คำสั่งฆ่า
หม่าจงมองซีตงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกมาด้วยความสงสัย “ว่าแต่คู่หมั้นของนายน้อยตงเป็นใครกัน? สามารถเป็นคู่หมั้นของนายน้อยตงได้ ต้องไม่ใช่ผู้หญิงจากตระกูลธรรมดาๆ แน่ๆ”
“เธอชื่อว่าหลี่หลิน คนระดับพี่หม่าต้องรู้จักอยู่แล้ว” ซีตงไม่ได้ปิดบังในเรื่องนี้เลย เขาพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขารู้สึกพอใจในตัวคู่หมั้นคนนี้มาก และเป็นที่แน่นอนว่าหลี่หลินที่เขาพูดถึง ก็คือหลี่หลินที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของไป๋เฉิน
“ลูกสาวของหลี่ฉงเทียน!” ใบหน้าของหม่าจงถึงกับเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้ยินเรื่องนี้
ในเมืองซิงโจวมีใครบ้างไม่รู้ว่าหลี่ฉงเทียนเป็นใคร
หลี่ฉงเทียนเป็นผู้ก่อตั้งหลี่กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจของเมืองซิงโจวและร่ำรวยที่สุดในเมืองซิงโจวตอนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือพี่น้องร่วมสาบานของเขา เป็นผู้มีอำนาจทางการทหารระดับนายพล จึงทำให้ในเมืองซิงโจวไม่มีใครกล้ารุกรานเขา แม้แต่แก๊งเสือขาวก็ไม่มีข้อยกเว้น
“สมกับเป็นพี่หม่า เธอเป็นลูกสาวของหลี่ฉงเทียน” ซีตงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่นายน้อยซีเดินทางมาถึงเมืองซิงโจวด้วยตัวเอง” หม่าจงพูด
ขณะเดียวกันเขาก็คิดว่า ที่ตระกูลซีให้ซีตงหมั้นกับหลี่หลิน น่าจะเป็นเพราะพี่น้องร่วมสาบานของหลี่ฉงเทียน
เพราะถึงแม้ว่าหลี่ฉิงเทียนจะเป็นผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองซิงโจว แต่ว่ามันก็ไม่เพียงพอที่จะเทียบกับตระกูลซี ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่งได้
“แล้วนายน้อยซีเคยได้พบเธอหรือยัง? ฉันเคยเห็นรูปเธออยู่ครั้งหนึ่ง เธอน่ารักเหมือนกับตุ๊กตาเลยล่ะ” หม่าจงอยู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นถาม
เห็นได้ชัดว่าเขากระตือรือร้นมากขึ้น เมื่อได้รู้ว่าคู่หมั้นของซีตงเป็นใคร
ซีตงไม่ได้แปลกใจกับคำถามนี้ของหม่าจงมากนัก เขายิ้มและตอบ “ยังเลย แต่ฉันได้เห็นรูปของเธอแล้ว หากว่าเธอไม่น่ารักหรือสวย พี่หม่าคิดเหรอว่าฉันจะยอมหมั้นและแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แม้ว่าตระกูลของฉันจะบอกก็ตาม”
“ฮ่าฮ่า” หม่าจงหัวเราะอย่างเบาๆ “นั่นสินะ ผู้หญิงที่จะคู่ควรกับนายน้อยซี ต้องไม่ใช่ผู้หญิงขี้เหร่อยู่แล้ว”
ขณะที่เขาพูดจบ เสียงโทรศัพท์ยี่ห้อหรูอย่าง iPhone 7 ก็ดังขึ้น
ริ้งงง ริ้งงง ริ้งงงง...
หม่าจงดีดก้นบุหรี่ในมือทิ้ง ก่อนจะหยิบโทรศัทพ์ออกมากดรับสาย เขากระทั่งไม่สนใจว่าใครโทรมา
“มีอะไร?”
“ละ...ลูกพี่หม่า” เสียงจากอีกฝั่ง เป็นเสียงของถงโถว เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เกิดอะไรขึ้น?” คิ้วของหม่าจงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงที่สั่นของถงโถว
“ผะ...ผมกับหลุนเหอ พวกเราถูกเล่นงาน ผมฟันหักเกือบทั่วปาก ส่วนหลุนเหอกระดูกซี่โครงหักหลายซี่ครับ...” ถงโถวพูด
แค่ฟังจากน้ำเสียงของเขา ก็ฟังได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความไม่สบายใจ
เขารู้สึกกลัวว่าการรายงานเรื่องนี้ จะทำให้หม่าจงโกรธและอาจจะลงโทษเขาและหลุนเหอได้
“อะไรนะ?!”
ทันทีที่ได้ยิน หม่าจงต้องร้องออกมาเสียงดัง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปแทบจะในทันที
“ใครเป็นคนเล่นงานพวกแก?”
“มันเป็นคนที่น้องกวนให้พวกเราไปจัดการ...” ถงโถวตอบเสียงเบา
หน้าผากของหม่าจงได้ปรากฏเส้นเลือดขึ้นมา “ไอ้เวรเอ้ย! แค่เด็กคนเดียวพวกแกยังถูกเล่นงานอีกเหรอวะ? พวกสวะ! เลี้ยงเสียข้าวสุกเสียจริง!”
“ผะ...ผมขอโทษลูกพี่ แต่ว่ามันเก่งมาก มันเหมือนจะเรียนกังฟูมา” น้ำเสียงของถงโถว ฟังได้ชัดว่าหวาดกลัวอย่างมาก
“กังฟู?” หม่าจงระดับความโกรธลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะถาม “แกแน่ใจ?”
“ผมแน่ใจ ผมคิดว่ามันต้องเรียนกังฟูมาแน่ ไม่งั้นมันก็คงจะไม่สามารถจัดการผมกับหลุนเหอที่มีปืนได้”
“ถ้างั้นฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง การทำร้ายพวกแกก็เหมือนกับการตบหน้าแก๊งเสือขาวของฉัน!”
“ผมเข้าใจแล้วลูกพี่”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ถงโถวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย ที่หม่าจงไม่ได้โกรธอะไรเขามาก เขาพลันวางสายไป
“ดูเหมือนว่าจะมีคนกระตุกหนวดเสือ ไม่รู้ว่าเป็นใครหน้าไหนที่กล้ามาทำให้พี่หม่าโกรธ”
ซีตงยิ้มในขณะพูด จากสิ่งที่เขาพูดออกมา ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเขาคาดเดาได้จากสิ่งที่ได้ยิน รวมถึงความโกรธของหม่าจงที่แสดงออกมาด้วย
หม่าจงปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะตอบ “แค่เพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นายน้อยซีไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจเลย”
“เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งอะไรกับเรื่องของพี่หม่า ฉันจะกลับแล้ว ฉันหวังว่าอาทิตย์หน้าพี่หม่าจะนำของมาส่งให้ฉันครบทุกเม็ดนะ” ซีตงพูดพร้อมกับลุกออกจากโซฟา
“แน่นอน นายน้อยซีวางใจได้เลย รับรองว่าจะได้ครบทุกเม็ด แต่อย่าลืมเตรียมเงินไว้อย่างที่ได้ตกลงกันไว้” หม่าจงยืนขึ้นจับมือกับซีตงด้วยรอยยิ้ม
ซีตงพยักหน้า ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่เขาพามา
หลังจากซีตงออกไปจากห้องแล้ว ใบหน้าของหม่าจงก็มืดลง
เขารู้สึกโกรธตั้งแต่ที่ได้ยินเรื่องจากถงโถวแล้ว เขาไม่นึกเลยว่าจะมีคนกล้ามาท้าทายแก๊งเสือขาวของเขา โดยการทำร้ายลูกน้องของเขาแบบนี้
“มันคงกำลังแส่หาเรื่องตาย! เป็นกังฟูเหรอ? เฮอะ! เดี๋ยวจะได้รู้กันว่ากังฟูกับปืนอะไรมันจะเก่งกว่ากัน!” หม่าจงขบกรามพูด เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาได้เดินอ้อมโซฟามายืนต่อหน้าของเขาด้วยความเคารพ
“ไปและบอกกับอาหู ให้มันไปเก็บศพไอ้กังฟูนั่นมา หากต้องการข้อมูลให้มันไปถามจากถงโถว จำไว้บอกมัน พรุ่งนี้ฉันต้องได้เห็นศพของไอ้กังฟูนั่น!”
หม่าจงพูดอย่างโหดเหี้ยม เขาในตอนนี้ดูไร้ความปราณีจริงๆ
“ครับลูกพี่!” บอดี้การ์ดรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว เขาไม่กล้าที่จะรั้งอยู่ที่นี่ รีบออกจากห้องไป เพื่อไปบอกคำสั่งฆ่ากับอาหูในทันที
ซึ่งอาหูที่พูดถึงนี้ เป็นคนที่มีฝีมือในการลอบสังหารมากที่สุดในแก๊งเสือขาว ถ้าหากเขาออกตัวเอง ไม่ว่าใครที่เป็นเป้าหมาย ก็ไม่เหลือลมหายใจเลยสักคน!
จบบทที่ 39