หลงอี้ฟางเดินทางมาถึงหน้าประตูเมือง แต่ในขณะที่นางกำลังจะก้าวขาเข้าเมืองหลงอี้ฟางก็ถูกทหารที่เฝ้าประตูเมืองหยุดไว้เสียก่อน
หลงอี้ฟางทำขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่นางก็ไม่้ามีปัญหาจึงปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วแล้วพูดขึ้น “ เหตุใดพวกเ้าถึงได้เข้ามาขวางมิให้ข้าเข้าเมือง ”
ทหารที่เฝ้าประตูเมืองมิได้แสดงท่าทีรังเกียจที่นางถามเื่ง่าย ๆ เช่นนี้แต่อย่างใด เพราะหลงอี้ฟางที่อยู่ในร่างของจิ้งจอกเก้าหางนั้นงดงามเป็อย่างมาก
หนึ่งในทหารเฝ้าประตูเมืองพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ เ้ายังมิได้จ่ายค่าเข้าเมือง พวกข้าจึงจำเป็ต้องมาขวางทางไว้ เพื่อมิให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม ทุกครั้งที่มีผู้อื่นเข้าเมืองแห่งนี้หากมิใช่คนของเมืองนี้ย่อมต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็จำนวน 1,000 เลน หากแม่นางจ่ายค่าเข้าเมืองแน่นอนว่าพวกข้าย่อมมิคิดขวางทางอีก ”
หากเป็ผู้อื่นที่มิใช่หลงอี้ฟางที่งดงามคงจะถูกทหารสั่งสอนไปแล้ว และมิเสียเวลามาอธิบายอะไรยืดยาวเช่นนี้
หลงอี้ฟางที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็พึ่งนึกได้ว่าการเข้าเมืองต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ในตอนนี้นางไม่มีเงินเลยสักเลนแล้วนางจะเข้าเมืองได้อย่างไร
หลงอี้ฟางจึงใช้วิธีที่นางถนัดคือการทำให้ผู้อื่นรู้สึกลุ่มหลง แม้ในตอนนี้พลังของนางจะยังไม่แข็งแกร่ง แต่กับทหารเฝ้าประตูเมืองที่พลังพอ ๆ กับนางหรือต่างกันเพียงเล็กน้อยย่อมมิใช่ปัญญา
พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าในตอนนี้เริ่มมีควันสีม่วงออกมาจากมือของหลงอี้ฟาง เมื่อควันสีม่วงออกมาแล้วมันก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปยังเหล่าทหารเฝ้าประตูเมือง ทำให้เขาเผลอสูดหมอกสีม่วงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
เพียงไม่นานหลงอี้ฟางก็พูดด้วยน้ำเสียงหวาน “ ต้องขออภัยพวกท่านด้วย พอดีในตอนนี้ข้ายังไม่มีเลยสักเลน ได้โปรดเห็นแก่คนทุกข์ยากให้ข้าเข้าเมืองไปก่อนได้ไหม ”
ทหารเฝ้าประตูที่เหมือนคนไร้สติก็พยักหน้าเบา ๆ แล้วหลีกทางให้หลงอี้ฟางโดยง่าย
หลงอี้ฟางที่เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ส่วนคนอื่นที่ต่อแถวแม้จะเห็นเหตุการณ์นี้ แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าเพราะหลงอี้ฟางงดงามพวกทหารจึงขอจ่ายค่าเข้าเมืองให้ เื่ราวเช่นนี้มักเห็นกันบ่อย ๆ
แต่หลงอี้ฟางย่อมมิ้าเสี่ยงลองใช้วิธีการนั้น เพราะหากมันไม่ได้ผลอาจกลายเื่ใหญ่ขึ้น จนถึงขั้นถูกสั่งห้ามเข้าเมืองได้เหมือนกัน หลงอี้ฟางจึงเลือกใช้พลังตัวตนเองที่มีความแน่นอนกว่าแทน
หลงอี้ฟางเดินเข้ามาในเมือง นางก็เริ่มต้นด้วยการสำรวจเมืองไปรอบ ๆ เพราะแม้นางจะเคยอยู่ในโลกนี้จริงทั้งยังได้อ่านนิยายที่สวี่เจ๋อเขียนอีกด้วย
แต่เื่บางอย่างที่เล็กน้อยนางก็จำไม่ค่อยได้แล้ว หลงอี้ฟางจึงคิดอยากทำความรู้จักกับโลกมหาเทพอีกครั้ง แล้วนางยัง้าหาวิธีการหาเงินสำหรับการใช้จ่ายอีกด้วย
แม้นางจะสามารถทำให้ผู้อื่นลุ่มหลงแต่มันก็ไม่ถาวร อีกทั้งในขณะที่นางยังไม่แข็งแกร่งหากใช้พลังมัว ๆ ไปกลายเป็ว่าไปแตะต้องคนที่ไม่ควรเข้าคงไม่ดีแน่ หลงอี้ฟางพยายามรอบคอบให้มากที่สุด เพื่อเป้าหมายที่นาง้านั้นคือการแก้แค้นหลูเฟยฉี
หลงอี้ฟางที่เดินดูจนทั่วเมืองก็พบว่านางแทบไม่พบวิธีการที่ตนจะสามารถหาเงินได้เลย จะให้นางไปปรุงยาเหมือนในนิยายเื่อื่น ๆ ที่เคยอ่าน หลงอี้ฟางก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเศร้าปนรู้สึกตลกกับตัวเอง
เพราะหลงอี้ฟางไม่มีทักษะการรักษาหรือความรู้ในเื่ปรุงยาเลยสักนิด ใช้ให้นางไปฆ่าใครจะง่ายเสียกว่า แล้วอยู่ ๆ ก็ดูเหมือนหลงอี้ฟางจะคิดบางอย่างออก นางยกยิ้มด้วยความอารมณ์ดี
‘ จริงสิ ข้าสามารถไปที่โถงภารกิจของเมืองเพื่อรับภารกิจได้ ต่อให้เป็งานง่าย ๆ อย่างการหาสมุนไพรก็น่าสนใจเหมือนกัน แม้จะได้เงินไม่เยอะ แต่ถ้าได้เริ่มทำอะไรบางทีข้าอาจโชคดี แล้วก็ใช้่นี้เวลานี้ฟื้นฟูพลังไปด้วย หากแข็งแกร่งขึ้นก็สามารถทำงานที่ได้รับเงินมากขึ้นได้อีก ฮ่า ๆ ๆ ท่านหลงอี้ฟางฉลาดจริง ๆ ’
หลงอี้ฟางที่คิดได้แบบนั้นนางก็เริ่มถามผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ว่าโถงภารกิจของเมืองนี้อยู่ที่ไหน ในโถงภารกิจนางไม่จำเป็ต้องกังวลเื่การโกงเงินแต่อย่างใด เพราะเ้าเมืองเป็ผู้ดูแลเอง
เว้นแต่นางจะโชคร้ายจริง ๆ คือไปเจอกับเ้าเมืองที่้าสละเมืองหนีทำให้เขาเลือกที่จะโกงเหล่าผู้ทำภารกิจ แต่โอกาสที่จะเจอเื่ราวเช่นนั้นก็น้อยมาก เพราะหากทางจักรวรรดิรู้เื่นี้พวกเขาย่อมมีการออกคำสั่งให้ตามล่าเ้าเมืองผู้นั้นในทันที
โถงภารกิจของเมือง
ไม่นานหลังจากนั้นหลงอี้ฟางก็เดินทางมาถึงโถงภารกิจ นางเดินเข้าไปด้านในเจอคนกำลังพูดคุยกันมากมาย บางคนก็หาคนเข้ากลุ่ม บางคนก็ยืนดูภารกิจอยู่
หลงอี้ฟางที่เป็หน้าใหม่เมื่อเข้าไปข้างใน ทำให้มีพนักงานออกมาสอบถามว่านาง้าทำเื่อะไร “ ท่าน้ารับทำภารกิจหรือว่า้าสร้างภารกิจเ้าคะ ”
หลงอี้ฟางที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็พูดขึ้น “ ข้า้าทำภารกิจ ”
พนักงานพยักหน้าเบา ๆ “ ท่านมีบัตรผู้รับภารกิจไหมเ้าคะ ”
หลงอี้ฟางส่ายหน้า เพราะนางไม่เคยรับทำภารกิจเลยสักครั้ง นางจะไปมีของแบบนั้นได้อย่างไร เมื่อพนักงานเห็นว่าหลงอี้ฟางไม่มี นางจึงเดินนำหลงอี้ฟางให้ไปตรวจสอบพลังเพื่อรับบัตรแทน โดยในขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเป็จำนวน 500 เลน
หลงอี้ฟางกลับไม่มีแม้แต่เลนเดียว และนางก็ไม่กล้าเสี่ยงใช้พลังลุ่มหลงในที่ที่เต็มไปด้วยคนแข็งแกร่ง
แต่ครั้งนี้หลงอี้ฟางไม่้าเสียเวลาจึงพยายามสำรวจว่าร่างกายนี้ได้ซ่อนของมีค่าไว้หรือไม่ แต่นางก็ไม่พบอะไร เว้นแต่นางจะขายเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ซึ่งนั้นเป็ไปไม่ได้แน่นอน หลงอี้ฟางจึงขอตัวออกมาบอกว่าจะมาตรวจสอบพลังเพื่อรับบัตรวันหลัง
หลงอี้ฟางที่อยากจะร้องไห้เพราะไม่มีเงินก็ได้แต่เก็บอารมณ์เอาไว้ นางเริ่มเดินไปรอบ ๆ เมืองอีกครั้งเพื่อดูว่าจะทำอะไรเพื่อหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้างแต่ก็ไม่พบอะไร
ในขณะที่หลงอี้ฟางกำลังจะนั่งพักนางก็ไปเจอกับหญิงสาวที่กำลังจะถูกลักพาตัวเข้า หลงอี้ฟางไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยอีกฝ่ายทันที เพราะนางเห็นว่าชุดที่หญิงสาวผู้นั้นใส่มีคุณภาพดี
แม้จะไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่เพียงมองหลงอี้ฟางก็เหมือนเห็นถุงเงินเดินได้ นางย่อมไม่้าปล่อยให้โอกาสดี ๆ แบบนี้หลุดลอยไป
อีกทั้งผู้ที่เข้ามาทำร้ายก็เป็เพียงคนธรรมดาไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นต่ำด้วยซ้ำ ทำให้หลงอี้ฟางตัดสินใจง่ายมากว่าจะช่วยหญิงสาวตรงหน้า
‘ พวกชั่วนี่ อย่าคิดว่าจะทำให้ถุงเงินของข้าต้องแปดเปื้อนเด็ดขาด ’
ในขณะที่หลงอี้ฟางกำลังต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายด้วยท่าทางยากลำบาก แม้ความจริงนางจะสามารถจัดการพวกเขาได้ง่าย ๆ ก็ตาม
แต่หลงอี้ฟางคิดว่าหากหญิงสาวรู้สึกว่านางทำได้ไม่ยากลำบากความประทับใจจะน้อยลง หลงอี้ฟางจึงเลือกแสดงละครเล็กน้อยก่อนจะทำให้พวกนั้นหมดสภาพไป
แล้วนางค่อยเดินเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้นด้วยท่าทางเป็มิตร หลงอี้ฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าเป็อันใดหรือไม่”
แต่สิ่งที่หลงอี้ฟางคาดไม่ถึงคือโชคของลูกรัก์ที่แสดงอยู่บนหัวของนางเปลี่ยนเป็ -999 แต้ม