หลินหยูและหานหลินเดินทางไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยความมืดมิด พวกเขามาถึงสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็ประตูสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์และโลกเทพ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตามหาความจริงเกี่ยวกับอัญมณีแห่งความมืด แต่ยังเป็การเผชิญหน้ากับการทดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของพวกเขา
เมื่อพวกเขาผ่านประตูหินที่เปิดออกไปแล้ว ก็พบกับห้องใหญ่ที่มืดจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร ทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่น่าขนลุก เสียงหายใจของพวกเขาและเสียงฝีเท้าที่ก้าวไปทำให้ความเงียบสะท้อนกลับไปมา พวกเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ ความรู้สึกของความตึงเครียดเริ่มเกิดขึ้นในอากาศ
หลินหยูรู้สึกถึงพลังที่ลึกลับในห้องนี้ บางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่กำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ เธอก้มมองพื้นและเห็นเส้นทางที่พวกเขาต้องเดินไป แต่เส้นทางนั้นไม่ได้ราบเรียบ มันเต็มไปด้วยอุปสรรคและกับดักที่พวกเขาต้องเผชิญ
“ระวัง!” หลินหยูะโเตือนหานหลิน ขณะที่พื้นห้องเริ่มสั่นะเื และเส้นทางข้างหน้าก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็เขาวงกตที่ไม่มีที่สิ้นสุด
หานหลินหยุดชะงักและมองไปยังทางที่ข้างหน้า ก่อนที่จะกล่าวเสียงเบา “เราจะต้องเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง ถ้าไม่... เราจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป”
หลินหยูมองไปที่หานหลินด้วยสายตาที่หนักแน่น “เราต้องเดินไปข้างหน้า อย่าหยุดเดิน มันจะต้องมีทางออก”
ขณะที่ทั้งสองเดินไปตามเส้นทางที่หักเหไปมา ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็แตกออกเป็รอยแยกใหญ่ กลิ่นของควันและความมืดเริ่มลอยขึ้นมาและหมุนวนอยู่ในอากาศ พวกเขาต้องหลบหลีกจากการตกลงไปในหลุมที่ลึกและดำมืด
“เราจะทำอย่างไรดี?” หานหลินถามด้วยความกังวล ขณะเขาคว้าหลินหยูเอาไว้
หลินหยูมองไปยังหลุมที่เปิดออก เธอก้มลงไปมองลึกๆ “มันเป็การทดสอบ ความกล้าหาญของเรา”
เธอยืดตัวขึ้นและตัดสินใจ “เราต้องะโข้ามไป เราต้องเชื่อมั่นในกันและกัน”
หานหลินมองหลินหยูด้วยความเชื่อมั่นในตัวเธอ ก่อนจะพยักหน้าและทำตามหลินหยู ะโข้ามช่องว่างอย่างรวดเร็ว ขณะที่หลินหยูตามเขาไปทันที
พวกเขาะโข้ามไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็พลาดไปนิดหนึ่ง จนกระทั่งพวกเขาหยุดลงข้างๆ ขอบของหลุม ทั้งสองหอบหายใจหนักจากการกระทำที่เสี่ยงอันตราย
“ข้าคิดว่าข้าเกือบจะตกไปแล้ว” หานหลินพูดด้วยน้ำเสียงขำขัน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาเหนื่อยและยังรู้สึกกลัวอยู่
หลินหยูมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ “เ้าทำได้ดีมาก ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างข้า”
หานหลินยิ้มอย่างอบอุ่นและยกมือขึ้นจับมือหลินหยูเบาๆ “ข้าจะไม่ยอมให้เ้าต้องเดินทางคนเดียว”
เมื่อทั้งสองเดินไปข้างหน้า ความมืดรอบตัวพวกเขากลับทวีความลึกลับขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่เคยเงียบสงบก็เริ่มมีเสียงสะท้อนกลับมาเป็เสียงของปีศาจที่แหกปากและกรีดร้อง สิ่งที่หลินหยูรู้สึกก็คือ เธอกำลังจะเผชิญหน้ากับปีศาจที่มองไม่เห็นในเงามืด พลังแห่งความมืดและการหลอกลวงกำลังตั้งอยู่รอบตัวเธอ
ทันใดนั้น พวกเขาก็พบกับปีศาจที่มีร่างกายใหญ่โตและมีดวงตาที่ลุกเป็ไฟ สัตว์ประหลาดนั้นมองมาที่หลินหยูและหานหลินด้วยความหิวกระหาย
หลินหยูพยายามใช้พลังของเธอในการต่อสู้ แต่พลังของปีศาจกลับมากมายและเข้มแข็งเกินคาด ปีศาจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและโจมตีทั้งสองอย่างไม่ยั้ง
หานหลินรีบพยายามป้องกันและโจมตีด้วยดาบของเขา แต่ปีศาจกลับหลีกเลี่ยงการโจมตีของเขาได้ทุกครั้ง
“หลินหยู! เราต้องหาวิธีทำลายมัน!” หานหลินะโ
หลินหยูรู้ว่าเธอไม่สามารถใช้พลังเวทปกติได้ เธอต้องปลดปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของเธอ การโจมตีครั้งสุดท้ายอาจจะต้องใช้พลังที่เธอไม่เคยคิดว่าจะใช้
หลินหยูลึกลงไปในตัวเองและเริ่มระดมพลังที่มาจากดวงจันทร์ เธอรู้ว่ามันอาจจะทำให้เธอต้องเสียพลังทั้งหมด แต่เธอก็ต้องทำเพื่อให้หานหลินและตัวเองรอด
เมื่อพลังทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมา การต่อสู้ระหว่างหลินหยูและปีศาจก็ถึงจุดสูงสุด แสงสีเงินจากพลังเวทของหลินหยูทำให้ปีศาจที่ยิ่งใหญ่หลบหนีไป
หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน หลินหยูและหานหลินยืนหอบเหนื่อยอยู่ท่ามกลางความมืด พวกเขารู้ดีว่าการเดินทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคมากมายรออยู่
“ขอบคุณที่ช่วยข้า” หลินหยูพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
หานหลินยิ้มอย่างอบอุ่น “ข้าไม่ได้ทำเพื่อตัวข้าเอง แต่ทำเพราะข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าเผชิญหน้ากับความมืดนั้นคนเดียว”
ทั้งสองมองไปที่เส้นทางข้างหน้า พวกเขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของทั้งสองไปตลอดกาล