ในตอนที่เฉิงอี้เฟยกำลังวุ่นวายกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ทั้งประมุขเฉิงและนักพรตก็ได้มาถึง นักพรตมองไปยังเฉิงอี้เฟยแล้วเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสับสน
‘ ไม่เห็นว่านางจะถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงเลยสักนิด มิใช่ว่านางแค่ฝันร้ายแล้วคนพวกนี้พากันแตกตื่นไปเองหรอกนะ หากเป็เช่นนั้นก็เสียเวลาข้าจริง ๆ ’ นักพรตมองไปยังเฉิงอี้เฟยแล้วเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ
แต่สิ่งที่นักพรตทำกลับทำให้คนในตระกูลเฉิงเข้าใจผิด คิดว่าเฉิงอี้เฟยอาจจะอยู่ในขั้นอันตราย
ผู้าุโหญิงที่เห็นเช่นนั้นนางก็รู้สึกเศร้าใจเป็อย่างมาก นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล
“ ท่านนักพรตที่เฉิงอี้เฟยได้รับพรจากท่านเทพ แล้วสุดท้ายนางก็กลายเป็คนสติไม่ดีเช่นนี้ ท่านมิสามารถช่วยดึงนางกลับมาได้งั้นรึ ช่างน่าเศร้าใจเสียจริง ตระกูลเฉิงที่ยากลำบากของข้า อุตส่าห์มีท่านเทพมาอวยพร แต่สาวน้อยผู้นี้กลับมิสามารถรับไหว ฮื้อ ๆ ”
“ อวยพรงั้นรึเ้าพูดถึงเื่ใดกัน คนที่ไปตามข้าบอกว่านางถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงมิใช่หรือ ” นักพรตพูดขึ้นพร้อมความรู้สึกงุนงง
“ เป็สาวรับใช้ส่วนตัวของเฉิงอี้เฟย ก่อนที่เฉิงอี้เฟยจะเป็เช่นนี้ นางได้บอกสาวรับใช้ว่า... นางฝันว่าได้รับการอวยพรจากเทพ ” ผู้าุโหญิงพูดขึ้น
แม้อีกใจหนึ่งนางจะโมโหคนที่ไปบอกเื่ราวผิด ๆ กับท่านนักพรตก็ตาม แต่เพราะท่านนักพรตยังอยู่ นางจึงพยายามเก็บอารมณ์ให้มากที่สุด
แล้วเมื่อทุกอย่างจบนางก็พร้อมจะไปจัดการกับผู้ที่ทำให้ท่านนักพรตเข้าใจผิด จนเกือบทำให้เฉิงอี้เฟยที่ได้รับพรจากเทพไม่ได้รับการดูแล
เมื่อนักพรตได้ยินเช่นนั้น เขาเลยตัดสินใจว่าจะตรวจเฉิงอี้เฟยใหม่อีกครั้ง และในครั้งนี้เขา้าทำอย่างละเอียด เพื่อมิให้พลาดสิ่งใดไป
ส่วนทางด้านเฉิงอี้เฟย นางที่ได้ยินทุกอย่างก็เริ่มวางแผนในใจ ว่าจะออกจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร
‘ ข้ามิน่าพูดจาส่ง ๆ แบบนั้นออกไปเลย เป็การสร้างเื่ให้ตัวเองมิมีผิด แต่ในเมื่อข้าเป็คนเริ่มก็ขอแต่งเื่ต่อเลยแล้วกัน เพราะมิรู้ว่าจะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเลยหรือไม่ และหากข้าต้องอยู่ในร่างนี้ไปตลอดชีวิต ข้าก็ขอทำตามใจตัวเองหน่อยแล้วกัน ’
แต่ในขณะที่เฉิงอี้เฟยกำลังจะพูดบางอย่าง ก็ถูกนักพรตร่ายมนต์ใส่นางเสียก่อน ทำให้นางเหมือนคนเมาไร้สติ
‘ เวียนหัวจริง นักพรตบ้านี่คิดจะทำอะไรกับข้า ’ แล้วเสียงภายในใจของเฉิงอี้เฟยก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
เวลาผ่านไป 1 ชั่วยาม
เฉิงอี้เฟยก็ได้ตื่นขึ้น นางพบว่าในตอนนี้เหลือเพียงสาวรับใช้ที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ ต่างจากเดิมที่มีคนมารุมล้อมดูนางรวมทั้งนักพรตแปลก ๆ ที่ทำให้นางผล็อยหลับไปเขาก็ได้จากไปแล้ว
เฉิงอี้เฟยลุกขึ้นนั่งแล้วนางก็หันหน้าไปทางสาวรับใช้ นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “ นี่เ้าเป็อะไรกันถึงได้มาร้องไห้เช่นนี้ แล้วมีเื่อันใดเกิดขึ้นใน่ที่ข้าผล็อยหลับไป ”
สาวรับใช้ที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็รีบลุกขึ้นแล้วไปจับขาเฉิงอี้เฟย นางพูดขึ้นด้วยความกังวล
“ คุณหนูเ้าคะ แย่แล้วเ้าค่ะ ใน่ที่คุณหนูหลับไปท่านนักพรตบอกว่าคุณหนูมิได้ถูกเทพอวยพร อีกทั้งคนตระกูลเฉิงยังทำให้เขาเสียเวลา และเรียกเงินจำนวนมากกับตระกูลเฉิงด้วยเ้าค่ะ
เื่นี้ทำให้ท่านประมุขเฉิงพ่อของคุณหนูลำบากใจมาก อีกทั้งผู้าุโและคนในตระกูลต่างก็รู้สึกโกรธคุณหนูที่นำความเดือดร้อนมาให้ตระกูลเฉิงที่ปกติก็ไม่ค่อยมีเงินอยู่แล้วเ้าค่ะ ฮื้อ ๆ ”
เฉิงอี้เฟยที่ได้ยินการอธิบายของสาวรับใช้ นางก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด ว่าเหตุใดสาวรับใช้ผู้นี้ถึงได้ร้องไห้ไม่หยุด เพราะหากเป็นางมีคุณหนูที่นำปัญหาร้ายแรงมาให้ นางก็คงร้องไห้เหมือนกัน
เฉิงอี้เฟยที่ไม่คิดว่าการพูดเล่นของนางจะทำให้เื่ราวบานปลาย ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
แต่ในขณะที่เฉิงอี้เฟยกำลังจะพูด นางก็ถูกสาวรับใช้ขัดขึ้นมาเสียก่อน
สาวรับใช้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า “ และดูเหมือนจะมีผู้าุโหลายคนสนับสนุนให้คุณหนูออกเรือนด้วยเ้าค่ะ เพื่อให้อีกฝ่ายนำเงินทองและของมีค่าทำให้ตระกูลเฉิงสามารถมีเงินขึ้นมาบ้าง แต่ผู้ที่จะให้คุณหนูแต่งงานด้วยคือ... ”
เฉิงอี้เฟยที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็รู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา นางไม่รอช้ารีบถามสาวรับใช้ในทันที “ คือผู้ใดเ้ารีบบอกมาให้ไว ”
สาวรับใช้ที่ได้ยินคำถามของเฉิงอี้เฟยนางก็เริ่มกลับมาร้องไห้หนักขึ้น นางต้องใช้เวลาสักครู่กว่าจะสามารถพูดให้รู้ความได้ “ คืออดีตประมุขตระกูลโจวเ้าค่ะ ”
เฉิงอี้เฟยครุ่นคิด ‘ แล้วอดีตประมุขตระกูลโจวคือใครกัน ในนิยายไม่เห็นเคยเขียนถึงคนผู้นั้นเลย มิใช่ว่านางเอกไม่มีคู่ครอง แล้วได้เจอกับพระเอกโดยบังเอิญทำให้เกิดความรักกันหรอกรึ นี่ไม่เหมือนในนิยายเลยสักนิด
หรือจะเป็เพราะการพูดส่ง ๆ ของข้าเพียงคราเดียว ก็ทำให้โลกในนิยายวุ่นวายเช่นนี้ บ้าบอสิ้นดี อีกอย่างให้แต่งกับอดีตประมุขอีกมิใช่ประมุขตระกูล แล้วคนที่พ้นจากตำแหน่งเช่นนี้จะอายุเท่าใดกัน ’