ข่าวดีของบริษัท
บ้านทั้งหลังนอกจากเสียงร้องไห้ของเพเรน่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง นอกนั้นก็ยังคงเงียบเฉียบมีแต่เสียงลมหายใจที่บ่งบอกว่ายังมีคนอื่นอยู่ไม่ว่าจะเป็นสิวัช เพวิส หรือว่าเพเนียสก็ล้วนเงียบจมอยู่ในความคิดของตนเองไม่ว่าจะใครก็ล้วนเอาแต่โทษตนเองด้วยกันนั้นนั้นถ้าไม่ให้เพเนียสไปเรียนที่นั่นล่ะ ถ้าแอบตามไปดูเพเนียสที่ดาวกอซบ้างล่ะถ้าลองสังเกตเพเนียสมากกว่านี้ ถ้าสะกิดใจในเรื่องทำนองนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกลุ่มคนที่ยังมีนิสัยเหยียดคนได้บ้างล่ะแต่คำว่าถ้านั้น ความจริงแล้วมันไม่อาจกลับไปทำได้แล้ว แต่เราสามารถแก้ไขสิ่งนั้นให้ชีวิตเราต่อไปนี้ดีขึ้นได้
“เดี๋ยวพ่อพาแม่ขึ้นไปพักก่อนนะเราสองคนก็ไปพักเถอะ” คนเป็นพ่อบอก ก่อนจะพาภรรยาขึ้นไปนอนพักบนห้องนอน แรงที่เธอใช้ไปกับเรื่องของลูกชายมันมากกว่าการทำงานหนักทั้งวันรวมกันด้วยซ้ำควรได้พักผ่อนเสียก่อน ให้สติกลับมามากกว่านี้ จะเอายังไงต่อค่อยมาว่ากันอีกที แบบนั้นน่าจะหาทางออกได้ดีกว่าด่วนคิดตอนที่อารมณ์ยังไม่นิ่ง
“ครับ/ครับ”สองพี่น้องพยักหน้าเข้าใจก่อนจะมองส่งคนเป็นพ่อที่พาแม่ที่อ่อนแรงเข้าลิฟต์ขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง
“ผมพักมาพอแล้วแต่พี่คงเหนื่อยจากการเดินทางอยู่ ขึ้นไปพักเถอะ” เพเนียสหันมาบอกพี่ชายบ้าง แต่เพวิสไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเขาส่ายหัวให้น้องชายพร้อมมองอย่างสื่อความหมายบางอย่าง
“เปิดหลักฐานนั่น ให้พี่ดูอีกรอบได้ไหม”เพวิสบอกสิ่งที่ตนเองต้องการออกมา รอบแรกที่เขาดู ยอมรับว่าตอนนั้นสติหลุดไปแล้วทำให้ดูได้ไม่ละเอียดเท่าไหร่เขาอยากใช้เวลาดูมันให้ครบกว่านี้ เผื่อว่าจะมีจุดไหนที่น่าสงสัยอีก
“ได้สิครับ” เพเนียสไม่ปฏิเสธ เปิดไฟล์คลิปนั่นแล้วนั่งดูกับพี่ชายอีกรอบ สองพี่น้องนั่งบนโซฟาข้างๆกันโดยมีคนพี่นั่งโอบไหล่ปลอบอยู่ตลอดยิ่งช่วงที่น่ากลัวที่สุดตอนที่เพเนียสถูกโยนออกจากหน้าต่างนั้นเพวิสยิ่งโอบน้องชายแน่นขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยมันก็น่าจะบรรเทาอาการหวาดกลัวของน้องชายได้บ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี
“พี่ว่าจะดูอีกหลายรอบ ถ้าเราอยากจะพัก”เพวิสหันมาถามน้องชาย กลัวว่าน้องชายเขาจะไม่อยากดูมันอีก เลยเอ่ยถามเสียก่อน
“ผมดูได้ครับ อยากดูให้มันชินชาไปเลย”เพเนียสบอกพร้อมสายตาที่สื่อแววหนักแน่น
“ถ้าไหวพี่ก็จะไม่ห้าม งั้นเริ่มดูกันต่อเลยก็แล้วกันแต่ครั้งนี้พี่ขอให้เล่นช้าลงหน่อยนะ เอาซัก 0.70 ก็แล้วกัน”เพวิสเอ่ยบอก
“ได้เลยครับ” เพเนียสเชื่อพี่ชายจัดการสั่งให้วิดีโอคลิปนั้นให้เล่นช้าลงอีกหน่อย จากนั้นก็เปิดขึ้นโดยเชื่อมต่อกับทีวีจอใหญ่ของผนังบ้านจะได้ดูกันชัดๆ เห็นได้ละเอียดมากขึ้น จุดไหนน่าสงสัยก็ดูซ้ำๆและดูเหมือนว่าวิธีการเผชิญหน้ากับมันจะได้ผลดีทีเดียว เพเนียสไม่กลัวมันแล้วนั่งดูกับพี่ชายได้สบายขึ้น และการเหม่อนึกถึงฉากถูกโยนลงมาจากยานก็น้อยลงด้วย
ในวันต่อมาเคย์ล่าถูกเรียกตัวมาที่บ้านของเจ้านายที่อยู่ห่างจากตัวบริษัทไม่กี่ก้าวเธอนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมกับถูกเจ้าบ้านหรือว่าเจ้านายหาน้ำหาขนมมาเสิร์ฟให้อย่างพร้อมสรรพเธอก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเพราะเธอเป็นทนาย ถึงจะมีฐานะเป็นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทแต่ก็ถูกดูแลและให้เกียรติอยู่ไม่น้อย แต่แบบนี้ดูน่าสงสัย จะว่าถูกชวนมาคุยเรื่องคดีที่เพเนียสฟ้องไปก่อนหน้าก็ไม่น่าใช่เพราะเรื่องนั้นไม่มีอะไรต้องมานั่งจับเข่าคุยกับอย่างเคร่งเครียดแบบนี้จนในที่สุด เธอทนนั่งมองหน้าคนี้ที คนนั้นทีที่ทำสีหน้าอึดอัดจะพูดก็ไม่กล้าแต่จะเก็บไว้ก็ไม่อยากทำไม่ไหว
“เอ่อไม่ทราบว่าที่ทุกคนเชิญดิฉันมาที่นี่ มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือคะ”เธอถามออกไปแล้วเพราะทนความเงียบที่มีบรรยากาศแปลกๆแบบนี้ไม่ไหวอาจจะเพราะว่าเพเรน่ายังคงทำใจไม่ได้ เธอดูไฟล์คลิปหลักฐานไปรอบเดียวก็ไม่กล้าที่จะดูตอนนี้จิตใจเธอยังไม่แข็งแรงพอ ยิ่งพอมองหน้าลูกชายแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ส่วนสิวัชที่ให้กำลังลูกชายแล้วส่วนหนึ่ง อีกที่เหลือก็ต้องปลอบใจภรรยาด้วยเหลือก็แต่สองพี่น้องที่รวบรวมสติกลับมาได้ครบถ้วนแล้ว
“ที่ตามพี่เคย์ล่ามาวันนี้เพราะพวกเรามีเรื่องจะปรึกษาน่ะครับ” เพวิสเป็นคนเปิดปากบอกออกมาก่อน
“เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะ”
“เรื่องที่เพเนียสเคยโดนทำร้ายครับ”เพวิสเอ่ย
“โดนทำร้าย” เคย์ล่าถามย้ำอย่างตกใจน้องชายคนนี้เคยถูกทำร้ายเมื่อไหร่กัน หรือว่าจะมีพวกแอนตี้แฟนมาดักทำร้าย
“ครับ” เพเนียสเป็นคนพยักหน้ายืนยัน
“เอ่อพอจะอธิบายขยายความให้พี่ได้ฟังได้ไหมคะ ว่าเรื่องมันเป็นมา เอ่อ เรื่องเกิดตอนไหนใครเป็นคนทำ ได้รับความเสียหายระดับไหน”
“ผมมีหลักฐานครับ แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเอง”เพเนียสเอ่ย ก่อนจะเปิดหลักฐานที่ว่าให้เคย์ล่าได้ดูพร้อมๆกับเล่าไปด้วยว่าเขาโดนแบบนี้ได้ยังไง เป็นมาตั้งแต่ไหน
เคย์ล่าที่นั่งดูหลักฐานนั้นตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นว่าภาพปรากฏขึ้น ผ่านไปมีเพเนียสที่ถูกพาเข้ามาสภาพของเพเนียสที่น่าสงสารนั้น เธอที่นั่งดูต้องยกมือปิดปากอย่างตกใจและตัวสั่นไปหมดพร้อมสายตาสงสารที่แสดงออกมาระหว่างนั่งดูต่อจนจบ มันจบลงแล้วแต่จิตใจคนที่ได้ดูนั้น มันอ่อนล้านะ เหนื่อยอ่อน แล้วก็สงสารคนๆนั้นมากๆ
“เรื่องนี้เคย์ล่าพอจะ ช่วยน้องได้ไหม”เพเรน่าที่นั่งนิ่งอยู่เอ่ยปากขอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งไร้เรี่ยวแรงน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วมีทีท่าว่าจะกลับมาอีกรอบ
“เอ่ออย่างแรกเลยพี่อยากจะถามน้องเพเนียสว่า โอเคนะคะ” เคย์ล่ายังไม่ได้ตอบคำถามแต่เลือกจะถามคนออกมาก่อนด้วยความห่วงใย ห่วงในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งและในฐานะที่เธอเอ็นดูน้อง จะต้องมาเห็นว่าคนที่รู้จักต้องเจอเรื่องอะไรแบบนี้มันไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน
“ผมสบายดีครับ” เพเนียสตอบกลับไปยิ้มๆเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน ไม่ได้สดใสเท่าที่เธอเคยเห็นมาก่อนหน้านี้
“เห็นเรายิ้มได้แสดงว่าเราคงข้ามเรื่องร้ายๆนี้มาได้แล้วแน่ ส่วนถ้าหากอยากจะฟ้องเรื่องนี้นั้นฉันคิดว่าเป็นคดีใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะมีการรวมกลุ่มกันหลายคน ไหนจะเป็นเยาวชนอีกแล้วนอกจากเยาวชนยังมีผู้ใหญ่ที่เป็นลูกน้องอีกด้วย ฉันคิดว่าคดีนี้ทำเองไม่ไหวหรอกค่ะเราต้องมีทีมช่วย” เคย์ล่าบอกไปตามตรง เธอประเมินแล้วเรื่องนี้ควรจะให้ทีมทนายที่ชำนาญเรื่องนี้โดยตรงเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนเธอจะช่วยในเรื่องประสานงานทั้งสองฝ่ายให้เองเธออยากช่วยเพเนียสนะ แต่ด้วยตัวคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้มากเธอจะช่วยในส่วนที่ไหวก็แล้วกัน
“มีทีมช่วยหรือครับ” เพวิสถาม
“ใช่ค่ะจ้างบริษัททนายเข้ามาจัดการให้จะดีกว่า ถึงหลักฐานชิ้นนี้จะสำคัญและเป็นประโยคมากๆแต่ถ้ามีทีมทนายแล้วล่ะก็พวกเขาจะหาหลักฐานที่เป็นประโยชน์และมัดตัวฝั่งตรงข้ามไม่ให้หลุดเลยล่ะค่ะถ้ามีพวกเขา เปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จก็จะสูงขึ้นด้วย” เคย์ล่าเล่าแต่ก่อนเธอก็เคยทำบริษัททนายนั่นแหละ แต่เลือกผิดที่เอง สุดท้ายเลยต้องออกมาแบบนี้เธอชอบงานกฎหมาย แต่สงสัยจะอยู่กับนักกฎหมายคนอื่นไม่ค่อยได้มาอยู่บริษัทแบบนี้โอเคกว่า มีเพื่อนร่วมงานหลายๆแผนก มีอาหารปรุงประกอบให้ได้กินบ่อยๆมีเจ้านายใจดีเอาใจใส่ลูกน้อง แบบนี้ดูเหมือนจะเหมาะกับเธอกว่า
“เอาตามที่เคย์ล่าว่านั่นแหละลูกถูกต้องแล้วเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ เราควรมีคนช่วยหลายๆคน” สิวัชเห็นด้วยอย่างยิ่งเขาผ่านร้อนหนาวมาตั้งกี่ปีแล้ว เรื่องแบบนี้ถึงจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้เลย
“ผมก็เห็นด้วยครับแล้วเรื่องทีมที่ว่า....” เพวิสเห็นไม่ต่างกันเท่าไหร่ ยิ่งมากคนช่วยเรื่องก็จะได้ดำเนินไปเร็วขึ้นพวกนั้นใช่ชีวิตสุขสบายมานานเกินไปแล้ว
“เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันคนนี้จะจัดการหาให้เองค่ะแต่ต้องขอเวลาสักสามสี่วันนะคะ” เธอบอกออกไป มีหลายบริษัทเก่งๆที่เธอรู้จักทั้งจากที่ตอนทำงานสายนี้มา ทั้งจากรุ่นพี่รุ่นน้องรุ่นเพื่อนที่พอจะรู้จักกันบ้างและไหนจะต้องเทียบดูความสามารถต่างๆนานาอีก เวลานี้เหมาะสมและเร็วแล้ว และเธอจะต้องเลือกบริษัทที่ดีที่สุดที่เหมาะกับงานนี้มาให้เจ้านายเอง
“ขอบใจมากนะเคย์ล่า”เพเรน่าเอ่ยเสียงเบา
“ขอบคุณนะครับพี่เคย์ล่า”เพเนียสว่าเกือบๆเวลาเดียวกันกับคนเป็นแม่ ก่อนจะหันไปมองเพเรน่ายิ้มๆหลังจากพูดกับเคย์ล่าจบเขาก็จะพูดคุยกับแม่ให้เข้าใจเช่นกันแม่จะได้ไม่เอาทุกข์แบบนี้
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะเรื่องนี้พี่สาวคนนี้ทำเพื่อเรานะน้องเพเนียส เราต้องชนะเท่านั้นค่ะ” เคย์ล่าว่ายิ้มๆอย่างให้กำลังใจไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่ร่าเริงขนาดนี้ จะผ่านเรื่องที่โหดร้ายและผ่านความเป็นความตายมาขนาดนี้ แต่อย่างน้อยจิตใจเขาก็ไม่ได้ย่ำแย่ล่ะนะต้องเป็นเพราะครอบครัวแน่ๆ ที่เป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของน้อง
เรื่องโหดร้ายมีคนช่วยแก้เคย์ล่าทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้ทีมทนายที่สามารถช่วยเรื่องของเพเนียสได้อย่างดีที่สุดและจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนั้นด้วย เธอรู้เรื่องมาแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้บ้าง เพราะบางทีทนายอาจจะรู้จักฝ่ายนั้นก็ได้เธอจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้ว ฝ่ายนั้นไหวตัวหนีไปได้แน่ๆและเพราะเหตุผลนี้นี่แหละที่ทำให้เธอต้องขอเวลาตั้งสามสี่วัน แต่ไม่เป็นไรเพเนียสบอกว่าเขาทนมาได้ตั้งสี่ปี จะรออีกแค่สามวันจะเป็นไรไปทั้งยังบอกเธอไม่ต้องกดดันด้วย แต่เพราะพูดแบบนี้แหละเธอยิ่งกดดันตัวเองเข้าไปอีกเพราะเธอสงสารเพเนียสมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“ข่าวใหญ่ครับ ข่าวใหญ่” ช่วงสายของวัน เพวิสวิ่งกลับมาจากบริษัทพร้อมด้วยร้องตะโกนเรียกคนเสียงดังจนทำให้คนอื่นที่อยู่ในบ้านในครัวแตกตื่นกันไปหมดต้องรีบมารวมตัวในห้องนั่งเล่นรอเพวิสเฉลยออกมาเสียที ว่าที่ร้องเสียงดังขนาดนั้นมันคือเรื่องอะไรกันแน่
“เรื่องอะไรหรือลูก” สิวัชถามเขากับภรรยากำลังเรียนเรื่องการเศรษฐศาสตร์มหภาคจากไฟล์สอนของเพวิสอยู่เนี่ยกำลังเข้าใจเลย แต่ลูกชายร้องตะโกนเข้ามาก่อน ความรู้ที่กำลังจะเรียนจบบท หายหมด
“หรือว่าเรื่องของน้องเคย์ล่าหาทีมทนายได้แล้วเหรอ” เพเรน่าถามอย่างตื่นเต้น เพราะนี่ก็ผ่านไปสองวันแล้วไม่แน่เคย์ล่าอาจจะทำงานเสร็จเร็วกว่าที่เธอบอกไว้ก็ได้โบนัสปีนี้ของทนายสาวคนนี้เธอจะให้เท่าไหร่กันนะ ไม่ได้สิๆควรจะให้เงินพิเศษจะดีกว่า แบบนี้พนักงานคนอื่นจะได้ไม่เกิดความไม่พอใจ
“ไม่ใช่ครับ แต่เป็นข่าวดีครับข่าวดีของบริษัท” เพวิสส่ายหน้า เขาเข้าไปตรวจงานอยู่ได้ชั่วโมงกลัวๆพอดีกับที่ฝ่ายขายรีบเอาเรื่องที่มีคนติดต่อเข้ามาเรื่องซื้อแฟรนไชส์ครั้งใหญ่ให้เขาได้ดูทันที
“ข่าวอะไรหรือครับ”เพเนียสเองที่ได้ยินว่าเกี่ยวกับบริษัทและยังเป็นข่าวดีอีกด้วย จึงรีบเร่งถามพี่ชาย
“ก็แฟรนไชส์ของเราน่ะสิ บริษัทของสายการบินแห่งหนึ่งติดต่อเข้ามา....”เพวิสรีบเล่าออกมาทันทีถึงเรื่องทำให้เขารีบสิ่งมาอย่างหน้าตาตื่นแต่ก็พ้นสายตาพนักงานมาแล้วนะ ไม่งั้นภาพลักษณ์ต่อหน้าพนักงานคงป่นปี้หมดจากที่เขาแหกปากร้องมาแบบนี้