ตอนที่ 13 การตรวจจับ
ตอนที่ 13 การตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของทัศนียภาพรอบกาย วิญญาณของเขาหลุดออกมาจากร่างหลังจากที่ตกเข้าไปอยู่ในห้วงภวังค์แห่งสมาธิแล้วโดนเส้นพลังวิญญาณบางอย่างฉุดดึงออกมา เมื่อรู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ก็อยู่ภายในร่างวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกของร่างกายไม่ได้แตกต่างจากร่างปกติสักเท่าไหร่ เมื่อลองขยับแขนขยับขาและขยับร่างกายร่างวิญญาณของเขากลับยังมีความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับร่างกายปกติ “ ที่นี้เราก็พูดจากันได้แบบภาษาปกติสักทีสินะ ” เสียงโทนต่ำที่อันคุ้นหูดังขึ้นมา คีย์ที่กำลังให้ความสนใจอยู่กับร่างกายของตนเองอยู่ได้เงยหน้าของเขาขึ้น ร่างกายสูงใหญ่ด้านหน้าเดินเข้ามาประชิดร่างของเขา คราวนี้ความรู้สึกมันแตกต่างออกไป อะไรกัน? ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับว่าร่างของฮาเดสเป็นเหมือนกับร่างกายของมนุษย์กันล่ะ? ก่อนหน้านี้จากการที่ได้สนทนากันโดยใช้การสื่อสารทางจิตมันก็จะมีเส้นบางๆที่กั้นอยู่ระหว่างมนุษย์และวิญญาณมันทำให้คีย์รู้ได้อย่างชัดเจนว่าชายที่กำลังนั่งคุยกับเขาเป็นวิญญาณที่ไม่มีร่างเนื้อ แต่ตอนนี้เมื่อเขาหลุดออกมาจากร่างกายของตนเองและอยู่ในสภาพวิญญาณมันก็เหมือนกับโลกของเขาและฮาเดสกลายมาเป็นโรคเดียวกัน“ เอาล่ะเรามาเริ่มบทเรียนที่สองกันเถอะ ” ปากของฮาเดสเช้านี้ได้ขยับพร้อมกับเปล่งเสียงออกมาเหมือนกับการพูดคุยต่อหน้าจริงๆ ก่อนหน้านี้เพราะว่าสื่อสารผ่านกันทางจิตปากของพวกเขาทั้งสองเลยไม่เปิดออกเลยสักนิด ตอนนี้พอมาอยู่ในร่างวิญญาณเหมือนกันภาษาที่ใช้พูดคุยก็กลายเป็นภาษาเดียวกัน มันเลยทำให้สามารถพูดคุยกันโดยใช้ปากต่อปากได้ “ ฟังรู้เรื่องแล้ว!!! ” คีย์ไม่อาจปิดกั้นความประหลาดใจนี้ได้ แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าถ้ามาอยู่ในร่างวิญญาณจะสามารถสนทนากันได้“ ใช่แล้วก็ฟังรู้เรื่องน่ะสิ แล้วในร่างวิญญาณพวกเราไม่สามารถสนทนากันผ่านจิตได้นะ พวกเราก็ต้องพูดปากต่อปากใช้ชีวิตเหมือนกับมนุษย์คนนึงแต่ว่าเป็นประชากรของโลกเบื้องหลัง ”“ แล้วแบบนี้ผมจะสามารถกลับเข้าร่างได้ยังไง ” คีย์ยังแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาหลุดออกมาจากร่างกายได้ยังไงแค่รู้สึกว่ามันมีสมาธิแล้วก็ร่างกายกำลังจมดิ่งลงไปสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร และความรู้สึกสุดท้ายที่เขาสามารถรู้สึกได้ก็คือมันเหมือนมีเชือกบางอย่างมาฉุดดึงร่างกายของเขาเอาไว้แล้วดึงเขาออกมาจากสถานที่แห่งนั้น “ ถ้าจะกลับไปก็ไม่ยากหรอกแค่เข้าไปนั่งแล้วก็ตั้งสมาธิเหมือนเดิมเดี๋ยววิญญาณของเจ้าก็จะหลอมรวมเข้าไปกับร่างกายเหมือนเดิมเอง ”เมื่อได้รู้เช่นนั้นคีย์ก็สบายใจได้ คราวนี้เขามาให้ความสนใจกับร่างกายของตนเองต่อมันมีบางอย่างผิดแปลกออกไป ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่วิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างกาย“ ผมว่ามันมีอะไรแปลกๆ ” มือข้างซ้ายยกขึ้นมาแล้วก็กำๆแบๆ“ อะไร? ” ฮาเดสทำหน้าตาฉงนในขณะที่กำลังเอียงคอมอง“ ทำไมความรู้สึกมันไม่เหมือนก่อนหน้านี้ เปลวเพลิงสีฟ้าที่มันเคยอยู่ที่มือของผมตอนที่หลุดออกมาจากร่างวิญญาณมันหายไปไหนกัน ”นี่คือความผิดแปลกที่คีย์สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่เขาหลุดออกมาจากร่างกายอยู่ในร่างวิญญาณ มันไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ความรู้สึกก่อนหน้านี้ตอนที่วิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างกายมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่ามันสงบและร่างกายก็กำลังจมดิ่งลึกลงไปภายในก้นบึ้งของมหาสมุทร แม้ว่าจะเจอเรื่องอะไรแต่ว่าจิตใจก็ยังสงบนิ่ง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่มันเป็นเหมือนกับความรู้สึกยามปกติที่เขาอยู่ภายในร่างกายไม่เพียงเท่านั้นเปลวเพลิงสีฟ้าที่เคยปกคลุมที่มือของเขามันก็หายไปด้วย เมื่อได้พบเจอกับสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจหลายอย่างไม่แปลกที่เขาจะตั้งข้อสงสัยออกมาเช่นนี้ ก็เพราะว่าความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ในตอนแรกคีย์คิดว่าเขาจะเป็นเหมือนกับตอนที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกายในครั้งแรกซะอีก “ เรื่องนั้นข้าจะไปรู้หรอ ” ฮาเดสส่ายหน้าไปมา “ ข้าไม่ได้รู้เกี่ยวกับพลังของตัวเจ้าสักหน่อย ส่วนเรื่องเปลวเพลิงสีฟ้าก็น่าจะเป็นพลังจากสายเลือดของจักรพรรดิวิญญาณ มันจะออกมาหรือมันจะหายไปตัวของเจ้าเท่านั้นแหละที่จะบอกเรื่องนี้ได้ไม่ใช่ข้า ”คีย์กลับมาอยู่ในท่าทางราบเรียบสงบนิ่งพร้อมกับใช้สายตาของตนเองจ้องมองไปที่มือข้างซ้ายใบหน้าปรากฏซึ่งความคิดบางอย่าง“ เอาละเรามาเรียนบทเรียนต่อไปกันเลย ”“ บทเรียนต่อไป? ”“ ตอนนี้เจ้าสามารถถอดวิญญาณออกจากร่างกายได้แล้วนี่ ต่อจากนี้ก็คือการค้นหาวิญญาณแค้นภายในเมืองแห่งนี้ ”นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คีย์ยังคงสงสัยอยู่เมื่อฮาเดสที่อยู่ด้านหน้าได้พูดขึ้นเขาก็ให้ความสนใจกับมันเป็นอย่างมาก เขาสงสัยว่าวิญญาณแค้นถ้ามันแฝงตัวอยู่มากมายเหตุใดตลอด 10 ปีเขาถึงไม่เคยพบเจอมาก่อน แล้วพวกนักล่าวิญญาณใช้วิธีใดในการที่จะตามหาพวกมัน “ ตามมาสิ... ” ฮาเดสที่อยู่ด้านหน้าหรือหันหลังแล้วเดินออกไป เขาได้พาคีย์เดินออกจากบ้านแล้วมุ่งตรงออกจากตอกเล็กๆที่เป็นทางเข้าไปสู่ถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งผ่านไปมาอยู่อย่างประปราย แสงไฟในยามค่ำคืนบริเวณชุมชนแออัดไม่ได้สว่างไสวมากนักแม้จะเป็นในเมืองกรุงเทพที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย รถวิ่งผ่านไปมาด้านหน้าแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้สังเกตเห็นคีย์หรือว่าฮาเดสที่ยืนอยู่บริเวณริมถนนเลยสักนิด “ แล้วการหาพวกมันจะต้องทำยังไงเหรอครับ? ” คีย์ได้หันไปถาม“ การค้นหาวิญญาณแค้นภายในเมือง มันแล้วแต่คนด้วยว่าจะสามารถค้นหาด้วยระยะกว้างขนาดไหนได้ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับจุดวิญญาณ ตอนนี้จุดวิญญาณของเจ้ามันอยู่ในระดับแรกแน่นอนว่าขอบเขตของมันก็ไม่ได้กว้างขนาดที่สามารถตรวจจับในระยะไกลๆได้ ”“ แล้วจุดวิญญาณระดับผมสามารถตรวจจับในระยะเท่าไหร่ได้งั้นเหรอครับ? ”“ ถ้าเป็นจุดวิญญาณระดับเริ่มต้นและ level 1 อย่างนั้นก็น่าจะซักประมาณ 10 กิโลเมตรล่ะมั้ง ”“ แล้วมันต้องทำยังไง? ”“ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันสิ เหมือนตอนที่ทำการฝึกฝนพลังวิญญาณน่ะ ” คีย์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้ยกมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาแล้วนำปลายนิ้วทั้งห้ามาบรรจบกัน เปลวเพลิงสีฟ้าลุกไหม้ขึ้นมาตรงระหว่างกลางนิ้วทั้ง 5 อีกครั้ง คราวนี้คีย์ไม่ได้แสดงท่าทางตกใจกับมันเพราะว่าเขาเคยพบเห็นมันมาแล้ว 1 ครั้ง “ คราวนี้ก็คิดซะว่าใช้พลังภายในร่างกายให้มันออกมาในรูปแบบของเส้นประสาทสัมผัส ”“ อธิบายเข้าใจยากจังเลยนะครับ? ” คีย์ได้หันไปมองอีกฝ่าย “ หนวกหูน่า!! ข้าไม่เก่งเรื่องพูดอธิบายซะด้วย ” ฮาเดสทำท่าทางเบื่อหน่ายแล้วก็ยกมือขึ้นมาลูบบริเวณผมอันพะลุงพะลังของตนเอง เขาไม่ได้เก่งเรื่องการอธิบายในรูปแบบทฤษฎีมากขนาดนั้นเลยไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างแน่ชัด“ ชั่งเถอะแต่ผมเข้าใจ... ” คีย์เริ่มพับปิดดวงตาของตนเองลงเขาไม่รู้ว่าเขาเข้าใจได้ยังไงแต่มันเหมือนว่าก่อนหน้านี้ตั้งแต่ตอนที่เขาโดนวิญญาณตัวนั้นฆ่าแล้วมีบางอย่างปรากฏขึ้น มันมีความทรงจำหลายๆอย่างปรากฏขึ้นภายในหัวของเขา แม้ว่ามันจะเป็นความทรงจำที่เลือนลางแต่มันก็ทำให้สัญชาตญาณภายในร่างกายสามารถตอบสนองได้เมื่อต้องกระทำเรื่องนั้นตอนนี้เองก็เช่นกัน เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาเข้าใจในคำพูดของฮาเดสได้ยังไงแต่ว่าเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้ ปล่อยพลังวิญญาณของตนเองออกมาแล้วเริ่มสร้างกลายเป็นเส้นพลังวิญญาณที่มีประสาทสัมผัสภายในตัวของเขาแฝงเร้นเอาไว้รอบกายของคีย์มันเริ่มมีเส้นขาวๆปรากฏขึ้นก่อนที่จะล่องลอยไปภายในอากาศตามสายลม เมื่อเส้นขาวๆที่ปรากฏออกมาจากร่างกายเริ่มพัดปลิวไปตามสายลม มันเป็นเหมือนกับประสาทสัมผัสของคีย์ถูกขยายออกเป็นวงกว้างทำให้เขาสามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในระยะไกลๆได้แม้ว่าจะไม่ละเอียดมากนักแต่ว่าก็พอจะรู้เกี่ยวกับวิญญาณที่อยู่ตามส่วนต่างๆของเมือง ฮาเดสที่ยืนมองอยู่ข้างๆก็พยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ หลังจากที่ปลดปล่อยเส้นประสาทสัมผัสเพื่อตรวจจับวิญญาณภายในเมืองในรัศมี 10 กิโลเมตรไปได้สักพัก ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมาดูเหมือนว่าคีย์จะพบเจอวิญญาณแค้นที่เขาต้องการแล้วพลังวิญญาณสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นมาอยู่สองจุดและมีตำแหน่งใกล้กันบริเวณภายในเมือง ระยะทางออกห่างไปจากจุดนี้ประมาณ 5 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกมุมตึกแห่งหนึ่ง “ ผมเจอแล้ว... ” คีย์หันไปบอกกับฮาเดส“ ดีงั้นพวกเราไปกันเลย!! ”“ เดี๋ยวก่อนแล้วผมจะใช้อะไรสู้กับมันล่ะ ผมไม่มีพลังเหมือนก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ และพละกำลังของมันก็มีมากกว่ามนุษย์ไม่ใช่หรอ? ไปอย่างนี้ไม่เท่ากับว่าผมจะตายอย่างงั้นเหรอครับ ”ฮาเดสที่กำลังทำท่าทางจะเดินไปได้หยุดเท้าของตนเองเมื่อได้ยินเสียงของคีย์ที่พูดขึ้นมา “ ข้าลืมบอกเจ้าไปเกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้ด้วยสินะ ในระดับจุดวิญญาณของเจ้าในตอนนี้มันน่าจะมีสิ่งที่มอบมาให้อยู่ ”“ หมายความว่าอย่างไงครับ? ”“ ปกติแล้วผู้ที่ใช้จุดวิญญาณมันมีสิ่งที่เรียกว่ารากฐานวิญญาณติดตัวมาได้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเปิดจุดวิญญาณได้ ”“ จะเรียกง่ายๆมันก็เหมือนกับความสามารถติดตัวของผู้ที่ฝึกฝนจุดวิญญาณแต่ละคนก็ได้ ว่าแต่ละคนจะมีรากฐานวิญญาณที่แตกต่างกัน ”“ และสิ่งที่เรียกว่ารากฐานวิญญาณเนี่ยแหละที่นักล่าวิญญาณหรือคนที่ฝึกฝนจุดวิญญาณจะใช้กันในการต่อกรกับพวกวิญญาณแค้นในช่วงแรกๆตอนที่ยังไม่ได้ร่ำเรียนคาถาหรือว่ามีของมากมายที่ช่วยเหลือ ” ฮาเดสอธิบายอีกเรื่องสำคัญสิ่งที่ตนเองลืมพูดไปก่อนหน้านี้ให้กับคีย์ได้ฟังเรื่องนี้ “ แล้วต้องทำยังไงผมถึงสามารถเอาไอ้สิ่งที่เรียกว่ารากฐานวิญญาณออกมาได้? ” “ ยกมือขึ้นมา ” คีย์ได้ยกมือของตนเองขึ้นมาตามคำสั่งของฮาเดส “ เอาล่ะปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาสิ ” แม้ว่าจะไม่เคยเรียกเร้นพลังวิญญาณออกมาจากร่างกายแต่มันก็มีบางอย่างที่ติดอยู่ในหัวและทำให้คีย์สามารถกระทำมันได้ เรื่องปลดปล่อยพลังวิญญาณของตนเองออกมาจากร่างกายและมันก็เหมือนกับว่ามีบางอย่างที่ติดอยู่ภายในก้นบึ้งของแก่นลึกของจิตใจหลุดออกมาด้วย แสงสว่างสีฟ้าปรากฏออกมาให้ได้เห็น “ .... ”จบตอน