เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ทำไมนางเอกมาชอบฉันล่ะ [YURI]

    บทที่ 10 ชีวิตบทใหม่

    ชีวิตบทใหม่
    ความเจ็บปวดทางกายที่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ได้รับในครั้งนี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลในจิตใจ การเผชิญกับความสิ้นหวังในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็นความสิ้นหวังหวังจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ความสิ้นหวังในโชคชะตา มันเทียบไม่ได้เลยจริง ๆ กับความผิดหวังที่เกิดขึ้นกับตัวละครที่ชื่นชอบมากที่สุด ตัวละครที่ฉันคิดมาตลอดว่านอกจากความสวยที่บรรยายไว้แล้ว ยังมีความฉลาด ทันคน รู้จักปล่อยวาง และมีเหตุผลโดยเฉพาะข้อความมีเหตุผล ฉันยอมรับว่าในอดีตไอรีนมีส่วนที่ทำให้นางเอกต้องพบกับความอันตรายเกือบถึงชีวิต แต่ก็แค่มีส่วน เหตุการณ์ที่โรงเก็บฟืน ไอรีนก็แค่แกล้งขังเอวาไว้ ส่วนการระเบิดที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าอุบัติเหตุต่างหากไอรีนแค่ขังเท่านั้นเอง ขังไว้ในโรงเก็บฟืนตามประสาเด็กแสบ มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่เอวาแกล้งทำให้ฉันตกบ่อตอนนี้ ทำเอาฉันขาแพลงก็ยังไม่พอใจ ทิ้งฉันไว้ในบ่อตั้งหลายชั่วโมงจนฉันต้องลุกขึ้นมาช่วยตัวเอง ฝืนความเจ็บปวดปีนบ่อน้ำขึ้นมา ทั้งลื่น ทั้งหินบาด ขาก็เจ็บ ชุดก็หนัก ถึงบ่อจะไม่ลึกถึงขนาดปีนไม่ได้ แต่สำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้ คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายรึไง!!!!ยัง ยังไม่สาแก่ใจ มีมารอซ้ำเติมกันอยู่ที่หน้าบ่อ พร้อมกับเค้กที่ฉันให้เพื่อตั้งใจจะช่วย แต่กลับเอามาให้ฉันเพื่อเยาะเย้ย แดกดัน หรืออะไรก็ช่าง ยังไม่พอ เอวาคงได้ยินทุกอย่างมาตลอดที่ฉันอยู่ในบ่อน้ำนั้น แต่เลือกที่จะไม่สนใจ....ทำไมเป็นคนอำมหิตขนาดนี้ ฉันเคยชอบคนแบบนี้ไปได้ยังไง ทำไมฉันต้องเสียใจจนฟิวส์ขาดขนาดนี้ ต่อไปนี้พอกันที ฉันจะไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ฉันจะใช้ชีวิตของฉันโดยไม่กลัวใคร ไม่สนใจว่าใครจะมาฆ่าอีกแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญ
    ไอรีนเดินร้องไห้ที่เกิดจากความเจ็บปวดทางกายและทางใจ.... ฝืนเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย หวังเพียงทางที่เลือกเดินมาจะสามารถทำให้กลับบ้านได้ จนในที่สุด ก็เห็นสวนที่จัดงานเลี้ยงแต่ด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าที่จะเดินไหวอีกต่อไป ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ส่งเสียงร้องเรียกให้คนช่วย“ชะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วยยยยย!!!”เหมือนความพยายามจะเป็นผลเมื่อทุกคนได้ยินเสียงนั้น แล้วรีบเดินตรงมาช่วย องค์หญิงอลิสเบธและองครักษ์รีบตรงเข้ามาช่วยไอรีนในทันที“ไอรีน ไอรีน!! เป็นเช่นไรบ้าง”ก่อนที่องครักษ์จะรีบอุ้มเลดี้ตัวน้อยขึ้นตามคำสั่งขององค์หญิง ไอรีนถูกพาตัวเข้าไปในวัง ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น งานเลี้ยงถูกยกเลิกทันทีไอรีนถูกพาเข้าไปที่ห้องนอนขององค์หญิง พร้อมกับการมาของเจ้าของห้องที่มีท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ท่านหมอ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ร่างกายอ่อนเพลีย ข้อเท้าอักเสบ ร่างกายมีบาดแผลเล็กน้อยหลายจุด แล้วก็น่าจะมีไข้เพราะแช่น้ำนานครับองค์หญิง”“องครักษ์!! ไปตามหมอมาเพิ่ม แล้วทำเรื่องแจ้งข่าวไปยังครอบครัวนางว่านางขออยู่ต่อที่วัง อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ไม่เว้นแม้แต่เสด็จพ่อ กำชับเหล่าเลดี้ทั้งหลายด้วย”“รับทราบครับ”
    ไอรีนนอนหลับโดยมีหมอดูแลอย่างดี องค์หญิงเบลพยายามจะเข้ามาเยี่ยม แต่ถูกกีดกันไม่ให้ใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ในห้องนอนมีแค่องค์หญิงอลิสเบธและเหล่าคุณหมอเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมทางด้านพ่อแม่ของไอรีนก็เริ่มเป็นห่วงเพราะไอรีนเข้าวังไปหลายวัน แต่องค์หญิงอลิสเบธก็ให้ข้ออ้างว่า มีการจัดการเรียนการสอนแบบพิเศษขึ้นที่อะแคเดมีสำหรับศิษย์เก่าเป็นเวลา 1 เดือนเวลาผ่านไป 2 วัน ในที่สุดไอรีนก็ฟื้นขึ้น ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นองค์หญิงนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ“องค์หญิงอลิสเบธคะ”“เจ้าฟื้นแล้ว!! องครักษ์ตามหมอเร็ว”“ข้าอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ แล้วท่านพ่อกับท่านแม่”“เจ้าดื่มน้ำก่อนเถอะ เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าขอให้เจ้าอยู่ในวังสักพัก”“ได้ยังไงกันคะ”“ข้ามีวิธีของข้าแหละน่า เจ้าห่วงตัวเองก่อนเถอะ ไหนดูซิ” ว่าพลางใช้มือแตะไปที่หน้าผากของไอรีน“ไข้ลดแล้วนี่”“ค่ะ...คือข้าไม่เป็นไรแล้วค่ะ”“ไม่ต้องทำหน้าระแวงขนาดนั้นก็ได้ นี่ข้าเฝ้าเจ้าทั้งคืนเลยนะ”“ขอบคุณองค์หญิงมากนะคะ”“หยุดทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแบบนั้นได้แล้ว” อลิสเบธยื่นมือไปบีบแก้มเด็กน้อยอย่างเอ็นดู“โอ้ย!!”“ข้าขอโทษ เจ้าเจ็บตรงไหนรึเปล่า” พร้อมเอื้อมมือไปเปิดดูบาดแผลตามร่างกายของอีกฝ่ายอย่างร้อนรน“เจ็บที่แก้มซิคะ ท่านเปิดดูอะไรเนี่ยะ”“อ้าว เห็นร้องเจ็บ ข้าก็จะดูให้ไง ไม่เห็นต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้นี่....”“เอ่อ คือ ข้าขอบคุณนะคะที่ท่านดูแลข้าอย่างดีเลยยยย ~ ~ ~” ไอรีนเห็นอีกฝ่ายทำหน้านอย เลยเผลอพูดจาออดอ้อน“หึ สมแล้วที่เป็นเลดี้แห่งเมืองท่า รอยยิ้มการค้านี่มัน....”“ข้าเปล่าทำเช่นนั้นเสียหน่อย”“โอเคคคค ข้าเชื่อแล้วววว ว่าแต่เจ้าไปทำอะไรมาถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้”“ข้า ก็แค่... หลงทางแล้วพลัดตกบ่อน่ะค่ะ แถวนั้นไม่มีใครเลย จึงต้องพยายามปีนขึ้นมาเอง จนได้แผลตามที่ท่านเห็นนี่แหละค่ะ”“ทำไมเจ้าชอบมาเป็นอะไรที่วังข้าอยู่เรื่อย นี่มันครั้งที่ 2 แล้วนะ”“ข้าขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ”“พอเลย ๆ เจ้าทำหน้าเศร้าแบบนี้ข้าก็รู้สึกผิดน่ะซิ ข้าไม่ได้จะดุเจ้าเสียหน่อย”“...”“เอางี้ วันหลังถ้าเจ้ามาวังข้าจะตามไปเฝ้าเจ้าทุกที่เลยดีมั้ย หมูตัวน้อยอย่างเจ้าจะได้ไม่ไปซุ่มซ่ามที่ไหนอีก”“ท่านว่างเหรอคะ อีกอย่าง ข้าไม่ใช่หมูซะหน่อย”“5555 ก็ตอนที่เจ้านอนอยู่ ข้าได้ยินเจ้าละเมอถึงของหวานตลอดเวลาเลย ขนาดป่วยยังห่วงกินขนาดนี้ ข้าว่า เจ้าต้องกลายเป็นหมูเข้าสักวันแน่ ๆ”“...”
    หลังจากคุยกันได้ไม่นาน ฉันก็รู้สึกได้ว่าองค์หญิงอลิสเบธก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แล้วก็ไม่มีท่าทีที่จะทำร้ายฉันด้วยซ้ำวันที่ฉันตกน้ำองค์หญิงเบลคงจะเข้าใจผิด องค์หญิงอลิสเบธน่าจะช่วยฉันมากกว่าข้าฉัน ถ้าบอกว่าคนที่ผลักฉันคือเอวา ฉันจะเชื่อสนิทใจเลยคนใจดำแบบนั้นคงยืนดูฉันจมน้ำตายได้หน้าตาเฉยแน่นอน ชาตินี้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยยยยย
    TALK : น้อนได้คนดูแลแล้ววววว ว่าแต่เรือใหม่นี่กางใบได้แน่มั้ยน้าาาาาาาส่วนนางเอกก็หาตัวไปเลยฮะ ไม่รู้ไปตรอมใจที่ไหน สมน้ำหน้าเบา ๆ 555ติชมการเขียนกันได้เลยนะคะ ขอคุณรี๊ดที่น่ารักทุกคนที่เข้ามาอ่าน คอมเม้น และกำลังใจต่าง ๆ ไรท์สัญญาว่าจะกลับมาเขียนจนจบแน่นอนค่ะ