อำนาจซื้อของผู้เล่น Don’t Dieยังคงทำให้ปอทึ่งได้อย่างต่อเนื่องเพราะเซ็ตคอมโบเกาทัณฑ์แห่งมนตรากับะเิปลายศรของปอนั้นขายหมดอย่างรวดเร็วส่งผลให้ราคาของเกาทัณฑ์แห่งมนตราพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วและมีคนแห่กันทำสูตรเวทมนตร์เลียนแบบะเิปลายศรออกมาขายมากมาย
ขณะนี้ปอมีเงินในเกมถึงเกือบ 4 ล้านเครดิต ซึ่งหากเทียบเป็เงินจริงก็ถือเป็เงินหลักล้านก้อนแรกในชีวิตของเขาแต่เมื่อมองไปที่ราคาของไอเท็มสำหรับผู้เล่นเลเวลสูงๆ ในเกม Don’t Die แล้ว 4ล้านเครดิตก็สามารถหมดลงได้ในชั่วพริบตาเช่นกัน
สาเหตุที่เป็เช่นนั้นก็เพราะเกมนี้ผู้เล่นตายแล้วตายเลยยิ่งเลเวลสูงจึงจำเป็ต้องยิ่งขวนขวายหาไอเท็มดีๆมาใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตให้มากขึ้น แน่นอนว่าการ PK กันเองระหว่างผู้เล่นเลเวลสูงเพื่อแย่งไอเท็มกันก็ถือเป็เื่ปกติเช่นกัน
“ปาร์ตี้งั้นเหรอครับ” ปอริ่งถามย้ำอีกครั้ง หลังจากได้รับการติดต่อจากซีซี่เพื่อนคนแรกและคนเดียวในเกมของเขาเธอ้าชวนเขาไปล่ามอนสเตอร์ร่วมกับเธอและเพื่อนๆ อีกสองคน
ดันเจี้ยนที่ซีซี่ชวนปอริ่งไปลุยในวันนี้ คือปิรามิดแห่งทะเลทรายอูนีซึ่งจัดได้ว่าเป็ดันเจี้ยนระดับสูงแห่งแรกๆ ของผู้เล่นที่้า Exp และแรร์ไอเท็มโดยจะมีมอนสเตอร์ั้แ่เลเวล 60-100 อาศัยอยู่รวมทั้งฟาโรห์แห่งอูนีซึ่งเป็บอสประจำดันเจี้ยนที่เข่นฆ่าผู้เล่นมานับต่อนับ
“ทุกคน นี่ไงปอริ่งคนที่เราเจอตอนเดินข้ามทะเลทรายคราวก่อน” ซีซี่แนะนำเขากับเพื่อนๆ อีกสองคนของเธอ โดยคนแรกนั้นเป็ผู้ชายตัวผอมสูงแต่งตัวแบบนักดนตรีร็อค ชื่อว่าบาโดะ เป็สายอาชีพนักดนตรีเลเวล42 ซึ่งทำหน้าที่ผสมๆ กันระหว่างโจมตีและสนับสนุน
ส่วนคนที่สองชื่อนานะ เป็ผู้หญิงตัวเล็กๆไว้ผมยาว แต่มีบุคลิกห้าวๆ ลุยๆ ขัดกับการแต่งตัวที่ดูมุ้งมิ้งสายอาชีพของนานะคือเบอร์เซอร์เกอร์ เลเวล 49 ซึ่งใช้ดาบสองมือขนาดใหญ่เป็อาวุธและชำนาญการดึงศัตรูจำนวนมากไปรุมโจมตีตัวเองแล้วจัดการพร้อมๆกันทีเดียวด้วยทักษะที่รุนแรง
“หวัดดีปอริ่ง ตามบายเลยนะมาลุยกันให้เต็มที่เลยวันนี้”
“สวัสดีค่ะปอริ่ง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”
ปิรามิดแห่งทะเลทรายอูนีนั้นมีอยู่ทั้งหมด 4ชั้น โดยมอนสเตอร์จะเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละชั้นในขณะที่ฟาโรห์แห่งอูนีซึ่งเป็บอสเลเวล 100 นั้นจะอยู่ที่ชั้นบนสุด
ปาร์ตี้ของปอริ่งเลือกที่จะอยู่กันแต่ชั้นแรกซึ่งเป็ที่อยู่ของมัมมี่ มอนสเตอร์เลเวล 60ที่ถึงแม้จะมีพลังชีวิตและพลังโจมตีสูงแต่ก็เชื่องช้านานะนั้นทำหน้าที่เป็แนวหน้า คอยวิ่งเข้าไปโจมตีและดึงดูดความสนใจจากเหล่ามัมมี่ส่วนบาโดะก็คอยใช้กีตาร์ของเขาโจมตีสนับสนุนจากหลังนานะ และใช้ทักษะบทเพลงต่างๆเพื่อทำให้มัมมี่ติดสถานะมึนงงในขณะที่ปอริ่งก็โจมตีจากระยะไกลด้วยบูลส์อายโดยเน้นเล็งยิงที่จุดอ่อนของมัมมี่ซึ่งก็คือบริเวณหัวเพื่อทำดาเมจคริติคอลและซีซี่ค่อยจัดการกับตัวที่หลุดจากนานะก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวบาโดะกับปอริ่ง
แม้มัมมี่จะเลเวลสูงกว่าพวกเขาถึง 10กว่าเลเวล แต่ด้วยการทำงานเป็ทีม และการโจมตีที่รุนแรงของปอริ่ง(แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ศระเิรุ่นพัฒนาก็ตาม เพราะมันเปลือง)ทำให้พวกเขาสามารถจัดการมัมมี่ได้อย่างรวดเร็ว จนผ่านไปราวๆ 1 ชั่วโมงนานะที่เพิ่งเลเวลอัพก็พูดขึ้นในระหว่างรอมัมมี่เกิดว่า
“50 แล้ว ใส่ดาบั์แห่งดุลลาฮานได้ซักทีแต่หาคนขายถูกๆ ไม่ได้เลย มีแต่พวกหน้าเื เห็นว่าดาบสองมือคนเล่นเยอะเลยเน้นขายแพงๆไว้ก่อน”
“คุณนานะหมายถึงไอ้นี่รึเปล่าครับ”ปอริ่งพูดขณะหยิบดาบั์แห่งดุลลาฮานที่เขาี้เีวางขายเพราะรู้สึกเสียเวลาออกมา
“โห นายไปเอามาจากไหนเนี่ย”นานะทำตาลุกวาวเมื่อเห็นไอเท็มที่เธอเพิ่งจนบ่นว่าอยากได้อยู่ตรงหน้า
“เมื่อวานผมไปฆ่าดุลลาฮานมาครับ”
“แล้วยังไงอะต้องขายแบ่งเงินกับเพื่อนในปาร์ตี้ปะ” บาโดะถามพร้อมๆ กับหยิบขวดเหล้าขึ้นมากระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเกม Don’t Die นั้นมีทั้งประโยชน์และโทษไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือหากดื่มในประมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้อัตราการฟื้นฟู SP สูงขึ้น แต่หากดื่มมากไปผู้เล่นจะติดสถานะเมา และโดนลดค่าพลังทั้งหมดตามระดับความเมา
“อ่า... ผมไปฆ่าคนเดียวน่ะครับถ้าคุณนานะอยากได้ผมยกให้เลยก็ได้นะครับ ผมไม่ได้ใช้”ปอริ่งพูดพร้อมกับส่งคำสั่งขอแลกเปลี่ยนไอเท็มกับนานะ
“นะ... นายไปโซโลดุลลาฮานทั้งๆ ที่ HP มีแค่ 1เนี่ยนะ” ซีซี่เอามือป้องปากด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ในขณะที่หันไปสบตากับเพื่อนๆอีกสองคนของเธอ ซึ่งล้วนแต่แสดงท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“แหะๆ คนอ่อนแอก็มีวิธีสู้แบบคนอ่อนแอน่ะครับคุณซีซี่จำวิธีที่ผมใช้สู้กับหนอนทะเลทรายได้ใช่ไหมครับ” ปอริ่งอธิบายพร้อมกับเปลี่ยนลูกศรผลึกเวทมนตร์ที่เขาร่ายศระเิรุ่นพัฒนาเอาไว้ใส่ลงในบูลส์อายจากนั้นจึงเล็งและยิงไปที่มัมมี่ซึ่งเพิ่งจะเกิดมาใกล้ๆกับบริเวณที่พวกเขายืนคุยกันอยู่พอดี
เกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวทันทีลูกศรปักใส่หัวของมัมมี่ตัวเลขดาเมจสีแดงพร้อมข้อความ Critical! ปรากฏขึ้นเหนือมัมมี่ตัวนั้น“9,740”ก่อนที่มันสลายกลายเป็เศษผ้ากองบนพื้นและค่อยๆ หายไป
“…”ทุกคนตกอยู่ในอาการเดดแอร์ไปหลายวินาที ก่อนที่บาโดะจะพูดขึ้นมาว่า
“ถ้ายิงได้แรงขนาดนี้ ทำไมมาลำบากปาร์ตี้กับพวกเราล่ะเนี่ย”
“ลูกศรที่ผมยิงไป เป็ลูกศรผลึกเวทมนตร์ครับ ใช้ได้ครั้งเดียวด้วยถ้าเอามายิงเก็บเลเวล
จนตายพอดี” ปอริ่งอธิบายพร้อมกับหยิบลูกศรผลึกเวทมนตร์อีกอันออกมายื่นให้บาโดะดู
“แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ดุลลาฮานมันโจมตีหนักมากเลยนะปอริ่ง”นานะยังคงแย้งอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ก็หลบเอาครับ ผมนั่งดูคลิปผู้เล่นเลเวลสูงโซโลดุลลาฮานจนจำท่าโจมตีได้หมดถึงแม้ว่าดุลลาฮานจะโจมตีหนัก แต่ก็ช้าครับถ้าไม่เสียสมาธิก็หลบได้ไม่ยากเท่าไหร่”
“สุดยอดเลยว่ะนาย สักกรึ๊บปะ” บาโดะตบบ่าปอริ่งอย่างนับถือพร้อมยื่นขวดเหล้าให้
“อ่า ไม่ดีกว่าครับ ถ้าผมเมาแล้วเดี๋ยวเล็งไม่ถูก”
“ถึงอย่างนั้นก็เหอะ จะให้ชั้นรับไว้ฟรีๆ คงไม่ได้หรอก”นานะพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มใจสุดๆขณะจ้องไปที่ดาบั์แห่งดุลลาฮานในช่องแลกเปลี่ยนไอเท็มของเธอกับปอริ่ง
“ถือว่าผมให้คุณนานะก่อนแล้ววันหน้าถ้าเราปาร์ตี้กันแล้วมีของที่ผมอยากได้ดรอปมา ผมจะบอกแล้วกัน ดีไหมครับ”ปอริ่งเสนอพร้อมกับกดยืนยันการแลกเปลี่ยน
“รับๆ ไว้เหอะแก จะได้ไปลองชั้น 2 กันดีมะ” ซีซี่บอกกับเพื่อนของเธอซึ่งยอมแพ้ให้กับความโลภของตัวเองและกดรับไอเท็มจากปอริ่งพร้อมเปลี่ยนใส่ทันที
“โอ้โห พลังโจมตีพุ่งกระฉูดเลยยยยย ย้ากกกก”นานะวิ่งไปไล่ฟันมัมมี่อย่างสนุกสนานด้วยอารมณ์เห่อของใหม่ ในขณะที่เพื่อนๆพากันหัวเราะในความตรงไปตรงมาของเธอ
“อยากเกิดเป็ผู้หญิงมั่งวุ้ย” บาโดะแอบบ่นลอยๆ ให้ปอริ่งได้ยิน
“โห อย่าคิดงั้นสิครับคุณบาโดะ ไว้ถ้าผมได้กีตาร์ดีๆ มาผมจะเอามาฝากนะครับ”
“จริงนะ สัญญาแล้วนะเห้ย ห้ามเบี้ยวนะ เพื่อนเลิฟ”บาโดะพูดพร้อมกับวิ่งมากอดคอปอริ่ง
ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะความสนุกที่สุดของการเล่นเกม ก็คือการมีเพื่อนนี่เอง
“ขอบคุณนะครับ คุณซีซี่ ที่ชวนผมมาปาร์ตี้ด้วย”
ซีซี่ไม่ได้ตอบอะไรแต่หันมายิ้มและขยิบตาให้ปอริ่ง ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะเป็ไข้จนเขาต้องรีบดึงขวดเหล้าจากในมือบาโดะมาซดเพื่อกลบเกลื่อนอาการของตัวเอง
“ฮ่าฮ่า เยี่ยมเลย ฉลองให้กับมิตรภาพของพวกเรา วู้วววว” บาโดะหัวเราะดังลั่นเมื่อเห็นท่าทีของปอริ่ง
ทั้งสี่คนเดินลุยฝ่ามัมมี่จนถึงปิรามิดชั้น 2 ซึ่งมีผู้เล่นปาร์ตี้อื่นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ คือฝูงมาร์เดอร์เลเวล 70ซึ่งเป็สุนัขมัมมี่ที่ทั้งว่องไว โจมตีหนัก และอยู่รวมกันเป็กลุ่ม
หลังจากตะลุมบอนกับฝูงมาร์เดอร์ได้ไม่นานพลังชีวิตของทุกคนก็ลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็สัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขายังไม่พร้อมสำหรับชั้น2 เพราะมาร์เดอร์นั้นทั้งว่องไวและอยู่รวมกันเป็กลุ่มเสมอ ทุกคนจึงตัดสินใจรีคอลกลับเมืองก่อน
“เฮ้อ เสียดายจริงๆ Exp ก็เยอะแถมถ้าปลอกคอของมาร์เดอร์ดรอปมานะ รวย” บาโดะบ่นพร้อมยกขวดเหล้าขึ้นมาซดซึ่งเป็ภาพที่ปอริ่งเริ่มจะชินตา
“จริงๆ เื่ฆ่ามันน่ะไม่ใช่ปัญหา ชั้นทำดาเมจคนเดียวยังได้แต่มันทั้งเร็วทั้งตีหนักเนี่ยสิ” นานะบ่น
“เสียดายเนอะ ปาร์ตี้เราดันไม่มีใครใช้เวทฟื้นฟูพลังชีวิตได้เลย”ซีซี่เสริม
“ทุกคนครับ งั้นขอเวลาผมแปบนึงนะครับ”ปอริ่งพูดขึ้นพร้อมกับเปิดเมนูตลาดกลาง และเลือกซื้อสูตรเวทมนตร์มาทั้งหมดสี่รายการ
“สูตรเวทมนตร์คำอวยพรแห่งการรักษา” – SP ที่ใช้ขึ้นอยู่กับเลเวลที่เลือกใช้งาน
Cool Down 15 วินาที ฟื้นฟูค่า HP ให้กับเป้าหมาย 1 คน ยิ่งค่า Int เยอะ
และเลเวลของเวทมนตร์สูงก็จะยิ่งฟื้นฟูได้เยอะ
“สูตรเวทมนตร์บทเพลงแห่งการฟื้นฟู” – SP ที่ใช้ขึ้นอยู่กับเลเวลที่เลือกใช้งาน
Cool Down 60 วินาที ฟื้นฟูค่า HP ให้กับสมาชิกในปาร์ตี้ ยิ่งค่า Int เยอะ
และเลเวลของเวทมนตร์สูงก็จะยิ่งฟื้นฟูได้เยอะ
“สูตรเวทมนตร์คำอวยพรแห่งภูผา” – ใช้ SP 10% ของ Max SP,Cool Down 600 วินาที
เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันให้สมาชิกในปาร์ตี้เป็เวลา 600 วินาทียิ่งค่า Int เยอะ
และเลเวลของเวทมนตร์สูง ก็จะยิ่งเพิ่มได้เยอะ
“สูตรเวทมนตร์คำอวยพรแห่งสายลม” – ใช้ SP 10% ของ Max SP,Cool Down 600 วินาที
เพิ่ม Agi และ Dex ให้สมาชิกในปาร์ตี้เป็เวลา 600วินาที ยิ่งค่า Int เยอะ
และเลเวลของเวทมนตร์สูง ก็จะยิ่งเพิ่มได้เยอะ
“แม่เ้าโว้ย กี่แสนเครดิตวะเนี่ย”บาโดะใที่เห็นข้อความของระบบรายงานว่าปอริ่งได้เรียนรู้เวทมนตร์ทั้งสี่ซึ่งซื้อสูตรมาสดๆจากตลาดต่อหน้าต่อตาเขา
“ปอริ่ง แล้วนายมีค่า Int เหรอนายเป็สายโจมตีระยะไกลที่เน้นค่า Dex ไม่ใช่เหรอ”
นานะถามด้วยความสงสัย
“ชั้นว่าค่า Int เขาน่าจะเยอะกว่า Dex อีกล่ะมั้ง”ซีซี่ชิงตอบแทนเพราะเธอจำวิธีเก็บเลเวลกับหนอนทะเลทรายของปอริ่งได้ว่าเขาร่ายเวททุกครั้งก่อนยิง จึงไม่แปลกเลยที่จะมีค่า Int สูง
“เอาเป็ว่า เท่านี้เราก็น่าจะไปลุยปิรามิดชั้น2 กันได้แล้วล่ะมั้งครับ” ปอริ่งยิ้มให้กับบรรดาเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของเขา