“ขอบคุณพี่เอกมากนะคะ แต่ว่าพี่เอกไม่ให้ดามัดจำไว้ก่อนจะดีเหรอคะ หนูไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อมากแค่ไหน” ลดากล่าวกับเอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจสักเท่าไรถึงพี่แกจะมั่นใจในผลไม้ของตนแต่เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้นเพราะต่อให้ผลไม้ของพี่แกจะดีแค่ไหนถ้าคนไม่ซื้อก็อีกเรื่องหนึ่ง
“น้องดาไม่ต้องห่วงเรื่องว่าจะขายได้ไม่ได้หรอกนะ ที่พี่ให้เราเอาไปขายก่อนนั้นก็เพราะพี่ต้องการดูความต้องการของลูกค้าเท่านั้นเอง” เอกยิ้มเบาๆ ถึงแตงโมของเขาจะอร่อยมากก็จริงแต่เขาก็ไม่รู้ว่าลูกค้านั้นมีความต้องการขนาดไหนไม่อย่างนั้นสิ่งที่เขาเพราะปลูกออกมามันก็จะเสียเปล่าทั้งหมดคติของเอกขายของขาดดีกว่ามีของเหลือแล้วยิ่งพืชผักผลไม้ของเอกนั้นใช้ว่าจะคงอยู่ตลอดไปเสียหน่อย ใช้เวลาไม่นานของพวกนี้ยอมเกิดความเสียหายอยู่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นหนูต้องขอบคุณพี่อีกครั้งนะคะ เอาละหนูต้องกลับแล้วเดี๋ยวจะไปขายแตงโมของพี่ไม่ทัน” ลดาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
“โอเค นี้ก็ถึงเวลาที่พี่ต้องไปรับลูกแล้วด้วยไม่อย่างนั้นเจ้าสองตัวแสบได้งอนพี่แน่ๆ” เอกมองนาฬิกาในมือเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเลิกโรงเรียนของเจ้าสองตัวแสบแล้ว
แต่ถึงคำพูดของเอกจะธรรมดามากๆ แต่ก็ทำให้คนที่กำลังสนทนาอยู่ด้วยนั้นถึงกับตกตลึง
“คะ...ค่ะ นะ...นี่พี่เอกมีลูกแล้วเหรอคะเห็นอยู่คนเดียวนึกว่าพี่โสดซะอีก” ลดากล่าวอย่างกระตุกกระตัก ตอนแรกคิดว่าพี่แกยังโสดอยู่ที่ไหนได้พี่แกมีลูกแล้วนี่เอง
"ใช้แล้วละพี่นั้นมีลูกแล้วแถมทั้งสองคนก็น่ารักมากด้วยถ้ามีโอกาสพี่จะพาทั้งสองมาทำความรู้จักกับดานะ" เอกกล่าวยิ้มๆ "งะ..งั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นเด็กทั้งสองคนนั้นต้องน่ารักมากแน่เลยก็พี่เอกอวยซะขนาดนี้" ลดาฝืนยิ้มให้กับเอก
"แน่นอนอยู่แล้วลูกๆ ของพี่ซะอย่าง" เอกทำหน้าภูมิใจกับลูกของเขา
"ถ้าอย่างนั้น ดาต้องขอตัวก่อนนะคะเดี๋ยวดาจะไปเตรียมของไม่ทัน" ลดากระรุกกระจอรีบวิ่งไปที่รถทันที
จากนั้นลดาก็รีบขึ้นรถกลับไปอย่างเศร้าๆ เธอไม่เข้าใจตัวเองทำไมเธอต้องเศร้ากับคนที่พึ่งรู้จักด้วยนะ
เอกที่มองลดาวิ่งไปที่รถนั้นทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเธอคิดยังไงกับเขาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางที่จะปิดบังเรื่องลูกๆ ของเขาเด็ดขาดเพราะทั้งสองนั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขาไม่ว่าจะเอาอะไรมาแลกเขาก็ไม่มีทางยกให้ใครเด็ดขาด และถ้าลดาอยากจะมาอยู่ในครอบครัวของเขาเธอก็ต้องผ่านบททดสอบจากลูกๆ ของเขาซะก่อนเพราะถ้าทั้งสองไม่สามารถเข้ากันได้เขาก็ไม่คิดจะเอาเธอมาเป็นแม่เลี้ยงของลูกๆ เขาอย่างแน่นอน เพราะเขาเคยเห็นมาหลายครั้งแล้วที่แม่เลี้ยงจะดีก็เมื่ออยู่ต่อหน้าเราแต่พอเราไม่อยู่แม่เลี้ยงคนนั้นกับทำเรื่องโหดร้ายกับลูกของเราซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าลดาขับรถของเธอ ออกไปไกลแล้วเอกก็ไม่รอช้ารีบไปรับเจ้าสองตัวแสบทันที
ในระหว่างทางขับรถนั้นเอกก็คิดอะไรไปเรื่อยเปลือยรวมถึงเรื่องของลดาด้วย แต่ก่อนที่เอก กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ก็มีรถเสียหลักหีกรถตัดหน้าเขาทำให้เอกต้องรีบเบรกรถกะทันหัน
เอี้ยดด-!
“บ้าเอ่ย...พวกมันจะรีบขับรถไปตายไหนเนี่ย” เอกสมทบอย่างหัวเสีย คนเขากำลังรีบๆ ไปทำธุระอยู่ด้วย
ปังๆ -!
“เฮ้ยๆ นั้นไม่ใช่การขับรถกวนตีนแล้วนะนั้น ถึงกับมีการไล่ยิงกราดกลางถนนแบบนี้กันด้วย” เอกตกใจอยู่ดีๆ เส้นทางที่เขาวิ่งประจำกับมีการไล่ยิงกัน เอกจึงเกิดคำถามเพียงแค่เขาจากที่นี่ไม่กี่ปีทำไมรัฐบาลของที่นี่ถึงได้ปล่อยให้พวกทำผิดกฎหมายมาเดินเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ได้
เอี้ยดดด-!
โครม-!
“โอ้โห่ พวกแมร่งต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยไอคนโดนไล่ยิงมันจะเป็นไรไหมละนั้นถึงกับรถคว่ำเลยนะนั้น” เอกจอดรถให้ห่างจากเจ้าพวกนั้นเพราะเอกไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่ายตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขก็เท่านั้นเอง
ปังๆ -!
“อย่าให้ไอ้เจ้าคนของรัฐบาลหนีไปได้จับเป็นไม่ได้จับตายแมร่งเลย” หนึ่งในคนชุดดำพร้อมกับหมวกโม่งสีดำคุมหน้า ลงออกมาจากรถแล้วตะโกนสั่งลูกน้องของมันไม่ให้คนที่เสียหลักรถคว่ำหนีรอดพวกมันไปได้
ครับ-!
“บัดซบ ถ้าไอ้เวรนั้นไม่ทรยศต่อองค์กรละก็พวกเราคงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างนี้หรอก”
“เอาไงดีครับลูกพี่ตอนนี้เจ้าพวกนั้นมันจับได้แล้วว่าเราเป็นสายสืบให้กับรัฐบาล”
“ทำไงได้สงสัยฉันคงต้องทุ่มสุดตัวละวะ แต่ก่อนอื่นพวกเอ็งรีบหนีไปซะข้าจะถ่วงเวลาให้พวกเอ็ง เองยังมีครอบครัวต้องคอยเลี้ยงดูอยู่ยกเว้นข้าที่ไม่มีใครให้ต้องค่อยเป็นห่วงอะไรแล้ว”
“แต่ว่าลูกพี่จะให้พวกเราทิ้งลูกพี่มันก็” หนึ่งในลูกน้องของหัวหน้าสายสืบลังเลที่จะทำตามคำสั่งของคนที่ได้ชื่อว่าหัวหน้า
“ไปซะ นี้คือคำสั่งไม่อย่างนั้นพวกเราไม่มีทางรอดแน่” หัวหน้าสายสืบกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเขาไม่ต้องการให้ลูกน้องในหน่วยงานต้องมาตายด้วย อีกอย่างมันเป็นความผิดของเขาเองที่ตัวเขาไว้วางใจเพื่อนสนิทของเขามากเกินไปจนอีกฝ่ายยอมทรยศพวกเขาได้
“คะ..ครับ ยังไงลูกพี่ต้องรอดกลับมาให้ได้นะครับไม่ว่ายังไงลูกพี่ก็คือลูกพวกของเราตลอดไป...ฮึกๆ” เมื่อหัวหน้าสายสืบเห็นอารมณ์ที่แสดงออกของลูกน้องเขา เขาก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายคิดกับเขายังไงดีจริงๆ ที่เขายังมีพี่น้องที่ไม่เคยทรยศต่อพวกเขาถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของเขาพวกนี้คงจะอยู่ช่วยเขาจนตัวตายอย่างแน่นอน
“เมื่อฉันให้สัญญาณพวกแกต้องรีบวิ่งเข้าป่าทันทีเลยเข้าใจไหม” เมื่อหัวหน้าสายสืบคนนั้นเห็นว่าลูกน้องของตัวเองเข้าใจแล้ว ก็เช็คลูกกระสุนว่าตอนนี้ในตัวของเขามีเท่าไรกันถึงตัวเขาจะมีพลังลมปราณในระดับก่อเกิดก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นก็ใช้ว่าตัวของเขาจะสามารถรับกระสุนปืนได้ตรงซะหน่อย
เมื่อตัวเองพร้อมแล้วที่จะถ่วงเวลาให้ลูกน้องของตัวเองเตรียมพร้อมที่จะหนี เข้าก็ให้สัญญาณกับลูกน้องของเขาทันที321
ไป-!
เมื่อลูกน้องของเขาได้ยินสัญญาณของหัวหน้าพวกเขาแล้วพวกเขาทั้งหมดก็รีบวิ่งไปยังทิศทางที่ตกลงกันไว้ทันที
เมื่อหัวหน้าสายสืบอย่างเขาให้สัญญาณลูกน้องของเขาแล้วตัวเขาก็ออกจากที่ซ้อนแล้วยิงปืนกลไปทิศทางของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แถมตัวเขายังต้องการให้คนที่เหลือทั้งหมดหันมาสนใจแค่เขาเท่านั้น
ปัง-!
อ๊าคคค-!
“บัดซบ เจ้านั้นยังมีฤทธิ์เหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย” หัวหน้าหมวกโม่งสีดำกล่าวอย่างหัวเสียเมื่ออีกฝ่ายหันมาโจมตีพวกเขาโดยที่พวกเขากำลังเผลอ
“พวกแกจะมัวรอให้มันฆ่าเราอยู่ฝ่ายเดียวรึไงวะ ยิงสวนมันสิโว้ย”
ปังx100
“บ้าซิบ พ่อมันเป็นเจ้าของโรงงานผลิตลูกปืนรึไงวะยิงมาอยู่ได้” หัวหน้าสายสืบกล่าวอย่างหัวเสียพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งเครียดเพราะตอนนี้เขาไม่มีจังหวะออกไปตอบโต้อีกฝ่ายเลยถ้าพวกมันยังยิงเขาแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานตัวเขาจะได้เสียท่าพวกมันแน่ๆ
“คิดสิไอเมฆ ว่ามึงจะเอาตัวรอดจากที่นี่ยังไงเมื่อก่อนมึงก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอวะ มันต้องมีทางรอดสิ” เมฆหัวหน้าสายสืบที่อีกฝ่ายกำลังพยายามกำจัดตนอยู่นั้นในหัวของเมฆกำลังหมุนเร็วจี๋เพื่อที่จะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ให้ได้
“ฮ่าๆ มึงจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้วะไอเมฆตอนนี้พวกกูได้ล้อมมึงไว้ทุกทิศทางหมดแล้วโว้ย” หัวหน้าหมวกโมงดำตะโกนเยาะเย้ยอีกฝ่าย ตอนที่พวกมันทำงานอยู่ด้วยกันนั้นมันกับเมฆมักจะไม่ค่อยถูกกันซะเท่าไร
พวกมันทั้งสองมัวแต่แก่งแย่งชิงดีผลงานให้กับนายใหญ่ของพวกมันและแต่ละครั้งอีกฝ่ายมักจะแสดงผลงานได้ดีกว่ามันตลอดทำให้ในใจของมันคิดแค้นอีกฝ่าย จนมาถึงวันนี้วันที่มันได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสายให้กับรัฐบาลทำให้มันได้รับคำสั่งจากนายใหญ่ให้มาเก็บเจ้าเมฆทำให้ตัวมันเนื้อเต้นดีใจไม่คิดเลยว่ามันจะมีวันนี้ ทำให้มันอดใจไม่ไหวระดมพลเรียกพวกมาตามล่าอีกฝ่ายจนมาถึงตอนนี้
“แกจะหลบกระสุนปืนแกหลบได้แกก็หลบไปแต่ว่าแกจะหลบเจ้านี้ได้รึเปล่ามันก็อีกเรื่องหนึ่ง” มันไม่รอช้าไอเอกคิดอะไรกับคำพูดของมันมากไม่รอช้ามันหยิบลูกกลมขึ้นมาบนมือทันทีจากนั้นมันก้ทำการแกะอะไรบางอย่างจากลูกดำๆ นั้นแล้วก็ขว้างมันออกไป
ในขณะที่เมฆกำลังสงสัยในคำพูดของอีกฝ่ายอยู่นั้นสัญชาตญาณของมันเรียกร้องให้รีบกระโดดหนีจากที่มันยืนอยู่ทันทีไม่รอให้หัวสมองของตัวเองให้คิดมากตอนนี้ร่างกายของเมฆได้ตอบสนองต่อสิ่งอันตรายทันที ทำให้ร่างกายที่ค่อยจะรับคำสั่งจากส่วนสมองตอนนี้ร่างกายส่วนขาของเมฆได้ทำการกระโดดออกจากพื้นที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็วทำให้ตัวของมันนั้นไม่โดนระเบิดของอีกฝ่ายตรงข้ามที่โยนมา
“อัก บัดซบนี้มันถึงกับเล่นระเบิดใส่กันเลยเหรอเนี่ย” เมฆกล่าวออกมาอย่างเจ็บปวดถึงมันจะไม่โดนรัศมีของระเบิดแต่ตัวของเมฆก็ยังโดนผลกระทบของระเบิดอยู่ดี
“ฮ่าๆ เป็นไงละไอ้เมฆแกคงไม่คิดว่าจะมีวันนี้สินะวันที่คนอย่างข้าจะมาเอาหัวเน่าๆ ของแก”
“กรอดด...ไม่คิดเลยว่าคนที่จะมาตามล่าฉันจะเป็นแกไอ้หินกรวดเอ่ย” เมฆกัดฟันโกรธใส่อีกฝ่ายตอนนี้มันคงได้แต่ทำใจยอมรับความตายตรงหน้านี้เพราะถึงมันจะไม่ตายจากแรงระเบิดแต่มันก็ต้องมาตายด้วยน้ำมืออีกฝ่ายอยู่ดี
“หน่อยไอ้เมฆมึงอยากเจ็บตัวมากใช่ไหม...” แต่ก่อนที่ไอ้หินมันจะได้ทำอะไรเมฆนั้นลูกน้องของมันก็กระซิบบอกลูกพี่ของมันก่อน
“อะไรนะ มีคนอยู่แถวนี้เหรอ แล้วพวกเองจะมัวรออะไรอยู่วะปิดปากแมร่งเลย” ไอ้หินจ้องมองตาอย่างเอาเรื่องใส่ลูกน้องของตนที่ทำงานสะเพร่าจนได้
“คะ..ครับเดี๋ยวจะจัดการให้ลูกพี่เดี๋ยวนี้”
เมื่อเมฆได้ยินลูกน้องมันพูดว่าอะไรมันก็หันไปจ้องมองทิศทางของคนที่กำลังจะโดนพวกมันจัดการปิดปากนั้น เมฆก็ทำการตะโกนเตือนอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ต้องมาเกี่ยวข้องกับมันด้วย
“เฮ้...นายรีบหนีไปเดี๋ยวนี้พวกมันจะทำการปิดปากนายรีบหนีไปจากที่นี่ซะ” เมฆตะโกนเสียงดังหวังว่าเอกจะได้ยินเสียงที่มันเรียกซึ่งด้วยการที่เอกนั้นยกระดับตัวเองแล้วทำให้เอกนั้นหูดียิ่งกว่าอะไรถึงเอกจะอยู่ห่างจากพวกมันพอสมควรแต่เอกก็ได้ยินที่พวกมันพูดทุกคำรวมถึงคนของเมฆก็เช่นกัน
“เฮ้อ ไอ้เราก็อุตส่าห์อยู่ห่างจากพวกมันแล้วแท้ๆ เซ็งซะมัดแล้วอย่างนี้จะไปรับลูกเราทันไหมเนี่ย” เอกกล่าวอย่างเซ็งๆ ถามว่าเอกกลัวพวกมันไหมแน่นอนว่าเขานั้นไม่มีทางที่จะกลัวอีกฝ่ายอย่างแน่นอนแล้วยิ่งเขามีพลังที่เหนือกว่าของคนอื่นแล้วเขายิ่งมั่นใจที่จะสามารถกำจัดเจ้าพวกนี้ได้อย่างแน่นอน
ถึงจะเห็นเอกเป็นแบบนี้แต่เมื่อก่อนเอกได้เป็นทหารเกณฑ์ที่โดนจับไปอยู่ชายแดนมาแล้วแน่นอนว่าตัวเขายอมต้องเผชิญกับเรื่องเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนนับภาษาอะไรกับไอ้เรื่องฆ่าคนเขายอมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากถ้าเทียบกับชายแดนที่เขาอยู่ อย่าลืมว่าโลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็กการที่มีคนเข็ดฆ่ากันนั้นยอมมีให้เห็นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว