ตอนที่ 21 ความรักในครอบครัวที่ซ่อนอยู่
ตอนที่ 21แกร๊ก !! จันทร์วาดตั้งขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองจอดเอาไว้ในบ้านก่อนจะเดินถือข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเดินเข้าบ้านไป“อ้าวแม่กลับมาแล้วเหรอ !!”เมื่อจันทร์วาดเดินเข้ามาเธอก็ได้ยินเสียงไอ้ทิศลูกชายของเธอ“หือวันนี้มึงมาแปลกไหงตื่นเช้างี้วะ” จันทร์วาดถามอย่างแปลกใจ“ก็ไม่มีอะไรหรอกแม่แค่ปวดฉี่” ทิศตอบ“งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นเอาน้ำขิงนี่ไปกินแล้วก็แกะใส่ชามให้กูด้วยกูจะเอาของไปเก็บ” จันทร์วาดบอกก่อนจะส่งถุงเต้าฮวยน้ำขิงให้ลูกชายไป“โอเคแม่” ทิศพยักหน้าก่อนจะรับถุงนั่นและเดินไปหยิบชามมาสองใบกึก !! เมื่อได้ชามมาแล้วทิศก็หยิบถุงเต้าฮวยน้ำขิงออกมาก่อนจะคว่ำถุงลงและใช้ฟันกัดกระชากที่ก้นถุงจนกลายเป็นรูใหญ่และเทมันใส่ชาม“ทำไมมึงไม่แกะให้มันดีๆวะกัดแบบนั้นเดี๋ยวก็ฟันเสียหรอกไอ้ห่า” จันทร์วาดว่าลูกชาย“โธ่แม่ร้านป้าหยกรัดยางแน่นจะตายไม่รู้จะรัดให้ถุงป่องอะไรนักหนาแกะโคตรยากอย่างนี้แหละสะดวกกว่าเยอะ” ทิศพูดก่อนจะใช้ฟันกัดอีกถุงและเทลงไป“มึงนี่นะเถียงคำไม่ตกฟากมันแกะยากก็ใช้มีดตัดเอาสิ” จันทร์วาดบอก“ขี้เกียจไปหยิบอ่ะแม่” ทิศพูด“มึงนี่นะแค่นี้ก็ขี้เกียจแล้วโตไปจะทำมาหากินอะไรเนี่ยมึง” จันทร์วาดส่ายหน้า“อ้าวทีแม่ยังขี้เกียจเลยทุกวันนี้ทำงานอาทิตย์ละวันแถมงานแม่แค่ออกไปเก็บเงินไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จอีกทั้งยังแต่งตัวยังกับมนุษย์ป้าไม่เหมือนพ่อแม่บ้านอื่นเขาเลยดูอย่างตอนปฐมนิเทศประชุมผู้ปกครองดิพ่อแม่คนอื่นเขาใส่สูทบางคนก็ใส่ชุดทหารชุดตำรวจมาประชุมผู้ปกครองแต่แม่ดันใส่เสื้อยืดกางเกงสามส่วนไปประชุมซะงั้นอ่ะ” ทิศพูด“อ้าวแล้วมึงจะไปสนใจพ่อแม่บ้านอื่นเขาทำไมกูยังไม่สนใจเลย” จันทร์วาดพูดก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว“ก็ผมอยากให้แม่ดูดีบ้างนี่แม่ไม่อายพ่อแม่บ้านอื่นเขาหรือไง” ทิศบอก“ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นาจะไปอายทำไมวะรีบกินเถอะมึงจะได้ไปอาบน้ำเดี๋ยวกูจะทำกับข้าวให้” จันทร์วาดพูด“อืม” ทิศพยักหน้าก่อนจะรีบตักเต้าฮวยน้ำขิงเข้าปาก“ว่าแต่ปฐมนิเทศประชุมผู้ปกครองปีนี้เมื่อไหร่ล่ะมึงไม่เห็นบอกกูเลย” จันทร์วาดสงสัยจึงถามเพราะปกติลูกชายเธอจะบอกก่อนตลอดกึก !! ทิศที่กำลังตักเต้าฮวยน้ำขิงเข้าปากอยู่ชะงักไปทันที“เอ่อ...” ทิศได้แต่อ้ำอึ้งไม่ตอบออกมา“ว่าไงเมื่อไหร่กูจะได้จดไว้” จันทร์วาดถามอีกครั้ง“เอ่อ...ผมก็ไม่รู้ดิแม่จำไม่ได้เอาไว้เดี๋ยวถามเพื่อนให้นะ” ทิศโกหกออกไปเมื่อโดนคาดคั้นจริงๆแล้วเขารู้ว่าต้องไปปฐมนิเทศเมื่อไหร่ปีนี้แม่ไม่ต้องไปหรอกนะผมโตแล้วไปคนเดียวได้แม่ไปเดี๋ยวจะโดนคนอื่นพูดเสียๆหายๆอีกถึงแม่จะไม่คิดและไม่แคร์ที่คนอื่นพูดแต่ผมไม่ใช่ผมไม่ชอบให้คนอื่นมาพูดถึงแม่แบบนั้น ทิศคิดในใจก่อนจะนึกย้อนกลับไปหลายปีก่อนวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งซึ่งทิศและแม่ก็ได้มาถึงโรงเรียนตามปกติซึ่งพอเข้ามาในห้องเรียนครูก็จะให้ผู้ปกครองไปยืนรอหลังห้องก่อนครูจะเริ่มอธิบายแผนการสอนให้ผู้ปกครองฟัง“นี่ๆนายชื่อทิศใช่ป่ะเราโจ้นะนายพาใครมาอ่ะแล้วคนไหน” เพื่อนนักเรียนใหม่ที่นั่งข้างๆกระซิบถาม“ดีโจ้เราพาแม่มานั่นไงแม่เรา” ทิศหันไปมองแม่ที่อยู่หลังห้องก่อนจะชี้ให้เพื่อนใหม่ดู“โหแม่นายเหรอเรานึกว่าป้าเสียอีก” โจ้เพื่อนนักเรียนใหม่ของทิศพูดเมื่อเห็นแม่ของทิศซึ่งโจ้เพื่อนใหม่ของทิศนั้นไม่ได้มีเจตนาแดกดันหรือว่าร้ายอะไรเขาก็แค่พูดสิ่งที่คิดออกมาเท่านั้นซึ่งเด็กวัยนี้ส่วนมากก็มีนิสัยพูดอะไรโดยไม่ยั้งคิดแบบนี้แทบทุกคน“ทำไมถึงคิดว่าเป็นป้าเราอ่ะ” ทิศทำหน้าสงสัย“ก็ดูแต่งตัวดิดูยังไงก็ป้าชัดๆดูแม่เราดิใส่ชุดทำงานมาเลยอ่ะ” โจ้พูดพลางชี้ให้ดูแม่ตัวเองที่ใส่ชุดสูทของพนักงาน“เห...แม่นายทำงานอะไรเนี่ย” ทิศมองดูแม่เพื่อนคนใหม่ของเขาก่อนจะถาม“แม่เราเป็นเลขาบริษัทนำเข้าสินค้าอ่ะแล้วแม่นายอ่ะ” โจ้ตอบ“แม่เราเป็นเจ้าของตลาดใกล้โรงเรียนนี่แหละ” ทิศบอก“ไอ้ตลาดเล็กๆที่มีสิบกว่าแผงนั่นน่ะเหรอ !!” โจ้อุทาน“ใช่ตลาดนั้นแหละมีสิบห้าแผง” ทิศพยักหน้า“แบบนี้แม่นายก็เก็บค่าแผงรวยตายเลยสิได้เงินค่าแผงตลาดเดือนเท่าไหร่เหรอ” โจ้พูด“ไม่รู้สิไม่เคยถามแม่แต่เราไปช่วยแม่เก็บค่าแผงทุกสัปดาห์นะ” โจ้พูด“อ้าวไม่ได้เก็บเป็นเดือนเหรอ” โจ้สงสัย“เปล่าเห็นแม่เคยบอกว่าเก็บแบบนี้ดีกว่าเพราะถ้าเก็บเป็นเดือนเงินมันจะเป็นก้อนเกินไปเดี๋ยวพวกพ่อค้าแม่ค้าจะชักหน้าไม่ถึงหลัง” ทิศพูดตามที่แม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ฟัง“เหรอแล้วแม่นายเก็บค่าแผงสัปดาห์ละเท่าไหร่เหรอ” โจ้ยังถามไม่หยุดจนทิศเริ่มรำคานเพราะไม่รู้จะถามอะไรนักหนา“สัปดาห์ละร้อย” ทิศตอบเสียงแข็งๆ“อืม...ร้อยนึงสินะ” โจ้พยักหน้าก่อนจะหยิบดินสอออกมาและเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษทิศชะโงกหน้าไปมองก่อนจะเห็นว่าโจ้เพื่อนใหม่ของเขากำลังคิดเลขอยู่“สิบห้าคูณหนึ่งร้อยเดือนนึงมีสี่ครั้งก็คูณสี่เท่ากับหกพัน” โจ้คิดเลขรายได้ที่แม่ทิศจะได้ต่อเดือนควับ !! เมื่อคิดเสร็จแล้วโจ้ก็หันควับมามองทิศก่อนจะเบิกตากว้าง“นี่แม่นายได้เดือนละหกพันเองเหรอน้อยชะมัดสู้แม่เราก็ไม่ได้เงินเดือนแม่เราเดือนละตั้งเกือบสี่หมื่นยังไม่รวมเงินเดือนของพ่ออีกนะรวมๆแล้วเป็นแสนเลยถึงว่าทำไมแม่นายแต่งตัวดูจนแบบนั้นที่แท้ก็จนจริง !!” โจ้พูดออกมาซึ่งตามปกติแล้วเด็กในวัยนี้ก็ชอบอวดโน่นอวดนี่เป็นธรรมดาไม่ว่าจะอวดเรื่องที่บ้าน อวดเครื่องแต่งกายมียี่ห้อ อวดของเล่น อวดฉลาดหรืออวดอะไรก็แล้วแต่ซึ่งมันเป็นธรรมดาของเด็กในวัยนี้(ไรท์ : สมัยมัธยมต้นไรท์เองก็ขี้อวดเหมือนกันนะชอบเอาโน่นเอานี่ไปอวดที่โรงเรียนแต่พอสักมอสามก็เลิก)“แม่เราไม่ได้จนแม่เราแค่ประหยัด !!” ทิศที่โดนเพื่อนใหม่พูดแบบนี้ก็เริ่มโมโหจนขึ้นเสียงดังทำให้ครูที่อยู่หน้าห้องเริ่มต่อว่า“นี่นักเรียนตรงนั้นน่ะเงียบๆหน่อย !!”“ขอโทษครับ/ขอโทษครับครู !!” ทิศกับโจ้รีบขอโทษก่อนจะเงียบไปทันทีจากนั้นพอขึ้นมัธยมต้นปีที่สองและปีที่สามเวลามีปฐมนิเทศทีไรทิศก็มักจะได้ยินเพื่อนที่ย้ายมาใหม่หรือเปลี่ยนห้องมาพูดถึงแม่เขาประจำเพราะแม่เขานั้นเวลามาปฐมนิเทศจะแต่งตัวธรรมดาเหมือนอยู่บ้านไม่เหมือนผู้ปกครองคนอื่นๆที่แต่งเต็มยศซึ่งบางคนใส่ชุดตำรวจ บางคนใส่ชุดทหาร บ้างก็ใส่ชุดสูทพนักงานออฟฟิศมาต่างจากแม่ของเขาที่ใส่แค่เสื้อยืดกางเกงสามส่วนแบบที่ผู้หญิงมีอายุชอบใส่กันเพราะแบบนั้นแม่เขาจึงเด่นกว่าคนอื่นและเมื่อเป็นดังนั้นพอจบชั้นมัธยมต้นปีที่สามทิศจึงคิดว่าปีหน้าแม่ไม่ต้องมาแล้วก็ได้เพราะมัธยมปลายจะต้องมีเพื่อนใหม่เข้ามาอีกแน่นอนเพราะอาจจะมีหลายคนที่ย้ายมาจากที่อื่นเพื่อเข้ามัธยมปลายที่โรงเรียนของเขาและถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงได้ยินคนพูดถึงแม่เขาอีกครั้งซึ่งเขาไม่ชอบเวลามีคนอื่นมานินทาแม่เขานั่นเองกลับมาปัจจุบัน“ผมไปอาบน้ำก่อนนะแม่แล้วก็อยากกินไข่เจียวอ่ะแม่ทำให้หน่อยดิเอาเค็มๆนะ” ทิศลุกขึ้นก่อนจะเก็บจานไปแช่น้ำทิ้งไว้ในอ่างล้างจาน“เออเดี๋ยวกูทำให้แต่กูไม่ทำเค็มๆให้หรอกนะเดี๋ยวมึงเป็นโรคไตจะลำบากกูอีก” จันทร์วาดบอก“โธ่แม่ผมชอบเค็มๆอ่ะทำให้หน่อยนะแม่นะใส่น้ำปลาสามช้อนโต๊ะก็พอ !!” ทิศต่อรอง“กินบ้านมึงตั้งสามช้อนมึงเป็นบ้าเรอะไอ้ลูกเวร !!” จันทร์วาดถลึงตาใส่“งั้นสองก็ได้” ทิศยังไม่ยอม“ช้อนเดียว...กูให้มึงช้อนเดียว” จันทร์วาดยื่นคำขาด“โธ่...ก็ได้ช้อนเดียวก็ได้เอากรอบๆหน่อยนะแม่” ทิศยอมแม่ในที่สุดเพราะถ้าไม่ยอมมีหวังไม่ได้กินแน่“เออรีบไปอาบน้ำไป” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะไล่ลูกชายให้ไปอาบน้ำฟุ่บ !! แกร๊ก !! ปัง !! ทิศเดินถือผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปห้องน้ำก่อนจะปิดและลงกลอนประตูเมื่อทิศเดินเข้าไปแล้วจันทร์วาดจึงพูดออกมา“ช้อนเดียวแต่กูไม่ได้บอกนี่ว่าช้อนอะไรกูจะใส่ให้มึงแค่หนึ่งช้อนชาก็พอแล้วไอ้ทิศแม่งไปติดกินเค็มจากใครมาเนี่ยหรือว่าเป็นที่โรงเรียนวะสงสัยเปิดเทอมกูต้องทำข้าวใส่กล่องให้มันไปกินโรงเรียนละมั้ง” จันทร์วาดพูดออกมาก่อนจะมองไปที่น้ำปลาที่อยู่ในครัวซึ่งมันเป็นยี่ห้อที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไปเพราะน้ำปลาที่บ้านเธอใช้นั้นเป็นน้ำปลาอย่างดีไม่มีโซเดี้ยมขวดละเกือบสองร้อยบาทซึ่งต่างจากน้ำปลาปกติที่ขวดละไม่ถึงสามสิบบาท(ไรท์ : น้ำปลาตราปลาหมึกขวกละ 29 ทิพรส ก็ 29 ส่วนพวกยี่ห้อแพงๆนั้นจะตกอยู่ที่ขวดละ 180-250 บาทแถมขวดยังเล็กเพียงแค่ 300 ml. อีกด้วยต่างจากน้ำปลายี่ห้อถูกๆที่มีขนาดอยู่ที่ 700 ml.++ ส่วนที่บ้านไรท์นั้นใช้ของ Mega Chef ขวดละ 100)จากนั้นจันทร์วาดก็รีบจัดการเต้าฮวยน้ำขิงให้เสร็จก่อนจะลุกขึ้นไปหุงข้าวและทำกับข้าวมื้อเช้าให้เรียบร้อยจบ...