เสียงกระแทกพื้นดังมาจากหลังบ้าน แอลลี่จึงลืมตาตื่นแล้วคลานออกจากใต้เตียงเพื่อไปส่องดูหน้าต่าง เธออยากรู้ว่าสิ่งที่ปีนเข้ามาในบ้านคือสิ่งใด หลังจากส่องรูเล็กๆลอดผ่านออกไป เธอพบว่ามีการเคลื่อนไหวบางอย่างยากจะบอกได้ว่ามันเป็สิ่งใดเพราะไม่ใกล้เคียงกับมนุษย์และสัตว์เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเป็กองขยะเคลื่อนที่ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเรียกของพี่ชายไม่ดังมากมาจากชั้น 1 จึงรู้ว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวเป็พี่ชายของเธอจึงรีบวิ่งไปเปิดหน้าต่างบานที่ใช้สำหรับเข้าออก
“ พี่ ทำไมได้มาเยอะนักล่ะ ”
“ อย่าพึ่งถาม ช่วยขนเข้าไปข้างในก่อน ”
โยฮันปลดตะกร้าออกจากด้านหลังตามด้วยการถอดกระเป๋าสะพายไปข้างหน้า จนร่างกายกลับมาเบาหวิวเช่นเดิม แอลลี่ที่เห็นของทุกอย่างดำมืดยังไม่รู้ว่าเป็สิ่งใดแต่จากเสียงและน้ำหนักเธอคิดว่าคงจะเป็อาหารจึงรีบขนย้ายเข้าไปในบ้านช่วยพี่ชายจากนั้นก็ปิดหน้าต่าง
“ โหพี่ อาหารทั้งนั้นเลย ยังไม่ถูกเจาะด้วย พี่ไปได้มาจากที่ไหนกัน ”
ไฟฉายเปิดความสว่างให้น้อยที่สุดส่องไปยังของที่ขนเข้ามาในบ้าน กระเป๋าผ้าทั้ง 5 ใบเต็มไปด้วยอาหารกระป๋อง ตะกร้าหลายใบเต็มไปด้วยของกินมากมาย นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เครื่องใช้หลายอย่างที่ไม่ได้ใช้ถูกนำมาด้วยราวกับว่าเธอกำลังจะไปเปิดร้านสะดวกซื้อ
“ ข้ามสะพานไปทางเหนือ นับว่าโชคดีไม่น้อยที่ร้านสะดวกซื้อร้านนี้ไม่ถูกปล้น ”
“ แล้วเจอผู้รอดชีวิตไหมคะ ”
“ เจอนะ แต่ไม่ได้เข้าใกล้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรวมกลุ่มใหญ่ ในตอนที่ฉันไปถึงพวกเขาเปิดไฟจนดาดฟ้าตึกสว่างเลยล่ะ เธอช่วยจัดหมวดหมู่ให้ที ฉันอยากรู้ว่าเราจะกินมันได้กี่วัน ”
“ รวมทั้งหมดเลยเหรอ หรือจะให้แยกระหว่างของที่หนูกินได้กับพี่กินได้ ”
“ อะไรที่เธอกินไม่ได้ให้นับเป็ของฉันไปเลย ”
“ งั้นหนูจะลองนับดู ”
แอลลี่เดินขึ้นไปชั้นบนแล้วนำผ้าห่มมาคลุมเพื่อไม่ให้ไฟฉายเล็ดลอดออกไปนอกบ้าน ในระหว่างรอให้น้องสาวทำบัญชีอาหารว่าจะกินได้นานกี่วัน เขาได้สอดส่องออกไปด้านนอกเพื่อดูว่ามีใครตามเขามาหรือเปล่า ขณะสอดส่องสายตาระวังภัยด้านนอก แอลลี่ที่กำลังจัดทำบัญชีอาหารก็ได้สอบถามพี่ชายเบาๆเพื่อให้พวกเขามีเื่คุยฆ่าเวลา
“ พี่คะ พอจะรู้ไหมว่าเชื้อซอมบี้มันมายังไง ” โยฮันใช้มือลูบคางตนเองเบาๆ เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเชื้อซอมบี้มาได้อย่างไร ั้แ่เกิดเื่เขาไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับมันเลยเช่นเดียวกัน
จากคำถามที่แอลลี่พูดออกมานั้นทำให้ภายในห้องเงียบมีเพียงเสียงหยิบจับสิ่งของเพื่อแยกหมวดหมู่ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของเธอ
“ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาได้ยังไง แต่ฉันคิดว่ามันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันก็ได้ ”
“ เกี่ยวข้องกับพี่ยังไง ใช่ร่างกายประหลาดๆนั่นหรือเปล่า ”
“ เธอจำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไหม ”
“ วันที่พี่กลับช้านั่นเหรอ ” แอลลี่จำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ดี พี่ชายของเธอหายไปทั้งคืนแล้วโผล่มาในตอนเช้า จากนั้นเขาก็มาพร้อมกับการซื้อกุ้งหอยปูปลาเข้าบ้านจำนวนมากจนเยอะผิดปกติ จากเศษขยะที่เธอเห็น ดูเหมือนว่าพี่ของเธอจะกินเยอะผิดปกติเพียงแต่ว่าเธอไม่ได้สอบถามเพราะคิดว่าอาจจะแกะไปให้เพื่อนร่วมงานหรือไม่ก็ทำข้าวกล่องฝากสาวข้างนอก
“ วันนั้นแหละ ฉันเมาหนักมาก หนักจนไม่รู้ว่าฉันเดินออกมาจากร้านไกลถึง 5 กิโลเมตรได้ยังไง ในเช้านั้นที่ฉันตื่น ฉันพบว่าร่างกายเบามาก แถมยังวิ่งแซงหน้าคนที่ออกกำลังกายในตอนเช้าได้อีกด้วย พอไปดำน้ำฉันก็สามารถกลั้นหายใจได้ 6 นาทีกว่า ”
“ โห พี่ยังเป็มนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย ” แอลลี่พูดหยอกล้อพี่ชายตนเอง
“ หลังจากนั้นฉันก็เริ่มพบความสามารถบางอย่าง หากว่าฉันได้กินสัตว์อะไรเข้าไป ฉันมีโอกาสที่จะนำความสามารถของมันมาใช้งาน ดูนี่สิ ”
โยฮันเปลี่ยนแขนของตนเองไปมาระหว่างก้ามปู แขนกุ้ง หรือจะเป็เท้าหมู เท้ามดแดงจนแอลลี่ใ ไม่คิดว่าพี่ชายจะประหลาดมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้
“ แล้วมันเกี่ยวข้องกับซอมบี้ยังไง หนูหาจุดเชื่อมโยงไม่เจอเลย ”
โยฮันเดินเข้าไปในห้องแล้วนำหลอดยาที่ติดอยู่ภายในถุงกางเกงมาให้น้องสาว เขาให้พ่อตรวจสอบดูแล้ว อีกฝ่ายไม่คุ้นชินกับตัวเลขจึงไม่รู้ว่าเป็ยาอะไร ซึ่งเขาคิดว่ามันจะต้องเป็ยาที่ทำให้ตนเองมีความพิเศษเหมือนทุกวันนี้
“ ยาอะไรอะ ”
“ ไม่รู้เหมือนกัน พ่อก็ไม่รู้ เมื่อลองนึกดูแล้วมันอาจจะเป็ยาที่เกี่ยวข้องกับซอมบี้ก็ได้ ฉันอาจจะเป็ซอมบี้คนแรกแต่ดันวิวัฒนาการแปลกไปจึงไม่ได้เป็ซอมบี้ไร้สติ ”
“ งั้นก็หมายความว่าคนอื่นๆก็ต้องได้รับยาเหมือนพี่น่ะสิ ทว่าพวกเขาไม่ได้วิวัฒนาการไปในทางที่ดีเหมือนพี่ แต่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอคะ ”
“ แปลกยังไง ”
“ การกินยาที่ไม่รู้ว่ามันคือยาอะไรเข้าไป ในโลกนี้มีคนแบบนั้นด้วยเหรอคะ หากมีการโฆษณาเกินจริง อย่างน้อยคนเราก็ต้องรอดูคนกลุ่มแรกที่กินเข้าไป ซึ่งคนกลุ่มแรกไม่น่าจะเยอะทั่วเมืองขนาดนี้ ”
โยฮันพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องสาว หากทุกคนได้รับยาเหมือนกับเขา คงไม่มีใครกล้ากินมันเข้าไป สังเกตได้จากพนักงานขายสินค้าที่นำน้ำดื่มยี่ห้อใหม่ๆออกมาวางขายแล้วตั้งบูธให้ผู้คนได้ลองชิม หลายคนเลือกที่จะเดินผ่าน การปรากฎของยาตัวหนึ่งต่อให้จะมีสรรพคุณดีมากแค่ไหนยังคงเป็เื่ยากที่จะทำให้ผู้คนทั่วเมืองรับมันเข้าไปพร้อมๆกัน
“ หรือว่ามันจะใช้วิธีอื่นต่างจากวิธีของฉันกัน ”
“ พี่ว่ามันเป็ไปได้ไหมที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำหรือไม่ก็กระจายเข้าสู่อากาศ ”
“ เดี๋ยวนะ ”
โยฮันเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป เมื่อนำเื่ราวทั้ง 2 เข้ามาประกอบกันเขาเห็นถึงความเป็ไปได้
“ เธอจำเหตุการณ์คนเมาตามข้างถนนได้ไหม ”
“ จำได้พี่ ”
“ พวกเขาน่าจะเป็คนกลุ่มแรกที่ได้รับเชื้อไวรัสซอมบี้เข้าไป ส่วนวิธีคงจะเป็การสูดลมหายใจเข้าสู่ปอด ”
“ ปล่อยจากที่สูงเพื่อให้เชื้อกระจายลงสู่ที่ต่ำ ถ้าทำแบบนี้โอกาสที่จะแพร่เชื้อก็มีสูงมาก ว่าแต่เชื้อมันไม่น่าจะอยู่ในอากาศได้นานขนาดนั้นนะคะ เพราะถ้ามันอยู่ได้นานขนาดนั้นน้ำดื่มที่ไม่ได้อยู่ในขวดคงกินไม่ได้ หนูเห็นคนที่อยู่บนดาดฟ้าโรงเรียนแอบจิบน้ำ มันน่าจะไม่มีเชื้อไวรัส ”
สิ่งที่ทำให้ซอมบี้รุ่นที่ 2 เกิดขึ้นมาคือน้ำลายจากการกัดและการข่วน ซึ่งหมายความว่าเชื้อรุ่นแรกที่ทำให้คนเหมือนเมาไม่ได้สะติจะต้องไม่สามารถแพร่กระจายได้เป็เวลานาน และไม่น่าจะอาศัยอยู่ในอากาศได้นานเกิน 1 ชั่วโมง หากปล่อยเชื้อบนดาดฟ้าตึกสูง กว่าจะกระจายไปทั่วเมืองเชื้ออาจจะตายทั้งหมดก่อนที่จะััคน ดังนั้นมันจะต้องใช้วิธีที่สามารถััผู้คนจำนวนมากได้ก่อนที่เชื้อจะตาย โยฮันจึงบอกสิ่งที่เขาสันนิษฐานให้น้องสาวฟัง
“ ความจริงแล้วมันไม่ได้ปล่อยจากดาดฟ้าหรอก ”
“ แล้วมันปล่อยจากอะไรเหรอคะ ”
“ ในวันที่มีขี้เมา ฉันเจอรถตู้สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ข้างตลาด มันลดกระจกลงเล็กน้อยพอให้มีลมพัดเข้ารถได้ ซึ่งฉันได้ยินเสียงเหมือนกับมีลมรั่วดังอยู่ในรถ พอส่องเข้าไปฉันเห็นถังบางอย่างวางอยู่ในรถ ไม่รู้ว่าเป็ถังอะไร มันไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ฉันนึกว่าถังลมรั่วจึงไม่ได้สนใจ ”
“ จอดอยู่ข้างตลาดเลย แบบนี้ก็หมายความว่าใครก็ตามที่เข้าไปในตลาดได้รับเชื้อทั้งหมด ”
“ ไม่ใช่แค่ตลาดหรอก ฉันเห็นรถสีดำแบบนี้อีกหลายคัน จอดอยู่ในจุดที่มีผู้คนพลุ่งพล่าน มันน่าจะเป็ตัวการที่ทำให้คนติดเชื้อไวรัสจนกลายเป็ซอมบี้ หลังจากที่มีซอมบี้เกิดขึ้นเชื้อพวกนี้ก็หายไป เปลี่ยนจากการแพร่เชื้อจากอากาศเป็การให้ซอมบี้กระจายแทน ”
“ แล้วทำไมถึงมีคนที่เป็ซอมบี้และไม่เป็ซอมบี้ล่ะ ”
โยฮันส่ายหน้า เขาไม่รู้เหมือนกัน สิ่งที่เรียนไม่เกี่ยวกับชีววิทยา เขาจึงไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ แต่จากประสบการณ์ชีวิตเขาจึงตอบไปเพียงแค่ว่า มันอาจจะเป็เพราะร่างกายของคนเราต่างกัน มนุษย์ที่ไม่ได้กลายเป็ซอมบี้คงจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง จนทำให้ต่อต้านเชื้อได้ แต่มันก็เป็การต่อต้านแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะในร่างกายของพวกเขามีค่าสถานะสีแดงที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันเต็ม 100 % เขาคนนั้นก็จะกลายเป็ซอมบี้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าพวกเขาดีกว่าคนที่กลายเป็ซอมบี้กลุ่มแรก เนื่องจากมีโอกาสวิวัฒนาการจนร่างกายต่อต้านเชื้อไวรัสได้
“ พี่คะ หรือว่าจะมีนักวิจัยจับพี่ไปทดลองในเวลาเมาแล้วนำมาปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้พี่เอาตัวรอดท่ามกลางซอมบี้จากนั้นพวกเขาจะมาเก็บพี่กลับไปทดสอบดูว่าพี่วิวัฒนาการไปในแนวทางไหนบ้าง ”
“ ดูหนังมากไปแล้ว ”
“ แต่มันก็น่าจะเป็ไปได้ไม่ใช่เหรอคะ ร่างกายของพี่ไม่น่าจะได้รับเชื้อตัวเดียวกันกับพวกหนูเข้าไป ยังไงพี่ควรจะระวังตัวหน่อย ถ้ามันเป็อย่างที่หนูพูด พี่ซวยแน่ๆ ”
“ ขออย่าให้มันเป็อย่างนั้นก็แล้วกัน ส่วนพ่อ เราจะตามหายังไงดี ”
แอลลี่ทำหน้าเศร้า เธอไม่รู้เช่นกันว่าจะตามหาพ่อเช่นไรเพราะไม่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่เลย ปลอกะุที่ใช้ยิงประตูบ้านและยิงพ่อถูกเก็บไปทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดให้ใช้แกะรอยตามไปได้ โยฮันจึงลูบหัวน้องสาวเพื่อปลอบใจ สักวันมันคงจะมีวิธีตามหาพ่อโผล่ออกมา ไม่แน่อีกฝ่ายอาจจะมาหาพวกเขาเอง
“ หนูนับเสร็จแล้วนะ ”
โยฮันบอกให้น้องสาวปิดไป แสงแดดจากด้านนอกส่องเข้ามาในบ้านแล้ว พวกเขาทั้งสองนั่งนับอาหารใน่กลางดึกจนฟ้าสาง
“ เราจะกินได้กี่วัน ”
“ จากที่หนูนับได้ หากเรากินวันละ 2 มื้อสามารถใช้ชีวิตได้อีก 3 เดือนกับอีก 12 วัน แต่ถ้าหากเราจัดปาร์ตี้เดือนละ 4 ครั้ง เราก็จะอยู่ได้ 3 เดือน ”
“ โอเค ต่อจากนี้หน้าที่ของเธอคือทำกับข้าวก็แล้วกัน ”
“ แล้วพี่ล่ะ ”
“ คงต้องสำรวจรอบๆ ตอนนี้ได้อาหารแล้ว ฉันอยากจะสำรวจหาอย่างอื่นที่จำเป็ ปืน มีด ดาบ อะไรก็ได้ที่มีระยะการโจมตีไกลกว่ามือเปล่า แต่ก่อนอื่นเราต้องหาที่เก็บอาหารพวกนี้ก่อน ”
การเก็บอาหารเอาไว้ในบ้านอาจจะเป็ทางเลือกที่ผิด เขากลัวว่าจะมีคนแอบเข้ามาในบ้านและมาเห็นอาหารเหล่านี้จนนำมาสู่ปัญหาแย่งชิง เขาจึงคิดว่าจะลงมือขุดห้องใต้ดินเพื่อเก็บพวกมันส่วนหนึ่งเอาไว้ ด้วยร่างกายในตอนนี้มันคงไม่ยากที่เขาจะขุดดินเพื่อซ่อนอาหาร
“ เธอง่วงไหม ”
แอลลี่ส่ายหน้า โยฮันจึงบอกให้เธอค่อยๆเปลี่ยนช่องวิทยุเพื่อหาสัญญาณ จากนั้นก็บอกให้เธอขึ้นไปชั้น 2 คอยสอดส่องรอบๆบ้านเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาใกล้ระหว่างที่พวกเขาทั้งสองหลบอยู่ด้านใน
ขณะรอให้ข้าวสุกโยฮันก็ได้เดินเข้าไปในห้องนอนจากนั้นก็ยกเตียงขึ้นไปมัดเอาไว้กับผนังแล้วเริ่มใช้มือทุบพื้นให้เกิดรูเพื่อขุดดินข้างใต้ออกมา เขา้าให้ที่นี่เป็ห้องลับเก็บอาหาร
“ หัวหน้า มีรายงานเข้ามาว่าเช้านี้ประธานาธิบดีเรียกทุกฝ่ายประชุมด่วนเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายโดยใช้เมือง X เป็จุดศูนย์กลาง ”
หัวหน้าแผนกวิจัยเชื้อไวรัสหันมองไปยังนักวิจัยที่เดินเข้ามารายงาน จากสิ่งที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่กำลังจะกระทบกับการวิจัยของมัน หากรัฐบาลตั้งตัวได้ กองทัพจะต้องเข้าช่วยเหลือจนทำให้การแพร่เชื้อของมันหยุดลงจากการทำลาย เมื่อรู้ว่างานนี้ไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลเข้ามาขัดขวางได้ หัวหน้าแผนกจึงเอ่ยบางอย่างออกมา
“ พวกเขาจะประชุมกันกี่โมง ”
“ อีก 1 ชั่วโมงจะประชุมกันครับ รายละเอียดคร่าวๆที่ผมรู้คือ พวกเขา้ารู้ที่มาของเชื้อและ้าประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อปิดเมืองที่มีเชื้อแพร่กระจาย ”
“ ส่งเชื้อไปให้พวกเขา ”
“ หัวหน้า ถ้าทำแบบนี้ประเทศนี้จะต้อง ” หัวหน้าแผนกยกมือขึ้นแตะปากตนเองเบาๆ พวกเขาจำเป็ต้องสละประเทศแห่งนี้ ดูเหมือนว่าการเสียสละแค่เมืองมันยังไม่พอ
“ ทำตามที่ฉันบอก ”.