ตอนที่ 11 ร้านไก่ทอด Chicky ‘CPF’
อาจารย์อมรแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง พลางเปิดเพลงในเครื่องเล่น MP3 ใส่หูด้วยความสบายใจเฉิบ
ผิดกันกับอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า ที่ทั้งสองคนยกมือไม่เห็นด้วย แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับคะแนนเสียงของอาจารย์อมรและอาจารย์คนอื่นๆ ที่ดูจะไม่สนใจกับโปรเจกต์ของพีทเท่าที่ควร ที่อนุญาตก็เพราะ้าจะดันเด็กในการปรึกษาของตัวเองให้ได้คะแนนดีๆ นั่นเอง
วงการอาจารย์ก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกดันเด็กที่อยู่ในการปรึกษาเช่นเดียวกัน เพราะหากนักศึกษาของใครได้คะแนนดี มันย่อมหมายถึงการประเมินคะแนนอาจารย์รายปีที่เกี่ยวโยงกับโบนัสด้วยเช่นกัน
ดังนั้นอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า แม้จะสนใจผลคะแนนประเมินนี้เหมือนกัน แต่การที่ต้องเห็นพีทต้องเสียเวลาไปอีก 1 ปีแบบนี้ เธอนั้นก็รู้ไม่ดีเช่นกัน
‘อนาคตของเด็กคนหนึ่ง ไม่ควรต้องมาจบลงที่ปลายปากกาของคนที่เป็อาจารย์อย่างเธอ’
“อาจารย์หญิงไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะไม่ทำให้อาจารย์หญิงต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ผมจะตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำได้ เพื่อขอบคุณในความไว้วางใจและความเชื่อใจที่อาจารย์มีต่อผมอย่างแน่นอน” พีทไม่ได้พูดเพื่อที่จะซื้อใจอาจารย์ของเขา แต่สิ่งที่เขาพูดมันกลั้นออกมาจากความเคารพอาจารย์ผู้นี้จากใจจริงๆ
อาจารย์เชื่อใจเขาถึงขนาดให้เขาไปพักรักษาจิตใจ โดยไม่ดุด่าว่ากล่าวสักคำเดียว…อาจารย์แบบนี้คู่ควรกับการให้ความเคารพและเขาจะทำให้อาจารย์ผิดหวังได้อย่างไร จริงไหม?
“ตามใจเธอ แต่ถ้าเธอทำไม่ไหว เธอต้องรีบบอกอาจารย์นะแล้วก็เข้ามารายงานความคืบหน้าให้อาจารย์ได้เห็นทุกอาทิตย์ด้วย” ในที่สุดอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าก็ยอมตกลงให้พีททำโปรเจกต์นี้ พวกเธอสองคนเฝ้ามองพีทที่เดินออกไปจากห้องพักอาจารย์ด้วยความเป็ห่วง จนกระทั่งพีทหายลับสายตา
พีทได้กลับมายังหอพักของเขาอีกครั้ง พร้อมกับเปิดโน้ตบุ๊กของเขาขึ้นมาเขียนโปรแกรมเพื่อที่จะทำโปรเจกต์ของเขา โดยมีน้าผีที่เป็โปรแกรมเมอร์คอยช่วยสอนการเขียนโปรแกรมให้กับเขา
ทั้งนี้ตัวของพีทเองนอกจากจะได้รับรู้ถึงประสบการณ์และการใช้ชีวิตของน้าผีจากโลกก่อนมาด้วย ตัวเขาก็ยังได้รับเอาวิชาความรู้ของน้าผีในด้านการทำงานมาด้วยเช่นกัน
โดยน้าผีหรือเทพเรย์ โปรแกรมเมอร์ฝีมือดี ได้ถ่ายทอดวิชาในด้านการเขียนโปรแกรมให้กับพีทอย่างละเอียด ยิ่งประกอบกับพีทก็มีพื้นฐานในด้านการเขียนโปรแกรมอยู่แล้ว จากสาขาวิชาที่เขาเรียน
พอได้ทักษะของน้าผีมาเพิ่มเติม มันก็ช่วยส่งเสริมให้พีท เข้าใจหลักการเขียนโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว ราวกับเสือน้อยที่กำลังติดเขี้ยวเล็บก็มิปาน
เวลาได้ผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง ในที่สุดโครงสร้างเบื้องต้นของโปรเจกต์ที่พีทคิดจะทำก็เริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
พีทเงยหน้าขึ้นมา ตามเสียงของกระทะที่กำลังทอดไก่ที่มีแชมป์เป็คนจัดการ “โปรเจกต์ทำถึงไหนแล้ว เห็นนั่งเขียนโปรแกรมอยู่นานสองนาน” แชมป์ไม่ได้กวนพีทในการเขียนโปรแกรมเลยตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยเหลือพีทในการทอดไก่ เพื่อที่จะนำไปแจกให้กับชาวบ้านและนักศึกษาได้ทดลองชิมไก่ทอดจากร้านของเขา ตามแผนการตลาดที่พีทวางเอาไว้อีกด้วย
“คิดว่าหยุดปีใหม่นี้ น่าจะสามารถเอาไปให้อาจารย์ดูได้แล้ว…อาจารย์หญิงจะได้ห่วงฉันน้อยลง รู้ไหมตอนที่ฉันเอาโปรเจกต์ไปเสนอกับคณะอาจารย์ อาจารย์หญิงดูเป็ห่วงฉันมากเพราะโปรเจกต์ที่ฉันเสนอ มันทั้งซับซ้อนและทำได้จริงยากมาก” พีทตอบกลับ พลางลุกไปล้างมือ เพื่อเตรียมมาช่วยแชมป์ทอดไก่และได้บอกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในห้องพักครูให้กับแชมป์ได้ฟัง ตามภาษาเพื่อนฝูงปรับทุกข์
“อาจารย์อมรนี้ ดูท่าจะเกลียดแกมากเลยนะพีท ขนาดฉันฟังจากปากของแกยังรู้สึกได้เลยว่าอาจารย์คนนี้ คิดไม่ดีกับแกอยู่แน่ๆ ยังไงก็ระวังอาจารย์คนนี้เอาไว้หน่อยก็แล้วกัน” แม้แชมป์จะไม่ได้รู้ว่าอาจารย์ในคณะของพีท มีใครบ้าง แต่จากที่ได้ยินเื่ที่พีทบอกเล่าให้ฟัง
แชมป์ก็รู้สึกว่าอาจารย์อมรคนนี้ ดูจะอยากที่จะแกล้งพีทอยู่จริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็คนแรกที่ยกมือเสนอให้พีททำโปรเจกต์ที่เสี่ยงเช่นนี้หรอก
“อืมฉันรู้ แต่เชื่อฉันเถอะ โปรเจกต์ของฉันมันไม่ใช่โปรเจกต์ที่ทำขึ้นเล่นๆ อย่างแน่นอน” พีทพยักหน้ารับฟังความหวังดีที่เพื่อนของเขามอบให้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันไปแจกจ่ายไก่ทอดให้คนได้ลองชิมกันฟรีเหมือนเช่นทุกวัน
วันเวลาได้ผ่านไปแล้วกว่า 3 วัน นับั้แ่วันที่พีทได้แจกไก่ทอดให้กับชาวบ้านในซอยข้างมหาลัยนี้ แม้เงินทุนของพีทและแชมป์จะเริ่มหมดไปกับการทำการตลาดที่แจกฟรีแบบนี้ ถึงอย่างนั้นด้วยเงินทุนของฝ้ายที่เข้ามาเป็หุ้นส่วนอีกแรง มันก็ทำให้ร้านไก่ทอดของเขายังพอจะเหลือเงินทุนอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ไก่ทอดของพีทก็ไม่ได้แจกฟรีไปตลอด เพราะในวันนี้มันคือวันแรกที่พีทจะขายไก่ทอดของเขาเป็วันแรก
ครืน~ มันเป็เวลาใน่บ่ายแก่ๆ หรือเวลา 4 โมงเย็น ในที่สุดซุ่มร้านขายไก่ทอดของพีทก็พร้อมที่จะเปิดขายแล้ว โดยพีทได้ทำการขอเช่าพื้นที่หน้าหอที่เขาอาศัยอยู่ในการเปิดขายไก่ทอด ก่อนสัก 1 อาทิตย์เพื่อทดลองขาย
โดยป้าเ้าของหอที่ได้กินไก่ทอดของพีทและเกิดถูกใจกับรสชาติของไก่ที่พีททำ ก็อนุญาตให้เช่าด้วยราคาพิเศษ เพราะในอีกไม่กี่วัน ก็จะเป็วันปีใหม่แล้ว นักศึกษาและชาวบ้านที่เป็คนต่างจังหวัดก็น่าจะกลับต่างจังหวัดกัน รวมถึงตัวของป้าแกเองด้วยที่จะต้องกลับต่างจังหวัดนั่นเอง
ดังนั้นเมื่อเห็นว่าพีท อยากจะขอเช่าหน้าร้านและขันอาสาเฝ้าหอให้ ประกอบกับป้าเ้าของหอมองว่าร้านขายไก่ทอดของพีท ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ ถึงพีทจะดูตั้งใจและจริงจัง แต่มันคงยากเกินไปสำหรับเด็กมหาลัย
เปิดร้านขายอะไรสักอย่าง ไม่ได้ง่ายเหมือนกับเล่นขายของในวัยเรียน ที่อาจจะมีโครงงานให้เด็กนักเรียนนำขนมหรือของมาขายให้กับเพื่อนนักเรียน
การขายไก่ทอดของพีทมันคือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ฉะนั้นหากธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ มันคือการเจ๊งจริงๆ ขาดทุนจริงๆ นั่นเอง
ดังนั้นป้าเ้าของหอที่เคยเห็นพ่อค้าแม่ขายเจ๊งมานักต่อนัก อีกทั้งยังเจ๊งต่อหน้าต่อตาเธอ เพราะเคยขอเช่าเปิดร้านที่หน้าหอของตัวเอง มาไม่รู้กี่ยุคสมัย จึงได้ตกลงและอนุญาตให้พีทเป็กรณีพิเศษ ส่วนหลังจากนั้นหากพีทจะอยากเช่าพื้นที่หน้าหอต่อ อาจจะต้องพูดคุยกันอีกครั้งในภายหลัง
หลังจากที่พีทได้ทำการเช่าพื้นที่หน้าหอได้เป็ที่เรียบร้อย ก็เป็อีกครั้งที่พีท แชมป์และฝ้าย ได้ทำการชวนรุ่นน้องในคณะที่สนิทกันใน่กิจกรรมรับน้องและนับถือกันตาม่วัยเรียน ดังนั้นรุ่นน้องหลายสิบคนที่ค่อนข้างเอกอุในด้านการจัดกิจกรรม จึงพากันมาช่วยกันจัดแต่งซุ่มร้านขายไก่ทอดให้กับร้านของพีท ด้วยความสนุกสนาน
ร้านขายไก่ทอด [Chicky CPF] หรือจะเรียกย่อๆ ว่า ‘CPF’ (ที่มันฟังดูคุ้นหูอยู่บ้างสำหรับผู้อ่าน) แต่ความหมายของมันจริงที่พีทคิดขึ้นมาก็คือ Chicken Premium Fried นั่นเอง
แต่ถ้าหากจะมองในอีกมุมหนึ่ง คำว่า ‘CPF’ นี้ มันได้ย่อมาจากชื่อของ แชมป์ พีทและฝ้ายนั่นเอง (Champ , Peet , Fai) เรียบง่ายและลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
ร้านขายไก่ทอดของพีท ได้กำหนดเอกลักษณ์ประจำร้านด้วยการแต่งร้านให้คุมธีมสีแดงอมส้ม และพีทเองก็ได้กำหนดให้ร้านของเขามีมาสคอตหรือโลโก้ประจำร้านด้วยการ ให้มันเป็ไก่ตัวผู้ที่ดูเหมือนเป็วัยรุ่น มีท่าทางขี้เล่นกวนๆ กำลังยกชูนิ้วโป้ง ประหนึ่งแสดงออกถึงความมั่นใจในรสชาติของร้านเป็ต้น
ธีมสีและโลโก้มาสคอตประจำร้าน มันทำให้ร้านของพีทดูไม่ใช่ธุรกิจตามข้างทางเลยสักนิด เพราะคงไม่มีร้านขายไก่ทอดข้างทางร้านไหน สนใจในการคุมธีมและมีโลโก้ประจำร้านเหมือนกับพีท
แน่นอนพีทเลือกที่จะทำเช่นนี้ เพื่อให้ร้านของเขาดูแตกต่างจากร้านรถเข็นทั่วไป แต่ก็ไม่ให้แตกต่างจนทุกเพศทุกวัยเข้าไม่ถึง พีทตั้งใจให้ร้านของเขาทำเป็มาตรฐานั้แ่แรกและสามารถเข้าถึงทุกเพศทุกวัยได้ ผ่านตัวมาสคอตประจำร้านที่เป็ไก่ตัวอ้วนที่ดูกวนๆ นั่นเอง
ด้วยลักษณะนี้ของตัวมาสคอต มันทำให้เด็ก นักศึกษาและชาวบ้าน เข้าถึงและจดจำร้านของเขาได้ง่าย
‘ไก่ทอดน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น ไก่ทอดใจเย็นๆ เวลาลงเล่นน่ารัก~’
ใน่ 4 โมงเย็นวันธรรมดา ได้มีนักศึกษาทั้งชายหญิงจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คน กำลังยืนเต้นแร้งเต้นกาอยู่ที่หน้าร้านขายไก่ทอด ที่มีหน้าตาและสีสันอันเป็เอกลักษณ์
นักศึกษากลุ่มนี้ ต่างออกลีลาและท่าเต้นที่ดูสนุกสนานโดยมีกลองทอมบ้าหรือเรียกง่ายๆ ว่ากลองกีฬาสี ตีประกอบจังหวะ พร้อมกับขับร้องบทเพลงที่เกี่ยวกับไก่ ที่พวกเธอประยุกต์แต่งมาจากเพลงเชียร์มาขับร้องเชิญชวน เหล่าชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าร้านไปมา ให้มุ่งความสนใจมาที่ร้านไก่ทอดของพวกเขา
ติ้ง!
[ภารกิจก้าวแรกสู่การเป็เศรษฐี ‘จุดไฟทอดไก่แรกของชีวิต’]
[ขายไก่ทอด 1000 ชุด ให้ได้ภายใน 7 วัน โดยใช้สูตรที่ได้รับจากเชฟมินแจกยู]
[เงื่อนไข: ภารกิจนับเฉพาะการขายเท่านั้น ไม่นับรวมกับการแจกฟรีทั้งสิ้น]
[รางวัล: เมล็ดพันธุ์แห่งความอุตสาหะ / แต้มระบบ 1000 แต้ม]
[สถานะความคืบหน้า: 0/1000]
ในขณะที่พีทกำลังเปิดไฟหน้าร้านของเขา เพื่อเปิดขายไก่ทอดเป็วันแรก ทันใดนั้นระบบก็ได้ส่งมอบภารกิจให้กับเขา พีทอ่านรายละเอียดภารกิจที่ได้รับมา ด้วยความตื่นเต้น
‘ภารกิจแรกของฉัน…ภารกิจสู่การเป็เศรษฐี!!’
“เชิญค่า ไก่ทอดแสนอร่อยเปิดให้บริการแล้วค่า~” เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาว ที่มีดีกรีเป็ถึงประธานเชียร์ประจำคณะสาธารณสุข ได้พูดเชิญชวนชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่ที่หน้าร้านขายไก่ทอดของเธอ ด้วยความสดใสร่าเริง
ซึ่งก็มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อย ถูกนักศึกษาหญิงผู้นี้ ลากพวกเขาเข้ามาต่อแถวซื้อไก่ทอดจนนับไม่ถ้วน
ใช่แล้ว…เพียงไม่กี่นาทีนับั้แ่พีท แชมป์และฝ้ายได้เปิดร้านขายไก่ทอดเป็วันแรก ก็ได้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อย เข้ามาต่อแถวซื้อไก่ทอดของพวกเขาเต็มไปหมด โดยหนึ่งในนั้นก็มีอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า ยืนต่อแถวซื้อไก่ทอดของพีทด้วยเช่นกัน
อนึ่งเพื่ออุดหนุนกิจการของพีทและอวยพรให้กิจการของพีทประสบความสำเร็จนั่นเอง
“ขอบคุณนะครับที่มาอุดหนุนร้านไก่ทอดของผม…อาจารย์รับเป็ไก่อะไรดีครับ เซตหนึ่งจะมีปีกไก่ 6 ชิ้น ราคา 49 บาท สามารถผสมคละรสกันได้ หรือจะรับเป็สะโพกไก่ หรือน่องไก่ใหญ่ชิ้นละ 19 บาทครับ” พีทยกมือไหว้อาจารย์ที่ปรึกษาของเขาด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเสนอไก่ทอดภายในร้าน ที่มีขายอยู่ 2 รสชาตินั้นก็คือ ไก่ทอดปกติกับไก่ทอดเกาหลี ให้กับอาจารย์ของเขาด้วยความชำนิชำนาญ หลังจากที่เขา แชมป์และฝ้าย ช่วยกันท่องราคาโปรโมชั่นกันแทบทั้งคืน
การพูดโปรโมชั่นของร้านด้วยคำพูดที่ฉะฉาน ถือเป็สิ่งพื้นฐานสำหรับการขาย หากเ้าของร้านยังไม่รู้แม้กระทั่งโปรโมชั่นหรือราคาอาหารภายในร้าน มันอาจทำให้ลูกค้าไม่เชื่อมั่นในร้านค้าได้
ดังนั้นพีท แชมป์และฝ้าย ในฐานะที่เคยเป็พนักงานดีเด่นประจำร้าน QFC กันมาก่อน จึงไม่อาจปล่อยให้พวกเขาทำพลาดได้ พวกเขาทั้งสามได้นำประสบการณ์การทำงานพาร์ทไทม์มาใช้อย่างไม่มีจุดบกพร่อง
พวกเขายิ้มต้อนรับลูกค้าทุกคนด้วยความจริงใจ ก่อนจะแนะนำราคาโปรโมชั่นร้านขายไก่ทอดของพวกเขาอย่างแม่นยำ ทั้งๆ ที่หน้าร้านของพวกเขาก็ได้มีการทำป้ายราคาหรือรูปภาพประกอบเขียนราคาไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy