็สีเขียวแสดงผลว่าเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเสร็จสิ้น
“ในกรณีที่เปิดใช้เครื่องเป็ครั้งแรกคุณจำเป็ต้องชาร์ตไฟเพื่อให้แบตเตอรี่ของเครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสียก่อน” อ่านจบ เขาก็ก้มลงมองเครื่องเล่น “ฉิบหาย! นี่ต้องชาร์ตไฟก่อนเหรอฟะ แล้วมันอีกนานเท่าไหร่เนี่ย!”
ว่าแล้วก็เหลือบตาอ่านต่อ
“8 ชั่วโมง เตี่ยแกเถอะไม่ต้องเล่นมันพอดีวันนี้ แล้วจะทำยังไงดีฟะ!”
โวยวายได้ไม่ทันไรก็เห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆปลิวเข้ามาในระยะสายตา กระดาษดังกล่าวนั้นติดมากับกล่องเกมั้แ่แรกแล้วทว่าด้วยความใจร้อนทำให้ชายหนุ่มเผลอมองข้ามมันไป วิศนะเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะไล่สายตาตามลายมือขยุกขยิกได้ความว่า
ไอ้นะลูกรัก ป๋าชาร์จไฟครั้งแรกให้แล้ว แกไม่ต้องทำอะไรมากเข้าไปเล่นได้เลย
ปล. ในเกมป๋าให้ของขวัญไว้ด้วย อย่าลืมเอาไปใช้ล่ะ
ปล2. เล่นเกมให้สนุกนะ ไอ้ตูด
ปล3. อย่าบอกวิมลเชียวนะว่าป๋าเป็คนยกเครื่องนี้ให้แก บอกคุณเธอไปว่าแกซื้อมาเล่นเองเข้าใจ๋ป๋าี้เีทะเลาะกับแม่แก
ข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เ้าลูกชายสุดเลิฟขยับยิ้มแป้น
“สมเป็ป๋ารู้ใจกันจริงๆเห็นทีต้องไปขอบคุณทีหลังซะแล้ว”
ว่าแล้วก็รีบสวมอุปกรณ์เกมเข้ากับศีรษะ แล้วทิ้งตัวลงนอนกับเก้าอี้โซฟาทั้งสายตายังอ่านคู่มือการเล่นเกมไปด้วย
“ข้อแนะนำในการเล่นเกมควรที่จะนอนให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด เพื่อจะได้ไม่มีอาการปวดเมื่อยหรือเคล็ดขัดยอก...ว้อย! เื่แค่นี้จะบอกทำแป๊ะอะไรเนี่ย...เอออันนี้ค่อยน่าสนหน่อย ระยะเวลาในเกมนั้นจะเร็วกว่าเวลาปกติสามเท่าหมายความว่า 1 ชั่วโมงของโลกภายนอกนั้นจะเทียบเท่ากับ 3 ชั่วโมงในเกมดังนั้นจึงควรกำหนดเวลาในการเล่นเกมให้ดี นอกจากนี้เครื่อง P.M. ยังสามารถเสียบสาย USB เข้ากับโทรศัพท์มือถือเพื่อเชื่อมต่อระบบการสื่อสารของโลกความจริงกับภายในเกมให้เข้าหากัน...”
พออ่านจบวิศนะก็โยนคู่มือนั่นทิ้งแบบไม่ไยดี...หมดเวลาศึกษาแล้ว! ที่เหลือเข้าไปลุยตามมีตามเกิดดีกว่ายังไงเสียเขาก็ไม่ได้กะเล่นเอาถ้วยรางวัลอยู่แล้วแค่จะไปตามเฝ้าผู้หญิงที่ชอบเท่านั้นเองคิดสะระตะเสร็จก็ยกมือกดปุ่มเปิดเครื่องทันที
“เฮ้ย! ที่ไหนวะเนี่ยเปิดเกมปุ๊บก็มาโผล่พรวดแบบนี้เลยเรอะ!!ไม่มีเวลาให้ทำใจเลยแฮะ”
เสียงโวยวายดังขึ้นทันทีที่วิศนะสังเกตเห็นว่าภาพโดยรอบทั้งหมดเปลี่ยนไปเขากำลังยืนอยู่ในห้องแคบๆที่ผนังรอบด้านล้วนบุด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินเข้มโดยไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อยหลังจากเหลียวหน้าแลหลังไปมาอยู่สักพักเ้าตัวก็เลิกคิ้วสูง
“แล้วยังไงต่อ?”คนใจร้อนเปรยลอยๆ เมื่อไม่เห็นอะไรเกิดขึ้น
“ยินดีต้อนรับสู่โลกของไพรด์ออนไลน์ค่ะ”
“เฮ้ย! ใหมดเลย!”
จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่ทะลุกำแพงตรงหน้าเข้ามาเล่นเอาวิศนะสะดุ้งโหยง ตวัดสายตาไปจ้องคนมาใหม่เขม็งร่างบอบบางตรงหน้าเป็หญิงสาวหน้าตาสดใสในชุดพองแปลกๆ กับกระโปรงสั้นจู๋แถมเ้าหล่อนยังย้อมผมเป็สีเขียวอีกต่างหาก
“นี่เธอเป็ใคร?” เขาถาม
“ดิฉันมีชื่อว่าเอด้า เป็ NPC มีหน้าที่ให้คำแนะนำผู้เล่นใหม่เฉกเช่นคุณค่ะ”
วิศนะเกาหน้าแกรก
“แล้วไอ้ NPCนี่มันคืออะไรอ่ะ?”
“ยินดีตอบคำถามค่ะ NPC ย่อมาจากNon player character เป็ระบบ AI ของเกมไพรด์ค่ะ พวกเรามีหน้าที่อำนวยความสะดวกหรือเป็ตัวละครของเกมเพื่อสร้างอรรธรสในการเล่นเกมของคุณผู้เล่นค่ะ”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็คอมพิวเตอร์ถึงจะเป็ AI แต่ก็หน้าตาสวยมากเลยแฮะ แต่ว่าไอ้หน้าตามัธยมแต่หน้าอกทรงมหาลัยแบบนี้มันดูขัดกันยังไงไม่ชอบกลแฮะ”
พอรู้ว่าคนตรงหน้าเป็เพียง AI ขึ้นมาเ้าตัวแสบก็เริ่มจะปากเปราะคำพูดดังกล่าวทำเอาใบหน้าได้รูปของสาวน้อยที่ชื่อเอด้ามีอาการคิ้วกระตุกก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็ปกติดังเดิม
“มี NPCจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่ใช้คนบังคับอยู่นะคะ ไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะเป็ AI เสียทีเดียว เพราะฉะนั้นดิฉันแนะนำว่ากรุณาระวังคำพูดของคุณไว้ด้วยถ้าไม่อยากโดน NPC ตบหน้าแหกเอา”
“อู้ย...ดุซะด้วย”
วิศนะลากเสียงกวนๆพลางคิดในใจว่าท่าทางตายด้านแบบยัยนี่คงเป็ AI ชัวร์ๆ
“ขอทราบชื่อของคุณผู้เล่นด้วยค่ะ” คำถามของเอด้าถามเรียกสติของวิศนะให้กลับมา
“วิศนะ”
“ค่ะ คุณวิศนะ ดิฉันขออนุญาตแสกนความสามารถของคุณซักเล็กน้อยจะได้มั้ยคะ”
วิศนะเลิกคิ้วงงๆ แต่ก็พยักหน้าตอบ
“ค่ะ ถ้าเช่นนั้นขอเสียมารยาทนะคะ”
พูดจบเธอก็สาวเท้าเดินพรวดๆ เข้ามาหาวิศนะจนชายหนุ่มต้องเลิกคิ้วสูง ตั้งท่าจะถอยหนี ทว่า NPC สาวน้อยกลับไวกว่าคว้าไหล่เขาไว้แน่นแถมยังยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาเขาเขม็งอีกต่างหาก
“...น...นี่เธอจะทำอะไรน่ะ”
“ดิฉันจะทำการแสกนความสามารถของคุณเพื่อนำไปลงทะเบียนค่ะ”
“ง..งั้นเหรอ”
“กรุณาอยู่นิ่งๆ แล้วสบตาดิฉันด้วยค่ะ”
“...อ...อือ”
วิศนะรับคำเสียงสั่น นึกใไม่น้อยที่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงสวยๆเข้ามาใกล้ชิดเสียขนาดนี้ แถมตัวเกมยังทำออกมาได้ดีจนน่าเหลือเชื่อเพราะชายหนุ่มัักลิ่นหอมรวยรินของสาวน้อยตรงหน้าได้อย่างชัดเจนมาก!
ไม่ช้าเอด้าก็ถอยหลังออกไป ส่งให้วิศนะเป่าปากโล่งอก
“ทำการแสกนเรียบร้อย ผลออกมาดังต่อไปนี้ค่ะ” เธอว่าเสียงราบเรียบ ก่อนยกมือขึ้นมาวาดรูปสี่เหลี่ยมในอากาศแล้วหน้าต่างดิจิตอลบานใหญ่ก็ปรากฏขึ้น
“ผู้เล่นวิศนะ สายอาชีพนักผจญภัยมือใหม่วิชาชีพที่เหมาะสมไม่แน่นอน พลังความสามารถอยู่ในระดับสมดุลจึงไม่อาจแนะนำแนวทางการเล่นให้ได้ไอดีของคุณถูกลงทะเบียนเมื่อวันที่ 3 มกราคม มีเงินติดตัวอยู่ 5,000 เหรียญมีไอเท็มติดตัวดังต่อไปนี้”
-น้ำยาเพิ่มพลังวอเตอร์โพชั่นจำนวน5 ขวด
-ก้อนหินจำนวน 15 ก้อน
-หนังสือคู่มือสำหรับมือใหม่ 1เล่ม
-กล่องสมบัติดาวทอง 1 กล่อง
มีบานหน้าต่างข้อมูลในลักษณะภาพโฮโลแกรมลอยขึ้นมากลางอากาศจนชายหนุ่มต้องผิวปากหวือกับเท็คโนโลยีสุดไซไฟแต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอาจะเป็เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่ NPC สาวคนนี้พูดออกมาเลยแม้สักนิด!
“จบการลงทะเบียนผู้เล่นเพียงเท่านี้ขอทำการสอบถาม ไม่ทราบว่าผู้เล่นวิศนะ้าจะรับฟังข้อมูลและวิธีการเล่นเกมรวมไปถึงระบบต่างๆ ของเกมนี้มั้ยค่ะ”
“ไม่เอาอ่ะ…”
คำตอบชนิดไม่มีหยุดคิดแม้เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเล่นเอา AI สาวถึงกับชะงักไป
“คุณวิศนะแน่ใจแล้วนะคะดิฉันขอแนะนำให้ฟังเอาไว้ เพราะว่าคุณเป็ผู้เล่นใหม่จำเป็ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถ...”
“ไม่ต้องหรอก คนสวย รีบๆส่งฉันเข้าไปในเกมซักทีดีกว่า”
ชายหนุ่มยังคงยืนยันคำเดิมหนักแน่น ก็เดิมทีเขาไม่ได้กะจะเข้ามาเล่นเกมอะไรจริงจังอยู่แล้วแค่อยากจะเข้าไปหาวรัญญาเท่านั้นเอง ระบบเกมนี้มันจะเป็ยังไงก็ช่างหัวมันเถอะ!
“รับทราบค่ะ” เอด้าตอบรับในที่สุด “ถ้าเช่นนั้นไม่ทราบว่าคุณวิศนะ้าจะเกิดที่เมืองไหนดีคะ”
“เชียงใหม่”
“....”
NPC สาวนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ...นานมากจริงๆกว่าเธอจะตั้งหลักขึ้นมาได้
“ขอประธานโทษค่ะในเกมไพรด์ไม่มีเมืองเชียงใหม่ค่ะ”
“งั้นก็กรุงเทพ”
“กรุงเทพก็ไม่มีค่ะ”
“ปทุมธานี รังสิต ลำลูกกา บางนา”
“....”
รอบนี้เอด้าไม่เพียงชักสีหน้าเล็กน้อยเ้าหล่อนหลับตานิ่งคล้ายคนกำลังนับเลขในใจเพื่อสงบสติอารมณ์
“กรุณาอย่าล้อเล่นกับดิฉันค่ะช่วยบอกจุดหมายปลายทางของคุณด้วย...ได้มั้ยคะ”
เสียงแข็งเลยวุ้ย ดุจังแฮะ ยัย AI คนนี้
“ถ้างั้นเธอจะส่งฉันไปที่ไหนก็ได้ ตามใจเธอเถอะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ฉับพลันรอบๆ ตัวของวิศนะก็ปรากฏแสงสว่างวูบ ก่อนทุกสิ่งรอบๆตัวจะจางหายไปจากสายตา เช่นเดียวกับดวงหน้าสวยน่ารักของเอด้าซึ่งวิศนะกล้ายืนยันเลยว่าวินาทีก่อนที่เธอจะลับหายไปเขาเห็นแม่นั่นฉีกยิ้มชั่วร้ายมาให้อย่างชัดเจน
โครม!!!
“โอ้ย! เจ็บๆ”
พริบตาเขาก็ได้ลงไปนั่งกับพื้นกุมก้นตัวเองป้อยๆหลังจากเปลี่ยนสถานที่จากห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั่นได้เขาก็มาโผล่พรวดที่ไหนก็ไม่รู้ แถมยังอยู่ในทางต่างระดับเสียอีก!
“มิน่า เมื่อกี้ยัย AI นั่นมันยิ้มแปลกๆแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ”
วิศนะบ่นอุบอิบขณะยันตัวลุกขึ้นยืน พลางกวาดสายตามองไปรอบๆสิ่งที่เห็นคือสนามหญ้ากว้างๆ โล่งๆ พื้นที่บริเวณนี้แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากต้นไม้ประปรายกับทุ่งหญ้าสั้นกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
“ตายชัก บอกว่าส่งมาเกิดที่ไหนก็ได้ แม่คุณเล่นเอามาปล่อยทิ้งไว้กลางทุ่งซะงั้น”
เขาพูดพลางถอนหายใจเฮือก แล้วจึงหันมองพิจารณาสภาพรอบด้านโดยพินิจจะว่าไปไอ้เกมนี่ก็ทำออกมาได้ดีสมกับที่เพื่อนๆ เขาโวเอาไว้ทีเดียวนอกจากภาพสามมิติตรงหน้าจะให้ความรู้สึกเสมือนจริงมากๆ แล้วิัก็ยังััได้ถึงสายลมเย็นสบายอีกด้วยจะว่าไปก็ได้กลิ่นดอกไม้กับกลิ่นหญ้าด้วยแฮะ วิศนะคิดในใจขณะเริ่มก้าวเท้าออกเดินเป็ครั้งแรก
ทำเกมออกมาได้เหมือนอยู่หรอก แต่ขอโทษทีเถอะ...
“แล้วฉันจะไปตรงไหนต่อดีล่ะฟะ!”
ชายหนุ่มครางเสียงหลงมองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กเพื่อหาถนนสักเส้นหรือป้ายบอกทางสักอย่างแต่กลับไร้ซึ่งวี่แววใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าในวินาทีถัดมาก็มีบางสิ่งเรียกสายตาของวิศนะให้หันไปมองได้
“นั่นมันตัวพิลึกอะไรล่ะน่ะ”
เบื้องหน้าเขามีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งคล้ายก้อนสีเขียวกลมดุกดิกกำลังะโไปมาอยู่กับที่ขนาดของสัตว์ประหลาดนั่นใหญ่พอๆ กับตัวเขาเลยทีเดียว หลังจากจดจ้องมองอยู่ห่างๆมาพักหนึ่ง ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะค่อยๆ ย่องเข้าไปหามันเงียบๆ
“หวัดดี นี่แกเป็ตัวอะไรวะครับ”
เขาเอ่ยทัก ก่อนจะยื่นหน้าไปมองใกล้ๆยิ่งพิศดูเท่าไหร่เ้าตัวนี้ก็มีลักษณะคล้ายเ้าตุ๊กตาล้มลุกเป่าลมน่าเตะอันหนึ่งเท่านั้นคำสรุปในใจที่เรียกรอยยิ้มให้ฉายวาบ ก่อนคนเก็บอาการหมั่นเขี้ยวไว้ไม่อยู่จะวาดแข้งหวดเข้าใส่ไอ้ก้อนสีเขียวนั่นเต็มแรง!
13!
ตัวเลขปริศนาลอยขึ้นมาบนหัวของตัวประหลาดสีเขียวนั่นครู่หนึ่งพอให้สายตาของวิศนะเหลือบขึ้นไปเห็น
“เลขอะไรวะ?” เขาเปรยงงๆ
“ผู้เล่นวิศนะได้ทำการโจมตีกรีนมัชรูม (GreenMushroom) ขอแนะนำให้หนีเพราะระดับพลังต่างกันมากเกินไป”
“ห๊ะ...หนีอะไร แล้วเสียงใครพูด?”
เ้าคนไม่รู้เื่ถามเสียงลั่นพลางเหลียวซ้ายแลขวาเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ดังขึ้นมาในหัวหากยังไม่ทันได้ทำอะไร ั์ตาสีน้ำตาลพลันต้องเบิกกว้างกับภาพเบื้องหน้าสิ่งมีชีวิตแปลกๆ สีเขียวๆที่เขาออกแรงเตะมันไปเมื่อครู่กลับกลายเป็ตัวประหลาดอะไรก็ไม่รู้รูปร่างคล้ายเห็ดตัวใหญ่ั์ประกอบด้วยลูกตาสีดำกลมโตใสแป๋วดูน่ารักรับกับปากที่บิดเป็ตัว W คล้ายปากแมว
แค่มองก็รู้เลยว่า...หายนะกำลังมาเคาะประตูบ้าน
“งานเข้าแล้วไงไอ้นะเอ๊ย…”
“ว้ากกกกกก!!!”
ย้อนเวลาไปเสียนานแล้วก็กลับมาสู่ปัจจุบันยามนี้วิศนะก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีไอ้เห็ดนรกตัวเดิมที่เขาเผลอไปเตะมันเข้าให้เมื่อไม่นานมานี้น่าสงสารไม่น้อยที่ไม่ว่าจะวิ่งหนีเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสลัดเห็ดเ้ากรรมนี่ให้พ้นๆไปได้เสียที!
“จะตามจองเวรอะไรกันนักหนาฟะ!”
ใจหนึ่งวิศนะก็อยากจะหันกลับไปฟัดมันให้รู้แล้วรู้รอดทว่าอีกใจหนึ่งของเขากลับค้านหัวชนฝาเพราะรู้ดีว่าหากพลาดท่าไปสะกิดตัวนั่นแม้แต่นิดเดียวเขาคงได้กล่าวสวัสดียมโลกแน่ๆจากที่เคยวิ่งอยู่บนทุ่งหญ้าโล่งๆตอนนี้เขาเผลอวิ่งพรวดเข้ามาอยู่ในป่าทึบที่มีต้นไม้สูงใหญ่ขวางทางระเกะระกะเต็มไปหมดได้ยังไงก็ไม่รู้ที่สำคัญ...มันทำให้วิ่งหนียากกว่าเก่าเสียอีก!!
“ให้ตาย ขืนวิ่งอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆมีหวังพลาดท่าโดนมันฆ่าเอาได้ง่ายๆ แน่” วิศนะบ่นอุบ “จะสู้กันตรงๆ ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่”
ว่าแล้วก็เหลือกตากลับไปมองเ้าเห็ดนรกซึ่งกำลังฉีกยิ้มกว้างให้ได้อย่างกวนอารมณ์เป็ที่สุด
“ได้การล่ะ ถ้าสู้ตรงๆไม่ได้มันก็ต้องเล่นกันทางอ้อม!”
จริงอยู่ที่ว่าเื่เกมเขาสุดแสนจะไม่ได้เื่แต่ถ้าเป็เื่การเอาตัวรอดเขาก็เก่งไม่แพ้ใครั์ตาสีน้ำตาลปราดมองสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว พลันวางแผนรับมือรวบรัดในหัวสายตาก็ไปสะดุดกับทางขาดด้านหน้าในระยะไม่ถึงสิบเมตร ใบหน้าดูดีจึงปรากฏรอยยิ้มกว้าง
ร่างสูงจัดแจงเร่งฝีเท้าด่วนจี๋ตรงไปยังทางขาดนั่นแล้วหยุดกึกตรงหน้าผาก้มลงดูได้ความว่าหลุมนี้คงลึกไม่ใช่เล่นถ้าหากตกลงไปคงไม่ต้องเดาสภาพหรอกว่าจะเหลือชิ้นดีมั้ย
อุกี๊~~!!
ไม่กี่วินาทีต่อมาเห็ดนรกเขียวปี๋นั่นก็ะโเข้าใส่วิศนะด้วยความโง่ส่วนบุคลในแบบที่เ้าคนวางแผนกระตุกยิ้มกว้างพอใจ
“ถ้าแกอยากจะเล่นวิ่งไล่จับนักก็เชิญตามสบายเลยแต่แกต้องลงไปเล่นต่อในนรกคนเดียวนะไอ้กร๊วก!”
สิ้นคำร่างสูงก็หมุนตัวหลบได้ก่อนที่เ้าเห็ดปุ้มปุ้ยนั่นจะพุ่งชนเขาจังๆซ้ำยังใช้สิ่งที่เรียกว่าบาทายันโครมเข้าให้กลางหลังของไอ้เห็ดผีนั่นจนมันถูกผลักอย่างนุ่มนวล(?)ลงไปในหลุมลึกปริศนาตรงหน้าตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลก!
กี๊~~~!!!
“ดูมัน ขนาดจะตายยังไม่วายร้องเสียงหลงอีก”
วิศนะเปรยขึ้นพลางก้มลงมองร่างเห็ดสีเขียวตัวใหญ่นั้นถูกกลืนไปกับความมืดของปากหลุมพร้อมกับเสียงร้องน่ารักของมันก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณอย่างน่าเวทนาแปลกๆ
จนกระทั่งมีเสียงหวานๆ ดังขึ้นมาจนวิศนะต้องชะงักไปอีกครั้ง
“ผู้เล่นวิศนะสามารถฆ่ากรีนมัชรูมสำเร็จได้รับค่าประสบการณ์8,500 และเลเวลได้เพิ่มขึ้นมาถึงระดับ 5”
เสียงปริศนานั้นต้องทำให้เขากระพริบตาปริบๆ
“ไอ้เสียงนี้อีกแล้วเมื่อกี้ก็ดังมาทีหนึ่งแล้วมันคืออะไรกันล่ะเนี่ย?”
เขาเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ กระทั่งเบื้องหน้าของเขาได้มีวัตถุบางอย่างปรากฏขึ้นมาพร้อมแสงสว่างเล็กๆจนกระทั่งเขาเพ่งมองแล้วจึงได้เห็น ม้วนกระดาษขนาดเหมาะมือ สปอร์เห็ดดูน่าขยะแขยงและขนนกสีขาวสะอาดตาเป็ชิ้นสุดท้าย
ซึ่งแม้จะเล่นเกมไม่เก่งเขาก็พอจะเดาได้ว่าของพวกนี้คืออะไร
“น่าจะเป็ของรางวัลที่ได้จากการส่งไอ้เห็ดบ้านั่นลงนรกไปได้สำเร็จสินะ”
พูดด้วยรอยยิ้มแล้วชายหนุ่มจึงก้มลงไปมองของพวกนี้ให้ชัดๆซึ่งของที่เขาได้มาจากการฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกในเกมได้สำเร็จก็คือ
แผนที่โลกระดับ3 (*แผนที่มีความละเอียดของเส้นทางระดับกลาง)
สปอร์เห็ดเขียวหายาก (*สปอร์เห็ดสามารถใช้ในการผสมยาได้)
ขนนกนางฟ้า (*ใช้ชุบชีวิตผู้เล่น)
“ว่าแต่ของรางวัลพวกนี้มันเอาไปทำอะไรได้บ้างล่ะเนี่ยที่เข้าท่าสุดเห็นจะเป็แผนที่นี่ซะละมั้ง”
ผิดแล้ว...แผนที่นั่นเอาไปขายในตลาดก็คงได้ราคาประมาณ 500เหรียญ
ส่วนของที่แพงที่สุดก็คือไอ้สปอร์เห็ดนั่นต่างหากราคาตลาดตอนนี้คงขายได้ถึง 25,000 เหรียญ และด้วยความฉลาดที่ตนเองแสนจะภูมิใจมองปราดเดียววิศนะก็เลือกหยิบแค่ขนนกกับแผนที่ขึ้นมาเท่านั้นส่วนสปอร์เห็ดสีเขียวดูน่าขยะแขยงนั่นชายหนุ่มตัดสินใจเอาเท้าเขี่ยให้มันกลิ้งตกหน้าผาตามร่างของเ้าของลงไปอย่างไม่ใยดี
“ไหนดูซิ...”
ว่าแล้วก็กางแผนที่ในมือขึ้นด้วยความหวังว่ามันจะช่วยนำทางให้กับเขาได้ไม่มากก็น้อยทว่าทันทีที่เปิดแผ่นกระดาษออกมันก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาเขาเล่นเอาเ้าตัวได้แต่หันรีหันขวางด้วยความฉงน
“อ้าว เปิดปุ๊บหายปั๊บเลยวุ้ย แผนที่อะไรเนี่ย!”
“้าดูแผนที่หรือคะ?”
เป็อีกครั้งที่มีเสียงหวานๆ ของหญิงสาวเอ่ยขึ้นมาในข้างหูเขาจนต้องสุ้งโหยงเล่นเอาคนไม่รู้เื่หันรีหันขวางอีกเป็การใหญ่
“ใครพูดน่ะ เสียงของหล่อนมันดังมาตลอดั้แ่เมื่อกี้แล้ว!”
“ดิฉันเป็ระบบ AI ส่วนตัวของคุณค่ะ”
“AI?” คนฟังยังคงงงอยู่ จึงได้แต่ทวนคำเสียงสูง “เธออยู่ตรงไหนล่ะ ออกมาให้ฉันเห็นหน้าหน่อยสิ”
“คำสั่งเกินระดับความสามารถค่ะ ดิฉันไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ค่ะ”
ั์ตาสีน้ำตาลหรี่แคบลง ก่อนวิศนะจะถอนหายใจเฮือก
“โอเค ไม่ออกก็ไม่ออก แล้วเธอมีหน้าที่ทำอะไร อย่าบอกนะว่ามาคอยแนะนำวิธีเล่นเกมให้ฉันอีกคน?”
“ดิฉันมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเล่นเกมให้คุณค่ะ”
“ขอคำอธิบายที่เข้าใจง่ายกว่านี้ได้มั้ย” วิศนะพูดพลางขยี้หัวไปมา
“รับทราบค่ะ ระบบ AI ส่วนตัวมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกต่างๆแก่ผู้เล่น ั้แ่การเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ หรือการให้ข้อมูลข่าวสารในเกมแก่ผู้เล่นนอกจากนี้ระบบ AIส่วนตัวยังสามารถพัฒนาระบบได้ถ้าหากได้รับการอัพเกรดที่ถูกต้องจากผู้เล่นส่วนตัวพวกเราจะคอยรับคำสั่งและอำนวยความสะดวกให้คุณอย่างสุดความสามารถค่ะ”
คำอธิบายยาวยืดเรียกรอยยิ้มให้กลับมาประดับบนดวงหน้าดูดีอีกครั้งพร้อมกับความคิดลิงโลดในใจ แบบนี้ก็เหมือนกับมียัยเอด้ามาเป็ของตัวเองเลยสิอีหรอบนี้การเล่นเกมก็ง่ายแล้ว มีฐานข้อมูลเกมตามหลังต้อยๆ
“ถ้างั้นเธอชื่ออะไรล่ะ?”วิศนะถาม
“ดิฉันยังไม่มีชื่อเป็ของตัวเองค่ะต้องรบกวนนายท่านช่วยจัดการให้”
“งั้นเหรอ” วิศนะลากเสียงก่อนยกมือขึ้นลูบคางด้วยสีหน้าครุ่นคิด “ถ้างั้นต่อไปนี้ฉันจะเรียกเธอว่าจินนี่ โอเคมั้ย?”
“รับทราบค่ะ ทำการเซฟชื่อของ AI จินนี่ .....ดาต้าเรียบร้อย ไม่ทราบว่านายท่านมีอะไรให้จินนี่รับใช้คะ?”
วิศนะฉีกยิ้มทันทีเมื่อโดนเรียกนายท่าน เสียงก็หวาน พูดก็เพราะ แถมยังเรียกเขาว่านายท่านอีกถ้าให้ดีซักหน่อยน่าจะมีหน้าตาสวยๆ โผล่มาให้เห็นด้วยนะ!
“ฉันอยากให้เธอช่วยหาที่อยู่ของผู้หญิงที่ชื่อวรัญญา ให้หน่อยได้มั้ย?”
“ไม่สามารถทำได้ค่ะ คำสั่งนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของจินนี่”
“อ้าวเหรอ ....เอองั้นเธอช่วยพาฉันไปส่งที่เมืองหลวงของเกมหน่อยได้มั้ย?”
“ไม่สามารถทำได้ค่ะคำสั่งนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของจินนี่”
“งั้นพาไปเมืองใกล้ๆ แถวนี้ก็ได้” เสียงวิศนะชักแข็ง
“ไม่สามารถทำได้ค่ะคำสั่งนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของจินนี่”
“งั้นค้นหาผู้เล่นคนอื่นแถวนี้ให้ทีได้มั้ยฉันไปถามจากพวกเขาแทนก็ได้”
“ไม่สามารถทำได้ค่ะคำสั่งนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของจินนี่”
“แล้วหล่อนทำอะไรได้มั่งวะเนี่ย!”
“จินนี่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนายท่านอย่างสุดความสามารถค่ะ”
คำตอบชัดเจนที่วิศนะแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นไม้ตายตามเ้าเห็ดบ้านั่นไปให้รู้แล้วรู้รอดนึกโมโหที่ทำไม AIของเกมนี้มันกวนประสาทกันได้ทุกตัวขนาดนี้ไอ้คนแรกก็ส่งเขามาเกิดที่ส่วนไหนของเกมก็ไม่รู้ ไอ้ตัวนี้ก็ไร้อารมณ์ แถมพูดวกไปวนมาอยู่ได้!!
“ทำไมหล่อนถึงได้ไร้ประโยชน์แบบนี้นะ!” วิศนะค่อนขอดให้เสียงสูง
“อาจเป็เพราะตัวจินนี่ยังอยู่ในระดับ 1และยังไม่ได้ทำการอัพเกรดเพิ่มข้อมูลใดๆ ทำให้ไม่สามารถช่วยอะไรนายท่านได้มากนักนอกจากเื่อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับหน้าต่างคำสั่งของนายท่านเท่านั้นค่ะ”
“เวร ต้องไปอัพเกรดอีกงี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกวินโดว์ 94 เลยล่ะสิ” เขาได้แต่ถอนใจ “แล้วเธอพอจะรู้บ้างมั้ยว่าเมืองที่ใกล้ที่สุดจากตรงนี้อยู่ทางไหนถ้าไปที่นั่นได้คุยกับผู้เล่นด้วยกันฉันอาจจะได้ข้อมูลอะไรที่ดีกว่าเธอที่ช่วยอะไรฉันไม่ได้เลยบ้าง”
“ทราบค่ะเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดจากตรงจุดนี้คือเมือง อัลบาสต้า ค่ะ”
“งั้นช่วยทำทางให้หน่อยได้มั้ย” วิศนะถามด้วยสีหน้าไม่หวังอะไรมากนัก
“จะทำการดาวน์โหลดแผนที่ระดับ 3ที่ได้รับมาเดี๋ยวนี้ค่ะ”
สิ้นเสียงของจินนี่หน้าต่างที่มีรูปแผนที่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของวิศนะ ทำให้พอจะรู้ได้คร่าวๆว่าแผนที่เมื่อครู่มันไม่ได้หายไปไหนแต่จินนี่ตัวดีดาวน์โหลดมันเก็บเข้าไปไว้ในสมองกลของตัวเองเรียบร้อยแล้วต่างหาก
“แล้วยังไงต่อล่ะเนี่ย”
“ตรงจุดสีเขียวในแผนที่คือนายท่านค่ะขณะที่จุดสีแดงที่เป็รูปเมืองนั่นคืออัลบาสต้า”
“แล้ว?”
“นายท่านต้องเดินเท้าไปค่ะ”
ว่าแล้วเชียว!
วิศนะะโก้องในใจพลางใช้นิ้วลากเส้นสีแดงในแผนที่วัดระยะทางจากจุดสีเขียวไปยังจุดสีแดงได้ตัวเลขกำหนดออกมาว่า 5 Km ...ถ้าจะให้เดานั่นก็คือระยะที่เขาต้องถ่อเดินเท้าไปจนถึงเมืองที่ว่า
“อุปสรรคเยอะจริงๆ เลยเว้ย แล้วจะไปหาคุณออนเจอตอนไหนวะเนี่ย”ั
พอมาคิดถึงตรงนี้ วิศนะก็ชะงักกึกไปทันที เขาดันลืมเื่สำคัญไปเสียสนิทเพราะมัวแต่วิ่งหนีไอ้เห็นผีนั่นซะเพลิน ความคิดในสมองเริ่มตีกันยุบยับก่อนจะเป่าปากโล่งใจเมื่อนึกได้ว่าดีเท่าไหร่แล้วที่เ้าหล่อนไม่มีโอกาสได้เห็นสภาพทุเรศสุดๆของเขาเมื่อครู่ เขาล่ะนึกอยากจะบ้าตายนี่ถ้าหากวันดีคืนดีเดินไปจ๊ะเอ๋เจอกับเ้าเพื่อนตัวแสบนั่นเข้า หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็ไม่ยอมเผยตัวให้พวกนั้นเห็นเด็ดขาด!ขืนยัยนุชจรีหรือเ้าธันวาเห็นว่าเขาเข้ามาเล่นเกมด้วยแล้วละก็มีหวังพวกนั้นต้องชวนไปเล่นด้วยกันแหงๆ
แล้วสุดท้ายก็ไม่วายขายขี้หน้าด้วยสภาพอุบาทว์สุดๆของตัวเองแหงๆ!
“บ้าเอ๊ย ลืมคิดเื่นี้ไปซะสนิท มัวแต่ห่วงเขาลืมห่วงตัวเอง ถ้าเจอหน้าจริงๆ สงสัยต้องแอบมองอยู่ห่างๆ แฮะ ...ใช่ ต้องอยู่ห่างๆห้ามให้ไอ้พวกนั้นเห็นหน้าเด็ดขาด!”
ตัดสินใจเสร็จ วิศนะก็เดินจ้ำอ้าวออกจากบริเวณป่ารกตรงหน้าด้วยความเร็วฝุ่นตลบด้วยกำลังใจที่ทั้งอยากเจอวรัญญา และ ไม่อยากเจอ...เอ๊ะยังไง...อยากจะไปดูด้วยตาว่ามีคนมาจีบเธอจริงมั้ยแต่ก็ไม่อยากให้เธอเห็นหน้าเขาเพราะกลัวจะโดนชวนมาเล่นเกมด้วยกันต่างหากเล่า
ชายหนุ่มยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไปโดยที่หารู้ไม่ว่าไอ้เห็ดเขียวนรกที่เขาเพิ่งจะถีบตกหน้าผาไปนั้นเป็มอนสเตอร์ที่เก่งกาจขนาดเพลเยอร์เลเวลมากกว่าเขาถึง20 เท่ารุมตียังไม่สามารถจะฆ่าได้ง่ายๆ แบบนี้เลย
ข้อมูลมอนสเตอร์
บอสเห็ดเขียว (กรีนมัชรูม)
เลเวล: 38
ธาตุ : ดิน(4)
เผ่าพันธุ์ : พืช
ค่าประสบการณ์ : 8500
พลังโจมตี B พลังป้องกัน C
เวทมนตร์ E ความเร็ว D
ทักษะ E โชค D
HP : 15,000
บอสเห็ดหายากที่จะเกิดขึ้นมาทุกๆสามชั่วโมง ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนมาล่านักเพราะความสามารถของมันเก่งเกินกว่าค่าประสบการณ์ที่ได้อีกทั้งไอเท็มที่ดรอปไม่ค่อยคุ้มค่ากับการเสี่ยงเท่าไหร่
สำนักงานของบริษัทไพรด์
ห้องทำงานของโอเปอเรเตอร์ปรากฏบนเตียงนอนขนาดพอดีตัวสำหรับหญิงสาวน่ารักผู้หนึ่งกำลังยันตัวขึ้นนั่งขณะใช้มือสองข้างดึงเครื่อง P.M. ออกจากศีรษะ โดยรอบๆห้องแห่งนี้นั้นจะมีเพียงเตียงนอนวางเรียงกันอยู่หลายสิบตัว ขณะที่ข้างๆนั้นมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันซึ่งมันก็คือห้องทำงานสำหรับเหล่าเ้าหน้าที่ด้านเท็คนิคของโลกไพรด์ที่จำเป็จะต้องใช้การนอนสำหรับทำงานนั่นเอง
“อ้าว ออกเวรแล้วเหรอครับ เอด้า?”
ไม่ช้าจึงมีเสียงห้าวๆเอ่ยทักจากอีกด้านหนึ่งพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินผ่านเตียงนอนนั้นไปพร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ดำในมือส่งให้หญิงสาวที่นั่งงัวเงียอยู่บนเตียงต้องชะงักและหันมาสบตาด้วย
“อยู่นอกเวลางานแล้วเลิกเรียกฉันอย่างนั้นซักทีเถอะน่า” เ้าหล่อนย้อนเสียงแข็ง
“ฮ่าๆ ขอโทษทีครับ พี่เอม”ชายหนุ่มว่าพร้อมยิ้มกว้าง “เป็อะไรไปล่ะพี่ดูท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ พี่เป็ถึงโอเปอเรเตอร์คนสวยของพวกเราเชียวขืนไปทำหน้าบึ้งแบบนี้กับลูกค้ามีหวังพวกเขาเผ่นหนีไม่ยอมมาเล่นเกมของเรากันพอดี”
“จะไม่ให้พี่โมโหได้ยังไงล่ะ!” หญิงสาวโต้เสียงสูง “เมื่อกี้ฉันเพิ่งเจอผู้เล่นมือใหม่คนนึงมันกวนประสาทอ้อนเท้าให้น่ะสิมันน่ะพูดจากวนอารมณ์สุดๆ ไปเลย จะบอกวิธีเล่นเบื้องต้นให้ก็ไม่ฟัง จะเข้าไปเล่นเอาท่าเดียวพอพี่ถามว่าจะให้วาร์ปส่งไปเมืองไหน มันตอบว่าจะไปไหนรู้มั้ย?”
“ไปไหนเหรอครับ”
“เชียงใหม่!” หญิงสาวร้องลั่น
ส่วนผู้ชายตัวสูง หน้าอ่อน ใส่แว่นตรงหน้ากลับหัวเราะก๊ากเลยทีเดียว
“แล้วพี่ส่งเขาไปถึงดอยอินทนนท์รึเปล่าล่ะ?”
“ไม่ตลกเลยนะ ทศ!” เธอว่าเสียงแข็งพลางตวัดสายตาจ้องคนตรงหน้าเขม็ง
“แล้วพี่ทำยังไงต่อล่ะอย่าบอกนะว่าไปเม้งแตกใส่ผู้เล่นคนนั้นน่ะ”
“ขืนทำแบบนั้นฉันก็ตกงานกันพอดีสิ” โอเปอเรเตอร์สาวตอบด้วยสีหน้าหนักใจ “ฉันต้องตั้งสติอยู่ตั้งนานกว่าจะพูดด้วยรู้เื่แต่ให้ตายสิ อีตานี่มันกวนประสาทสุดๆ เลยอ่ะ หน้าตารึก็หล่อดีหรอกแต่นิสัยน่าโมโหเป็บ้า มีอย่างที่ไหนพอเจอหน้ากันมีมาบอกว่า ‘พี่หน้ามัธยมแต่นมระดับมหาลัยซะงั้น’!!”
คำปิดท้ายที่คนฟังต้องยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะเกือบไม่ทัน
“ทศ!” เอมวิกาแหวเสียงดัง
“ขอโทษๆ ไอ้หมอนั่นมันก็เข้าใจพูดนะ ก็พี่น่ะหน้าอ่อนจะตายไปแถมแต่งตัวซะเหลือกินขนาดนั้น จะโดนแซวแบบนั้นมันก็ธรรมดาไม่ใช่เหรอแล้วอีกอย่างไอ้หน้าอกใหญ่ๆ นั่นน่ะ พี่ก็เป็คนไปรีทัชเสริมให้ตัวละครเองนี่”
ใบหน้าขาวๆ ของหญิงสาวขึ้นสีวูบก่อนเ้าหล่อนจะเบือนหน้าหลบสายตา เพราะจนใจกับคำวิจารณ์ที่แสนตรงของชายหนุ่ม...ก็อย่างน้อยๆ ภายในโลกไพรด์ก็ขอให้เธอได้เติมเต็มปมด้อยของตัวเองบ้างจะเป็ไรไป!
“ไม่รู้ล่ะ! ฉันอารมณ์เสียเพราะไอ้หมอนั่นชื่อวิศนะ หรืออะไรซักอย่างนี่ล่ะ คอยดูเถอะ ถ้าเจอกันคราวหน้าแม่จะจับส่งไปในดันเจี้ยนร้าง...เอาโหดสุดๆไปเลย!!”
“แหะๆ นี่หรือโอเปอเรเตอร์มือหนึ่งของไพรด์เ้าคิดเ้าแค้นกับเื่ไม่เป็เื่จริงๆ”ทศพูดพลางส่ายหน้า “แต่ผมก็ยอมรับนะว่าพี่เป็มืออาชีพจริงๆขนาดโดนกวนไปแบบนั้นแล้วยังทนทำหน้าที่ของตัวเองจนจบได้”
“ใครบอก ฉันเพิ่งจะส่งนายนั่นไปให้บอสเห็ดเขียวละเลงเืมาต่างหากล่ะ!”
หญิงสาวเอ่ยเย็นเยียบ พร้อมระบายรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างสะใจ
“หา!! พี่ว่าไงนะ!!”
“ก็บอกว่าเพิ่งส่งมันไปให้บอสเห็ดละเลงเืมาไง” เ้าหล่อนเอ่ยเนิบๆ ราวกับพูดเื่ดินฟ้าอากาศ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ “ตอนค้นข้อมูลพอดีเห็นมันกำลังโดดดึ๋งดั๋งไปมาน่ารักอยู่แถวดันเจี้ยนอัลบาสต้าพอดีก็เลยจัดแจงส่งอีตานั่นไปซะเลย”
“เฮ้ย!พี่ทำแบบนั้นได้ยังไง หมอนั่นเป็ผู้เล่นใหม่ไม่ใช่เหรอ เลเวล 1 แบบนั้นส่งไปเจอบอสเห็ดก็ได้สวัสดียมโลกเลยสิพี่!”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว” ว่าแล้วก็ยกเท้านั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์
“ผมอุตส่าห์ชมว่าพี่เป็มืออาชีพอยู่หมาดๆขอถอนคำพูดคืนดีกว่า” ทศว่า “กะอีแค่เขามาว่าพี่แค่นี้เนี่ยนะถึงกับส่งเขาไปตายเลยเหรอพี่นี่ถ้าหากเขากลับมาฟ้องบริษัทเราขึ้นมา ถามหน่อย พี่จะทำยังไง”
“ต๊าย!มันฟ้องพี่ไม่ได้หรอกย่ะ ก็หมอนั่นดันบอกเองว่า ‘จะส่งผมไปที่ไหนก็เชิญ’ พี่ก็เลยส่งไปตามที่้าไง แต่เป็หน้าปากประตูนรกนะ”ว่าแล้วก็แสยะยิ้มกว้าง “อีกอย่าง ตานั่นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เป็โอเปอเรเตอร์กลับนึกว่าพี่เป็ AI ทึ่มขนาดแค่แยกคนกับ AI ยังไม่ออกก็สมควรตายแล้วย่ะ!”
ทศได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจขณะใช้สายตาเหลือบมองสาวสวยในคราบซาตานตรงหน้า สุดท้าย ชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนใจยาว
เป็ถึงโอเปอเรเตอร์มือหนึ่งของไพรด์แท้ๆมาทำตัวแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย เฮ้อ...ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมอายุ 28 แล้วแต่ยังหาแฟนไม่ได้สักคน!
“เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ ทศ?” เธอเงยหน้าถามเสียงแข็ง
“เปล่านี่พี่ ผมไม่ได้พูดอะไรสักหน่อยขอตัวก่อนนะ ถึงเวรผมไปทำงานบ้างแล้ว”