ตอนที่ 4 (1)
คืนนี้ตู้เจี้ยนโยวนัดถังเฮ่อไปเดินตลาดกลางคืน ตกลงเป็ที่เรียบร้อยว่าให้ตู้เจี้ยนโยวขับรถไปรับถังเฮ่อ เพื่อที่รถเฟอร์รารีของเ้าตัวจะได้ไม่โดนขูดตรงทางเข้าตลาด ปรากฏว่าถังเฮ่อลงมาจากอาคาร เมื่อเห็นรถโฟล์คสวาเกนสีแดงแรงฤทธิ์เข้าก็ตะลึงอยู่เหมือนกัน
“รถนายก็สีแดงแปร๊ด แล้วยังจะมากังวลว่ารถฉันจะโดนขูดเนี่ยนะ” พอถังเฮ่อขึ้นมานั่งเรียบร้อยก็เอ่ยล้อทันที
“สีแดงเหมือนกันทั้งคู่ แต่พี่เอารถ golf มาเทียบกับเฟอร์รารีเนี่ยนะ” ตู้เจี้ยนโยวกลอกตามองบนก่อนจะหันขวับมองถังเฮ่อ พูดพร้อมขมวดคิ้วว่า “แล้วดูพี่ วันนี้เราแค่ไปเดินตลาดกลางคืน พี่ใส่สูทที่รีดจนขึ้นจีบมาทำไมเนี่ย” พูดจบยังกวักนิ้วชี้ใส่คนตรงหน้า ถังเฮ่อไม่เข้าใจ แต่เอนตัวไปทางตู้เจี้ยนโยวพลางเอ่ยไปด้วยว่า “ช่วยไม่ได้นี่ การประชุมคณะกรรมการเมื่อกี้นานเอาเื่ ตอนประชุมเสร็จนายก็มาถึงแล้ว ฉันเลยเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทัน...” พูดต่อไม่ได้แล้ว
เพราะตอนนี้ตู้เจี้ยนโยวจ้องถังเฮ่อพร้อมรอยยิ้มที่หางตา มือข้างหนึ่งดึงเนกไทของถังเฮ่อ นิ้วเกี่ยวหลวมๆ อยู่ตรงปม ปลดอย่างประณีตและโยนเนกไทสีน้ำเงินเข้มไปที่เบาะหลัง กระบวนการทั้งหมดไม่ถึงยี่สิบวินาที ทว่าเวลาสิบกว่าวินาทีสั้นๆ นี้ทำให้ถังเฮ่อรู้สึกว่าตนเองเหมือนเหยื่อที่รอการโดนเชือด รู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันใด เผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ตู้เจี้ยนโยวเห็นลูกกระเดือกของอีกฝ่ายขยับจึงชำเลืองมองเล็กน้อย จากนั้นหันไปด้านหน้าพร้อมสตาร์ตรถราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ช่างเถอะๆ ไปทั้งแบบนี้แหละ คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยด้วย” ตู้เจี้ยนโยวกล่าวเตือน “ไปละนะ! ตลาดกลางคืนที่รอคอยมานาน ไปโลด!”
ถังเฮ่อถึงค่อยตอบสนองโดยรีบถอดเสื้อโค้ตและคาดเข็มขัดนิรภัย ถึงขนาดปลดกระดุมข้อมือและม้วนแขนเสื้อขึ้น พยายามให้ตัวเองดูคล่องตัวที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
เมื่อถังเฮ่อจัดการตัวเองเสร็จแบบลวกๆ แล้วจึงนึกถึงเื่เมื่อครู่อีกครั้ง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยถูกผู้หญิงปลดเนกไท ถ้าจะพูดให้ถูก เขาเคยถูกถอดทุกอย่างมาหมดแล้ว ผู้ชายที่อายุใกล้สี่สิบไม่ใช่มือใหม่ในด้านความรัก ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยทำให้ตัวเองลำบากใจในเื่นี้ อยากสนุกแบบไหนก็ทำแบบนั้น เคยเจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว แต่เมื่อครู่ที่ตู้เจี้ยนโยว...
ผู้ชายที่ทำมือสื่อความออกปานนั้น แต่ดวงตาของเ้าตัวกลับสงบนิ่งบริสุทธิ์
ถังเฮ่อไม่กล้าคิดต่อ เขารู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทเอามากๆ ดันไปมีความคิดพิกลพรรค์นี้กับคนใสซื่อที่อยู่ข้างๆ แถมยังเป็ผู้ชายอีกได้อย่างไร เขาแอบกระเถิบก้นของตัวเอง ทว่าร่างกายยังแข็งทื่ออยู่บ้าง
ถึงจะพูดว่าไปโลดก็เถอะ แต่่พีกของการจราจรหลังเลิกงานก็ทำให้รถติดอยู่พักใหญ่กว่าจะถึงตลาดกลางคืนของตู้เจี้ยนโยว เมื่อถึงแล้วก็ยังต้องขับวนไปมาอยู่หลายรอบกว่าจะหาที่จอดรถได้ แม้จะเป็เช่นนี้ ตู้เจี้ยนโยวก็ยังคงเร่งให้ถังเฮ่อรีบๆ หน่อยอย่างมีชีวิตชีวา เพราะอยากจะวิ่งโร่เข้าไปในร้านซุปเนื้อสุดโปรดในวัยเด็ก
“เร็วๆๆ นี่ต้องต่อแถวเลยนะ ถ้าไปช้าแม้แต่น้ำซุปก็ไม่ได้กิน” ร้านซุปเนื้ออยู่ใกล้กับทางเข้าตลาดกลางคืน ยังเดินไปไม่ถึงร้านก็เห็นคนต่อแถวเข้าคิวแล้ว ถังเฮ่ออยากยอมแพ้เหลือเกิน แต่เห็นท่าทางลิงโลดของตู้เจี้ยนโยวจึงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม เดินไปยังหางแถวของคิว ทว่าตู้เจี้ยนโยวคว้าแขนไว้แล้วทักเข้าไปในร้านเลยว่า “แม่เจี่ยน จำผมได้ไหม ผมทู่ทู่[1]ครับ”
เถ้าแก่เนี้ยที่เป็แม่ครัวยุ่งจนเหงื่อไหลซิก ปากก็ะโว่า “เนื้อกระต่ายอะไร ที่นี่ขายแต่เนื้อวัว เนื้อกระต่ายอยู่ฝั่งตรงข้ามโน่น”
“อา นานๆ ผมจะกลับมาที คุณน้าก็อยากจะกินกันซะแล้ว ไม่รักผมแล้วเหรอครับ” ตู้เจี้ยนโยวยังคงยิ้มตาหยี ะโอย่างงอแงไม่ยอมถอย
เถ้าแก่เนี้ยเพิ่งทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อเสร็จ พอให้คนยกไปเสิร์ฟที่โต๊ะถึงมีเวลาเงยหน้ามอง “นี่ เธอมายืนขวางหน้าร้านทำไม...ทู่ทู่เหรอ ทู่ทู่! ว๊าย เธอจริงๆ ด้วย นึกว่าไปตายที่ไหนซะแล้ว! ไม่ได้เจอตั้งหลายปี ยังหล่อเฟี้ยวเหมือนเดิมเลย ไปๆๆ เข้าไปนั่งข้างใน เหมือนเดิมสินะ...” เถ้าแก่เนี้ยตบแขนของตู้เจี้ยนโยวเต็มแรงจนตัวเซไปสองก้าว ถังเฮ่อรีบดึงกลับมาได้ทัน เถ้าแก่เนี้ยยังหันกลับไปะโว่า “เหล่าเจี่ยน ทู่ทู่กลับมาแล้ว พิเศษสองชาม ชามใหญ่นะ”
“ได้ๆๆ ทู่ทู่ พาเพื่อนเข้าไปนั่งข้างในก่อน” เถ้าแก่ที่อยู่อีกฝั่งทักทายตู้เจี้ยนโยวอย่างตื่นเต้นดีใจเช่นกัน
“พ่อเจี่ยนสวัสดีครับ งั้นผมไม่เกรงใจละนะ เข้าไปก่อนนะครับ” ตู้เจี้ยนโยวยิ้มและลูบแขนที่ถูกฝ่ามือวัชระ[2]ฟาดจนปูดพลางดึงถังเฮ่อเข้าร้าน เดินผ่านลูกค้าตรงเข้าไปในห้องนั่งเล่นเล็กๆ อีกห้องหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็บ้านของเ้าของร้าน
“พ่อเจี่ยนกับแม่เจี่ยนเป็เพื่อนสนิทของแม่ผม ตอนเด็กๆ แม่ยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลผมก็มาเล่นที่นี่ พวกเขายังมีลูกสาวอีกคนด้วย ตอนนี้ก็น่าจะทำงานอยู่ที่ต่างเมืองเหมือนกัน” ตู้เจี้ยนโยวแนะนำอย่างคุ้นเคย นำทางถังเฮ่อไปนั่งในห้องนั่งเล่นของบ้านเจี่ยน ขณะตัดสินใจจะออกไปอีกรอบเพื่อยกอาหารด้วยตัวเองนั้น เขาได้ยินถังเฮ่อเรียก “ทู่ทู่”
“หืม” ตู้เจี้ยนโยวขานรับ หันกลับมามองถังเฮ่อว่ามีอะไร
“ทู่ทู่” เขาเรียกอีกครั้ง
“...มีอะไรเหรอ” ตู้เจี้ยนโยวยังคงงุนงง จนกระทั่งเห็นถังเฮ่อทำหน้าเ้าเล่ห์ถึงได้เข้าใจ
“เพี้ยน!” ตู้เจี้ยนโยวขัดเขินหน่อยๆ จึงหันหลังเดินไปยกอาหารกลับมา
“ตอนเด็กๆ ทุกคนออกเสียงไม่ชัด พวกเพื่อนๆ เรียกผมว่าตู้ตู้ตามผู้ใหญ่ เรียกไปเรียกมาก็กลายเป็ทู่ทู่ นี่ พี่อย่าเอาแต่ขำสิ รีบกินตอนที่ซุปยังร้อนๆ” ตู้เจี้ยนโยวจำใจอธิบาย แถมยังถือโอกาสตบแขนพี่ชายให้รีบกิน คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าถังเฮ่อจะขำไม่หยุดเพราะชื่อเล่นในวัยเด็กของตน
“โอเคๆ น่ารักดี...” ถังเฮ่อเม้มปากแต่ก็ยังขำ เขาจินตนาการถึงภาพเด็กใสซื่อบริสุทธิ์สองสามคนเอาแต่ร้องเรียกทู่ทู่ ทู่ทู่อย่างสดใส
“เด็กน้อย” ตู้เจี้ยนโยวถลึงตาใส่ก่อนที่จะหันไปซดซุปของตัวเอง “อา รสชาตินี้แหละ อร่อยจัง”
เชิงอรรถ
^ หมายถึง กระต่าย^ เป็นกระบวนท่ากำลังภายในท่าหนึ่งของสำนักเส้าหลิน