ตอนที่ 21 บ่าวทาสชรา 2
............................................................................................................................
ฟงอวิ๋นหยิบขวดหยกออกมา 1ขวดนี่เป็ขวดที่ใส่น้ำวิเศษแหล่งกำเนิดเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีซึ่งเขาเจือจางเอาไว้ 100เท่า ตอนนี้เขายังไม่กล้าให้น้ำวิเศษที่มีความเข้มข้นสูงกว่า 100เท่าแก่เยี่ยถิงซาน เพราะไม่แน่ใจกับผลที่จะตามมา แต่จากผลของน้ำยาวิเศษที่เจือจาง1,000เท่านั้นสามารถช่วยให้เยี่ยถิงซานฟื้นสภาพได้นิดหน่อย ถ้าใช้แบบเจือจาง 100เท่าอาจจะสามารถรักษาให้หายก็ได้
“ผู้เฒ่าเยี่ย นี่คือยาวิเศษที่เราเคยใช้เพื่อรักษาท่านจนฟื้นคืนสติ”ฟงอวิ๋นกล่าวพร้อมกับเปิดขวดหยกและยื่นขวดน้ำยาวิเศษมาเบื้องหน้าเยี่ยถิงซานก่อนจะหยดลงในปากของชายชราจำนวน 1 หยด
ทีนทีที่หยดน้ำยาวิเศษหยดลงบนลิ้นของเยี่ยถิงซานดวงตาของเขาก็แตกตื่นทันที ก่อนจะรีบพยุงร่างขึ้นนั่งสมาธิรวบรวมลมปราณขจัดพิษในร่างกาย
เวลาผ่านไปสักพักร่างของเยี่ยถิงซานก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงพร้อมกับมีกลุ่มควันสีดำมืดที่มีกลิ่นเหม็นสาบน่าสะอิดสะเอียนพวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ดบนร่างกายของชายชรา
“โอ๊ก!..”เยี่ยถิงซานสำรอกเืสีดำคล้ำออกมาจากปากจำนวนมากหลังจากเวลาผ่านไปกว่า 15 นาทีก่อนที่เขาจะค่อยๆเปิดตาทั้งสองข้างขึ้นมองดูฟงอวิ๋นด้วยความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
“ท่านค่อยยังชั่วแล้วรึยัง”ฟงอวิ๋นถามด้วยความเป็ห่วงยังไงเสียในตอนนี้เยี่ยถิงซานก็เป็คนของเขา ถ้าเยี่ยถิงซานตายนั่นคือการสูญเสียของเขาเช่นกัน
“บ่าวชรา ฟื้นคืนพลังและสามารถปราบปรามพิษร้ายได้บ้างแล้วขอบคุณนายท่านที่เป็ห่วง”เยี่ยถิงซานพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกในบุญคุณ
“อย่างนั้นก็ดี ถ้าเช่นนั้นก็ดื่มน้ำยาวิเศษนี้อีกหนึ่งหยดเถอะ”ฟงอวิ๋นอยากให้ชายชราหายจากอาการาเ็ไวไวเพื่อที่ว่าเขาจะได้สบายเพราะได้ชายชราที่มีระดับสูงส่งมาช่วยเป็องครักษ์ประจำตัว
ใครมันจะกล้าดูถูกและรังแกเขาได้อีก?
“ขอบคุณนายท่านแต่บ่าวชราไม่สามารถทานน้ำยาวิเศษนี้เพิ่มได้อีกในตอนนี้”เยี่ยถิงซานกล่าว
“ทะ.ทำไม”ฟงอวิ๋นถามด้วยความสงสัยในเมื่อเป็ยาที่วิเศษทำไมไม่สามารถทานเพิ่ม
“เรียนนายท่าน โอ้!หยดน้ำวิเศษที่นายท่านมอบให้บ่าวชรานั้นมีพลังรุนแรงเกินไปสักครู่ที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่เพราะพลังของพิษร้ายที่อยู่ในร่างกายของบ่าวต่อต้านเอาไว้เกรงว่าร่ายกายของบ่าวอาจะเิเป็เสี่ยงๆไปแล้ว”เยี่ยถิงซานอธิบายให้ฟงอวิ๋นฟังด้วยใบหน้าที่สยดสยองถ้าไม่ใช่เพราะในร่างกายมีพิษร้ายแรงเขาอาจตายไปแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ท่านก็หายาเ็แล้วใช่หรือไม่?”ฟงอวิ๋นถามด้วยความโล่งใจ
“ยังไม่หาย นายท่านพิษร้ายในร่างกายของบ่าวเพียงสูญสลายไปเพียงบางส่วนและบางส่วนก็ถูกระงับเอาไว้ชั่วคราวยาวิเศษมีพลังในการรักษาและฟื้นคืนพลังของบ่าวจริงเพียงแต่มันมีพลังที่รุนแรงเกินไปร่างกายของบ่าวไม่อาจทนรับพลังนั้นได้”เยี่ยถิงซานอธิบายให้ฟงอวิ๋นฟัง
“อ้า..ช่างน่าเสียดายจริงๆ ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี”ฟงอวิ๋นบ่นด้วยความเสียดาย
“บ่าวชราต้องรบกวนนายท่านเพื่อมอบหยดน้ำวิเศษเพื่อยังยั้งพิษร้ายอย่างน้อยปีละครั้งก็เพียงพอที่จะยืดเวลาให้บ่าวสามารถค้นหาวิธีรักษาตนเองได้”เยี่ยถิงซานกล่าวเพราะตามการคาดเดาของเขาในระยะเวลา 1 ปีพิษร้ายจะกำเริบอีกคราซึ่งจะสามารถใช้หยดน้ำวิเศษได้อีกครั้ง
“ถ้าเป็หยดน้ำที่เจือจางลง 1,000 เท่ามันอาจจะช่วยได้”ฟงอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาขวดหยกที่ใส่หยดน้ำวิเศษ เจือจาง1,000เท่าออกมาแล้วส่งให้เยี่ยถิงซานลองทดสอบดู
“นี่คือ..”เยี่ยถิงซานถามด้วยความสงสัย
“นี่คือ ยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่าซึ่งจะมีพลังที่ลดลงกว่าหยดน้ำยาที่เคยมอบให้กับท่านเมื่อสักครู่มากนัก เพราะเมื่อสักครู่นั้นเป็น้ำยาวิเศษที่เจือจางลง100 เท่า”ฟงอวิ๋นอธิบายให้ชายชราฟัง
“อ้า...มันช่างเป็เื่ที่ไม่น่าเชื่อจริงๆนายท่านถึงกับมียาวิเศษที่สามารถเจือจางได้แบบนี้ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่านายท่านมีหยดน้ำยาที่ยังไม่ได้เจือจาง ใช่หรือไม่?”เยี่ยถิงซานถามด้วยน้ำเสียงใ
หยดน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 100เท่ามีพลังรุนแรงจนพอที่จะะเิร่างของเยี่ยถิงซานที่แข็งแกร่งให้เป็เสี่ยงๆได้นั้นนับว่าล้ำค่ามากจนสุดบรรยายในชั่วชีวิตของชายชรายังไม่เคยพบเห็นยาวิเศษระดับนี้มาก่อน
แต่หยดน้ำยาวิเศษที่ยังไม่ได้เจือจางก็เท่ากับหยดน้ำวิเศษที่สมบูรณ์100 เปอร์เซ็นต์!
ความคิดนี้คืออะไร?
เยี่ยถิงซานไม่ทราบว่าควรจะประเมินคุณค่าของหยดน้ำวิเศษของนายท่านผู้นี้อย่างไรดี!
ระดับของโอสถวิเศษนี้อยู่ในระดับใด?
ใครคือผู้ที่มีความสามารถสร้างสมบัติวิเศษเช่นนี้?
อ้า...เยี่ยถิงซานยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งแตกตื่นใผู้ที่ของวิเศษเช่นนี้กลับเป็นายท่านของตนซึ่งเป็เพียงผู้ฝึกฝนพลังยุทธ์ชั้นรวบรวมปราณเท่านั้น
เยี่ยถิงซานคิดไม่ออกจริงๆว่าฟงอวิ๋นสามารถซ่อนสิ่งวิเศษแบบนี้จากฝูงชนรอบข้างได้อย่างไรโดยไม่ถูกพบเจอ
เยี่ยถิงซานยื่นมือมารับขวดหยกที่ใส่น้ำยาวิเศษที่เจือจาง1,000 เท่าแล้วนำไปดื่มจำนวน 1 หยด จากนั้นเขาก็หลับตาลงพักหนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ
“เรียนนายท่าน ยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่านี้ แม้ร่างกายของบ่าวสามารถทนรับได้แต่น่าเสียดายที่มีสรรพคุณไม่เพียงพอที่จะกำจัดพิษร้ายได้เป็เพียงสามารถฟื้นฟูพลังได้ชั่วคราวเท่านั้น”เยี่ยถิงซานอธิบายให้ฟงอวิ๋นฟังหลังจากได้ทดลองใช้ยาวิเศษ
เมื่อได้ฟังดังนั้นฟงอวิ๋นก็หยิบเอาน้ำยาวิเศษที่เจือจาง500 เท่ามาให้เยี่ยถิงซานทดลอง ก็พบว่าสามารถระงับพิษได้เพียงประมาณ 6เดือนเท่านั้นเอง
ฟงอวิ๋นเลยพอสรุปได้ว่าน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 100เท่านั้นอาจสามารถรักษาเยี่ยถิงซานได้แต่ร่างกายของชานชรากลับรับพลังที่รุนแรงไม่ไหว แต่ถ้าจะเจือจางให้ต่ำกว่า 100เท่ากลับมีผลรับน้อยลง เพียงยับยั้งได้ชั่วคราวนับว่าไม่สามารถเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำยาวิเศษเลยจริงๆ
ดังนั้นฟงอวิ๋นจึงชักชวนเยี่ยถิงซานกลับไปยังกระท่อมเพื่อให้ชายชราได้พักอาศัยและรักษาร่างกายตนเองเสียก่อนแล้วค่อยคิดหาหนทางในภายหลัง
“ท่านสามารถใช้พลังปราณได้หรือไม่?”ฟงอวิ๋นสอบถามขณะที่เขาและเยี่ยถิงซานกำลังเดินทางไปยังกระท่อม
“เรียนนายท่าน ตอนนี้บ่าวสามารถใช้พลังปราณได้เพียงชั้นปราณ์ระดับที่ 9 เท่านั้น”เยี่ยถิงซานตอบอย่างนอบน้อม
“ชั้นปราณ์ ระดับที่ 9...ก็ยังดี”ฟงอวิ๋นค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย แต่หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่เขาก็รู้สึกดีขึ้น เพราะใช้พลังได้แม้เพียงชั้นปราณ์ก็ยังดีกว่าไม่สามารถใช้พลังได้จากนั้นทั้งสองก็เดินคุยกันไป ซึ่งฟงอวิ๋นก็สอบถามหลากหลายเื่ราวเกี่ยวกับเยี่ยถิงซาน
. ..................................................................................................
เมื่อทั้งสองมาถึงกระท่อมฟงอวิ๋นก็จัดห้องพักใช้ชายชราได้พักอยู่ในห้องที่ว่างอยู่เพราะตอนนี้ไม่มีสาวกฝึกหัดคนใหม่เข้ามาในสำนัก ดังนั้นห้องจึงว่างอยู่
“ผู้เฒ่าเยี่ย ท่านเข้าไปตรวจดูห้องพักเสียก่อนจากนั้นให้มาหาเราที่ด้านหลังกระท่อม”ฟงอวิ๋นกล่าวกับชายชราพร้อมกับชี้บอกห้องและเส้นทางด้านหลังกระท่อม
“บ่าวทราบแล้ว”เยี่ยถิงซานตอบ
“ดี”ฟงอวิ๋นรับคำเบาๆก่อนจะเดินไปทางด้านหลังกระท่อมอันเป็สวนสมุนไพรของตนเองเพื่อลงมือปลุกสมุนไพรที่เพิ่งซื้อมาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดินเวลาผ่านไปสักพักเยี่ยถิงซานก็เดินมาหาฟงอวิ๋นที่สวนสมุนไพร
“นายท่าน”เยี่ยถิงซานเอ่ยเบาๆ
“อืม!ผู้เฒ่าเยี่ย ต่อไปเราจะมอบหมายให้ท่านดูแลแปลงสมุนไพรทั้งหมดนี้และนี่คือเมล็ดสมุนไพรที่ซื้อมาใหม่ให้ท่านปลูกให้หมดจากนั้นก็พรมให้ชุ่มด้วยน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่านี้สลับกับน้ำเปล่าธรรมดาวันละครั้ง”ฟงอวิ๋นสั่งการและมอบหมายงานแก่เยี่ยถิงซาน ก่อนจะเดินไปยังห้องปรุงโอสถเพื่อฝึกฝนการปรับแต่งยาเพิ่มพลังและยารักษาประเภทอื่นๆ
“น้อมรับคำสั่ง”เยี่ยถิงซานตอบรับคำเบาๆ ก่อนจะเริ่มลงมือปลุกสมุนไพร
ซึ่งหลังจากคาดคะเนคร่าวๆฟงอวิ๋นคิดว่าตอนนี้สวนสมุนไพรของตนนั้นมีขนาดใหญ่ประมาณ10 ไร่แล้ว อีกทั้งมีสมุนไพรหลากหลายสายพันธ์กว่า 80 ชนิดแล้ว
นี่คือสวนสมุนไพรขนาดเล็กๆของฟงอวิ๋น!
...........................................................................
ภายในห้องโอสถ
ฟงอวิ๋นกำลังถ่ายเทพลังปราณควบคุมไฟเพื่อปรับแต่งยาเพิ่มพลังขณะที่เปลวไฟกำลังลุกโหมอย่างรุนแรง ฟงอวิ๋นก็หยิบสมุนไพรระดับ 3 ใส่ลงไปในเตายา2-3 อย่าง พอเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งก็บังเกิดกลิ่นหอมระเหยออกมาจากเตาปรุงยา
เมื่อฟงอวิ๋นเห็นดังนั้นเขาก็หยิบวัสดุที่เป็ส่วนผสมทางยาอีกอย่างใส่ลงไปแต่ทันทีทันใดนั้นเตาปรุงยาของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจากนั้นกลิ่นหอมที่เคยระเหยออกมาก็หายไปพร้อมกับเตาปรุงยาที่หยุดสั่นลงทันที
“อ้า!..ล้มเหลวหรือนี่”ฟงอวิ๋นสบถในใจอย่างเสียดาย เพราะนั่นคือวัสดุปรับแต่งยาระดับ 3ซึ่งมีราคาแพงมหาศาล
หลังจากที่เห็นว่าการปรับแต่งยาล้มเหลวฟงอวิ๋นก็ลุกขึ้นไปเปิดฝาเตาปรุงยาออกแล้วเทกากของเสียสีดำไหม้ออกมาจากเตาแล้วเอาไปทิ้งก่อนจะกลับมาเริ่มกระบวนการปรับแต่งยาอีกครั้งเพื่อเพิ่มระดับอาชีพนักเล่นแร่แปรธาตุของตน
ตอนนี้เขาจำเป็ต้องเร่งรีบฝึกฝนทักษะการเล่นแร่แปรธาตุให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อที่เขาจะได้ผลิตยาเพิ่มพลังในระดับสูงๆขึ้นไป เพราะนั่นดูเหมือนจะเป็หนทางเดียวที่เขาจะทำเพื่อเพิ่มพูนเลเวลของตนให้สูงขึ้นไปใน่นี้เขาไม่ต้องกังวลเื่วัสดุและคัมภีร์การเล่นแร่แปรธาตุจนกว่าจะถึงชั้นปราณเริ่มต้น ระดับที่ 5
สิ่งที่ต้องทำ คือฝึกฝนๆๆๆอย่างหนักเท่านั้น